Masukผมนั่งกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ยังดังไม่เลิก ทั้งๆที่ปิดเสียงแต่ก็ยังคงกวนใจผมอยู่ดี อยากจะบ้า!!
มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย จะให้ผมไปซื้อผ้าอนามัยให้น่ะนะ? ใครจะไปทำวะ!
ตึ้ง!
ตัวภาระแป้งหอม : รออยู่นะปั้น
ไม่ไป ห้ามไปเด็ดขาด ท่องไว้ดิ มีครั้งนี้ก็ต้องมีครั้งหน้าเพราะฉะนั้นห้ามใจอ่อนเด็ดขาด
พยายามท่องบอกตัวเองในใจ พยายามทำเป็นใจแข็ง แต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมลุกออกจากห้องเรียนเดินตรงไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆอยู่ดี
ไอ้ปั้นนะไอ้ปั้น อยากตีตัวเองให้ตายๆไปเลย ทุกครั้งที่พยายามทำเป็นใจเเข็งใส่แป้งหอมแต่สุดท้ายก็ทำไม่เคยได้เลยสักครั้ง
มึงนี่มันมีผลต่อหัวใจกูฉิบหายเลยแป้ง!!
ผมเดินเข้าในร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ คณะ พลางหันซ้ายหันขวาเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีใครรู้จักอยู่แถวนี้ แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วเนี่ย!
ผมเดินมาที่โซนชั้นวางผ้าอนามัย ก่อนจะชะงักตรงหน้าแผงสินค้า
เวรแล้วไง อะไรมันจะเยอะแยะขนาดนี้วะ !!
มือหนายกขึ้นมาเกาหัวอย่าง งงๆ พลางถอนหายใจออกมา เอาล่ะสิ...ไอ้เรื่องจะซื้อแบบไหนนี่แหละปัญหา ไหนแป้งหอมบอกว่าอะไรนะ? แบบกลางวัน? บาง 0.1? อะไรของมันวะ! ทำไมต้องมีหลายแบบขนาดนี้ด้วย
ผมหยิบดูแพ็กเกจที่วางเรียงกันแบบลังเล ทุกอันหน้าตาเหมือนๆ กันหมด ผมเหลือบมองซ้ายมองขวาอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าเวลามันเดินช้าลงเป็นชั่วโมงๆ
สุดท้ายผมตัดสินใจหยิบแบบที่คิดว่าน่าจะถูกแล้ว แล้วเดินไปคิดเงิน ขณะที่คนขายเหลือบมองผมพร้อมรอยยิ้มนิดๆ ทำเอาผมรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูก รีบจ่ายเงินแล้วรีบคว้าถุงออกจากร้านแบบไม่มองอะไรอีกเลย
น่าอายฉิบหาย หัวสมองมันคิดอะไรอยู่วะที่ให้คนหน้าตาอย่างผมไปซื้อผ้าอนามัยให้ ขายหน้าสุดๆ!!
นี่ถ้าไม่เห็นว่าเพื่อนเขาไม่มีทางทำบอกเลย!
พอมาถึงคณะบัญชี ผมก็เดินขึ้นไปชั้นสองและเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงตามที่แป้งหอมบอกไว้ ก่อนจะกดไลน์พิมพ์บอกยัยตัวภาระ
PUNKUB : ออกมาเอา
ตัวภาระแป้งหอม : มึงช่วยเอาเข้ามาให้หน่อย
ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ เมื่ออ่านข้อความที่ยัยตัวภาระมันส่งมา เวรเหอะ!! ไอ้ตอนแรกบอกให้ช่วยซื้อก็ว่าแย่แล้ว นี่จะให้กูเข้าไปในห้องน้ำหญิงอีกเหรอ!!
อยากจะบ้าา!!
PUNKUB : ออกมาเอาเอง
ตัวภาระแป้งหอม : ออกไปไม่ได้ เดี๋ยวเลอะ
PUNKUB : เวรเหอะแป้ง มึงให้กูเอาเข้าไปให้มึงเนี่ยนะช่วยดูหน้ากูด้วย
ตัวภาระแป้งหอม : นะมึง ขอร้อง
เวรเอ๊ยยย!!
ผมถอนหายใจออกมารอบที่สิบของวัน ภาระฉิบหาย ภาระสุดๆ เอาวะไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมชะโงกดูรอบๆ อีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปที่ประตูห้องน้ำหญิง พลางเคาะประตูเบาๆ
“ไอ้แป้ง...อยู่นี่มั้ย” ผมพูดเสียงเบา
เสียงฝีเท้าจากด้านในขยับเข้ามาใกล้ประตู จู่ๆ แป้งหอมก็แง้มประตูแค่พอที่มือจะยื่นออกมา ผมรีบยัดถุงผ้าอนามัยใส่มือเธอทันที
"ขอบใจนะมึง"
"เออ แค่รอบนี้เท่านั้นนะคราวหลังหัดจัดการตัวเองด้วย"
"อือๆ"
ว่าจบผมก็รีบเดินออกจากห้องน้ำหญิงทันที หันมองซ้านมองขวา โชคดีหน่อยที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนมากเท่าไหร่ ไม่งั้นได้ขายหน้าแน่ๆ
PEANGHOM PART
หลังจากที่ฉันรับถุงกระดาษที่ปั้นซื้อมาให้ ก็รีบจัดการตัวเองทันที ก่อนจะถอนใจออกมาอย่างโล่งใจ นี่ถ้าไม่ได้ปั้นฉันคงแย่มากแน่ๆ ไม่คิดว่าประจำเดือนจะมาวันนี้เหมือนกัน ปกติแล้วจะมากลางๆเดือนแต่นี่เพิ่งจะต้นเดือนเอง
ทันทีที่จัดการตัวเองเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำ มือหนึ่งกุมหน้าท้องตัวเองอีกมือหนึ่งจับกระโปรงที่เลอะคราบประจำเดือน โชคดีที่วันนี้ใส่พลีทมา พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นปั้นยืนกอดอกพิงหลังกับเสาปูนอยู่ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะหันมามองหน้าฉันและขมวดคิ้วเข้าหากัน
"ทำไมเดินแบบนั้น?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ก่อนที่ฉันจะค่อยๆเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
"ปวดท้อง" ฉันตอบเสียงแหบพร่า รู้สึกอ่อนแรง ปวดหนึบๆบริเวรท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูกเหมือนร่างจะแหลกออกเป็นเสี่ยงๆ
"หน้าซีดอย่างกับไก่ต้มเลย" พูดจบก็หัวเราะออกมา กวนตีน!!
"เพื่อนเล่นหรอ!" หันไปเอ็ดคนตัวโตที่ตั้งใจกวนประสาท
"หึๆ งั้นกูกลับคณะแล้วนะ ต่อไปก็จัดการตัวเองด้วยจะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นเขาอีก"
"เดี๋ยวดิปั้น" เอ่ยห้ามร่างสูงที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับไป
"มีไร?"
"ไปส่งกูที่คอนโดหน่อย ปวดท้องมากเรียนไม่ไหว กระโปรงเลอะด้วย" แม้กระโปรงจะเป็นสีดำแต่ก็เห็นคราบวงๆอยู่ดี ใครเห็นเข้าก็จะอายเขาอีก
"ทำไมต้องกู?"
"ก็มึงเป็นเพื่อนรักกูไง นะๆ ช่วยไปส่งกูหน่อย" ฉันส่งสายตาอ้อนๆ ปั้นมองหน้าฉันนิ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เออ"
"น่ารักที่สุดเลย"
ฉันยกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินไปเกาะแขนปั้นและเงยหน้ามองเขายิ้มๆ ปั้นเป็นคนชอบใจอ่อน แค่อ้อนนิดอ้อนหน่อยก็ยอมแล้ว นี่น่ะถือเป็นจุดอ่อนของเขาเลยก็ว่าได้ ปั้นมันปากเสียชอบพูดชอบบ่น แต่ทุกครั้งที่ฉันเรียกหาหรือต้องการความช่วยเหลือเขาก็วิ่งแจ้นมาหาฉันทุกเมื่อ....นี่สินะที่เขาเรียกว่าเพื่อนแท้
"ตัวภาระ!" พูดบ่นเบาๆ
"ปากบอกว่ากูเป็นภาระ แต่ก็ยอมตลอดอ่ะ"
"หึๆ..."
ปั้นหัวเราะออกมาเบาๆ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาจนฉันถึงกับหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางของคนตัวโต ฉันเกาะแขนแกร่งของปั้นไว้แน่น ก่อนที่ปั้นจะค่อยๆประคองฉันเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล
"มึงอ้อนแบบนี้กับคนอื่นด้วยไหม?" ปั้นถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดประชด ขณะที่ประคองฉันไปที่รถ
"อ้อนคนอื่นแล้วเขาจะยอมกูเหมือนมึงหรอ?" ฉันยิ้มมุมปาก แอบมองสีหน้าหงุดหงิดปนระอาของเขาอย่างขำๆ ไม่อยากจะบอกเลยว่าอ้อนเขานี่มันง่ายสุดแล้ว ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากยุ่ง แต่ก็เห็นช่วยฉันตลอด
"แล้วกับพี่เจมส์แฟนมึงอ่ะ?"
"ก็อ้อน แต่อยากอ้อนมึงมากกว่า" เพราะว่าปั้นน่ะตามใจฉันที่สุดแล้ว อยากทำอะไร อยากได้อะไรก็ยอมตลอด เป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆ กับพี่เจมส์นานๆทีจะได้อ้อนเพราะพี่เจมส์ไม่ค่อยตามใจ บอกว่าเดี๋ยวตามใจบ่อยๆฉันจะเสียนิสัย
เสียนิสัยตรงไหน ปั้นยังไม่เห็นเคยบ่นแบบนี้เลย แต่เอ๊ะ หรืออาจจะบ่นแต่ฉันไม่รู้?
พอเดินมาถึงรถปั้นก็เปิดประตูให้ฉันขึ้นไปนั่ง เขามองฉันนั่งจัดตัวให้เรียบร้อยแล้วปิดประตูตามและเดินอ้อมไปฝั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทรถ
"มึงกูของีบหน่อยนะปวดท้องมาก" ฉันหันไปบอกปั้นตาปรือๆ
"เออ มึงนอนไปเถอะถึงแล้วเดี๋ยวกูปลุกเอง"
ฉันพยักหน้าตอบเบาๆก่อนจะเอนหัวพิงกับกระจกรถและหลับตาลงด้วยความรู้สึกอ่อนล้า
PUN PART
ผมหันไปมองคนด้านข้างที่ตอนนี้หลับปุ๋ยนอนน้ำลายไหลเหมือนกับเด็ก ผมส่ายหัวไปมาอย่างนึกเอ็นดู โตเท่าควายแล้วแต่ก็ยังนอนน้ำลายไหลเป็นเด็กไปได้
"อื้อ..." ไอ้คนขี้เซาขยับพลิกตัว ทำเอาผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะละสายตาไปมองทางข้างหน้าต่อ
เวลาต่อมา....
ใช้เวลาพอสมควร ในที่สุดก็มาถึงคอนโดของตัวป่วน ผมหันหน้ามองคนด้านข้างที่ยังคงหลับไม่รู้สึกตัว ใบหน้ามันซีดขาวจนผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะที่หน้าผากเบาๆ
ฉิบหาย ไม่สบายหรอวะ
"แป้ง เเป้ง ตื่นถึงคอนโดแล้ว" ผมเขย่าร่างเล็กไปมา
"อื้ออ...ถึงแล้วหรอ" เอ่ยเสียงงัวเงีย ยกมือขึ้นมาขยี้ตาไปมาก่อนจะหันมามองหน้าผมตาใส
"เออ"
"อือ ขอบใจมากนะมึง"
"เดินไหวป้ะ?" ผมเอ่ยถามคนด้านข้างอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะสภาพของคนตัวเล็กแทบจะดูไม่ได้เลย
"ถ้าบอกไม่ไหวมึงจะเดินไปส่งกูป้ะ?" เสียงหวานหันมาถามและมองหน้าผมตาแป๋ว
"เออ"
ว่าจบผมก็ดับเครื่องรถยนต์และเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ตัวภาระ ก่อนจะช่วยพยุงคนตัวเล็กเดินเข้าไปในคอนโด
แอดด...
ผมเปิดประตูห้องคอนโดของแป้งหอม ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินโซซัดโซเซทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันที
"จะนอนตรงนี้?" ผมเอ่ยถามเสียงราบนิ่ง
"อือ ปวดท้องมาก"
"ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรือไง?"
"ไม่อ่ะ ไม่ไหวแล้ว"
"มียาไหม เดี๋ยวไปหยิบให้" ผมถามหันมองไปรอบๆ ห้องแป้งหอมผมมาค่อนข้างบ่อย สภาพห้องยังเหมือนเดิม หมายถึงยัง รก เหมือนเดิม ไม่จัดไม่อะไรเลย เป็นผู้หญิงแท้ๆแต่งหน้าแต่งตัวสวยแต่สภาพห้องนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ
นี่กูตกหลุมรักไอ้คนสกมกแบบนี้จริงดิ!
ผมส่ายหัวเบาๆ มองสภาพห้องแล้วก็อดจะเหนื่อยใจไม่ได้ ห้องรกจนเดินแทบไม่เห็นพื้น ของใช้กระจายเต็มไปหมด ไหนจะเสื้อผ้าที่โยนทิ้งไว้บนเก้าอี้ ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเอือมๆ
"แป้ง ยามันอยู่ตรงไหน?" ผมถามพร้อมกวาดสายตามองไปรอบๆ
"อยู่ในลิ้นชักหัวเตียง เข้าไปเอาเลย" แป้งตอบเสียงแผ่ว เบียดตัวลงกับโซฟาทั้งที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา น่าสงสารปนสภาพดูไม่ได้แบบนี้…ผมก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูปนระอา
ผมเดินเข้าไปเปิดประตูห้องนอน กวาดสายตามองไปรอบๆ ยังดีที่ห้องนอนมันยังเป็นระเบียบสะอาดขึ้นมาบ้าง ผมเดินไปหยิบยาแก้ปวดในลิ้นชัก
สายตาคมจะเหลือบเห็นรูปคู่ของแป้งหอมกับไอ้พี่เจมส์บนหัวเตียง ก่อนที่ผมเบะปากออกมาอย่างหมั่นไส้
หึ รักกันเหลือเกินนะ หมั่นไส้!!
กับไอ้คนนี้คบกันนานสุดแล้วมั้ง เวลาที่เห็นพวกมันอยู่กันสองคนทีไรแม่งก็หงุดหงิดใจทุกที เห็นแล้วรำคาญลูกหูลูกตา
ฟึ่บ!!
คว่ำรูปแม่ง!
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







