Masukเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทายาท "พรนับพัน" จึงจำใจต้องแต่งงานกับ "ภัสกร" เธอทำได้เพียงแค่รอให้ถึงวันที่เขาจะยอมปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอผลิตทายาทคืนให้กับเขาแล้วเท่านั้น
Lihat lebih banyakภายในห้องหอ ‘พรนับพัน’ หรือ ‘เค้ก’ อยู่ในชุดเดรสสีขาวที่มีระบายลูกไม้แต่งแต้ม กำลังนั่งนิ่งอย่างเป็นกังวลโดยมีสายตาของเจ้าบ่าวอย่าง ‘ภัสกร’ มองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก
งานแต่งงานที่ผ่านพ้นไปเป็นเพียงพิธีเล็กๆ เพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม ไม่มีแม้แต่แขกที่มาร่วมงาน ไม่มีชุดเจ้าสาวอย่างที่เธอใฝ่ฝัน ไม่มีงานเลี้ยงใดๆ คนในงานมีเพียงพ่อแม่ของเธอและผู้ใหญ่ฝ่ายเขา กับนายทะเบียนที่มาเป็นสักขีพยานเท่านั้น
พอสวมแหวนแต่งงานและจดทะเบียนสมรสต่อหน้านายทะเบียนเสร็จ ก็ถูกส่งตัวเข้าหอตามฤกษ์ในช่วงสายแล้วนั่งมองหน้ากันในห้องนอนของภัสกรที่ใช้เป็นห้องหอของทั้งคู่
“น่าจะครบเวลาตามฤกษ์แล้ว ลงไปทานอาหารกลางวันกันเถอะค่ะ” เธอบอกเขาเสียงเบา แล้วลุกขึ้นจะเดินออกไปข้างนอก เพราะนี่เป็นการส่งตัวเข้าหอตามฤกษ์เท่านั้น กลางวันแสกๆ แบบนี้คิดว่าเขาคงยังไม่น่าจะลงมือ ‘เข้าหอ’ กับเธอ
“ผมจะอาบน้ำ” เขาพูดเสียงเรียบแล้วปลดเนกไทออกไป
พรนับพันจึงใช้จังหวะนั้นรีบออกไปจากห้องหอไป เธอยังไม่พร้อมที่จะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของเขาในตอนนี้
เธอเดินไปนั่งกับพ่อแม่แล้วยิ้มให้พวกท่านรู้ว่าเธออยู่ได้ เพื่อทำให้ทั้งคู่สบายใจและไม่ต้องห่วงเธอ
“ต่อจากนี้ไปพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมเค้กที่นี่ไม่ได้แล้วนะ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่นะ พวกเราดูแลตัวเองได้” กานดาบอกด้วยความห่วงใย
“ค่ะแม่ พูดอย่างกับจะไม่เจอกันที่โรงงาน เค้กจะรีบทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วตอนนั้นเค้กจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่นะคะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่สดใส ทั้งที่ในใจอยากจะร้องไห้ออกมาเต็มที
“แล้วนายทะเบียนกลับไปแล้วเหรอคะ” เธอแกล้งถามหาแขกคนเดียวของงานที่ไม่ใช่ญาติของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
“กลับไปพร้อมกับอาของคุณภัสกรเขานั่นแหละ นี่พ่อแม่ก็กำลังจะกลับเหมือนกัน”
“พ่อขอโทษนะเค้ก ที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้” พรศักดิ์พูดเสียงสั่น ทำให้พรนับพันรีบหันไปยิ้มให้บิดาแล้วรีบพูดให้เขาสบายใจ
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ เค้กไม่ได้จะลำบากอะไรเสียหน่อย บ้านของเขาก็ออกจะร่ำรวย อีกอย่างเค้กต้องมาทำหน้าที่ตั้งท้องลูกให้เขา เขาไม่ปล่อยให้เค้กต้องลำบากหรอกค่ะ” เธอบอกบิดาแล้วกุมมือท่านเอาไว้
“ถ้าพ่อขับรถระวังกว่านี้ ไม่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องแท้งลูก เค้กก็คงไม่ต้องมาชดใช้แบบนี้” พรศักดิ์พูดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นด้วยความสะเทือนใจ
เขาขับรถไปทำงานตามปกติ แต่อยู่ๆ รัตติกาลก็ข้ามถนนมา ทำให้เขาเบรกไม่ทันเฉี่ยวชนเธอจนทำให้แท้งลูก พอรู้ว่าตนเองสูญเสียลูกในท้องเธอก็บอกเลิกเขา ทำให้ภัสกรเอาความโกรธมาลงกับตนและครอบครัว บีบให้ต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาสูญเสียไป
“อย่าพูดถึงมันอีกเลยค่ะ ในเมื่อเขาต้องการลูก เค้กก็จะท้องให้เขาอย่างที่เขาต้องการ ถึงตอนนั้นเค้กก็จะเป็นอิสระ พ่อเองก็เลิกคิดมากได้แล้ว เขาก็แค่คนบ้าอำนาจ เป็นคนรวยที่รังแกคนจนอย่างเรา ทั้งๆ ที่เขานั่นแหละที่ทำให้แฟนตัวเองต้องแท้ง” พรนับพันพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธขึ้งเล็กน้อยในตอนท้าย
หลังจากที่หมอแจ้งอาการเบื้องต้นว่าอาจจะแท้งลูกของคู่กรณีแต่ยังไม่ได้ยืนยันอาการเพราะยังไม่ได้มีการตรวจละเอียด พรนับพันกับบิดาก็จะเข้าไปเยี่ยมเธอเพื่อแสดงความเสียใจและจะแสดงความรับผิดชอบในการรักษาพยาบาล พอทั้งคู่เข้าไปรัตติกาลก็กำลังทะเลาะกับภัสกร
ตอนนั้นเธอจับใจความได้ว่าเพราะภัสกรเอาแต่ทำงาน ไม่สนใจเธอที่บอกว่าแพ้ท้องขับรถเองไม่ไหวและอยากให้เขาพาไปตรวจครรภ์ แต่เขากลับไล่ให้เธอนั่งแท็กซี่ไปเอง พอเธอลงจากแท็กซี่จะข้ามถนนก็ถูกรถของพ่อเธอชนเข้า
“นี่คุณจะบอกว่า ผมเป็นสาเหตุให้แฟนผมแท้งเหรอ” ภัสกรพูดขึ้นมาจากด้านหลังในชุดลำลอง แววตาที่มองมายังครอบครัวของคู่กรณีนั้นดูแข็งกร้าวจนน่ากลัว
พรนับพันเงียบไป เธอยอมรับว่าเกรงกลัวในอำนาจของเขา เพราะว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นที่รัตติกาลบอกเลิกเขา แล้วหนีออกไปจากโรงพยาบาล เขาก็มาอาละวาดกับครอบครัวเธอ ใช้อำนาจบีบเรื่องธุรกิจโรงงานลูกชิ้นบิดาจนลูกค้าหนีหาย
ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจยื่นข้อเสนอให้เธอมาชดใช้ด้วยการตั้งครรภ์ลูกให้แก่เขา และบังคับให้จดทะเบียนสมรสเพื่อที่จะให้ลูกเป็นของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ผมถามไม่ได้ยินเหรอ” เขาถามเสียงเครียด
พ่อแม่ของพรนับพันเริ่มไม่สบายใจ กังวลว่าเขาจะโมโหร้ายแล้วลงไม้ลงมือกับลูกสาวของตน
“ก็ฉันได้ยินแฟนคุณบอกอย่างนั้นนี่ค่ะ ถ้าคุณสนใจเธอ เอาใจใส่เธอสักนิด เธอก็คงไม่ต้องนั่งแท็กซี่และเดินข้ามถนนเองจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา” พรนับพันพูดในสิ่งที่เขาอยากให้เธอตอบ
“ที่ฉันแท้งก็เพราะความไม่สนโลกของคุณ” เสียงที่รัตติกาลตวาดลั่นห้องฉุกเฉินยังคงดังก้องในหูของภัสกรจนถึงตอนนี้
เขากัดกรามแน่นมองหน้าเจ้าสาวหมาดๆ ของตนด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ก่อนจะหันไปมองพรศักดิ์ด้วยสายตาที่ดูถูกและเหยียดหยาม
“ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ครอบครัวนี้น่าสมเพชนะครับ สั่งสอนลูกสาวพวกคุณให้ดีก่อนกลับด้วยก็แล้วกันว่าภรรยาที่ดีควรทำตัวยังไง” เขาพูดกับพรศักดิ์ คนที่ขับชนแฟนสาวของเขาจนทำให้สูญเสียลูกในท้องไป
ความตั้งใจที่จะแต่งงานกับแฟนสาวหลังจากที่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ก็ต้องถูกยกเลิก เพราะรัตติกาลเสียใจจนหนีไปและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ทำให้เขาต้องเอาความโกรธนี้ไประบายกับคู่กรณีและต้องการตัวพรนับพันมาเพื่อทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดกับการที่ลูกสาวของตนต้องมาชดใช้กรรมแทน
“คุณภัสกร ให้เกียรติพ่อแม่ฉันด้วยนะคะ” พรนับพันพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาก้าวร้าวกับพ่อแม่ของตน
“ไม่เป็นไรหรอกเค้ก” พรศักดิ์บอกลูกสาวให้สงบลง เพราะกลัวเขาจะไม่พอใจแล้วเธอเองที่จะไม่มีความสุข
ภัสกรเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่ยี่หระ ทำให้พรนับพันกำมือแน่นด้วยความโกรธ แม้จะรู้ดีว่าเขาสามารถทำให้ธุรกิจของพ่อแม่เธอดิ่งลงพื้นได้ทุกเวลาตามที่เขาขู่ แต่ในความกลัวและกังวลนั้นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมให้เขามาดูถูกโดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไร
“งั้นพ่อกับแม่กลับก่อนดีกว่า เชื่อฟังคุณภัสกรนะลูก อย่างน้อยเขาก็เป็นสามีของลูกแล้ว ไม่ว่าอย่างไรคนเป็นเมียก็ต้องดูแลและเชื่อฟังสามี อย่าให้เขาว่าเอาได้ว่าพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอน” กานดาบอกลูกสาวด้วยความห่วงใย ไม่พอใจลูกเขยแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
“บ้านหลังนี้คงไม่ได้ต้อนรับพ่อกับแม่อีก เอาเป็นว่าเจอกันที่โรงงานนะลูก ดูแลตัวเองด้วย ถ้าทนไม่ไหวก็กลับมา พ่อยอมธุรกิจเจ๊งดีกว่าให้ลูกพ่อต้องตกนรก” เขาบอกแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเจ็บปวดปนกังวล
“เค้กไม่ยอมให้ธุรกิจที่พ่อแม่สร้างมาต้องถูกเขาทำลายแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะเค้กจะดูแลตัวเองให้ดี” เธอรับปากทั้งคู่แล้วโผเข้ากอดเอาไว้
หลังจากนี้ไปไม่มีพวกท่านคอยปกป้อง เธอต้องเอาตัวรอดในเงื้อมมือของภัสกรให้ได้ด้วยตัวเอง
************************
ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ภัสกรและพรนับพันจัดให้เป็นค่ำคืนพิเศษของพวกเขา ทั้งสองรอจนถึงกลางดึกที่ลูกสาววัยขวบกว่าหลับสนิทแล้วเริ่มเล้าโลมกันด้วยความปรารถนาฝ่ายสามีคร่อมทับภรรยาสาวเอาไว้หลวมๆ แล้วเริ่มจูบริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่ม เบียดสะโพกโยกเข้าหาเธอเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้ยิ่งเพิ่มขึ้นแล้วซุกไซ้ที่ซอกคอระหงสูดดมกลิ่นหอมจากอีกฝ่ายในขณะที่ฝ่ามือลูบไล้ที่สะโพกงามอย่างหลงใหลเขาค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้กระโปรงชุดนอนของภรรยา ในขณะที่เลื่อนตัวลงมาหมายจะมุดเข้าไปเชยชมที่เนินสวาทด้านล่างให้ชื่นใจภัสพรมองดูพ่อกับแม่ที่กำลังหยอกล้อกันตาแป๋ว เมื่อเห็นว่ามารดามีสีหน้าเหยเกเพราะบิดากำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ก็คลานจากที่ตนเองไปยังฝั่งของทั้งคู่พร้อมกับขยุ้มกลุ่มผมของภัสกรให้ออกห่างจากมารดาของตน“โอ๊ย น้องครีม” ผู้เป็นพ่อร้องลั่นแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าลูกสาวนั้นปีนขึ้นไปนอนบนตัวมารดาเพื่อปกป้อง“คืนนี้พ่ออดอีกแล้วใช่ไหมครับ” เขาหัวเราะเบาๆ ไม่รู้ว่าขำหรือว่ากำลังหัวเราะเยาะวาสนาของตนเอง“สงสัยต้องเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะคะ” พรนับพันดึงกระโปรงลงให้เรียบร้อย แล้วขยับพาภัสพรไปนอนที่ฝั่งของเธอ“เฮ้อ!” เขาถอนหายใจ
ในตอนเช้าพรนับพันปลุกสามีด้วยการขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเขาแล้วใช้พรมจูบเขาทั้งใบหน้าและลำคอจนภัสกรต้องลืมตาขึ้นมาแล้วยิ้มให้เธอด้วยความอ่อนเพลีย“ไหนบอกว่าเมื่อคืนจะไม่ปล่อยให้เค้กรอดมือไงคะ”“พี่โดนเพื่อนมอมนะสิ ตอนนี้เวียนหัวมากเลย” เขาตอบเสียงเบาแล้วดึงเธอให้ทิ้งตัวลงมานอนกอดกัน“นอนต่ออีกนิดนะ พี่ยังไม่อยากลุกเลย” เขาพูดแล้วหลับตาลงซุกใบหน้าที่เรือนผมหอมนุ่มของเธอ“รัดแน่นไปแล้วค่ะเค้กหายใจไม่ออก” ภรรยาสาวดันตัวออกจากอ้อมกอดของสามี พอมองกลับไปในตอนนี้ภัสกรได้หลับต่อไปแล้ว เธอจึงปล่อยให้เขานอนหลับต่อแล้วอมยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อคืนนี้เขาเหมือนได้ปลดปล่อย นั่งดื่มกับเพื่อนร่วมรุ่นของตนแล้วท้าทายกันว่าแต่ละคนอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเมา โดยเฉพาะประธานหนุ่มที่กระซิบบอกภรรยาอย่างมาดมั่นว่าเขาจะไม่เมาแล้วกลับมาจัดหนักเธอทั้งคืนแต่เขากลับดื่มอย่างสนุกสนาน ทั้งภัสกรและเพื่อนๆ ของเขาในงานเลี้ยงรุ่นต่างตกอยู่ในสภาพที่เมามาย แต่โชคดีที่ทุกคนมีคนรักมาด้วยและพากลับบ้านเธอมองเขาอยู่อย่างนั้น นานๆ ทีสามีจะเมาหลับได้แบบนี้ เธอจึงไม่อยากรบกวนเขาแล้วเดินไปดูเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่เตียงเสริมที่ต่อออกมาจากเตีย
บรรยากาศที่แสนโรแมนติกของเมืองที่ทั้งคู่กำลังท่องเที่ยวด้วยกันนั้น ทำให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมากทุกๆ สามวันภัสกรจะพาภรรยาย้ายเมืองเพื่อเปลี่ยนสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวให้ทั่ว จนตอนนี้เธอเริ่มเหนื่อยจากการเดินทางและขออยู่ที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ต่ออีกหลายวัน ภัสกรจึงต้องตามใจเธอ“ให้เค้กดื่มเถอะนะคะ” เธออ้อนสามีเพื่อที่จะสั่งกาแฟแต่ภัสกรไม่อนุญาต“เค้กท้องอยู่นะ อย่าลืมสิ ดื่มน้ำผลไม้ดีกว่า”“แก้วเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ภรรยาสาวยังคงอ้อนขอเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ดูเหมือนว่าจะร้องไห้ ทำให้เขาต้องตามใจเธอ“แค่วันนี้วันเดียวนะ วันอื่นพี่ไม่ให้อีกแล้ว” เขาบอกเธอแล้วสั่งกาแฟให้หญิงสาวด้วยตนเอง พร้อมกับสั่งซุปเห็ดทรัฟเฟิลกับมินิครัวซองค์มาทานพอพรนับพันเห็นเธอก็มองตามแล้วขอแลกเมนูกับสามีทันทีภัสกรยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขายอมแลกเมนูกับเธอแล้วดื่มกาแฟอย่างอารมณ์ดี“จะไปเที่ยวไหนต่ออีกไหม”“วันนี้พอก่อนค่ะ เค้กปวดเท้ามากเลย” เธออ้อนสามีแล้วทานซุปราคาแพงนั้นอย่างเอร็ดอร่อยพรนับพันสังเกตว่าขนาดเขามาเที่ยวในทวีปอื่นที่มีความแตกต่างกันทางกายภาพอย่างชัดเจน แต่ว่าก็ยังมีสา
ภัสกรเดินหิ้วของตามภรรยาที่ตอนนี้มาเลือกซื้อชุดที่จะใส่ไปฮันนีมูนด้วยกันที่ต่างประเทศ สายตาที่มองดูเธอนั้นดูอบอุ่นจนพนักงานต้องมองตามด้วยความอิจฉา“ตัวนี้กับตัวนี้เอาตัวไหนดีคะ” เธอหันมาถามสามีพร้อมกับชูเสื้อทั้งสองตัวให้เขาช่วยเลือก“ถ้าเลือกไม่ได้ก็เอาทั้งสองตัวเลย” เขาพูดโดยไม่ได้มองที่เสื้อเลย ทำให้ภรรยาสาวยิ้มเขินที่สามีเอาแต่จ้องหน้า ก่อนจะหันไปเลือกเสื้อผ้าแบบอื่นต่อในตอนนั้นเองซอนญ่าก็เดินควงแขนสามีวัยกลางคนของเธอผ่านมาที่ร้านนั้น เธอมองดูทั้งสองจ้องมองกันด้วยความรักก็รู้สึกน้อยใจวาสนาของตนที่ต้องยอมเป็นเมียของคนรุ่นพ่อเพื่อที่จะหนีจากบิดาของตนเอง“ไปร้านอื่นเถอะค่ะ” หญิงสาวเดินควงแขนสามีของตนเดินไปยังอีกร้าน อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักและตามใจเธอทุกอย่างแม้แต่สิรินาถลูกสาวของเขาที่ต่อต้านการแต่งงานเขาก็จัดการจนอีกฝ่ายยอมเปิดทางให้ภัสกรหันไปมองหญิงสาวเดินผ่านไป เขาเผยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจและยินดีที่เธอมีคนที่รักและเข้าใจแม้วัยจะต่างกันหลังจากที่เลือกซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว สามีหนุ่มก็พาภรรยาไปที่คลินิกฝากครรภ์ของเพื่อนเธอทั้งคู่เข้าไปที่ห้องตรวจด้วยกันเพื่อที่จะดูเพศของลูกตามพั





