Se connecter“เมาแล้วก็นอน เดี๋ยวมีคนไปส่ง” เดลไม่สนใจสิ่งที่ฉันทำลงไป ทุกอย่างมันคือภาพชินตาสำหรับเขา
“เดล ~ อย่ามีแฟนนะ” ร่างบางพุ่งตัวเข้าไปกอดแขนคนข้างกายเอาไว้
“อือ ไม่มีหรอก กลัวได้แบบนี้” สายตาของเราทั้งคู่หันมามองกัน ว่าฉันอีกแล้วใช่มั้ย!
“กูปล้ำมึงจริง ๆ นะเดล” ภายนอกที่ประชาชนเห็นกับเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เก็บแรงไว้อ้วกเถอะ จะหลอกไปขายก็ไม่ได้ราคา สิ่งที่ตลาดต้องการตอนนี้คือสมอง แต่เจ้าหญิงดันไม่มี” เจ็บจนหายใจไม่ออก
“ปากดีแบบนี้ขอจูบหน่อย” ไม่ได้พูดเล่น ฉันพุ่งตัวเข้าไปหาลาเดลจริง ๆ การทะเลาะเล็ก ๆ ของเราเริ่มขึ้น ลาเดลใช้ความอดทนอย่างมากที่จะไม่ฆ่าฉันตาย
“อยากจูบใครบางคนที่ไม่ใช่กูใช่มั้ย” ลาเดลยกมือขึ้นจับปลายคาง บังคับให้สบตาตัวเองตรง ๆ
“เดล” รู้อะไรมาหรือไง ฉันทำตัวปกตินะ
“กลับไปนั่งดื่มดี ๆ สิ่งที่รู้มาจะยังเป็นความลับตลอดไป”
พึ่บ!
สิ้นเสียงร่างบางรีบกลับไปนั่งในท่าเดิม แล้วเอื้อมมือหยิบขวดเหล้ามากระดก รีบเมารีบนอน
(ฟ่า)
ตู๊ด ตู๊ด! ติ้ด!
“อือ” เสียงทุ้มขานรับปลายสาย เอียงหน้ากดโทรศัพท์แนบไว้กับไหล่ ในขณะที่กำลังติดตะขอกางเกง หลังจากอาบน้ำชำระคราบคาวเลือดออกจากตัว
(เมาแล้ว มาจัดการด้วย) เสียงของลาเดลดังขึ้นจากปลายสาย
“เออ แล้วมึงจะเอายังไงต่อ”
นัยน์ตาคมมองไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่นอนสลบอยู่บนพื้น อดีตเจ้าของโรงแรมที่เบรย์เดนเคยใช้จัดงานเลี้ยงสร้างปัญหานั่น อดีตเจ้าของโรงแรมที่ตอนนี้ย้ายเข้ามาอยู่ในมือพวกเขาเต็มตัว
หลังจบงานเลี้ยงมันก็หายตัวอย่างไร้ร่องรอย ถึงปากจะบอกว่าขอให้เราคุ้มครอง แต่มันก็แค่การแสดงละครเท่านั้น เรื่องเดคิสจะมาที่โรงแรมมันก็ไม่บอก แล้วยังให้ความร่วมมือเบรย์เดนลับ ๆ
การตามหาตัวเล่นเอางานหนักพอสมควร เพราะการช่วยเหลือจากหลายฝ่าย พอพบตัวก็เจอช่วงที่เราทุกคนเข้าประชุม เหมือนตั้งใจให้คลาดสายตา แต่มันต่างหากที่ไม่คลาดสายตาไปจากลูคัส
ขนาดมีสภาพนี้ยังไม่ยอมอ้าปากพูดว่าใครเป็นคนช่วย อีกฝ่ายมีอิทธิพลมากขนาดนั้นเลยหรือไง ฟ่าใช้ปลายเท้าเปล่าเขี่ยใบหน้าของผู้ชายที่นอนสลบ เช็กลมหายใจว่ายังมีอยู่มั้ย แค่ยังไม่ตายตอนนี้ก็ถือว่าโอเค
(ห้ามให้มันตาย กูดีลที่ญี่ปุ่นไว้แล้ว) ลาเดลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เออ”
(เดี๋ยวกูไปจัดการต่อ ส่วนมึงมารับไอริสไปนอน จะปล้ำกูไปหลายรอบแล้ว) สิ่งที่ลาเดลพูดทำเอาคนได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว
“ปล่อยให้เมาขนาดนั้นทำไม”
ไอริสที่เมาเมื่อไหร่ ใครพูดไม่ถูกใจเอะอะถึงตัวตลอด ต้องคอยคุมเอาไว้ไม่ให้ห่าง ถึงจะรู้ว่าเธอเป็นแค่กับเพื่อนไม่กี่คนก็เถอะ แต่ยังไงก็ให้คลาดสายตาไม่ได้
(มึงกับก้าจะไปไหนไม่ยอมบอก งอนก็เลยดื่ม) บางเรื่องก็ยังพูดไม่ได้ไง
“เออ เดี๋ยวกูไปจัดการ มึงก็มาจัดการทางนี้ได้แล้ว”
(กำลังไป) เสียงทางลาเดลก็เหมือนคนพูดในขณะที่กำลังเดินอยู่ด้วย
“แล้วไอริสล่ะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่มีใครอยู่ด้วยแล้วยังปล่อยทิ้งไว้ทั้งสภาพเมา
(ทิ้งไว้ในห้อง) ให้ได้แบบนี้สิ!
ณ ห้องทำงานภายในคลับของลาเดล
กริ๊ก! แอ๊ด ~
เสียงประตูเปิดออก ก่อนจะตามด้วยร่างสูงเข้ามายังภายในห้อง สองเท้าก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนข้างโซฟาตัวยาว นัยน์ตาคมมองไปยังหญิงสาวในชุดเดรสสั้นเข้ารูป ถูกคลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตสีดำ
พึ่บ!
ร่างบางพลิกตัวหันหลังให้เขาทำให้เสื้อตกลงจากตัว ผิวขาวโผล่พ้นชุดล่อสายตาของคนที่มองอยู่ ถ้าไม่ใช่เขาที่เข้ามาในห้องนี้ล่ะ ถึงเดลจะล็อกประตูห้องอย่างดี แต่ก็อดที่จะคิดไม่ได้
“ไอริส” เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วใช้มือเขย่าแขนให้อีกฝ่ายได้รู้สึกตัว
เงียบ...
ไร้เสียงตอบกลับ ไม่มีแม้แต่จะรู้สึกตัวด้วยซ้ำ ไอ้เดลปล่อยให้ดื่มหนักขนาดไหนเนี่ย
เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนตัวเองก็ทำได้แค่ถอนหายใจ เขาเอาเสื้อมาคลุมตัวไอริสเอาไว้ตามเดิม แล้วสอดแขนเข้าใต้เรียวขาทั้งสอง แขนอีกข้างสอดรองแผ่นหลัง แล้วออกแรงอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาอยู่บนอ้อมแขน
“อืม...” เสียงพึมพำดังขึ้นเป็นระยะจากคนเมา ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไอริสเมา เขาจะเป็นคนอาสาดูแลเธอเสมอ โดยที่ทุกคนไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไร
ณ คฤหาสน์ส่วนตัวของไอริส
“งืม งืม ~”
เสียงพึมพำจากหญิงสาวในอ้อมแขนเล็ดลอดมาให้ได้ยิน ตั้งแต่ที่ถูกพาตัวออกจากห้องทำงาน จนกระทั่งถึงบ้านของตัวเอง สองมือเล็กกำอกเสื้อคนอุ้มไว้แน่น พร้อมกับซุกหน้าถูไถไปมาอยู่ไม่สุข
พึ่บ!
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างเบามือ แต่ยังไม่ทันจะเอาแขนออกจากใต้ร่าง ดวงตาสีฟ้าก็ค่อย ๆ ปรือจ้องเขาด้วยอาการเมา
จ้อง...
เหมือนสมองกำลังประมวลผล วิเคราะห์ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร คนถูกจ้องก็จ้องกลับด้วยเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างสบสายตา จนในที่สุดเสียงหวานก็เอ่ยเรียกชื่อเบา ๆ
“ฟ่า...”
“อือ”
พึ่บ! เพียงได้ยินเสียงขานรับจากอีกฝ่ายก็ยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เพราะอาการเมา ทำให้ร่างกายเริ่มทรงตัวไม่อยู่
“...” ภายในห้องเข้าสู่ความเงียบ ดวงตาสีฟ้าไล่มองตามลำตัวคนตรงหน้า
“สงสัยอะไร พูดออกมาเลย” ฟ่าถามกลับด้วยความสงสัย แล้วนั่งลงบนเตียงข้างไอริส
“ก่อนไปไม่ได้ใส่เสื้อตัว...”
จึก!
นิ้วชี้จิ้มเข้าที่กลางอก ดวงตาสีฟ้ายังคงมองที่เขา ถึงจะเมายังไงแต่ภาพจำของทุกคน เธอยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี และแม่นยำมาก
“เปลี่ยนชุดไง ที่บ้านมีเครื่องซักผ้า” เขาตั้งใจพูดกวนประสาท เพราะรู้ดีว่าไอริสกำลังสื่อถึงเรื่องอะไร
“ออ กลับไปทำที่บ้านตัวเองนี่เอง” พูดจบไอริสก็เตรียมทิ้งตัวลงนอน แต่กลับถูกมือหนาคว้าแขน แล้วดึงหันกลับมาทางเขาตามเดิม
“ทำที่บ้าน? ทำอะไร”
“อ่า พูดได้ใช่ปะ...”
“พูดมาเลย” เขาตั้งใจฟังสิ่งที่ไอริสกำลังจะพูด
มือเล็กค้ำลงข้างลำตัว พร้อมกับพาตัวเองขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าเยิ้มยื่นเข้าไปใกล้ เอียงใบหน้าดมข้างต้นคอ แล้วเลื่อนใบหน้ามาจดจ่อในระดับเดียวกับเขา
“คิดว่าจะมีกลิ่นน้ำหอมของเด็กคนไหนติดมาซะอีก มึงเล่นอาบน้ำกลบหมดเลย”
“เสร็จแล้วก็ต้องอาบน้ำสิ เป็นเรื่องที่ใครก็ทำกัน” คนเมาโอนเอนไปตามแรงโน้มถ่วง จนฟ่าต้องใช้มือรองแผ่นหลังประคองเอาไว้ไม่ให้ล้มหงายไป
“ก้าทำปะ...”
“หึ...ทำ” พยายามกลั้นขำให้ความอยากรู้ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถาม เมาทีไรสงสัยทุกเรื่องไปหมด แต่เขาก็ชอบให้เธอเมา
“แล้ว...จูบปะ”
“...”
“แต่ทำเรื่องอย่างว่า ก็ต้องจูบ...เนอะ” ปากพูดเหมือนแหย่เล่น แต่สายตาเหมือนอยากได้ยินคำตอบที่แท้จริง
“มึงถามเรื่องจูบบ่อยจัง อยากจูบหรือไง”
“กูถามบ่อยเหรอ ~”
“ทุกครั้งที่เมา” และเมื่อสร่างเมาก็จะจำสิ่งที่พูด หรือทำลงไปไม่ได้ นี่แหละเจ้าหญิงไอริสเวลาเมาแล้วอยู่กับเพื่อน
“แล้วจูบมันรู้สึกยังไง”
“...” นัยน์ตาคมมองใบหน้าของไอริสที่ขยับเข้ามาใกล้
“ต้องทำยังไง...”
“ขยับเข้ามาอีกนิด” ฟ่าใช้มือข้างหนึ่งจับปลายคางแล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากล่างอย่างเบามือ แขนอีกข้างยกรั้งเอวบางดึงชิดเข้าหาตัว แล้วโน้มใบหน้าลง
“...” ดวงตากลมจ้องมองเขาอย่างกับเด็กรอคำสั่ง
“อ้าปากขึ้นหน่อย”
“แบบหนาย~”
“แค่นิดเดียว” คำสั่งจากอีกฝ่าย ที่ไอริสทำตามอย่างว่าง่าย
ริมฝีปากบางยกเผยอเพียงเล็กน้อย ก็ถูกปากของคนตัวสูงประกบจูบลงมา ถึงแม้จะอยู่ในอาการเมา แต่ก็รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น มือเล็กทั้งสองข้างยกดันไหล่กว้างออกห่างตัวอย่างอัตโนมัติ
“อือ” เสียงทักท้วงในลำคอที่ตามมาด้วยแรงผลัก
“อย่าเม้มปาก” เสียงแหบพร่าออกคำสั่ง และเริ่มกดจูบทับลงมาอีกครั้ง
บทพิเศษ (ลาเดล)ณ คฤหาสน์ตระกูลมัสชิโม่“ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ลาเดลเลือกที่ไหน” คำถามของพ่อทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวเลือกระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จีนที่แสนวุ่นวาย เขาไม่ได้ชอบความยุ่งยากและผู้คนเท่าไรนัก แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่างกัน ในเมื่อเทียบแล้ว...“ญี่ปุ่นครับ”“เดลไปญี่ปุ่น”“ไปญี่ปุ่น ประจำเหรอครับ?”“ใช่ พ่อคิดว่าจะดูแลกันไปเลยดีกว่า แบ่งกันไปเลย”“แล้วเซียล่ะ” ซินเซียยกมือถาม“เซียก็อยู่กับแม่ไง” น้องสาวคนเล็กที่ไม่มีใครยินยอมให้ไปไหนแน่นอน“เซียอยากไปจีนค่ะแม่” ซินเซียพุ่งตัวเข้าไปกอดแม่เอาไว้ “ไม่ได้ เซียต้องอยู่กับพ่อสิ” พ่อก็ช่วยพูดด้วยอีกคน“ก็ได้” ดูเด็กอยากเที่ยวจะถูกขัดใจเป็นครั้งแรก แต่การวางตัวของพ่อมันก็ดีอยู่แล้ว “เซียต้องดูแอซเซอร์ พี่คัสต้องดูมัสชิโม่ พี่เดลไปญี่ปุ่น ส่วนพี่ก้า...ไปจีน” ก้าละสายตาจากโทรศัพท์ หันมาสบตากับพ่อ“ไปจีน” ลูก้าชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“อือ ลาเดลเตรียมตัวไปเดือนหน้านะ ส่วนก้าก็แล้วแต่ ตามนี้” พ่อสรุปทุกอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นมาหาแม่ จูงมือกันออกไปจากห้อง ท่ามกลางสายตาของลูก ๆหวานกันไม่มีวันจบสิ้นจริง ๆ“ทำไมมึงไม่ถูกกำหนดว
ด้านบรรดาผู้ใหญ่ที่ยืนมองคู่บ่าวสาวตรงหน้า ในบรรดาแม่ ๆ นั้นต่างมองพวกลูกของตัวเองด้วยแววตาปลื้มใจ แต่มีพ่ออยู่หนึ่งที่ดูจะเริ่มออกอาการหวงลูกสาวชัดขึ้นเรื่อย ๆ“เป็นอะไรคะฮาเซล” เคทถามสามีตัวเองด้วยความสงสัย“เปล่าครับ” เขาตอบกลับภรรยาตัวเอง แต่สายตาก็ยังมองที่ลูกสาวเพียงคนเดียว“ขนาดน้องสาวยังหวง แล้วนี่ลูกสาวจะขนาดไหน” สเตฟานที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้น“ก็แค่เป็นห่วงลูก ไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นมั้ย” ฮาเซลมองไปยังผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่“ฟ่าก็รักเดียวเหมือนพ่อแหละครับ” การ์เนทที่ปกป้องลูกชายตัวเองเช่นกัน“ให้พูดใหม่อีกที/ให้พูดใหม่อีกที” แต่สองเสียงที่เกิดขึ้นมาจาก มาร์ชินกับคิน น้องชายของคิม“มีปัญหาอะไรสองคนนี้ แล้วลูคัสไม่รู้ได้นิสัยพ่อมาบ้างหรือเปล่า เริ่มกลัวเหมือนกัน” การ์เนทเปลี่ยนเป้าหมายไปที่มาร์ชินกับคิน แต่เขาไม่สามารถทำอะไรคินได้ เลยตรงไปที่มาร์ชินแทน“นี่ก็รักเดียวเหมือนกัน” มาร์ชินพูดด้วยความมั่นใจ ในขณะที่เฮเลนมองสามีตัวเองแล้วขมวดคิ้ว“เหมือนอยากจะพูดอะไรนะเฮเลน” เคทเป็นคนเปิดทางให้เพื่อนตัวเอง“ก็ต้องรักเดียวสิ ไม่รักเดียวฉันก็หย่า แล้วไม่เก็บใครไว้ทั้งนั้น” เฮเลน
เช้าวันต่อมาครืด!“ขออนุญาตนะคะเจ้าหญิง”ผ้าม่านถูกดึงเลื่อนปิดมิดชิด จากนั้นพยาบาลที่เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็เริ่มจัดการลงมือปลดกระดุม วันนี้หมอจะมาเปิดตาเพราะอาการของฉันไม่ได้หนัก เพียงแค่ใช้เวลาฟื้นฟูเองตามเวลาเท่านั้นตอนนี้อยากแกะผ้าปิดหน้าออกเต็มที“อุ้ย!” เสียงของพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกัน แต่เป็นเพียงเสียงอุทานเบา ๆ เท่านั้น“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เสียงของแม่ถามเข้ามาด้วยความตกใจ คงเพราะได้ยินพยาบาลร้องขึ้นพร้อมกันสินะ“ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ ขออนุญาตเช็ดตัวนะคะเจ้าหญิง”“ค่ะ” ฉันตอบกลับทุกคนเป็นอนุญาต“เมื่อวานไม่มีนะ แต่วันนี้...ทั้งตัวเลย” ถึงจะเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ฉันก็หูดีมากพอที่จะได้ยิน“อะไรกันเหรอคะ” นี่ฉันเริ่มอยากรู้แล้วนะ“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”“มีแน่ ๆ” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไม่มีหรือว่าฟ่า...“เรียบร้อยค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักคุณหมอจะมาตรวจดวงตาของเจ้าหญิงนะคะ” พยาบาลรีบพูด หลังจากจัดการสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ฉันเรียบร้อย แล้วพวกเขาก็รีบออกจากห้องไปทันที“ไอริสเจ็บตามั้ยลูกหรือว่าปวดตรงไหนมั้ย” ป้าคิมที่มาเยี่ยม เข้ามาหยุดยืนข้างเตียงแล้วใช้มือลูบหัวฉันด้วยความเป็นห่วง“ไม่เจ็บเล
“ฟ่าไปช้ามั้ย” ฟี่นั่งอยู่ข้างเตียงถามขึ้น มือของเธอกุมมือเอาไว้“ไม่เลย ถือว่าทำเวลาได้ดีมาก” ถึงจะมองไม่เห็นในตอนนี้ แต่ฉันรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของฟี่จากแรงบีบที่มือได้อย่างชัดเจน“จะไม่ถามว่าผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ที่ไหน จะถามแค่ว่าเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยฟ่า” ฟี่ถามไปที่ฟ่า ฉันเองก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ“อือ” เสียงขานตอบกลับในลำคอเพียงสั้น ๆ“จัดการไปไหน ให้ลาเดลเหรอ” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้“เปล่า ฟ่ามันเลี้ยงไว้เป็นเมียน้อยมั้ง” เสียงลาเดลตอบกลับมา ส่วนคำตอบนั้น...“เพื่อนกูจริงหรือเปล่าวะเนี่ย เอาเป็นว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรมากวนใจแล้วต่อจากนี้” ฟ่ารีบสรุปให้ฉันเข้าใจ แต่เหมือนเดลจะปั่นประสาทยังไม่พอใจ“ต่อหน้าเมียก็พูดแบบนี้แหละ ขนาดตอนไอริสตาดีมึงยังมองผู้หญิงคนอื่นเลย แล้วตอนนี้ปิดตาอยู่พยาบาลจะรอดมั้ย”“มองที่ไหน” ฉันถามขึ้นด้วยความอยากรู้“อ่าว ปกติไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ นี่ ทำไมมาเชื่อไอ้เดล” ฉันรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ จากนั้นก็ตามมาด้วยสัมผัสอุ่นที่หัว ฟ่าลูบหัวฉันอย่างเบามือ“เดลคือคนที่รู้เยอะที่สุด” ฟี่เป็นคนขยายความให้ชัดขึ้น“แต่ไม่น่าเชื่อถือที่สุด” แ
เวียนหัวจัง...อาการที่เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงจะไม่ได้รุนแรงในทันที แต่ถ้าฉันรับมันเข้าไปมากเกินไป ก็ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้เหมือนกันและอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเธอรู้เรื่องที่ฉันแพ้ได้ยังไงก็คงไม่ต้องไปสงสัยมาก คงเป็นญาติของฉันที่บอก แต่เมื่อรู้ว่าแพ้แล้วยังเอามาใกล้ฉันแบบนี้หลงใหลจนต้องการครอบครองไว้เพียงผู้เดียว โดยไม่สนว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตามพึ่บ!ร่างบางทรุดลงกับพื้น สายตาเริ่มพร่าเลือน มือก็พยายามยกปิดจมูกเอาไว้ สูดอากาศเข้าให้น้อยที่สุด เดี๋ยวสิ...จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ“เจ้าหญิง...” เสียงหวานพึมพำ ๆ ในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ฉันมาเดลินย่อตัวนั่งลงตรงหน้า เธอเอื้อมมือมาสัมผัสข้างแก้ม ยิ่งเธอเข้ามาใกล้ฉันก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัวรุนแรงขึ้น การหายใจเริ่มติดขัดเกสรคาโมมาย ติดอยู่ที่ตัวของเธอด้วย“...” ฉันเหมือนคนวิ่งรอบสนามมา 10 รอบเลย ตอนนี้หายใจติดขัดมาก“ทำไมจำฉันไม่ได้ล่ะ ทั้งที่วันนั้นเราไม่เคยเจอกันแต่พระองค์ก็เข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล ฉันไม่มีโอกาสขอบคุณเลย...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก” แววตาของเธอกำลังแสดงความขอบคุณจริง ๆเรื่องที่เธอพูด ผูกกับเรื่องที่ฉันคุยกับฟี่ มันคือเรื่องเดี
ก่อนวันเกิดฟ่า-ฟี่ ณ ร้านอาหาร เวลา17.00น.“ว้าว...สวยมาก” ฟี่แกะกล่องของขวัญด้วยความตื่นเต้น สร้อยข้อมือที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับเพื่อนของฉันวันสำหรับฉันกับฟี่ประจำเดือนนี้ ถูกนัดขึ้นก่อนวันเกิดเธอ 1 วันเพราะสามีสุดที่รักของฟี่ จะพาไปเที่ยวฉลองวันเกิดความประสาคนคลั่งรักเมีย“แกชอบฉันก็ดีใจนะ”“ดูก็รู้ว่าออกแบบด้วยตัวเอง ดอกไอริส” ฟี่ยื่นแขนมาให้ฉันใส่สร้อยข้อมือให้เธอ“น่ารักนะ หมายถึงดอกไม้นะไม่ใช่แก” ฉันใส่สร้อยให้ฟี่ สายตาของคนตรงกันข้ามมองด้วยความหมั่นไส้“รู้ค่ะ อุ้ย! อยากดูกล่องนั้นจังเลยค่ะ มีอะไรอยู่น้า ~” ฟี่มองไปยังถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างฉัน“เหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องดู”“มันต้องพิเศษกว่าสิ ก็ของแฟนนี่” ฟี่ที่แซวเรื่องฉันกับฟ่าไม่เคยหยุด แกล้งทุกครั้งที่เจอ“ก็แน่อยู่แล้ว เป็นเพื่อนก็เอาไปแค่นั้นแหละ” สามีฟี่ก็น่าหมั่นไส้เหมือนกัน ยิ่งท้องโตขึ้นคัสก็ยิ่งตามติด ถึงจะงานเยอะก็ส่งคนเฝ้ามา 10 คน ทีฉันมันบอกให้ดูแลตัวเองบ้าง มีมือ มีเท้า“เฮอะ! ใช่สิ” ฟี่เบะปากใส่ด้วยความน่าหมั่นไส้“ไหนขอจับท้องหน่อย” ฉันลุกขึ้นแล้วจากตัวไปข้างหน้า ยื่นมือไปแตะท้องอายุครรภ์ 4 เดือนของฟี่ ภายใน







