Se connecterณ ห้องประชุมใหญ่ ประจำสำนักงานรัฐมนตรี
ตึก ตึก ตึก!
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นตามแรงเดิน ในขณะที่ผู้ดูแลอีกคนกำลังอธิบายหัวข้อการประชุมสำหรับวันนี้ให้แก่หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ
ราชวงศ์จัดเรียงลำดับรัชทายาทตามการเกิดก่อนและหลัง ถึงเธอจะเป็นบุตรสาวของเจ้าชายลำดับที่ 2 แต่เมื่อเกิดในฐานะหลานคนแรกของเจนนิวีฟ ก็จะถูกประกาศแต่งตั้งเป็นรัชทายาทนับตั้งแต่วินาทีแรกทีลืมตาบนโลกทันที
“เจ้าหญิงคะ วันนี้มีท่านรัฐมนตรีนิโคลัสเข้าร่วมประชุมด้วยค่ะ” เสียงกระซิบจากผู้ดูแลอีกคน ทำให้สองเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก แล้วค่อย ๆ หันไปมอง
“จริง?” เครื่องหมายคำถามปรากฏบนใบหน้า มีเรื่องใช้ปากอีกแล้ววันนี้
แม้เขาจะเป็นเพียงสามีของท่านน้า ที่มีอำนาจน้อยกว่าฉันในตอนนี้ แต่ยังไงก็ถือว่าเป็นสามีของเจ้าหญิงในราชวงศ์แหละนะ และพระญาติหลายคนไม่ได้ยอมรับในตัวฉัน แม้ประชาชนจะยอมก็ตามเถอะ
การแย่งอำนาจและขัดขากันเองภายในมีเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บรรดาหลาน ๆ ที่เตรียมการเปลี่ยนผลัดรุ่น เปรียบเสมือนดอกไม้ที่รอวันผลิบาน แต่มันก็จะมีพวกแมลงน่ารำคาญเข้ามากัดกิน จนทำให้อยู่ไม่ได้และล้มตาย
“จริงค่ะเจ้าหญิง” ดวงตาสีฟ้ามองตรงไปยังประตูบานใหญ่ตรงหน้า
“ไปกันเถอะ” ถึงว่าทำไมเชิญพวกนั้นมาร่วมประชุมด้วย
ถึงฟ่าจะเป็นคนไปรับ แต่ตอนนี้เราได้แยกทางกันแล้ว เพื่อเข้าไปเจอยังภายในห้องประชุมนั้นอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ฟ่า อีกสองตระกูลก็ถูกเชิญมาด้วยเช่นกัน
กริ๊ก! แอ๊ด ~
ครืด!
ทันทีที่หญิงสาวผู้มีอำนาจสูงสุดในการประชุมครั้งนี้ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวให้แก่เธอ ยกเว้นชายผู้ถือตนว่าเป็นคนของราชวงศ์อีกคน
“ยินดีต้อนรับครับเจ้าหญิง...พระองค์มาสาย” เสียงทุ้มต่ำกล่าวทักทาย สายตาจ้องมองตามร่างบางที่เดินตรงไปยังที่นั่ง
“ก็เหมือนกับการประชุมสภาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ที่คนของพวกท่านน้ามาช้า ปล่อยให้ทุกคนต้องรอไงคะ” ปากก็พูด สายตามองตรงตามทางเดินไม่ได้หันไปสนใจ สองเท้าก็เดินไปตามทางจนกระทั่งหยุดยืนตรงที่นั่งของตัวเอง
“มันต่างกันครับเจ้าหญิง”
“ไม่ต่างหรอกค่ะ ยังไงผู้ที่ตำแหน่งต่ำกว่าก็ต้องรอโดยไม่มีสิทธิ์อ้าปากพูด เหมือนการประชุมวันนั้นเลย...ต่างกันตรงไหนล่ะคะ” ริมฝีปากเคลือบสีหวานส่งยิ้มเย็นยะเยือกให้แก่บุคคลตรงหน้า
“...”
สิ่งที่พูดและสิ่งที่เกิดขึ้น มันมาจากความตั้งใจของฉันที่ต้องการสอนคนพวกนี้ แล้วโชคเข้าข้างที่ตัวการใหญ่ใช้อำนาจโดยไร้สาระอยู่ในการประชุมครั้งนี้ด้วย
“เริ่มประชุมกันได้เลยค่ะ ยังไงหนูก็ไม่ทำตัวแบบท่านน้าที่ผ่านมาแน่นอน ประเภทมาช้าแล้วพากันทำตัวไร้สาระไม่เริ่มประชุมทันที”
“...”
สายตาของเราต่างจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เพราะภรรยาของเขาก็คือเจ้าหญิงในราชวงศ์ด้วยเช่นกัน เลยกล้าที่จะทำตัวแบบนี้ใส่ แต่ก็ชินชาแล้วแหละ
ฉันมันถูกบรรดาญาติเรียกว่าเจ้าหญิงหัวดื้อมาแต่ไหนแต่ไร เลยไม่ค่อยมีใครชอบนัก และเมื่อคนที่พวกเขาไม่ชอบคือรัชทายาทคนต่อไป ก็เลยยิ่งพากันแสดงออกชัดเจนมากขึ้นไปอีก
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
“ขออนุญาตค่ะ...ทำไมต้องบริษัทเบรย์เดน” ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมที่มีแต่บรรดารัฐมนตรีระดับหัวกันทั้งนั้น
เรื่องที่กำลังประชุมคือการจัดสร้างโรงแรมระดับ 7 ดาว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และยกเป็นสถานที่พิเศษ เพื่อใช้ดึงดูดแขกจากทั่วโลก สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญที่ฉันต้องตัดสินใจ
แต่เรื่องเดียวที่สงสัย...ทำไมเป็นเบรย์เดน
“เบรย์เดนเป็นผู้ประมูลได้ในครั้งนี้ครับ” หนึ่งในรัฐมนตรีพูดขึ้น
“อะไรที่ทำให้เบรย์เดนประมูลได้คะ” ที่ผ่านมาไม่ใช่เบรย์เดน อาร์เดรียโน่มีทั้งโรงแรมและบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์มากมาย กลับไม่ชนะการประมูลครั้งนี้
ต่อให้พวกเขาจะไม่ใช่เพื่อนฉัน แค่เอ่ยชื่อผู้เข้ามาดูแลว่าเป็นอาร์เดรียโน่ ก็ไม่มีใครมีข้อกังขาอะไรแล้ว แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่...
“เบรย์เดนเป็นบริษัทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เขามีบริษัทที่ดีไม่แพ้อาร์เดรียโน่” เสียงนี้เป็นท่านน้าของฉันพูดขึ้น เขากวาดสายตามองไปยังฟ่าที่นั่งร่วมโต๊ะประชุม เชิญ 3 ตระกูลมาเฟียมาเพราะอยากบดขยี้พวกเขาหรือไง
“บริษัทที่พึ่งเริ่มได้เพียงหนึ่งปีน่ะเหรอครับ” ฟ่าถามกลับด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไปยังน้าของฉัน
“ถ้าคิดว่าตัวเองอยู่สูงแล้ว ย่อมมีคนที่อยู่สูงกว่า” พวกรัฐมนตรีทั้งหลายมองไปยังผู้ชายทั้งสามคนที่นั่งเรียงกัน
ฟ่าตัวแทนอาร์เดรียโน่ ลูก้าตัวแทนมัสชิโม่ ลาเดลตัวแทนแอซเซอร์
“แต่พวกสูงด้วยความเร็วที่น่ากลัว ต้องระวังนะครับ เวลาตกลงมา...มันเจ็บ” ฟ่าตอบกลับ เขาใช้สายตามองทุกคนตรงหน้า จนมาหยุดลงที่ฉัน
“ขอตรวจสอบเรื่องการประมูลใหม่” ฉันสรุปทุกอย่างโดยใช้อำนาจของตัวเอง แล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะตามเดิม
“ถ้าทำแบบนั้น มันจะยิ่งเกิดความล่าช้า” ท่านน้ากลับมามองที่ฉันอีกครั้ง
“แล้วจำเรื่องที่พวกนั้นทำไว้ไม่ได้แล้วเหรอคะ”
“เรื่องงานเลี้ยงนั่น ก็ถูกจัดการลงด้วยดีแล้ว” ถูกจัดการลงด้วยอำนาจบางอย่าง ทำให้เรื่องมันเงียบหายไป เบรย์เดนได้รับผลกระทบทางด้านธุรกิจ และลูกชายของบ้านนั้นหายไป
“ท่านน้าก็เลยแบกเอาเบรย์เดนเข้ามาอีก พยายามดีนะคะ”
“...”
“ถามตรง ๆ เลยก็แล้วกัน เบรย์เดนจ่ายท่านน้าเท่าไรคะ” คำถามตรงไปตรงมาเล่นเอาทุกคนถึงกับอยู่ในอาการตกใจ ยกเว้นลาเดลที่สบตากับฉันแล้วยิ้มมุมปาก แสดงว่ารู้อะไรมาสินะ
“เจ้าหญิง”
“หนูเข้าใจแล้วค่ะว่าท่านน้ามาทำอะไรในการประชุมครั้งนี้ เพราะปกติเราแทบจะไม่ได้อยากเจอกันเท่าไร” มาดันทุรังเพื่อให้เบรย์เดนได้ไป
“แล้วแต่เจ้าหญิงจะคิด แต่ผมขอพูดในฐานะสมาชิกราชวงศ์คนหนึ่ง”
“...” บรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้น คงเพราะฉันจุดประเด็นเรื่องนั้นออกมาตรง ๆ
“ถ้าเบรย์เดนไม่สมควรได้ อาร์เดรียโน่ก็ไม่สมควรด้วยเช่นกัน”
“...”
“ที่ผ่านมาเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ราชวงศ์หนุนหลังคนพวกนี้ แล้วยังให้อยู่เหนือรัฐบาล เพราะกลัวพวกเขาหรือเปล่า”
“...” คำถามของท่านน้าเริ่มทำให้พวกรัฐมนตรีตั้งคำถามกลับมาที่ฉันด้วยเช่นกัน
“สรุปราชวงศ์กลัวคนพวกนี้เหรอครับ ที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลรัชทายาทความจริงแล้วถูกเอาเป็นตัวประกันไว้หรือไง ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันที่ราชวงศ์อ่อนแอจะมาถึง แล้วยังเป็นเพราะตัวรัชทายาทเอง” รอยยิ้มของท่านน้าทำให้ฉันต้องพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้
ท่องไว้ไอริส...ตอนนี้ฉันอยู่ในหน้าที่
“จะพูดอะไรให้ฟังนะคะแล้วก็ช่วยจำเอาไว้ด้วย รัชทายาทคือคนเดียวที่ต่อรองบอสทั้งสามตระกูลได้ การให้อำนาจเหนือรัฐบาลไม่จริง พวกคุณอ่อนแอเองต่างหาก” สายตาเวทนาไล่มองไปยังบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย
“...”
“แล้วอีกอย่าง ถ้าฉันถูกควบคุมโดยพวกเขาจริง ทุกคนไม่ได้นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ เขาต้องทำอะไรสักอย่างกับพวกคนปากไม่ดีใส่คนที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาสิ”
“...”
“ว่าง ๆ ก็ลองนึกถึงวันที่ฉันไม่มีอำนาจต่อรองพวกเขาดู คนของแต่ละตระกูลอย่างต่ำก็คงราว ๆ สามหมื่นคน แล้วสามตระกูลก็เกือบแสนไม่นับยิบย่อยอีก...ถึงวันนั้น พวกคุณคงไม่ได้มานั่งกินเงินภาษีแบบนี้หรอกค่ะ” สายตาของฉันหยุดมองไปที่น้าของตัวเอง
“สรุปว่าเลี้ยงเอาไว้เพื่อจัดการรัฐบาลที่ทำให้ราชวงศ์ไม่พอใจ” เข้าใจแบบนี้ก็ดี
“คิดอะไรน่ากลัวจังค่ะ ท่านน้าพูดเหมือนตั้งใจให้หนูถูกมองเป็นแบบนั้นเลย...ใส่ร้ายรัชทายาทถึงตายนะคะ”
ดีจังนะที่วันนี้มีแต่ตัวท็อปมา ฉันก็จะไม่ออมมือเหมือนกัน
บทพิเศษ (ลาเดล)ณ คฤหาสน์ตระกูลมัสชิโม่“ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ลาเดลเลือกที่ไหน” คำถามของพ่อทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวเลือกระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จีนที่แสนวุ่นวาย เขาไม่ได้ชอบความยุ่งยากและผู้คนเท่าไรนัก แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่างกัน ในเมื่อเทียบแล้ว...“ญี่ปุ่นครับ”“เดลไปญี่ปุ่น”“ไปญี่ปุ่น ประจำเหรอครับ?”“ใช่ พ่อคิดว่าจะดูแลกันไปเลยดีกว่า แบ่งกันไปเลย”“แล้วเซียล่ะ” ซินเซียยกมือถาม“เซียก็อยู่กับแม่ไง” น้องสาวคนเล็กที่ไม่มีใครยินยอมให้ไปไหนแน่นอน“เซียอยากไปจีนค่ะแม่” ซินเซียพุ่งตัวเข้าไปกอดแม่เอาไว้ “ไม่ได้ เซียต้องอยู่กับพ่อสิ” พ่อก็ช่วยพูดด้วยอีกคน“ก็ได้” ดูเด็กอยากเที่ยวจะถูกขัดใจเป็นครั้งแรก แต่การวางตัวของพ่อมันก็ดีอยู่แล้ว “เซียต้องดูแอซเซอร์ พี่คัสต้องดูมัสชิโม่ พี่เดลไปญี่ปุ่น ส่วนพี่ก้า...ไปจีน” ก้าละสายตาจากโทรศัพท์ หันมาสบตากับพ่อ“ไปจีน” ลูก้าชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“อือ ลาเดลเตรียมตัวไปเดือนหน้านะ ส่วนก้าก็แล้วแต่ ตามนี้” พ่อสรุปทุกอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นมาหาแม่ จูงมือกันออกไปจากห้อง ท่ามกลางสายตาของลูก ๆหวานกันไม่มีวันจบสิ้นจริง ๆ“ทำไมมึงไม่ถูกกำหนดว
ด้านบรรดาผู้ใหญ่ที่ยืนมองคู่บ่าวสาวตรงหน้า ในบรรดาแม่ ๆ นั้นต่างมองพวกลูกของตัวเองด้วยแววตาปลื้มใจ แต่มีพ่ออยู่หนึ่งที่ดูจะเริ่มออกอาการหวงลูกสาวชัดขึ้นเรื่อย ๆ“เป็นอะไรคะฮาเซล” เคทถามสามีตัวเองด้วยความสงสัย“เปล่าครับ” เขาตอบกลับภรรยาตัวเอง แต่สายตาก็ยังมองที่ลูกสาวเพียงคนเดียว“ขนาดน้องสาวยังหวง แล้วนี่ลูกสาวจะขนาดไหน” สเตฟานที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้น“ก็แค่เป็นห่วงลูก ไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นมั้ย” ฮาเซลมองไปยังผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่“ฟ่าก็รักเดียวเหมือนพ่อแหละครับ” การ์เนทที่ปกป้องลูกชายตัวเองเช่นกัน“ให้พูดใหม่อีกที/ให้พูดใหม่อีกที” แต่สองเสียงที่เกิดขึ้นมาจาก มาร์ชินกับคิน น้องชายของคิม“มีปัญหาอะไรสองคนนี้ แล้วลูคัสไม่รู้ได้นิสัยพ่อมาบ้างหรือเปล่า เริ่มกลัวเหมือนกัน” การ์เนทเปลี่ยนเป้าหมายไปที่มาร์ชินกับคิน แต่เขาไม่สามารถทำอะไรคินได้ เลยตรงไปที่มาร์ชินแทน“นี่ก็รักเดียวเหมือนกัน” มาร์ชินพูดด้วยความมั่นใจ ในขณะที่เฮเลนมองสามีตัวเองแล้วขมวดคิ้ว“เหมือนอยากจะพูดอะไรนะเฮเลน” เคทเป็นคนเปิดทางให้เพื่อนตัวเอง“ก็ต้องรักเดียวสิ ไม่รักเดียวฉันก็หย่า แล้วไม่เก็บใครไว้ทั้งนั้น” เฮเลน
เช้าวันต่อมาครืด!“ขออนุญาตนะคะเจ้าหญิง”ผ้าม่านถูกดึงเลื่อนปิดมิดชิด จากนั้นพยาบาลที่เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็เริ่มจัดการลงมือปลดกระดุม วันนี้หมอจะมาเปิดตาเพราะอาการของฉันไม่ได้หนัก เพียงแค่ใช้เวลาฟื้นฟูเองตามเวลาเท่านั้นตอนนี้อยากแกะผ้าปิดหน้าออกเต็มที“อุ้ย!” เสียงของพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกัน แต่เป็นเพียงเสียงอุทานเบา ๆ เท่านั้น“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เสียงของแม่ถามเข้ามาด้วยความตกใจ คงเพราะได้ยินพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกันสินะ“ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ ขออนุญาตเช็ดตัวนะคะเจ้าหญิง”“ค่ะ” ฉันตอบกลับทุกคนเป็นอนุญาต“เมื่อวานไม่มีนะ แต่วันนี้...ทั้งตัวเลย” ถึงจะเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ฉันก็หูดีมากพอที่จะได้ยิน“อะไรกันเหรอคะ” นี่ฉันเริ่มอยากรู้แล้วนะ“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”“มีแน่ ๆ” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไม่มีหรือว่าฟ่า...“เรียบร้อยค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักคุณหมอจะมาตรวจดวงตาของเจ้าหญิงนะคะ” พยาบาลรีบพูด หลังจากจัดการสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ฉันเรียบร้อย แล้วพวกเขาก็รีบออกจากห้องไปทันที“ไอริสเจ็บตามั้ยลูกหรือว่าปวดตรงไหนมั้ย” ป้าคิมที่มาเยี่ยม เข้ามาหยุดยืนข้างเตียงแล้วใช้มือลูบหัวฉันด้วยความเป็นห่วง“ไม่เจ็บเล
“ฟ่าไปช้ามั้ย” ฟี่นั่งอยู่ข้างเตียงถามขึ้น มือของเธอกุมมือเอาไว้“ไม่เลย ถือว่าทำเวลาได้ดีมาก” ถึงจะมองไม่เห็นในตอนนี้ แต่ฉันรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของฟี่จากแรงบีบที่มือได้อย่างชัดเจน“จะไม่ถามว่าผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ที่ไหน จะถามแค่ว่าเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยฟ่า” ฟี่ถามไปที่ฟ่า ฉันเองก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ“อือ” เสียงขานตอบกลับในลำคอเพียงสั้น ๆ“จัดการไปไหน ให้ลาเดลเหรอ” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้“เปล่า ฟ่ามันเลี้ยงไว้เป็นเมียน้อยมั้ง” เสียงลาเดลตอบกลับมา ส่วนคำตอบนั้น...“เพื่อนกูจริงหรือเปล่าวะเนี่ย เอาเป็นว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรมากวนใจแล้วต่อจากนี้” ฟ่ารีบสรุปให้ฉันเข้าใจ แต่เหมือนเดลจะปั่นประสาทยังไม่พอใจ“ต่อหน้าเมียก็พูดแบบนี้แหละ ขนาดตอนไอริสตาดีมึงยังมองผู้หญิงคนอื่นเลย แล้วตอนนี้ปิดตาอยู่พยาบาลจะรอดมั้ย”“มองที่ไหน” ฉันถามขึ้นด้วยความอยากรู้“อ่าว ปกติไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ นี่ ทำไมมาเชื่อไอ้เดล” ฉันรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ จากนั้นก็ตามมาด้วยสัมผัสอุ่นที่หัว ฟ่าลูบหัวฉันอย่างเบามือ“เดลคือคนที่รู้เยอะที่สุด” ฟี่เป็นคนขยายความให้ชัดขึ้น“แต่ไม่น่าเชื่อถือที่สุด” แ
เวียนหัวจัง...อาการที่เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงจะไม่ได้รุนแรงในทันที แต่ถ้าฉันรับมันเข้าไปมากเกินไป ก็ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้เหมือนกันและอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเธอรู้เรื่องที่ฉันแพ้ได้ยังไงก็คงไม่ต้องไปสงสัยมาก คงเป็นญาติของฉันที่บอก แต่เมื่อรู้ว่าแพ้แล้วยังเอามาใกล้ฉันแบบนี้หลงใหลจนต้องการครอบครองไว้เพียงผู้เดียว โดยไม่สนว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตามพึ่บ!ร่างบางทรุดลงกับพื้น สายตาเริ่มพร่าเลือน มือก็พยายามยกปิดจมูกเอาไว้ สูดอากาศเข้าให้น้อยที่สุด เดี๋ยวสิ...จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ“เจ้าหญิง...” เสียงหวานพึมพำ ๆ ในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ฉันมาเดลินย่อตัวนั่งลงตรงหน้า เธอเอื้อมมือมาสัมผัสข้างแก้ม ยิ่งเธอเข้ามาใกล้ฉันก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัวรุนแรงขึ้น การหายใจเริ่มติดขัดเกสรคาโมมาย ติดอยู่ที่ตัวของเธอด้วย“...” ฉันเหมือนคนวิ่งรอบสนามมา 10 รอบเลย ตอนนี้หายใจติดขัดมาก“ทำไมจำฉันไม่ได้ล่ะ ทั้งที่วันนั้นเราไม่เคยเจอกันแต่พระองค์ก็เข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล ฉันไม่มีโอกาสขอบคุณเลย...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก” แววตาของเธอกำลังแสดงความขอบคุณจริง ๆเรื่องที่เธอพูด ผูกกับเรื่องที่ฉันคุยกับฟี่ มันคือเรื่องเดี
ก่อนวันเกิดฟ่า-ฟี่ ณ ร้านอาหาร เวลา17.00น.“ว้าว...สวยมาก” ฟี่แกะกล่องของขวัญด้วยความตื่นเต้น สร้อยข้อมือที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับเพื่อนของฉันวันสำหรับฉันกับฟี่ประจำเดือนนี้ ถูกนัดขึ้นก่อนวันเกิดเธอ 1 วันเพราะสามีสุดที่รักของฟี่ จะพาไปเที่ยวฉลองวันเกิดความประสาคนคลั่งรักเมีย“แกชอบฉันก็ดีใจนะ”“ดูก็รู้ว่าออกแบบด้วยตัวเอง ดอกไอริส” ฟี่ยื่นแขนมาให้ฉันใส่สร้อยข้อมือให้เธอ“น่ารักนะ หมายถึงดอกไม้นะไม่ใช่แก” ฉันใส่สร้อยให้ฟี่ สายตาของคนตรงกันข้ามมองด้วยความหมั่นไส้“รู้ค่ะ อุ้ย! อยากดูกล่องนั้นจังเลยค่ะ มีอะไรอยู่น้า ~” ฟี่มองไปยังถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างฉัน“เหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องดู”“มันต้องพิเศษกว่าสิ ก็ของแฟนนี่” ฟี่ที่แซวเรื่องฉันกับฟ่าไม่เคยหยุด แกล้งทุกครั้งที่เจอ“ก็แน่อยู่แล้ว เป็นเพื่อนก็เอาไปแค่นั้นแหละ” สามีฟี่ก็น่าหมั่นไส้เหมือนกัน ยิ่งท้องโตขึ้นคัสก็ยิ่งตามติด ถึงจะงานเยอะก็ส่งคนเฝ้ามา 10 คน ทีฉันมันบอกให้ดูแลตัวเองบ้าง มีมือ มีเท้า“เฮอะ! ใช่สิ” ฟี่เบะปากใส่ด้วยความน่าหมั่นไส้“ไหนขอจับท้องหน่อย” ฉันลุกขึ้นแล้วจากตัวไปข้างหน้า ยื่นมือไปแตะท้องอายุครรภ์ 4 เดือนของฟี่ ภายใน







