LOGINมันจะมีความสัมพันธ์อยู่แบบหนึ่ง ที่เข้าไปแล้วก็ยากที่จะถอยหลังกลับมานั่นก็คือความสัมพันธ์แบบ...Friend Zone มีสิทธ์ได้แค่แอบชอบแต่ข้ามเส้นไปเป็นแฟนไม่ได้ เพราะคำว่า 'เพื่อน' มันค้ำคอ ต่อให้รู้สึกมากแค่ไหนก็ต้องเก็บไว้ในใจไม่มีสิทธิ์ได้พูดออกมา แม่ง ใครมันคิดความสัมพันธ์เหี้ยนี่กันวะ!!
View Moreมันจะมีความสัมพันธ์อยู่รูปแบบหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เข้าไปแล้วก็ยากที่จะถอยหลังออกมา นั่นก็คือความสัมพันธ์แบบ Friend Zone
เข้าได้แต่ออกไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้อีก เพราะคำว่า 'เพื่อน' มันค้ำคอ ทุกครั้งที่คิดจะก้าวข้ามเส้นความเป็นเพื่อนก็ต้องถอยออกมาตั้งหลักก่อนทุกครั้ง ต่อให้รู้สึกมากแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้บอกความรู้สึกนั้นออกไปเพราะเธอจ๋าย้ำประจำทุกวัน เรียกเขาทุกวันว่า 'เพื่อนรัก'
เพื่อนรักพ่อมึงดิ กูไม่ได้อยากเป็นเพื่อนแต่อยากเป็นผัวเว้ยยย!!
แม่งใครมันคิดความสัมพันธ์เหี้ยนี่วะ!
ปั้น หนุ่มหล่อวิศวะเครื่องกลที่แอบชอบเพื่อนสนิทสาวอย่าง แป้งหอม มานานถึงหกปีตั้งแต่มัธยมยันมหาลัยก็ยังไม่มีโอกาสได้ข้ามเส้นความเป็นเพื่อน ทั้งๆที่เขาเป็นให้เธอแม่งทุกอย่างทั้ง เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว ที่ปรึกษา คนคอยปลอบใจ คนขับรถ คนรับใช้ ดูแลเอาใจใส่ยิ่งกว่าแฟน มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เป็นแม่งให้หมดทุกอย่างแต่ที่เป็นไม่ได้ก็คือ คนที่อยู่ในใจของมัน แม่งเจ็บสัสๆ ดูแลมาตั้งหลายปีแอบชอบมาตั้งนานคนอื่นรู้กันหมด แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าโง่ หรือว่ามันโง่จริงๆกันแน่
มีคนเขาแอบชอบมึงอยู่ตั้งนาน เมื่อไหร่จะเลิกโง่สักที!!
อยากข้ามเส้นฉิบหายแต่ก็ต้องท่องเอาไว้ทุกวันว่า เพื่อนๆ แต่ว่าทุกครั้งที่เห็นไอ้เพื่อนรักมันเดินอี๋อ๋อกับไอ้แฟนหนุ่มรุ่นพี่ เขาคนนี้ก็ต้องหงอยแอบไปนั่งกินเหล้าย้อมใจอยู่คนเดียวนับครั้งไม่ถ้วน และยิ่งเวลาที่ได้ยินมันพูดถึงแฟนก็โคตรจะเจ็บจี๊ดที่กระดองใจแต่ก็พูดอะไรออกไปไม่ได้
แม่งเป็นความสัมพันธ์ที่โคตรจะเจ็บฉิบหาย พยายามตัดใจไปตั้งหลายครั้งแต่มันก็ทำไม่เคยได้เลยสักครั้ง
ถ้ารู้ว่าต้องมาติดในความสัมพันธ์แบบนั้น ตอนนั้นเขาจะไม่ยอมเป็นแค่เพื่อนแน่นอน!
................
"มึงจะเลิกโง่ได้ยัง รู้ตัวสักทีได้ป้ะว่ากูคิดไงกันมึง"
"คิดอะไร มึงลืมหรอว่าเราเป็นเพื่อนกัน"
"งั้นเพื่อนพ่อมึงดิแป้ง ที่นอนเอากันเกือบทุกวัน ครางเรียกกูผัวขาๆ เขายังเรียกว่าเพื่อนอยู่งั้นดิ"
"เพื่อนนอนไง มึงไม่รู้จักหรอความสัมพันธ์แบบ Friends with benefits อ่ะ "
"xวย เหอะแป้ง!!"
_________
บทนำมาแล้วงับบ
แอบรักเพื่อนแต่เพื่อนไม่รัก
ฝากกดหัวใจ + กดเพิ่มเข้าชั้นและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ





