INICIAR SESIÓNโปรเจกต์ตัวร้ายกับควายตัวหนึ่ง..
ฉันนั่งมองหน้าจอแล็ปท็อปแล้วอยากจะร้องไห้ ชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่ที่ใกล้จะสำเร็จการศึกษาเต็มที แต่ก็แค่ใกล้ เพราะยังเหลือด่านสุดท้ายที่ต้องเจอนั่นคือโปรเจกต์ เป็นโปรเจกต์เดี่ยวซะด้วย เรียกได้ว่าหัวเดียวกระเทียมลีบสุดๆ ที่สำคัญคือฉันหัวทึบยิ่งกว่าไส้ดินสอสองบี
“เป็นอะไรของมึง”
เป็นไอ้เหนือที่ถามฉัน ถามแบบส่งๆ แล้วนั่งลงพร้อมแกะซองขนมแล้วยัดเข้าปาก แน่นอนว่ามันคงไม่ได้สนใจสารทุกข์สุกดิบอะไรฉันนักหรอก เพราะปกติมันก็ไม่เคยสนใจใครอยู่แล้ว นอกจากสาวๆ ในสต๊อก
ฉันมองหนุ่มสุดฮอตประจำคณะวิศวะทั้งสี่แล้วเบะปาก ส่วนพวกมันก็มองมาที่ฉันเป็นจุดเดียวแล้วหัวเราะคิกคักเหมือนฉันเป็นตัวตลก
“กูเครียดอยู่นะเว้ย” ใช่สิ! พวกมันทำโปรเจกต์เสร็จกันหมดแล้วนี่ ถึงได้มายืนทำหน้าระรื่น หัวเราะคุกคิก คิกคักอยู่อย่างนี้ ไอ้พวกหน้าหล่อ ไอ้พวกลูกรักพระเจ้า นอกจากหน้าตาดี สมองยังดีไม่แพ้หน้าตา
“มึงจะเครียดอะไรนักหนา กับอีแค่โปรเจกต์จบเนี่ย”
“ก็มึงทำเสร็จแล้วนี่ แต่กูยังไหมวะ”
“ให้กูช่วยเอาไหมล่ะ”
ไอ้วินด์ยื่นข้อเสนอ ซึ่งฉันก็ได้แต่หัวเราะฮึๆ เมื่อเห็นหน้าหล่อฉายแววร้ายกาจที่ปิดไม่มิดของมัน
“ช่วยฟรี?”
แน่นอนว่าไม่!
“มึงก็กล้าถาม มึงคิดว่าคนอย่างกูจะช่วยมึงฟรีๆ”
“ไม่ กูไม่เคยคิด” ไอ้คุณวินด์หัวเราะฮ่าๆ แถมยังทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ แค่นั้นก็ชัดแล้วว่าฉันคิดถูก ไอ้เพื่อนเวรนี่ไม่ได้จะช่วยฉันทำโปรเจกต์ฟรีๆ แน่ “อะไร มึงจะให้กูทำอะไร”
“เป็นแฟนกับกูไง”
ไอ้เหนือที่กำลังกินขนมถึงกับสำลัก ยังดีที่ว่าขนมที่กินไม่แบ่งใครไม่ติดคอจนทำให้มันตาย ส่วนคีน และ.. ธาม ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกมันทำหน้ายังไง เพราะฉันไม่ได้มอง และไม่กล้ามองด้วย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากลัวอะไร
กลัวว่าธามไม่พอใจ
หรือ.. กลัวว่าจะเห็นแววตาเฉยชา ไม่รู้สึกรู้สาอะไรของมันกันแน่
“มะ.. มึงพูดบ้าอะไรของมึงวะวินด์ เราเพื่อนกันนะเว้ย”
“เป็นแฟนกับกู หมายถึงแฟนหลอกๆ น่ะ”
ฉันไม่ได้หลบตาวินด์เหมือนอย่างที่นางเอกซีรีย์หลบตาพระเอกตอนถูกขอเป็นแฟน จึงไม่พลาดที่จะเห็นแววตาผิดหวังของเพื่อนที่คบกันมานานถึงสี่ปี
รู้.. รู้ดีมาตลอดว่าวินด์มันคิดยังไง แต่ใจเราไม่ตรงกัน ฉันพูดได้เต็มปากว่ารักธาม ไม่ใช่วินด์
ตลอดมาฉันถึงได้พยายามชัดเจนมาตลอดว่ามองวินด์แค่เพื่อน และจะไม่รู้สึกพิเศษมากไปกว่าสถานะนี้ ไม่ว่าจะกับวินด์หรือผู้ชายคนไหน ตราบใดที่ฉันยังรู้สึกกับ ธามอยู่เต็มหัวใจ
แต่หากเมื่อไหร่ที่ฉันดึงความรู้สึกตัวเองกลับมาจากธามได้แล้ว เมื่อนั้นฉันจะเปิดใจแน่นอน
“คืองี้ พ่อแม่กูอยากให้กูลองคุยกับลูกสาวเพื่อน แต่กูบอกว่ากูมีแฟนแล้ว พ่อกับแม่กูเลยอยากเจอแฟน มึงช่วยไปแกล้งเป็นแฟนกูหน่อยนะเฟย์ แค่ไปกินข้าวที่บ้านกูกับกู ในฐานะ.. แฟน ปลอมๆ”
“สมัยนี้ยังมีคลุมถุงชนอยู่อีกเหรอวะ” พอรู้ว่าวินด์ขอให้ฉันไปเป็นแฟนเฉพาะกิจ ไม่ใช่ขอเป็นแฟนจริงๆ เหนือก็อ้าปากพูดแล้วกินขนมในมือต่อ
“กูล่ะหนึ่งที่โดน”
“แล้วมึงเคยเจอน้องคนนั้นยัง”
“ยัง แม่กูบอกว่าน้องกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามอสี่ อยากให้กูไปติวหนังสือให้หน่อย”
“ฮะ! ฮะ! ฮะ!”
เหนือ คีนและฉันที่ได้รู้ว่าผู้หญิงที่พ่อแม่ไอ้วินด์จะจับลูกชายใส่พานถวายให้กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามอสี่ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
ส่วนธาม.. นั่งเงียบ ไม่ได้แสดงทีท่าตกใจหรือพูดอะไรสักคำ
“เตรียมตัวสอบเข้ามอสี่ นี่พ่อแม่มึงอยากซื้อข้าวผัดกับโอเลี้ยงไปเยี่ยมมึงที่คุกเหรอวะ นั่นยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะเว้ย”
ฉันเห็นด้วยกับคำพูดคีน มอสี่ อายุพึ่งสิบห้าสิบหก แม้จะเป็นการคลุมถุงชน ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ฝ่ายหญิง แต่เด็กคนนั้นอายุยังไม่ครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนดว่าให้ทำการหมั้นหมายได้ด้วยซ้ำ
“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างงี้เลยนะ ทำไมพ่อแม่น้องคนนั้นดูรีบจัง ไม่รอให้ลูกเขาเรียนจบก่อนอ้ะ” หรืออย่างน้อยก็ควรรอให้บรรลุนิติภาวะก่อนก็ยังดี นี่พึ่งเตรียมตัวสอบเข้ามอสี่ก็จะใส่พานถวายให้ไอ้วินด์ซะแล้ว ยังดีที่วินด์ไม่เอาด้วย ถ้ามันเห็นดีเห็นงาม เด็กคนนั้นไม่รอดแน่
“ธุรกิจครอบครัวร่อแร่ ต้องการหาเงินไปหมุน พ่อเขามายืมเงินพ่อกู ไม่มีอะไรมาค้ำประกัน เลยเอาลูกสาวมาค้ำ”
“หา? เอาลูกสาวมาค้ำ” เป็นพ่อแม่ประเภทไหนกัน ฉันฟังแล้วนึกสงสารเด็กผู้หญิงคนนั้นชะมัด
“อย่างกับละคร พ่อแม่ก็คิดได้เนอะ กูสงสารน้องคนนั้นจังเลยว่ะ”
เสือผู้หญิงอย่างไอ้เหนือยังคิดเหมือนฉัน เด็กผู้หญิงวัยสิบห้าสิบหกควรเป็นช่วงเวลาที่สดใส เรียนเต็มที่ เล่นเต็มที่ ไม่ใช่ถูกพ่อแม่เอาความสาว ความบริสุทธิ์เหมือนดอกไม้แรกแย้มมาแลกกับเงิน
“กูก็สงสาร เลยไม่อยากยุ่งกับน้องมัน กูเลยบอกพ่อแม่ไปว่ากูมีแฟนแล้ว”
“แล้วทำไมมึงไม่บอกพ่อแม่ไปตรงๆ” ฉันคิดว่าวิธีนี้ดีกว่าการที่วินด์จะพาฉันไปเป็นไม้กันหมา เพราะไม้อย่างฉันคงกันหมาให้มันได้ไม่นาน สักวันทุกคนก็ต้องรู้ความจริงว่าวินด์กับฉันเป็นแค่เพื่อนกัน
“กูพูดแล้ว แต่พ่อแม่ยืนยันท่าเดียวเลยว่าให้กูลองคุยกับเด็กนั่นดูก่อน แต่กูไม่อยากยุ่ง ถ้าเกิดสมมติเด็กมันชอบกูขึ้นมา กูก็แย่ดิวะ” ฉันทำท่าแหวะเพราะหมั่นไส้ความมั่นหน้าของวินด์ ก็ยอมรับอยู่หรอกว่าเพื่อนหล่อ เพื่อนรวย เพื่อนเพอร์เฟกต์ แต่ช่วยถ่อมตัวหน่อยเถอะพ่อคุณ “เฟย์ มึงไปกินข้าวกับพ่อแม่กูนะ”
วินด์เขย่าแขนฉันเบาๆ มันทำหน้าออดอ้อนอย่างกับลูกหมา ฉันเห็นแล้วอดขำไม่ได้ ทั้งตลกเพื่อนทั้งหมั่นไส้
“เออ ก็ได้วะ แต่แค่ครั้งเดียวนะมึง กูไม่อยากโกหก มันบาป กูมันเฟย์คนดี”
ช่วยเพื่อนสักครั้งจะเป็นอะไรไป แถมนอกจากช่วยเพื่อนแล้วยังช่วยให้ยายเด็กค้ำประกันนั่นรอดพ้นจากเงื้อมมือไอ้วินด์ด้วย ได้บุญสองต่อไปเลยเฟย์
"เปล่า" ฉันคว้าเดรสสีชมพูที่แขวนอยู่ในตัวเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองไปที่ห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดที่ไอ้ธามไม่ทำอะไร "ชิ! คนอุตส่าห์เคลิ้ม คอยดูนะ ครั้งหน้าแม่จะเล่นตัวซะให้เข็ด"ไม่นานฉันก็ออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นเดรสสีชมพูหวาน ทั้งยังปล่อยให้ผมยาวสลวยพลิ้วไหวเคลียคลอไปกับแผ่นหลังบาง"สวย" ธามมองฉันตาเยิ้ม เล่นเอาฉันเขินจนไปไม่เป็น"เฮ! อย่ามองแบบนี้ดิ""ก็เฟย์สวย" พ่อน้องฟางคว้าเอวฉันให้นั่งลงบนตัก "สวยมาก สวยจนทำธามใจสั่นไปหมดแล้วรู้ไหม""ไม่คิดว่าธามจะพูดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย" แต่ก่อนธามเย็นชาเข้าถึงยาก แต่ก็นั่นล่ะถึงทำให้ฉันตกหลุมรักพ่อน้องฟางเรียวปากบางหยักขยับยิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มที่ส่งให้ดวงตาคู่คมสว่างเจิดจ้า แถมยังทำให้ฉันได้เห็นรอยตีนกาที่หางตาธามอีกด้วย "พรุ่งนี้ก็สามสิบแล้วสินะธาม""ใช่ สามสิบแล้ว อายุเหมาะสมที่จะมีครอบครัว""หาแฟนสิ ถ้าอยากแต่งงาน" ธามมองฉันแล้วอมยิ้ม"ก็นั่งอยู่บนตักนี่ไงแฟนธาม""ขี้ตู่ เฟย์ไปเป็นแฟนธามตั้งแต่ตอนไหน""เป็นตั้งนานแล้ว รู้ไหมตอนที่ธามอยู่เมืองนอก เวลามีคนถามว่ายูมีแฟนไหม ธามก็บอกว่า แฟนไอชื่อเฟย์""ง้ะ! ได้ไง ธามยังไม่เคยขอเฟย์เป็นแ
“ธามไม่เหลือใครแล้วนะเฟย์ เฟย์อย่าทิ้งธามไปเหมือนที่แม่ทิ้งธามไปได้ไหม” ไม่รู้หรอกว่าธามถูกผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่ทำอะไรไว้บ้าง แต่คงสาหัสสากรรจ์จนฉันไม่อยากจินตนาการถึง“อื้อ เฟย์จะอยู่ตรงนี้ อยู่กับธาม” ฉันกอดธามแน่นกว่าเดิม “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะมีกันและกัน มีธาม มีน้องฟาง มีเฟย์ มีเราสามคน ดีไหมธาม”“ดี” ธามซุกหน้าเข้าหาอกฉันเหมือนลูกน้องตัวน้องที่ต้องการหาที่พึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่คิดปฏิเสธ ที่ฉันพูดกับแม่ธามไปว่าพ่อน้องฟางเป็นคนในครอบครัวที่ฉันต้องปกป้องดูแล ไม่ได้จะพูดเอาเท่ส์อะไร แต่หมายความตามที่ปากพูดออกไปจริงๆ “ธามโชคดีที่มีเฟย์อยู่ข้างกัน”“แล้วที่ผ่านมา.. ธามต้องเจออะไรแบบนี้บ่อยไหม”“ทุกครั้งที่แม่มาหา” ฉันสะเทือนไปทั้งอก สงสารพ่อของลูกจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวครอบครัวฉันแม้ฐานะไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ทว่าก็มีความรักความอบอุ่นให้กันและกันจนล้นเหลือ ซึ่งคงตรงกันข้ามกับธาม ธามที่มีเพียงท่านธนัส พ่อที่แบกรับทุกอย่าง ทั้งความเสียใจจากภรรยา และดูแลลูกชายคนเดียวเพียงลำพัง“อาทิตย์หน้าพ่อแม่เฟย์จะมาเยี่ยมเฟย์กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ ชวนพ่อธามมากินข้าวที่บ้านเฟย์ดีไหม แม่เฟย์ทำอาหารอร่อยนะ”
เพราะอย่างนี้เองสินะที่ตลอดมาทำไมธามไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฉันฟัง ทั้งที่กับเจ้าสัวธนัสเอง ธามมักเล่าเรื่องท่านให้ฉันกับน้องฟางฟังอยู่บ่อยๆ“ไม่ว่าลูกจะพูดยังไง ลูกก็คือลูกของแม่ เป็นสมบัติของแม่ แม่สั่งให้ทำอะไร ลูกก็ต้องทำ!”“พอสักทีเถอะค่ะ ธามไม่ใช่สมบัติของคุณ และธามก็ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกเรื่องที่คุณสั่ง ชีวิตธามเป็นของธามเอง ไม่ใช่ของใคร” ในฐานะที่ฉันเองก็มีลูก ฉันไม่เคยคิดจะขีดเส้นทางให้ลูกเดิน ลูกมีสิทธิ์เลือกชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แม่อย่างฉันขอแค่สองอย่าง หนึ่งคือลูกต้องปลอดภัย และสองคือขอให้ลูกมีความสุขโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร“แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย ฉันจะคุยกับลูกชายฉัน”“ธามเป็นลูกชายคุณหญิงก็จริง แต่ก็เป็นพ่อของลูกสาวดิฉันด้วย ถือเป็นคนในครอบครัวที่ดิฉันต้องปกป้อง” นาทีต่อให้เป็นแม่ธามฉันก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ป้าทรงผมกะบังลมนี่ถือสิทธิ์อะไรกันมาสั่งให้ธามทำตามที่ตัวเองต้องการ มิหนำซ้ำยังพูดออกมาได้ว่าธามเป็นสมบัติของตัวเอง “ดิฉันว่าสิ่งที่คุณหญิงควรทำ ไม่ใช่การมาบังคับลูกชาย แต่เป็นการฝึกจิตใจตัวเองให้สงบ อ้อ! แล้วก็เข้าวัดทำบุญบ้างนะคะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านแล้วก็ไม่มีเวล
“ยังไงน้องฟางก็เป็นหลานคุณท่านนะคะ”“ฉันไม่นับคนที่มีสายเลือดผู้หญิงต่ำต้อยอย่างเธออยู่ครึ่งหนึ่งว่าเป็นหลานหรอกนะ”“คำก็ต่ำต้อย สองคำก็ไม่คู่ควร แล้วท่านสูงส่งมาจากไหนเหรอคะ” ถ้าไม่นับเสื้อผ้าที่สวมใส่ เครื่องประดับที่อยู่บนร่างกาย พวกเราก็คนเหมือนกัน ไม่ใช่นางฟ้าหรือเทวดามาจากไหน“ฉันเป็นผู้ดี สังคมฉันกับพวกเธอมันคนละระดับกัน พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ยอมรับเธอกับลูกมาร่วมวงตระกูล”“ได้ค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้อยากจะร่วมวงตระกูลกับคุณท่านเหมือนกัน” ถึงจะเป็นแม่ธาม แต่มาพูดกับฉันอย่างนี้ก็เหลืออดเหมือนกัน“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี แล้วก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายฉัน ฉันไม่ว่าถ้าธามจะหาเศษหาเลยกับเธอบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นจะเอาเป็นเมีย ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด”“มีอะไรหรือเปล่าเฟย์” ธามที่พึ่งประชุมเสร็จถามฉันก่อนเดินเข้าห้องเพียงแค่อารมณ์ฉันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ธามก็จับสังเกตได้ พ่อน้องฟางใส่ใจฉันเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น คนต่ำต้อยอย่างฉันก็ไม่ควรเพ้อพกไปไกลว่าสักวันจะได้ลงเอยกับคุณชายผู้สูงส่ง เพราะหม่อมแม่ของธามคงไม่มีวันยอม“เปล่านี่ แม่ธามรออยู่ในห้องน่ะ รีบเข้าไปเ
ช่วงแรกธามให้ฉันฝึกงานกับคุณพิทักษ์ไปก่อน พอเป็นงานแล้วค่อยให้แบ่งหน้าที่กันว่าใครจะรับผิดชอบส่วนไหน การทำงานที่ทีกรุปแตกต่างไปจากลาลิลพร็อพเพอร์ตี้มาก ที่นี่เป็นระบบมากกว่า และไม่มีระบบอุปถัมภ์ พนักงานทุกคนล้วนแล้วแต่เข้าทำงานด้วยความสามารถที่ตัวเองมี เพราะอย่างนี้บริษัทถึงได้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนบริษัทเก่าฉันที่นับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง“เดี๋ยวผมจะให้คุณเฟย์ทำงานเอกสารง่ายๆ ก่อนนะครับ พอเข้าใจระบบแล้วค่อยไปขั้นต่อไป”“ได้ค่ะ” ฉันทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างที่เต็มที่ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ซึ่งมากกว่าที่เดินถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ชั้นผู้บริหารไม่ใช่ใครจะเข้าจะออกได้ง่ายๆ แต่พอฉันก้มหน้าทำงานไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของใครบางคน พอเงยหน้าขึ้นมองจึงได้เห็นว่าเป็นผู้หญิงนิรนามที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน ทว่าหน้าตายังสวยราวกับสาวอายุสามสิบกลาง“สวัสดีครับคุณสินี” ฉันรีบลุกขึ้นพร้อมพิทักษ์แล้วทำความเคารพผู้มาเยือนตามเลขานุการรุ่นพี่ ผู้หญิงท่าทางผู้ดีมองฉันเพียงหางตาก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือตัว “บอสเข้าประชุมอยู่ครับ”“นานไหม”“น่าจะประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงได้ครับ ยังไงรบ
ตั้งแต่ที่ฉันบอกผู้บริหารลาลิลพร็อพเพอร์ตี้ว่าไม่ได้เป็นอะไรธาม ฉันก็ได้รับการปฏิบัติต่างไปจากเดิม จากตอนแรกที่แทบจะหาม กลายมาเป็นอีเฟย์นางทาสที่ไม่มีใครเห็นหัวเหมือนก่อนหน้าที่ทุกคนจะรู้ว่าฉันเป็นแม่ของลูกธาม“ไม่ได้คบกันค่ะ พวกเราแค่เพื่อนกัน” นี่ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันกับธามเป็นเพื่อนกันจริงๆ“อ้อ! งั้นก็ไปทำงานเถอะ” สุพจน์โบกมือไล่ฉันเหมือนอย่างที่ประธานลาลิลพร็อพเพอร์ตี้เคยทำ ทั้งสองทำอย่างกับฉันเป็นหมูเป็นหมาเพียงเพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงของธามอย่างที่หลายคนเข้าใจฮึ่ม! หางานที่ใหม่ที่เงินเดือนดีๆ ได้เมื่อไหร่ แม่จะไปไม่ให้เห็นฝุ่นเลยคอยดูชีวิตแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา เช้าไปทำงาน ตกเย็นกลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ใช้เวลากับครอบครัว หมายถึงน้องฟางนะ ส่วนธามไม่เกี่ยว ถึงมันจะมาใช้เวลากับพวกเราสองแม่ลูกทุกวันก็เถอะ“แม่เฟย์ขา”“ขาลูกสาว” ฉันละสายตาจากงานตรงหน้าเพื่อพูดคุยกับลูกสาวที่ตอนนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาแล้ว “ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะน้องฟาง”“น้องฟางชอบชุดนี้ น้องฟางชอบเป็นนักเรียน” ใช่ค่ะทุกคน น้องฟางกำลังเห่อชุดนักเรียน เห่อการเป็นนักเรียนชั้นประถม







