Masukฉันเดินเข้าไปในตึกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี
"อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะยะ" เสียงวิวเพื่อนสาวในกลุ่มเอ่ยทักขึ้นจากทางด้านหลัง "เมื่อกี้ไอ้ปั้นมาส่งหรอ?"
"อือ พี่เจมส์ไม่ว่างเลยโทรให้ปั้นมารับ" ฉันหันไปตอบ
"อ้าวหรอ เห็นเมื่อวานยังมารับมึงอยู่เลย"
"ก็วันนี้พี่เขาไม่ว่างไง เห็นบ่นๆเรื่องโปรเจคกับหาที่ฝึกงานด้วยกูเลยไม่ค่อยอยากกวนพี่เขา"
"แหม่ ไม่อยากกวนพี่เขาแต่อยากกวนไอ้ปั้นว่างั้น" วิวถามอย่างยิ้มๆ
"ก็ปั้นมันเป็นเพื่อนไง"
ตึ้ง!
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น ทำให้ฉันรีบล้วงโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋าขึ้นมาเปิดดู
LINE
JAMS : ถึงมหาลัยหรือยังครับคนสวย?
ฉันเผยยิ้มออกมาเมื่อเปิดอ่านข้อความจากหวานใจที่เพิ่งจะเอ่ยถึงไปเมื่อครู่ พูดถึงปั๊บก็ทักมาปุ๊บเหมือนรู้ว่าฉันกำลังคิดถึง
PEANGHOM : ถึงแล้วค่ะปั้นมาส่ง :)
JAMS : โอเคครับคนสวย อย่าลืมกินข้าวด้วยนะครับ
PEANGHOM : ตอนเลิกเรียนพี่เจมส์จะมารับแป้งไปทานข้าวไหมคะ?
JAMS : โทษทีนะเเป้งพอดีช่วงนี้พี่อาจจะยุ่งๆนิดนึง เอาไว้ถ้าพี่เคลียร์ธุระเสร็จจะรีบไปหานะครับ
JAMS : รักเบบี๋
JAMS : Send you sticker
ฉันยิ้มออกมาเมื่ออ่านข้อความในหน้าจอมือถือที่พี่เจมส์มา ก่อนจะปิดหน้าจอเก็บใส่ในกระเป๋าเหมือนเดิม แม้จะแอบน้อยใจนิดหน่อยที่พี่เจมส์ไม่ว่าง แต่พอได้เห็นประโยคบอกรักที่เขาส่งมาความน้อยใจที่มีก็หายวับไปในทันที
ฉันกับพี่เจมส์เราคบกันมาตั้งแต่ตอนที่ฉันขึ้นปีหนึ่ง พี่เจมส์เข้ามาจีบฉันก่อน จนตอนนี้เราก็คบกันมาได้เกือบๆสามปีท่าจะได้ พี่เจมส์เป็นคนน่ารัก เทคแคร์เก่ง เอาใจเก่ง เวลาที่ฉันงอแงหรือต้องการอะไรเขาก็คอยตามใจตลอด ฉันรักพี่เจมส์มาก อาจจะเป็นเพราะว่าฉันคบกับเขานานที่สุดแล้วมั้ง
"แหน่ะ ยิ้มใหญ่เชียวนะพี่เจมส์ทักมาอ่ะดิ" วิวเอ่ยแซวเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวข้างๆที่นั่งยิ้มไม่หุบ
"อือ" ฉันพยักหน้าตอบอย่างยิ้มๆ
"จะว่าไปมึงกับพี่เจมส์นี่ก็คบกันนานเหมือนกันนะ"
"อือ วันที่30นี้ก็ครบรอบสามปีพอดี" ฉันหันไปตอบ
"นานมากอ่ะ จะว่าไปพี่เจมส์เขาก็ดูเป็นคนดีนะ ดูแลมึงดีมากๆอ่ะ"
"ใช่มั้ย กูบอกแล้วว่าพี่เจมส์น่ะเป็นคนดี ตามใจกูสุดๆมึงก็คิดเหมือนกูใช่มั้ย มีแต่ไอ้ปั้นนั่นแหละที่ชอบพูดจาใส่ร้ายสุดหล่อของกูอ่ะ"
เพราะว่าทุกครั้งที่ฉันพูดชมพี่เจมส์ต่อหน้า ไอ้ปั้นมันก็คอยแทรกคอยขัดขึ้นมาทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรของมันทั้งๆที่พี่เจมส์ก็ไม่เคยไปทำอะไรให้มันสักหน่อย
"ฮ่าๆ มึงจะไปถือสาไอ้ปั้นมันทำไมมึงก็รู้ว่ามันเป็นคนยังไง" วิวหัวเราะเบาๆ
รู้สิ รู้ดีเลยว่าปั้นน่ะเป็นคนยังไง เรื่องปากหมากวนส้นตีนนี่ต้องยกให้ที่หนึ่งเลย!!
แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเป็นเพื่อนกับมันมาตั้งหกปีแหน่ะ ไม่รู้ว่าเพราะศลีเสมอกันหรือเพราะอะไรกันแน่ถึงได้เป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ แม้บางครั้งจะดูเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมากกว่าก็เถอะ!
PUN PART
หลังจากที่ผมไปส่งตัวภาระที่ตึกเสร็จผมก็ขับรถมาจอดที่คณะตัวเอง ก่อนจะเดินไปนั่งกับไอปืนเพื่อนของผมที่รู้จักกันในมหาลัย
"ทำไมมึงขับรถไอปาล์มมา แล้วนี่ไอปาล์มไปไหน?" ปืนเอ่ยถามทันที่ผมหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ
"เดี๋ยวมันก็มา" ผมตอบเสียงราบเรียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบื่อๆ
"เป็นไร?" ปืนถาม
"ป่าว...."
ผมหันไปตอบไอปืน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจู่ๆก็มีมือหนาตบเข้าที่กะบาลผมอย่างแรง!
พลั๊วะ!
"ไอ้เชี่ย!! ใครวะ" ผมหันไปหาคนต้นเหตุ ก่อนจะเห็นว่าเป็นไอปาล์มที่กำลังยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองหน้าผม
"ไอ้เชี่ยปาล์ม ตบกูทำไมเนี่ย"
"หมั่นไส้" ปาล์มพูดก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามและยื่นกุญแจรถของผมมาให้ "เอากุญแจรถมึงไปเลยไอ้เวร"
ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะรับกุญแจรถคืนจากปาล์ม
"แล้วนี่มึงไปรับไอ้แป้งแล้ว?" ปาล์มเลิกคิ้วถาม
"เออ รับไปส่งถึงที่" ผมตอบ
"นี่มึงไปรับแป้งหอมอีกแล้วหรอ?" ปืนที่นั่งข้างๆเอ่ยถามขึ้น
"ก็เออดิ มันบอกไอพี่เจมส์แฟนมันไม่ว่างก็เลยโทรให้กูไปรับ"
"มึงนี่ก็ตามใจไอ้แป้งมันตลอดเลยนะ กูเห็นมันเรียกหามึงที่ไรก็รีบไปทุกที" ปืนพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
"ตามใจบ้าไร ก็เพื่อนกัน" เพื่อนที่พิเศษกว่าใครอ่ะนะ
"หรอ เพื่อนบ้าไรเขาตามใจกันขนาดเห็นทีกับกูมึงไม่เห็นตามใจกูแบบนี้เลยไอเวร" ปาล์มพูดอย่างประชดประชัน ทีกับกูนะให้ขึ้นแท็กซี่บ้างล่ะ เดินเองบ้างล่ะ แต่กับไอแป้งแค่มันเอ่ยปากก็รีบทำตามทุกที
"ก็ไอแป้งเป็นผู้หญิง แต่มึงเป็นผู้ชายไง"
"หึๆ" ไอ้ปาล์มหัวเราะในลำคอ กรอกตามองผมไปมา
"นี่ถ้าไม่ติดว่าแป้งมันคบกับพี่เจมส์กูนึกว่ามึงชอบมันนะเนี่ย" ปืนพูดขึ้น
"ถุย ถ้ากูชอบไอ้แป้งกูไปอมขี้ยังจะดีกว่า"
"งั้นมึงก็ไปดิ หึ" ไอปาล์มพูดแทรกพร้อมกับทำสีหน้ายียวนกวนประสาท ผมจึงหันไปถลึงตาใส่มัน
"สัส!" ผมสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะเบือนหน้าหนีพวกมันไปทางอื่น
กวนประสาทฉิบหาย!!
"รีบขึ้นห้องกัน เดี๋ยวเข้าสายอาจารย์ก็ดุอีก อารมณ์ยิ่งสวิงอยู่ด้วย"
ทันทีที่ไอ้ปืนพูดจบ พวกผมก็รีบเดินขึ้นอาคารเรียนทันที ผมนั่งเรียนไปสักพักจู่ๆเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นมารัวๆ และที่แย่ไปกว่านั้นคือผมลืมปิดเสียงโทรศัพท์ไง โชคดีที่อาจารย์ไม่ได้ว่าหรือบ่นอะไร
ตึ้ง!
ตึ้ง!
อะไรนักหนาวะ ทักรัวจัง!!
ผมกดเปิดข้อความของไอ้คนที่มันทักมารัวๆ ก็ถอนหายใจออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
LINE
'ตัวภาระแป้งหอม'
แม่งจะทักอะไรขนาดนั้น
ตัวภาระแป้งหอม : มึง
ตัวภารแป้งหอม : มึงงง
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้น
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้นนนน อ่านหน่อย
อะไรของมันอีกเนี่ย!! ผมขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง อะไรของไอ้แป้งวะเนี่ย รีบร้อนไรขนาดนั้นอ่ะถึงได้ทักมารัวๆ ไม่คิดว่ากูจะเรียนอยู่รึไงวะ! ผมถอนหายใจออกมาพร้อมกับกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ทักมาทรงนี้คงมีเรื่องใช้งานผมอีกน่ะสิ!
ตัวภาระแป้งหอม : ไอ้ปั้นน!! Send you sticker
PUNKUB : มีไร
ผมพิมพ์ตอบแป้งหอมรีบๆ เพราะเมื่อกี้อาจารย์หันมามองมองด้วยหางตาละ
ตัวภาระแป้งหอม : ทำไรอ่ะ เข้าเรียนยัง?
PUNKUB : Send a photo
PUNKUB : แหกตาดู
ผมถ่ายรูปบรรยากาศในห้องเรียนและส่งให้ไอ้ตัวภาระที่ทักมาไม่เลิก
ตัวภาระแป้งหอม : อ้าวเรียนอยู่หรอ กูนึกว่ามึงว่าง
มึงอ่ะว่าง ทักมาไม่หยุดเลย!!
ตัวภาระแป้งหอม : มึงกูมีเรื่องรบกวนหน่อย
หึ นั่นไงกูว่าละ ทักมาใช้งานกูชัวร์ มีอยู่สองเรื่องที่มันจะทักมาหาผมคือ หนึ่งอกหักต้องการคนปลอบ สองทักมาเพื่อใช้งานผม แต่ส่วนใหญ่จะทักมาใช้งานให้เป็นภาระผมซะมากกว่า
PUNKUB : ไม่ว่าง เรียนอยู่
ปฎิเสธแม่ง เดี๋ยวตามใจบ่อยๆมันจะได้ใจ
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้นนน เรื่องด่วนจริงๆ ช่วยหน่อยขอร้อง
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้นเพื่อนรัก ช่วยหน่อยนะๆๆ
หึ ฝันไปเถอะ ช่วยตัวเองไปละกันครั้งนี้ผมจะไม่ใจอ่อนให้ไอ้แป้งละ เดี๋ยวมันได้ใจ
ฟึ่บ!
ปิดหน้าจอโทรศัพท์ แม่ง! แล้วมันก็ทักมารัวๆไม่หยุดเลย เอาแต่ใจฉิบหาย!
ตึ้ง!
ตึ้ง!
ท่องไว้ อย่าใจอ่อน อย่าใจอ่อน ห้ามไปสนใจมันเด็ดขาด! ผมหลับตาพยายามท่องบอกตัวเองในใจ แต่ทว่าสุดท้าย....ผมก็ต้องใจอ่อนกดอ่านข้อความของแป้งหอมอยู่ดี เฮ้ออ โคตรจะไม่เข้าใจตัวเองเลย!
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้นน ช่วยกูหน่อย ครั้งนี้สำคัญจริงๆ
PUNKUB : ไอ้แป้งมึงพูดไม่รู้เรื่อง? กูบอกว่าเรียนอยู่ทักหา..... (พ่อง)
ไอ้คำหลังผมไม่ได้พิมพ์ไป
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้นเพื่อนรัก มันเรื่องสำคัญจริงๆนะ ถ้ามึงไม่ช่วยกูแย่แน่ (ส่งสติ๊กเกอร์อ้อนๆมาให้)
PUNKUB : มีไร
ตัวภาระแป้งหอม : มึงช่วยไปซื้อผ้าอนามัยให้กูหน่อย ประจำเดือนกูมา
ฉิบหายแล้วมาใช้กูเนี่ยนะ มันใช้หัวสมองส่วนไหนของมันคิดวะ?!
PUNKUB : ไอแป้ง กูไม่ตลกมึงใช้กูไปซื้อผ้าอนามัยเนี่ยนะ?
ตัวภาระแป้งหอม : อือ ช่วยหน่อย มันเลอะกระโปรงกู ออกไปซื้อเองไม่ได้
เวร เวรฉิบหายไม่น่ากดเข้ามาอ่านแชทมันเลย
ตัวภาระแป้งหอม : ปั้น มึงช่วยไปซื้อแล้วเอามาให้กูหน่อย ขอร้องนะๆ
PUNKUB : มึงช่วยดูหน้ากูด้วย ให้กูไปซื้อผ้าอนามัยให้มึงเนี่ยนะ เมียก็ไม่ใช่!
ตัวภาระแป้งหอม : ถือว่าซ้อมไว้ไง เผื่อมึงซื้อให้เมียมึงในอนาคตไง
ตัวภาระแป้งหอม : นะปั้น ช่วยหน่อย กูอยู่ในห้องน้ำชั้นสองคณะบัญชี
ตัวภาระแป้งหอม : มึงมาถึงแล้วไลน์บอกกูนะ กูรออยู่ ซื้อแบบกลางวันนะมึง บาง 0.1 นะ ขอบคุณมากเพื่อนรัก
Read
ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างเซ็งๆ มัดมือชกกันฉิบหาย!!
แล้วคิดว่าผมจะยอมทำตามที่มันขอไหม บอกเลยว่าไม่ มี วัน !! เรื่องอื่นพอทำให้ได้แต่เรื่องให้ไปซื้อผ้าอนามัยให้เนี่ยพอเลย ไม่ใช่ผัวไม่ใช่เมีย ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่ง!!
เชิญนั่งรอไปยาวๆเลย เพราะผมไม่มีทางไปซื้อให้แน่!!
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







