Masukสายตาคมจะเหลือบเห็นรูปคู่ของแป้งหอมกับไอ้พี่เจมส์บนหัวเตียง ก่อนที่ผมเบะปากออกมาอย่างหมั่นไส้
หึ รักกันเหลือเกินนะ หมั่นไส้!!
กับไอ้คนนี้คบกันนานสุดแล้วมั้ง เวลาที่เห็นพวกมันอยู่กันสองคนทีไรแม่งก็หงุดหงิดใจทุกที เห็นแล้วรำคาญลูกหูลูกตา
ฟึ่บ!!
คว่ำรูปแม่ง!
ผมเดินไปคว่ำรูปคู่ของแป้งหอมกับไอ้พี่เจมส์บนหัวเตียงพลางเบะปากมองอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะละความสนใจแล้วเดินเอายาพร้อมกับน้ำเปล่ามาให้ไอ้คนป่วยที่นอนอยู่บนโซฟา
"ลุกมากินยา" ผมบอกเสียงเรียบนิ่ง มองคนป่วยที่นอนหลับตาพริ้มไม่กระดุกกระดิก
"ไอแป้ง ลุกมากินยา"
"อื้ออ มึงจะดุทำไมเนี่ย" แป้งหอมลืมตาขึ้นมาทำหน้ายู่ใส่ผม ก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างอิดออด
"กูพูดดีแล้วมึงฟังหรือไง?"
"ขี้บ่น!"
"ภาระ!!" สวนกลับอย่างไม่ยอม
แป้งหอมยู่หน้ามองผม ทำแก้งป่องใส่ คิดว่าทำหน้าอย่างนี้มันน่ารักหรือไงวะ....เออก็น่ารักจริงๆนั่นแหละ ! ต่อให้มันทำหน้ายังไงก็น่ารักอยู่ดีนั่นแหละ
"กินยา" ผมเอ่ยสั่งเสียงดุอีกครั้ง เมื่อไอ้คนตัวเล็กตรงหน้าเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมกินยาสักที
"ขม ไม่ชอบกินยา" อ่า อันนี้ผมรู้อยู่แล้วแหละ ไอ้แป้งมันไม่ชอบกินยา ยัดเหยียดยังไงก็ไม่ยอมกินท่าเดียว บางครั้งผมยังต้องใช้ไม้แข็งบังคับให้ยอมกิน
"จะกินดีๆหรือให้กูใช้กำลัง?" เอียงหน้าถามคนตรงหน้าที่ยังคงอิดออด
"ปั้นน อย่าบังคับได้ไหม ก็กูไม่ชอบกินยาอ่า" มันเงยหน้าส่งสายตาออดอ้อน
อย่านะ อย่ามาทำสายตาแบบนั้น กูยิ่งแพ้สายตาแบบนั้นอยู่ด้วย!
ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มใจไม่ให้แพ้ต่อสายตาอ้อนๆที่แป้งหอมส่งมา ก่อนจะนั่งลงข้างๆร่างบางจับใบหน้าเรียวให้หันมาทางผม
"มึงบังคับกูเองนะแป้ง" พูดจบผมก็ใช้มือบีบปากไอ้คนดื้อให้ยอมเปิดออก
"ไออั้น อูไอ่อิน(ไอปั้นกูไม่กิน)" คนตัวเล็กพยายามดิ้นไปมา
"อย่าดื้อ กินยาดีๆ" ผมเอ่ยเสียงแข็งก่อนจะจับยายัดเข้าปากของแป้งหอมอย่างไว
"อย่าคิดจะคายออกมาเชียว ไม่งั้นเจอดีแน่" ผมขมวดคิ้วทำหน้าดุใส่เจ้าคนดื้อที่กำลังทำท่าจะบ้วนยาออกมา
"อื้อ!" มันมองผมตาขวางแต่ก็ยอมกลืนยาในที่สุด
"เห็นไหม กินง่ายจะตาย" ผมถอนหายใจพลางเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำยื่นให้มัน “ดื่มน้ำตามด้วย"
แป้งหอมจ้องผมอยู่สักพัก ทำหน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กโดนบังคับ แต่ก็ยอมดื่มน้ำตามแต่โดยดี ก่อนจะหันมาทำหน้าบึ้งใส่ผมอีกครั้ง
"ชอบบังคับ!!"
"กูบอกดีๆมึงเคยฟังไหม?"
"ชิ!!"
"เด็กดื้อก็ต้องโดนอย่างนี้แหละ" ผมพูดยิ้มๆ พลางใช้มือยีหัวคนตรงหน้าเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว
นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพื่อนผมทำมากกว่านี้อีก !
"เด็กดื้อ พ...."
ผมส่งสายตาดุๆให้คนตรงหน้า ที่เตรียมจะด่าผม คนตัวเล็กเบ้ปากใส่ผมอย่างงอนๆก่อนทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอีกครั้ง
"ไม่ลุกขึ้นไปนอนในห้องดีๆ?"
"อยากนอนตรงนี้" ดื้อฉิบหาย
"ไปนอนในห้องให้ดี ตรงนี้เดี๋ยวยุงกัด"
"ก็กูจะนอนตรงนี้อ่ะ" น้ำเสียงเอาแต่ใจเอ่ยขึ้น
"ไอ้แป้ง อย่าดื้อ"
"ไม่ได้ดื้อ"
"เถียงฉิบหาย!" ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ คนบ้าอะไรดื้อฉิบหายเลย เถียงเก่งที่หนึ่ง
"ตกลงคือจะนอนตรงนี้?" เอียงหน้าถามไอ้คนป่วยที่แสร้งทำเป็นหลับตา
"อือ"
"งั้นเดี๋ยวกูไปเอาผ้าห่มมาให้"
พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องมันอีกครั้ง แล้วหยิบผ้าห่มมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบสำลีและคลีนซิ่งออกมาด้วย ผมเดินเอาผ้ามาห่มให้ไอ้คนป่วย ก่อนจะย่อตัวนั่งลงข้างๆ
"มึงจะทำอะไร?" แป้งหอมหรี่ตาขึ้นมาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นผมหยิบสำลีกับคลีนซิ่งออกมาด้วย
"ก็จะเช็ดหน้าให้ไง นอนทั้งแบบนี้เดี๋ยวสิวก็ขึ้นหรอก" ผมตอบกลับไปขณะนั่งลงข้างๆ มัน
"อื้อ" ตัวป่วนพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้
"ไม่ต้องมายิ้มเลยไอ้ตัวภาระ"
"ภาระแล้วมึงจะทำให้กูทำไม?" มันถามผมสีหน้ายิ้มๆ จะยิ้มอะไรนักหนา!!
"กูเห็นแล้วมันขัดตาเฉยๆหรอก"
พูดเสียงราบเรียบ ก่อนจะค่อยๆ เช็ดหน้าให้มันด้วยความระมัดระวังจนสะอาดใส กิ๊ก! ก่อนจะลุกขึ้นเดินเอาสำลีไปทิ้งและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแป้งหอมที่นอนหลับตาพริ้ม
ทำให้แม่งหมดทุกอย่างอ่ะ ทำขนาดนี้ถามจริงมีเพื่อนคนไหนเขาทำบ้าง ก็มีแค่ผมนี่แหละ เผลอๆไอ้พี่เจมส์นั่นยังดูแลมันไม่ดีเท่าผมเลยด้วยมั้ง แต่ทำไมมันถึงไม่เลือกผม!!
ติดอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้โคตรแย่เลย
"มึงอย่าเพิ่งรีบกลับนะอยู่เป็นเพื่อนกูก่อน" แป้งหอมพูดเสียงงัวเงีย
"เพื่อ?" ให้กูอยู่เพื่อ เฝ้ามันนอนหลับเนี่ยนะ?
"ไม่อยากอยู่คนเดียว"
"...."
นอกจากมันดื้อแล้ว ยังขี้อ่อยด้วย มันอาจจะไม่รู้ตัวแต่ว่าไอ้การกระทำแบบนี้ของมันน่ะเหมือนกำลังอ่อยผมอยู่เลย นี่ติดว่าเป็นเพื่อนหรอกถ้าเป็นคนอื่นมึงเสร็จไปแล้ว อ่อยเก่งขนาดนี้!
ผมถอนหายใจออกมาสุดท้ายก็ต้องยอมอยู่เป็นเพื่อนไอ้ตัวป่วน ไม่ใช่เพราะมันสั่ง แต่เพราะกลัวเธอจะเป็นอะไรมากกว่าเดิมต่างหาก
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่โคตรจะรกก่อนจะส่ายหัวไปมา เห็นแล้วขัดใจฉิบหาย ให้นั่งอยู่เฉยๆก็เบื่อตาย ผมเลยเดินไปจัดนู้นจัดนี่ทำความสะอาดห้องให้ไอ้คนตัวเล็กที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว
ผมจัดการเก็บเสื้อผ้า หนังสือที่วางกองกระจัดกระจาย ไหนจะโต๊ะเครื่องแป้งที่รกจนแทบจะทนดูไม่ได้ หน้าตาออกจะสวยแต่ห้องรกฉิบหาย ไอ้พี่เจมส์มันเคยมาเห็นสภาพห้องไหมเนี่ย!! ปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมจนสะอาดใสกิ๊ก ไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่น
"นี่กูเป็นเพื่อนหรือผัวมึงกันแน่!" ผมบ่นเบาๆพลางหันหน้ามองคนตัวเล็กที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
โคตรจะไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ เป็นแค่เพื่อนไม่ใช่เมีย แต่ทำไมต้องมาดูแลแบบนี้ด้วย !!
ผมนั่งมองคนตัวเล็กที่นอนหลับสนิท ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากมนเบาๆ ตัวโคตรจะร้อนเลย ไม่รอช้าผมรีบเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กๆพร้อมกับกะละมังใส่น้ำและเดินกลับมาที่โซฟาผมเอาผ้าขนหนูจุ่มน้ำแล้วบิดพอหมาดๆ ก่อนจะค่อยๆ นำไปเช็ดที่หน้าผากของมันเบาๆ ร่างกายของแป้งหอมยังคงร้อนจัดจนทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง
สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่นอนหลับสนิทตรงหน้าแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้ หมั่นเขี้ยวชะมัด นี่มันดื้อกับผมทุกเรื่อง แต่สุดท้ายก็ทำตัวอ่อนแอให้ผมต้องคอยดูแลจนได้ ผมเอาผ้าขนหนูบิดพอหมาดแล้วค่อยๆ เช็ดที่หน้าผากของมันอีกครั้ง แอบบ่นมันในใจว่าเป็นตัวภาระทำให้ผมเป็นห่วงจนต้องมานั่งอยู่ตรงนี้แทนที่จะได้ไปพัก
"ไอ้ตัวภาระเอ๊ย" ผมพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับดีดหน้าผากของมันเบาๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่มันกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด แป้งหอมยังคงนอนหลับตาพริ้ม ทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้
สุดท้าย ผมก็นั่งเฝ้าตรงนี้ต่อ เอาผ้าชุบน้ำซับบนหน้าผากมันไปเรื่อยๆ ในใจก็แอบภาวนาให้มันหายป่วยไวๆ จะได้กลับมาทะเลาะกันเหมือนเดิม
19.00 น.
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือ รู้สึกหนักอึ้งไปหมดปวดเมื่อยไปทั้งตัวรวมถึงปวดท้องประจำเดือนด้วย ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหา งุนงงเพราะห้องของฉันมันดูเป็นระเบียบมากกว่าก่อนหน้านี้
"อ๊ะ!" ฉันส่งเสียงร้องออกมาเมื่อขยับตัวลุกขึ้นนั่งและรู้สึกเจ็บหน่วงๆที่ท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งช่วงที่ประจำเดือนมาแรกๆยิ่งปวดหนักเลย คนอื่นเป็นไหมไม่รู้แต่ฉันเป็น มันปวดเหมือนมดลูกจะทะลักออกมาเลย
ฉันค่อยๆ หยิบผ้าขนหนูที่วางบนหน้าผากออกมา อย่าบอกนะว่าปั้นเป็นคนคอยเช็ดตัวให้น่ะถึงว่าทำไมตัวไม่ค่อยร้อนเลย ต้องขอบคุณวาสนาที่ทำให้ฉันได้เจอเพื่อนดีๆแบบปั้น
แต่ก็ยังแปลกใจอยู่หน่อยๆ ปั้นไม่เคยมีแฟนแต่ทำไมถึงดูแลเก่งขนาดนี้ จู่ๆก็รู้สึกอิจฉาแฟนในอนาคตของมันขึ้นมาซะอย่างนั้น
แอดด....
ฉันหันไปมองประตูห้องที่เปิดออก พร้อมกับปั้นที่เดินถือถุงอะไรบางอย่างเข้ามาก่อนจะเอ่ยถามฉัน
"ตื่นแล้ว?"
"อือ"
"ยังปวดท้องอยู่ไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ฉันพยักหน้าตอบเขาหงึกๆ ก่อนที่เขาจะเดินมาหยุดใกล้ๆแล้วเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากฉันเบาๆ
"ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวกินยา"
"ไม่ค่อยหิว"
"ไม่หิวก็ต้องกินจะได้หาย อย่าดื้อให้มันมาก" ปั้นตอบเสียงนิ่งๆ จนฉันอดที่จะเบะปากกรอกตามองบนไปมา
"อย่าให้พูดซ้ำ" ปั้นหันมาส่งสายตาดุๆ ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย
"อย่ามาสั่งแค่เพื่อนไม่ใช่ผัว"
"หึ..."
ปั้นหันมองหน้าฉันด้วยหางตาก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ ฉันจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างว่างายชักช้าเดี๋ยวก็โดนมันบ่นอีก วันนี้ไม่อยากทะเลาะขี้เกียจ!
พอเข้ามาในห้องฉันก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ข้าวของภายในห้องถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย โต๊ะเครื่องแป้งที่รกๆก็ดูสะอาดมากกว่าก่อนขึ้นเยอะ ฉันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนะทำไมรูปคู่ฉันกับพี่เจมส์ถึงได้คว่ำหน้าลงอย่างนี้อ่ะ จำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้วางไว้แบบนี้นี่นา...
ขมวดคิ้วอย่างงุนงงก่อนจะเดินไปพลิกรูปคู่ให้วางเหมือนเดิม จากนั้นก็เหยิบผ้าขนหนูเดินไปอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันก็เดินออกมาพร้อมชุดอยู่บ้านสบายๆ แต่ยังรู้สึกหน่วงๆ ที่ท้องไม่หาย ปั้นนั่งรออยู่ที่โซฟาและยื่นชามข้าวต้มร้อนๆ มาให้ พอฉันนั่งลงใกล้ๆ เขาก็จัดแจงเปิดฝาชามให้ ก่อนจะยกแก้วน้ำขิงมาวางข้างๆ
"กินน้ำขิงด้วย จะได้ช่วยลดอาการปวดท้อง" เขาบอกเสียงนุ่ม ไม่ได้ดุเหมือนก่อนหน้านี้
ฉันเลิกคิ้วมองหน้าคนตรงหน้า มันรู้ได้ไงว่าน้ำขิงลดอาการปวดท้องได้ ได้แค่สงสัยในใจเท่านั้นไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป
ฉันยื่นมือรับน้ำขิงมาจิบไปคำหนึ่งแล้วก็ก้มหน้ากินข้าวต้มที่เขาซื้อมาเงียบๆ รู้สึกอุ่นใจแปลกๆ พอมองไปทางเขาอีกครั้งก็เห็นว่าปั้นนั่งมองฉันอยู่ คิ้วเข้มขมวดนิดๆ เหมือนยังไม่หายห่วง
"มองทำไม?" ฉันถามออกไป
"ป่าว"
"หรอ?"
"เออ รีบๆกินเข้าไปเร็วๆ กูจะได้รีบกลับไปนอนพักบ้าง ดูแลหมามันมาทั้งวันละเหนื่อยฉิบหาย"
ฉันทำหน้าเบ้ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา คนอะไรปากหมาสุดๆ แถมยังกวนประสาทได้ทั้งวัน!
"ขอบใจมากนะที่ดูแล 'หมา' ตัวนี้" ฉันแกล้งประชดใส่ ก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มเข้าปาก ไม่อยากมองหน้าเขาให้รู้สึกหงุดหงิดไปมากกว่านี้
"....."
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







