Se connecterหมับ!
ฟ่ารวบเอามือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เขากดร่างบางให้นอนราบลง ในขณะที่ยังไม่ยอมถอนจูบออก
สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ครั้งแรกระหว่างเขากับไอริส ทุกอย่างที่ทำตั้งใจใช้โอกาสเมื่ออีกฝ่ายเมา เก็บทุกความรู้สึกเอาไว้กับตัวเอง ไม่ให้อีกคนมีโอกาสได้รับรู้
“อือ” เสียงหวานหลุดครางในลำคอ ไอริสพยายามดิ้นเพราะเหมือนจะหายใจไม่ทัน แต่อีกฝ่ายที่ตั้งใจหาโอกาสไม่มีทางปล่อยให้หลุดไปได้ง่าย ๆ
ริมฝีปากที่ประกบจูบ เริ่มบดขยี้ลงบนความนุ่มหยุ่น สลับดูดดึงกลีบปาก เกิดเสียงอืออาในลำคอ สลับกับเสียงหอบหายใจที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ
ติ้ด!! ติ้ด!!
แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ ฟ่าค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ในขณะที่ไอริสได้จังหวะเบือนหน้าหนี เพื่อเก็บอากาศหายใจ
ติ้ด!
“อือ” ฟ่าตอบกลับปลายสายอย่างหัวเสีย เขาไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเบอร์ที่โทร. เข้ามานั้นเป็นใคร เพราะสิ่งที่สนใจก็คือเพื่อนของตัวเองที่เหมือนว่าจะกำลังหลับในตอนนี้
พอเมา แล้วก็นอนง่ายเหลือเกิน
(มึงอยู่ไหน) เสียงที่ได้ยิน ทำให้เขาต้องดึงโทรศัพท์ในมือมาดูหน้าจอ ก็ปรากฏเป็นชื่อ ‘ลูคัส’ ที่โทร. เข้ามา
“อยู่บ้าน”
(บ้านใคร) ถามแบบนี้ ก็หมายความว่ารู้อยู่แล้วน่ะสิ
“บะ...” ยังไม่ทันจะได้พูด เสียงของคนเมาก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน
“เสื้อใครวะ”
พึ่บ!
ไอริสโยนเสื้อที่คลุมตัวออกด้วยความหงุดหงิด แล้วพลิกตัวหันหลังให้เขา หลับไปโดยไม่สนใจว่ามีใครอยู่ด้วย
(บ้านเจ้าหญิง)
“มาส่งคนเมา”
(ทำอะไรหรือเปล่า) ถามแบบนี้หมายความว่าไง
“นั่นเพื่อน”
(มองเป็นเพื่อนจริงดิ) ถ้าคำถามแบบนี้ออกมาจากปากลาเดล จะไม่นึกสงสัยสักนิด
“ไอ้เหี้ยคัส”
(จะทำอะไรก็ระวังล่ะ เดี๋ยวเดินไม่ได้อีก)
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าตอนนั้นไอริสสะดุด กูไม่ได้ทำอะไร”
(แต่กูเคยพูดแกล้ง ไอริสไม่เห็นปฏิเสธ ยังทำเหมือนเขินแล้วก็วางสายหนี ไม่ใช่ว่าช่วยกันปิดบังกู) เขาเองก็พึ่งรู้ว่าไอริสมีปฏิกิริยาแบบนั้น ก็แค่สะดุดแล้วเจ็บขา อธิบายไปเพื่อไม่ให้คัสพูดมากก็จบ แต่กลับเขินแล้วไม่ทำเนี่ยนะ
“คงรำคาญมึงละมั้ง แล้วโทร. มาทำไม”
(เสียงแข็งว่ะ โมโหที่กูโทร. มาขัดจังหวะหรือไง)
“จะพูดยัง ถ้ายังกวนตีนกูจะได้วาง”
(ขี้หงุดหงิดจังครับน้องเมีย) ไม่น่าช่วยมันให้คืนดีกับฟี่เลย ควรปล่อยให้อยู่ในสภาพหมาถูกทิ้งซะก็ดี
“โทร. มากวนตีน”
(ใช่)
“...” ไอ้หี้-นี่มัน...
(กลับได้แล้วมั้ง เดี๋ยวก็เผลอทำอะไรเพื่อนตัวเองเข้าหรอก) เริ่มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมไอริสถึงเลือกที่จะวางสายคัสแทนการอธิบาย ก็มันกวนตีนแบบนี้
“แค่นี้แหละ รำคาญ”
ติ้ด! และเขาก็ตัดสายลูคัสทันที
นัยน์ตาคมหันกลับไปมองยังหญิงสาวที่กำลังหลับ ตอนนี้ก็ต้องให้นอนแล้วละ ยังไงสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่มีทางจำได้ ส่วนเขาก็แค่กลับไปอยู่ในที่ของตัวเองอย่างปกติ
วันต่อมา เวลา 11.45 น.
“อื้อ ~”
แขนเรียวทั้งสองข้างยกชูขึ้นเหนือหัว บิดขี้เกียจไปมา ในขณะที่ดวงตาค่อย ๆ ลืมขึ้นมองไปรอบตัว สภาพห้องคุ้นตา และสภาพตัวเองที่อยู่ในชุดเดิม
พึ่บ!
แต่แล้วก็มีภาพความทรงจำวิ่งเข้ามาในหัว เมื่อคืนฉันฝัน แล้วเป็นฝันที่เหมือนจริงมาก มันเหมือนเกินไป! ในความฝันที่กำลัง จะ จูบกับฟ่า กรี๊ด! ฉันไม่เคยจูบกับใครเลยนะ แล้วนี่ก็ไม่ใช่การฝันครั้งแรกด้วย
ทุกครั้งจะต้องเป็นฟ่า
พึ่บ!
ร่างบางทิ้งตัวนอนหงายหลังลงไปกับเตียงอย่างคนเสียสติ มือทั้งสองยกขึ้นปิดใบหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบเป็นบ้า แล้วจูบ ลิ้น สัมผัส รับรู้ได้ถึงแม้กระทั่งกลิ่นบุหรี่
ถ้าฝันชัดเจนขนาดนั้นจะนอนต่อแล้วนะ กรี๊ด!
พึ่บ!
แล้วฉันก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ใช้มือยีหัวตัวเองเมื่อไปนึกถึงเรื่องในความฝัน ว่าแต่เมื่อคืนใครมาส่งล่ะ ดวงตากลมกวาดสายตามองไปรอบตัว ก็พบเข้ากับเสื้อแจ็กเกตสีดำที่ตกอยู่
“เสื้อใครวะ” มือเล็กยกเกาหัว
อยากรู้ก็ต้องรู้ให้ได้ ฉันพาตัวเองลงจากเตียง แล้วเดินไปหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเลื่อนหารายชื่อ จำได้ที่ลาเดลบอกว่าฟ่าจะเป็นคนพามาส่ง งั้นก็...
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด! ติ้ด!
(อือ...)
ฉันตัดสินใจโทร. หาฟ่า และทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสาย เสียงขานรับในลำคอกลับทำให้ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“ยังไม่ตื่นเหรอ”
(ตื่นแล้ว ตื่นตอนที่โทร. มานี่แหละ) ความจริงควรจะชินกับเสียงผู้ชายตอนตื่นใช่มั้ย แล้วยิ่งเป็นเพื่อนตัวเอง แต่ไม่เลย ไม่สักนิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ฟ่าหรือลูก้า ฉันก็กรี๊ด!
“...” ได้แต่กรีดร้องในใจ อย่างน้อยฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะ
(โทร. มามีอะไร หาว...) คนถูกปลุกไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ ฟ่าเพียงหาวใส่หู แล้วรับรู้ได้ถึงเสียงการพลิกตัวบนที่นอนจากฝั่งเขา
“มึงอยู่ไหน”
(...คอนโด)
“อยู่...กับใคร”
(...คนเดียว) เป็นการตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
“เมื่อคืนได้มาส่งกูหรือเปล่า”
(...) ไร้เสียงตอบกลับ หรือว่าไม่ได้สินะ
“ไม่ใช่มึงเหรอ พอดีเห็นเสื้อตกอยู่เลย”
(ออ กูไปส่ง นั่นเสื้อเดล) ยังพูดไม่จบ ฟ่าก็ตอบกลับมาให้หายสงสัย มาส่งแล้วจะคิดอะไรนานทำไม
“ออ...” หรือฝันจะเป็นเรื่องจริง แล้ว...มันจะเป็นเรื่องจริงได้ยังไง ก็ถูกมองว่าเป็นแค่เพื่อนมาตลอด
(มีอะไรหรือเปล่า) คำถามของฟ่า ทำให้ฉันได้สติกลับมา
“มึงมาส่งกู แล้วเด็กมึงล่ะ”
(อยากรู้อีกแล้วนะ) ฟ่าก็โดนถามแนวนี้ประจำ ฉันทำตัวเป็นเพื่อนเจ้าปัญหาสำหรับเขามาตลอดนั่นแหละ
“กูถามก้า ก้ายังตอบเลย ทำไม มึงไม่อยากตอบเหรอ”
(ก็ตอบได้ เสร็จก็ไปรับมึงไง) ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ยังจะขยันถามหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บ
“ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะ ถ้าไม่มีมึง กูก็มีก้า มีเดลอีก เรียกไอ้คัสก็ได้”
(เจ้าหญิงเอาแต่ใจจังครับ น้อยใจเพื่อนใช่มั้ยอาการแบบนี้)
“เปล่า ไม่อยากรบกวนไง ของแบบนั้นเสร็จก็ต้องพักผ่อน”
(รู้ดีอีกแล้ว)
“เออ ไม่กวนแล้ว พักผ่อนไปเถอะ”
(งอนอะไรกูเนี่ย ไหนพูดมา)
“ไม่งอน กูแค่จะไปอาบน้ำเพราะพึ่งตื่นเหมือนกัน”
(แล้ววันนี้จะไปไหน)
“ไม่ไป พักผ่อน” ให้ฉันพักบ้างเถอะ
(คืนนี้ไปไหนมั้ย) ถามแบบนี้ คิดว่าฉันงอนแล้วจะง้อสินะ
“ไม่ไป จะดูซีรีส์ แค่นี้นะ บาย ติ้ด!”
พึ่บ!
วางสายเสร็จก็ปล่อยโทรศัพท์ในมือลงบนที่นอน พร้อมกับทิ้งตัวนอนหงายหน้า สายตาจ้องมองเพดานห้อง ฉันควรจะชินกับเรื่องแบบนี้ได้แล้วนะ ยังไงก็เป็นได้แค่นี้นี่
วันเดียวกัน เวลา 19.15 น.
(เธอจะพบคนที่เธอรัก...และมอบทั้งชีวิตให้ได้...ฉันจะคอยดู)
เสียงสนทนาจากซีรีส์ที่กำลังดูมันดังก้องไปทั่วทั้งห้องดูหนังภายในบ้าน เมื่อหลุดออกจากหน้าที่ที่ตัวเองเป็น ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับสิ่งที่อยากทำ
ยังไงเพื่อนทุกคนก็มีชีวิตที่เป็นของตัวเอง ต่อให้เราสนิทกันมากแค่ไหน ยิ่งฟี่ที่กำลังท้องในตอนนี้แล้วด้วย ฉันจะชวนเธอไปไหนมาไหนก็ต้องเกรงใจคัส พวกเขาแต่งงานกันแล้วนี่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! กริ๊ก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วตามด้วยประตูที่เปิดออก ฉันยังไม่ทันอนุญาตเลย บอกแล้วไงว่าไม่ให้ขัดจังหวะช่วงเวลาดูหนังของฉัน
“เราบอกว่าไม่ให้...มาทำไม?”
ทันทีที่หันไปมอง ปากที่กำลังเอ่ยดุก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา
“ว่าง เลยมาหา” ลูก้าเดินตรงมาหาฉัน แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างกาย
“มาหากูเนี่ยนะ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเอง
“เออ”
“เป็นอะไร อกหักเหรอ” ฉันจ้องหน้าลูก้าตาแป๋ว ปกติหาตัวยากยิ่งกว่าอะไรซะอีก จะเจอทีต้องใช้คำสั่ง
“อย่างกูเนี่ยนะ”
“จ้าคนหล่อของเพื่อน แต่นานมาก นานแบบนานมาก ๆ ที่มึงจะโผล่มาเจอกูโดยไม่ต้องสั่ง”
“ก็วันนี้มันเวรกูด้วยไง ถ้ามึงพูดแบบนี้กูกลับแล้วนะ” ก้าไม่ได้พูดเล่น เขาลุกขึ้นยืนเตรียมเดินไปทางประตู แต่ฉันกอดเข้าที่ขาเอาไว้พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง
“อย่าขี้น้อยใจดิ อยู่ด้วยกันก่อน มึงก็รู้ว่ากูขี้เหงา” ดวงตาสีฟ้ากะพริบมองเขาปริบ ๆ ตามประสาของคนขี้อ้อน
“มืออย่าเลื่อนขึ้นมาสูงได้มั้ย เอาออกไป” เพราะกอดขาก้าไว้ข้างหนึ่ง แล้วยังเป็นช่วงต้นขาซะด้วย
“แค่นี้ทำมากลัว” พูดจบก็ปล่อยมือออก ซึ่งก้าก็นั่งลงตามเดิมด้วยเช่นกัน
“กูก็เสียวเหมือนกันนะ”
“ให้กูจับอย่างอื่นมั้ยล่ะ จะได้เสียวเหมือน ๆ กัน” ฉันชูมือขยำไปมาตรงหน้าก้า พร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ก้า
“แล้วให้กูจับคืนบ้างมั้ยล่ะ” นัยน์ตาคมปาดมองมาที่ฉัน
“มึงหวงตัวแต่กับกูไงก้า”
“มึงเป็นผู้หญิงไอริส” ก้าดูเหนื่อยใจทุกครั้ง ที่ฉันเอาแต่ใจแบบนี้
“เด็กมึงก็มีแต่ผู้หญิงก้า” ไม่เข้าใจ เพื่อนมีแต่พวกหวงตัว
“ไอริสเป็นเจ้าหญิงนะครับ ช่วยอยู่นิ่ง ๆ อย่าต้องให้ลากไปผูกไว้กับประตู” ประโยคแรกก็พูดเสียงนุ่มนวลอยู่หรอก แต่ประโยคหลังเหมือนอยากจะทำจริงยังไงก็ไม่รู้
“ขี้งก มีแต่พวกขี้งก” ฉันกอดอกอย่างขัดใจ สายตาจ้องมองไปยังจอขนาดใหญ่ที่กำลังฉายซีรีส์ตรงหน้า
“แต่ละอย่าง” ลูก้านั่งลงตามเดิม สายตามองตรงไปยังหน้าจอเช่นกัน
“แล้วคิดยังไงมาหากู”
“ก็ตอบไปแล้วว่าว่าง” ก้าตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉันลอบมองไปยังใบหน้าคนข้างกาย ซึ่งเขายังคงสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ก้า”
“อือ”
“คัสแต่งงานแล้ว มันดูเป็นยังไงบ้าง”
“รักเมีย หลงเมียสุด ๆ แต่ก็ทำงานในส่วนของตัวเองได้ดีเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าตามติดเมียจนไม่ทำอะไรเลย”
“ก็คนสมหวังนี่เนอะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง แต่คนหูดีอย่างก้าเขาได้ยินสิ่งที่ฉันพูดอย่างชัดเจน
“อยากสมหวังแบบไอ้คัสบ้างหรือไง”
“เปล่า แค่ดีใจที่สองคนนั้นสมหวัง”
“อ้อ เหรอ” ก้ามองด้วยสายตาจับผิด ฉันจึงหันไปสบตากับลูก้า
“สายตาแบบนั้นหมายความว่าไง”
“คิดว่าไปแอบชอบใครเขา แล้วไม่สมหวังซะอีก”
“ไม่มีหรอกของแบบนั้น แล้วมึงเคยชอบใครมั้ยล่ะ” สายตาของเราจ้องมองกันภายใต้แสงจากจอทีวีขนาดใหญ่
“ไม่มี” พูดจบก้าก็ละสายตาจากฉัน
“ถ้ามึงบอกว่ามี กูจะตกใจมาก”
ถึงผู้หญิงรอบตัวก้าจะเยอะมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เห็นมีใครพิเศษและทำให้เขาพอใจได้สักคน ถึงก้าจะดูเป็นผู้ชายเจ้าชู้ แต่เขาก็ให้เกียรติผู้หญิงทุกคนเสมอ ยกเว้นฉันกับฟี่ที่ด่าเช้าด่าเย็น
“ก็อาจจะมีแหละ”
“ว้าว ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ฉันนั่งคุกเข่าบนโซฟาหันตัวไปหาก้า แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้
“ไม่ใช่เจ้าหญิงแน่นอนครับ” ลูก้าเองก็ยื่นหน้าเข้ามาหาด้วยเช่นกัน
“กูรู้ ไม่ต้องย้ำ เคยสวยในสายตาพวกมึงด้วยเหรอ” ริมฝีปากบางเบะใส่เพื่อนตัวเอง พวกตาถั่ว
กริ๊ก!
แต่แล้วจู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก ฉันกับก้าที่ยังอยู่ในสภาพใบหน้าใกล้กัน หันไปมองตามเสียงก็พบกับผู้ชายเดินเข้ามา
“พวกมึงทำอะไรกัน” ฟ่ามองภาพตรงหน้า ในขณะที่สองเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนหลังโซฟาที่พวกเรานั่งอยู่
“คุย” ลูก้าตอบด้วยน้ำเสียงปกติ สภาพในตอนนี้มันน่าคิดว่าทำอะไรกันมากหรือไง
“อือ เหรอ” สายตาของฟ่ามองเราทั้งคู่สลับกันไปมา
คำว่า ‘เหรอ’ ที่ฟังดูยังไงก็เหมือนว่าไม่พอใจ
บทพิเศษ (ลาเดล)ณ คฤหาสน์ตระกูลมัสชิโม่“ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ลาเดลเลือกที่ไหน” คำถามของพ่อทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวเลือกระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จีนที่แสนวุ่นวาย เขาไม่ได้ชอบความยุ่งยากและผู้คนเท่าไรนัก แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่างกัน ในเมื่อเทียบแล้ว...“ญี่ปุ่นครับ”“เดลไปญี่ปุ่น”“ไปญี่ปุ่น ประจำเหรอครับ?”“ใช่ พ่อคิดว่าจะดูแลกันไปเลยดีกว่า แบ่งกันไปเลย”“แล้วเซียล่ะ” ซินเซียยกมือถาม“เซียก็อยู่กับแม่ไง” น้องสาวคนเล็กที่ไม่มีใครยินยอมให้ไปไหนแน่นอน“เซียอยากไปจีนค่ะแม่” ซินเซียพุ่งตัวเข้าไปกอดแม่เอาไว้ “ไม่ได้ เซียต้องอยู่กับพ่อสิ” พ่อก็ช่วยพูดด้วยอีกคน“ก็ได้” ดูเด็กอยากเที่ยวจะถูกขัดใจเป็นครั้งแรก แต่การวางตัวของพ่อมันก็ดีอยู่แล้ว “เซียต้องดูแอซเซอร์ พี่คัสต้องดูมัสชิโม่ พี่เดลไปญี่ปุ่น ส่วนพี่ก้า...ไปจีน” ก้าละสายตาจากโทรศัพท์ หันมาสบตากับพ่อ“ไปจีน” ลูก้าชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“อือ ลาเดลเตรียมตัวไปเดือนหน้านะ ส่วนก้าก็แล้วแต่ ตามนี้” พ่อสรุปทุกอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นมาหาแม่ จูงมือกันออกไปจากห้อง ท่ามกลางสายตาของลูก ๆหวานกันไม่มีวันจบสิ้นจริง ๆ“ทำไมมึงไม่ถูกกำหนดว
ด้านบรรดาผู้ใหญ่ที่ยืนมองคู่บ่าวสาวตรงหน้า ในบรรดาแม่ ๆ นั้นต่างมองพวกลูกของตัวเองด้วยแววตาปลื้มใจ แต่มีพ่ออยู่หนึ่งที่ดูจะเริ่มออกอาการหวงลูกสาวชัดขึ้นเรื่อย ๆ“เป็นอะไรคะฮาเซล” เคทถามสามีตัวเองด้วยความสงสัย“เปล่าครับ” เขาตอบกลับภรรยาตัวเอง แต่สายตาก็ยังมองที่ลูกสาวเพียงคนเดียว“ขนาดน้องสาวยังหวง แล้วนี่ลูกสาวจะขนาดไหน” สเตฟานที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้น“ก็แค่เป็นห่วงลูก ไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นมั้ย” ฮาเซลมองไปยังผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่“ฟ่าก็รักเดียวเหมือนพ่อแหละครับ” การ์เนทที่ปกป้องลูกชายตัวเองเช่นกัน“ให้พูดใหม่อีกที/ให้พูดใหม่อีกที” แต่สองเสียงที่เกิดขึ้นมาจาก มาร์ชินกับคิน น้องชายของคิม“มีปัญหาอะไรสองคนนี้ แล้วลูคัสไม่รู้ได้นิสัยพ่อมาบ้างหรือเปล่า เริ่มกลัวเหมือนกัน” การ์เนทเปลี่ยนเป้าหมายไปที่มาร์ชินกับคิน แต่เขาไม่สามารถทำอะไรคินได้ เลยตรงไปที่มาร์ชินแทน“นี่ก็รักเดียวเหมือนกัน” มาร์ชินพูดด้วยความมั่นใจ ในขณะที่เฮเลนมองสามีตัวเองแล้วขมวดคิ้ว“เหมือนอยากจะพูดอะไรนะเฮเลน” เคทเป็นคนเปิดทางให้เพื่อนตัวเอง“ก็ต้องรักเดียวสิ ไม่รักเดียวฉันก็หย่า แล้วไม่เก็บใครไว้ทั้งนั้น” เฮเลน
เช้าวันต่อมาครืด!“ขออนุญาตนะคะเจ้าหญิง”ผ้าม่านถูกดึงเลื่อนปิดมิดชิด จากนั้นพยาบาลที่เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็เริ่มจัดการลงมือปลดกระดุม วันนี้หมอจะมาเปิดตาเพราะอาการของฉันไม่ได้หนัก เพียงแค่ใช้เวลาฟื้นฟูเองตามเวลาเท่านั้นตอนนี้อยากแกะผ้าปิดหน้าออกเต็มที“อุ้ย!” เสียงของพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกัน แต่เป็นเพียงเสียงอุทานเบา ๆ เท่านั้น“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เสียงของแม่ถามเข้ามาด้วยความตกใจ คงเพราะได้ยินพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกันสินะ“ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ ขออนุญาตเช็ดตัวนะคะเจ้าหญิง”“ค่ะ” ฉันตอบกลับทุกคนเป็นอนุญาต“เมื่อวานไม่มีนะ แต่วันนี้...ทั้งตัวเลย” ถึงจะเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ฉันก็หูดีมากพอที่จะได้ยิน“อะไรกันเหรอคะ” นี่ฉันเริ่มอยากรู้แล้วนะ“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”“มีแน่ ๆ” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไม่มีหรือว่าฟ่า...“เรียบร้อยค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักคุณหมอจะมาตรวจดวงตาของเจ้าหญิงนะคะ” พยาบาลรีบพูด หลังจากจัดการสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ฉันเรียบร้อย แล้วพวกเขาก็รีบออกจากห้องไปทันที“ไอริสเจ็บตามั้ยลูกหรือว่าปวดตรงไหนมั้ย” ป้าคิมที่มาเยี่ยม เข้ามาหยุดยืนข้างเตียงแล้วใช้มือลูบหัวฉันด้วยความเป็นห่วง“ไม่เจ็บเล
“ฟ่าไปช้ามั้ย” ฟี่นั่งอยู่ข้างเตียงถามขึ้น มือของเธอกุมมือเอาไว้“ไม่เลย ถือว่าทำเวลาได้ดีมาก” ถึงจะมองไม่เห็นในตอนนี้ แต่ฉันรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของฟี่จากแรงบีบที่มือได้อย่างชัดเจน“จะไม่ถามว่าผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ที่ไหน จะถามแค่ว่าเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยฟ่า” ฟี่ถามไปที่ฟ่า ฉันเองก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ“อือ” เสียงขานตอบกลับในลำคอเพียงสั้น ๆ“จัดการไปไหน ให้ลาเดลเหรอ” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้“เปล่า ฟ่ามันเลี้ยงไว้เป็นเมียน้อยมั้ง” เสียงลาเดลตอบกลับมา ส่วนคำตอบนั้น...“เพื่อนกูจริงหรือเปล่าวะเนี่ย เอาเป็นว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรมากวนใจแล้วต่อจากนี้” ฟ่ารีบสรุปให้ฉันเข้าใจ แต่เหมือนเดลจะปั่นประสาทยังไม่พอใจ“ต่อหน้าเมียก็พูดแบบนี้แหละ ขนาดตอนไอริสตาดีมึงยังมองผู้หญิงคนอื่นเลย แล้วตอนนี้ปิดตาอยู่พยาบาลจะรอดมั้ย”“มองที่ไหน” ฉันถามขึ้นด้วยความอยากรู้“อ่าว ปกติไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ นี่ ทำไมมาเชื่อไอ้เดล” ฉันรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ จากนั้นก็ตามมาด้วยสัมผัสอุ่นที่หัว ฟ่าลูบหัวฉันอย่างเบามือ“เดลคือคนที่รู้เยอะที่สุด” ฟี่เป็นคนขยายความให้ชัดขึ้น“แต่ไม่น่าเชื่อถือที่สุด” แ
เวียนหัวจัง...อาการที่เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงจะไม่ได้รุนแรงในทันที แต่ถ้าฉันรับมันเข้าไปมากเกินไป ก็ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้เหมือนกันและอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเธอรู้เรื่องที่ฉันแพ้ได้ยังไงก็คงไม่ต้องไปสงสัยมาก คงเป็นญาติของฉันที่บอก แต่เมื่อรู้ว่าแพ้แล้วยังเอามาใกล้ฉันแบบนี้หลงใหลจนต้องการครอบครองไว้เพียงผู้เดียว โดยไม่สนว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตามพึ่บ!ร่างบางทรุดลงกับพื้น สายตาเริ่มพร่าเลือน มือก็พยายามยกปิดจมูกเอาไว้ สูดอากาศเข้าให้น้อยที่สุด เดี๋ยวสิ...จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ“เจ้าหญิง...” เสียงหวานพึมพำ ๆ ในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ฉันมาเดลินย่อตัวนั่งลงตรงหน้า เธอเอื้อมมือมาสัมผัสข้างแก้ม ยิ่งเธอเข้ามาใกล้ฉันก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัวรุนแรงขึ้น การหายใจเริ่มติดขัดเกสรคาโมมาย ติดอยู่ที่ตัวของเธอด้วย“...” ฉันเหมือนคนวิ่งรอบสนามมา 10 รอบเลย ตอนนี้หายใจติดขัดมาก“ทำไมจำฉันไม่ได้ล่ะ ทั้งที่วันนั้นเราไม่เคยเจอกันแต่พระองค์ก็เข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล ฉันไม่มีโอกาสขอบคุณเลย...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก” แววตาของเธอกำลังแสดงความขอบคุณจริง ๆเรื่องที่เธอพูด ผูกกับเรื่องที่ฉันคุยกับฟี่ มันคือเรื่องเดี
ก่อนวันเกิดฟ่า-ฟี่ ณ ร้านอาหาร เวลา17.00น.“ว้าว...สวยมาก” ฟี่แกะกล่องของขวัญด้วยความตื่นเต้น สร้อยข้อมือที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับเพื่อนของฉันวันสำหรับฉันกับฟี่ประจำเดือนนี้ ถูกนัดขึ้นก่อนวันเกิดเธอ 1 วันเพราะสามีสุดที่รักของฟี่ จะพาไปเที่ยวฉลองวันเกิดความประสาคนคลั่งรักเมีย“แกชอบฉันก็ดีใจนะ”“ดูก็รู้ว่าออกแบบด้วยตัวเอง ดอกไอริส” ฟี่ยื่นแขนมาให้ฉันใส่สร้อยข้อมือให้เธอ“น่ารักนะ หมายถึงดอกไม้นะไม่ใช่แก” ฉันใส่สร้อยให้ฟี่ สายตาของคนตรงกันข้ามมองด้วยความหมั่นไส้“รู้ค่ะ อุ้ย! อยากดูกล่องนั้นจังเลยค่ะ มีอะไรอยู่น้า ~” ฟี่มองไปยังถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างฉัน“เหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องดู”“มันต้องพิเศษกว่าสิ ก็ของแฟนนี่” ฟี่ที่แซวเรื่องฉันกับฟ่าไม่เคยหยุด แกล้งทุกครั้งที่เจอ“ก็แน่อยู่แล้ว เป็นเพื่อนก็เอาไปแค่นั้นแหละ” สามีฟี่ก็น่าหมั่นไส้เหมือนกัน ยิ่งท้องโตขึ้นคัสก็ยิ่งตามติด ถึงจะงานเยอะก็ส่งคนเฝ้ามา 10 คน ทีฉันมันบอกให้ดูแลตัวเองบ้าง มีมือ มีเท้า“เฮอะ! ใช่สิ” ฟี่เบะปากใส่ด้วยความน่าหมั่นไส้“ไหนขอจับท้องหน่อย” ฉันลุกขึ้นแล้วจากตัวไปข้างหน้า ยื่นมือไปแตะท้องอายุครรภ์ 4 เดือนของฟี่ ภายใน







