เข้าสู่ระบบนางเป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวแห่งคุนหลุน แต่ต้องจบชีวิตลงโดยน้ำมือบุรุษที่เคยสาบานว่าจะรักนางเพียงคนเดียว เพลงกระบี่สดับพิรุณสยบมังกร และเคล็ดลับวิชานภาสลักโลหิต ของนางล้ำเลิศเกินกว่าที่ใครจะสามารถคาดเดาได้ นางมีโอกาสได้ชีวิตใหม่ ร่างใหม่ เพื่อแก้แค้น..
ดูเพิ่มเติมชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! เสียงกระบี่ปะทะกระบี่ดังเลื่อนลั่นไปทั่วลานเทียนหยวน ในวังหลวง มู่หรงเหว่ยว่าน ในชุดสีแดงเข้มสวมเสื้อคลุมหงส์เพลิง กำกระบี่สดับพิรุณในมือแน่น ฟาดฟันออกไปอย่างห้าวหาญ ด้วยพลังปราณกระบี่ระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพี นางกำลังต่อสู้กับจอมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ เฮ่อหมิงเซวียน แห่งสำนักจงซาน ผู้อยู่ในระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพีเช่นเดียวกัน ถัดไปในรัศมีร้อยเมตร มู่หรงเหว่ยว่าน ยังถูกล้อมไว้ด้วย กองกำลังทหารราชองครักษ์สามร้อยคนของฮ่องเต้แคว้นฉิน หลี่เหวินเจี๋ย
เฮ่อหมิงเซวียนใช้สุดยอดเคล็ดวิชากระบี่จงซานที่มีพลังรุนแรงเข้าจู่โจมมู่หรงเหว่ยว่าน อย่างไม่ปราณี การประลองครั้งนี้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง มู่หรงเหว่ยว่านหลบหลีกกระบี่ของเฮ่อหมิงเซวียนอย่างรวดเร็ว พลังปราณของนางลดลงมากเพราะนางเพิ่งถูกวางยาพิษในเหล้า ที่นางดื่มเข้าไปในงานเลี้ยงในวังหลวงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน มู่หรงเหว่ยว่านกระอักเลือดออกมาเป็นระยะระยะ ในขณะที่ทำการต่อสู้อยู่กับเฮ่อหมิงเซวียน ทุกครั้งที่นางเดินพลังลมปราณ นางก็จะต้องกระอักเลือด ทำให้เคล็ดวิชากระบี่สดับพิรุณสยบมังกรของนางใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่ถึงแม้จะใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่เฮ่อหมิงเซวียนก็ถึงกับเซไปไกลหลังจากพยายามหลบปราณกระบี่สดับพิรุณสยบมังกรของนาง
เฮ่อหมิงเซวียน ยิ้มอย่างเย้ยหยัน เอ่ย “มู่หรงเหว่ยว่าน ยอมแพ้ซะ ฮ่องเต้ได้ประกาศไว้แล้วว่าหากเจ้ายอมให้จับก็จะแค่ถูกตัดเส้นเอ็น ทำให้สูญสิ้นวิทยายุทธ์และขังเจ้าไว้ตลอดชีวิต แต่หากเจ้าไม่ยอมให้จับ ทางเดียวที่เจ้ามีคือ ต้องตาย!” เมื่อมู่หรงเหว่ยว่านได้ยิน นางก็สะกดกลั้นของเหลว รสหวานคาวที่อยู่ที่ลำคอ กล่าวว่า “หุบปากไปซะ! ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ไม่มีทางมีชีวิตอยู่แบบอัปยศดั่งคนพิการไร้ประโยชน์อย่างนั้น วันนี้ข้าถูกทรยศหักหลัง จากหลี่เหวินเจี๋ย เจ้าคิดว่าต่อไปในอนาคตเจ้าจะไม่โดนทรยศหักหลังอย่างนั้นรึ?” ฮ่า ฮ่า ฮ่า มู่หรงเหว่ยว่าน กัดฟันเค้นเสียงหัวเราะออกมา “ข้าเสียใจที่ข้ารู้ความจริงช้า และเสียใจแทนประชาชนชาวแคว้นฉินที่มีฮ่องเต้ทรราชแบบเขา” มู่หรงเหว่ยวานเบนสายตาคมกริบไปยังกำแพงพระราชวัง “ หลี่เหวินเจี๋ย เจ้ามิตายดีแน่”
เฮ่อหมิงเซวียนกระโดดเหาะขึ้นไปบนอากาศพร้อมทั้งรวบรวมพลังปราณ ปรากฏเป็นรังสีล้อมรอบๆ ตัวเขา ก่อนที่จะฟาดพลังปราณทั้งก้อนนั้นตรงมายังร่างของมู่หรงเหว่ยว่าน มู่หรงเหว่ยว่านกระโดดหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็วหลบพลังปราณอันรุนแรงของเฮ่อหมิงเซวียน พร้อมทั้งใช้ความเร็วกระโดดเหาะเข้าจู่โจมเหนือร่างของเฮ่อหมิงเซวียนบนท้องฟ้า เพลงกระบี่พริ้วไหว ทุกกระบวนท่าเปี่ยมพลังปราณสังหาร เพียงชั่วพริบตา กระบี่สดับพิรุณก็สามารถแทงหน้าผากของเฮ่อหมิงเซวียน
ด้วยกระบี่สดับพิรุณสยบมังกรในมือของนาง เฮ่อหมิงเซวียนไม่ทันแม้แต่จะหลบหลีกใดใด แม้แต่ดวงตาของเขาก็ไม่ทันได้กระพริบ ลมหายใจและวิญญาณของเขาถูกกระชากออกจากร่างไปโดยพลัน แล้วร่างของเฮ่อหมิงเซวียนก็ลอยตกลงมาจากกลางอากาศ กระแทกลงไปที่พื้นด้านล่างของลานเทียนหยวนสิ้นใจตายไปสนิททันทีด้วยดวงตาที่เบิกค้าง มู่หรงเหว่ยว่านกระอักเลือดกลางอากาศ พร้อมทั้งค่อยๆ เหาะลงมาบนพื้น การทรงตัวของนางไม่ดีนักเพราะพิษกำเริบ แต่มู่หรงเหว่ยว่าน นางก็ยังคงยืนหยัดได้อยู่ มู่หรงเหว่ยว่านมองขึ้นไปตามแนวของกำแพงเมืองหลวง ก็สบเข้ากับสายตาของหลี่เหวินเจี๋ยที่ยืนอยู่บนนั้น วันนี้เขาได้ทำพิธีขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรของแคว้นฉิน
หลี่เหวินเจี๋ย ผู้ชายที่นางออกรบเพื่อช่วยเขาให้ได้นั่งบัลลังก์ ผู้ชายที่มีปณิธานเพื่อความสงบสุขของประชาชน ผู้ชายผู้ที่สาบานว่ารักนางเพียงคนเดียว และจะปกป้องนางตลอดไป แต่วันนี้เมื่อเขาได้นั่งบัลลังก์มังกร ความจริงทุกอย่างก็ปรากฏขึ้น หลี่เหวินเจี๋ยเพียงใช้นางเป็นหมาก ทุกคนในตระกูลมู่หรงถูกสังหารทั้งหมดเมื่อเช้านี้ เพียงเพื่อเป็นการเอาใจแม่ทัพใหญ่เฉิงอัน
หลี่เหวินเจี๋ยต้องการทหารสี่แสนคนของตระกูลเฉิงมาช่วยทำให้อำนาจแข็งแรง เขาถึงกับผิดคำสาบานต่อข้า
เขาเลือกที่จะแต่งงานกับเฉิงซูหลิงบุตรีของแม่ทัพใหญ่เฉิงอันพร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮา และหลังจากนี้ หลี่เหวินเจี๋ยและเฉิงอัน จะยกทัพไปรบกับแคว้นโจวและแคว้นหยวน เพื่อยึดมาเป็นดินแดนของตนให้ได้
มู่หรงเหว่ยว่าน โกรธ เกลียด เคียดแค้น หลี่เหวินเจี๋ยเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้นางรู้ว่านางกำลังจะตายเพราะพิษได้กระจายไปทั่วร่างของนางและเข้าสู่หัวใจ ทำลายอวัยวะภายในทั้งหมดของนางเรียบร้อยแล้ว แต่นางจะไม่มีทางตายอยู่ตรงนี้นางจะต้องไม่ให้ศัตรูของนางได้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณของนาง
มู่หรงเหว่ยว่าน รวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกายมารวมไว้ที่จุดตันเถียน และบังคับให้พลังปราณทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนย้ายมาที่กระบี่สดับพิรุณ มู่หรงเหว่ยว่านกระโดดลอยขึ้นไปสูงในระดับสูงสุด เลยกำแพงเมืองจิงอันสูงตระหง่านพร้อมทั้งร่ายรำกระบี่ อย่างรวดเร็วไปมาในอากาศ ดุจดั่งกำลังเขียนอักษรลงบนท้องฟ้าที่เปรียบเสมือนกระดาษ มู่หรงเหว่ยว่าน นางกำลังใช้สุดยอดเคล็ดวิชาโบราณของเทือกเขาคุนหลุน นภาสลักโลหิต เพื่อสาปแช่ง หลี่เหวินเจี๋ย
“ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ขอโอกาสจากสวรรค์ ให้ได้กลับมาแก้แค้น หลี่เหวินเจี๋ย ให้สำเร็จ ข้าขอให้ หลี่เหวินเจี๋ย ผู้ผิดคำสาบานต่อข้า ให้มันสูญสิ้นทายาท ทุกคนในตระกูลหลี่ตายตกไปทั้งหมด ตามไปรับใช้คนในตระกูลมู่หรงในปรโลก”
หลังจากสิ้นเสียงของมู่หรงเหว่ยว่าน ก็เกิดลำแสงสว่างเจิดจ้าที่ทุกคนในบริเวณนั้นไม่อาจจะลืมตามองขึ้นไปได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับกระบี่สดับพิรุณที่เหาะออกไปจากวังหลวงตรงไปยังทิศทางของเขาคุนหลุนทันที เมื่อแสงสว่างจ้านั้นหายไป ก็เหลือเพียงตัวอักษรที่เรืองแสงสีทอง ลอยค้างอยู่บนท้องฟ้า
“ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ขอโอกาสจากสวรรค์ ให้ได้กลับมาแก้แค้น หลี่เหวินเจี๋ย ให้สำเร็จ ข้าขอให้หลี่เหวินเจี๋ยผู้ผิดคำสาบานต่อข้า ให้มันสูญสิ้นทายาท ทุกคนในตระกูลหลี่ ตายตกไปทั้งหมด ตามไปรับใช้คนในตระกูลมู่หรงในปรโลก”
หลี่เหวินเจี๋ย เมื่อเห็นตัวอักษรเหล่านั้นที่ยังคงเหลือให้เห็นบนท้องฟ้า ก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เขาเซถอยหลังไปพิงผนังกำแพงเมือง นี่เป็นเคล็ดวิชาลับสุดยอดของคุนหลุนเพื่อใช้ในการกำหนดจิตก่อนดับสูญของผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชานี้ เพื่อนำความทรงจำไปด้วย ในชีวิตหน้า
แม่ทัพใหญ่เฉิงอัน เข้ามาประคองฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ย พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พระองค์ไม่ต้องกังวลใดใด ทั้งสิ้น ไม่ว่ามู่หรงเหว่ยว่าน จะกลับมาเพื่อแก้แค้นเมื่อใด ข้าและกองทัพตระกูลเฉิงจะปกป้องฝ่าบาทเองโปรดอย่าได้กังวลพระทัย ไปเลย ได้โปรดเสด็จกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หลิงเอ๋อร์ รอฝ่าบาทอยู่ในนั้น”
ฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ยได้สติขึ้นมา “ใช่ ต้องเป็นเช่นนั้น” หลี่เหวินเจี๋ยจับมือของแม่ทัพใหญ่เฉิงอันไว้แน่นด้วยนิ้วที่สั่นเทา
แม่ทัพใหญ่เฉิงอันยิ้มกว้าง “ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย”
หลี่เหวินเจี๋ย ยืดตัวตรง พร้อมหันไปเอ่ยกับขันทีคนสนิทว่า “ถึงเวลาต้องแต่งตั้งฮองเฮาแคว้นฉินแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
อีกฟากฟ้าหนึ่งห่างจากเมืองจิงอัน แคว้นฉิน ไปเป็นพันลี้ กระบี่สดับพิรุณได้ลอยกลับมายังสุสานกระบี่คุนหลุน นี่เป็นความอัศจรรย์ของเคล็ดวิชานภาสลักโลหิต ที่ถึงแม้ร่างของเจ้าของกระบี่จะหายกลายเป็นลำแสงสว่างจ้ารัศมีไปแล้ว แต่ปราณกระบี่ที่หลอมรวมกับจิตวิญญาณกระบี่ ก็จะต้องกลับมายังสุสานกระบี่คุนหลุน มารวมอยู่ที่สุสานกระบี่คุนหลุน กระบี่สดับพิรุณหลังจากปักลงบนพื้นภายในสุสานกระบี่คุนหลุนแล้ว แสงสีทองอ่อนๆ กำลังจะดับลง พร้อมกับอักษรคำว่า “มู่หรงเหว่ยว่าน” ปรากฏขึ้นมาที่คมกระบี่
สายลมพัดนำพาหมอกเมฆหนา และสายฝนมายังเขาคุนหลุน เสียงของสายลมและสายฝนที่โปรยปราย คล้ายดั่งเสียงกระซิบที่หนักแน่นมั่นคงว่า
“ข้าจะกลับมา ไม่ว่านานแค่ไหน ข้าจะกลับมา”
เดือนห้า วันที่สาม มู่หรงเหว่ยว่าน และหลี่เหวินเจี๋ยพบกับที่สุสานตระกูลเฉิง ในความคิดของหลี่เหวินเจี๋ย ถึงอย่างไรสิ่งที่ควรจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก็ไม่สมควรล่าช้า สิ่งที่ควรเผชิญหน้าก็ไม่ควรหลบเลี่ยงไปได้ สิ่งที่ควรทำก็ต้องแบกรับ เขามิใช่บุรุษที่หลายใจสมควรตายเสียหน่อย เขาพร้อมที่จะมีชีวิตที่มีความสุขกับมู่หรงเหว่ยว่าน เขามองไปยังร่างที่ยืนอย่างสง่างามเบื้องหน้าเขา ห่างจากเขาไม่กี่จั้ง เขาเลื่อนสายตาจากตำแหน่งศรีษะไล้ลงมาเรื่อย ๆ จรดปลายเท้าของมู่หรงเหว่ยว่านแม้ว่าความงามของรูปลักษณ์ภายนอกของนางเปลี่ยนไปเป็นความงามที่แตกต่างจากเดิม แต่กลิ่นอายของความองอาจ สง่างาม ยังคงแผ่ออกมาจากร่างของนาง เป็นพลังอันคุ้นเคยสำหรับหลี่เหวินเจี๋ยเป็นอย่างดีหลี่เหวินเจี๋ยเดินอย่างช้า ๆ เข้าไปหามู่หรงเหว่ยว่าน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ยามนี้อารมณ์เขามิได้ปลอดโปร่งเท่าใดนัก แต่แสงอาทิตย์กลับแจ่มจ้าเป็นพิเศษเขาเห็นว่าวันนี้พระอาทิตย์ทรงกลดงดงามเกินเหตุ เขาค่อย ๆ เลื่อนสายตากลับมาที่มู่หรงเหว่ยว่าน ยิ้มพรางเอ่ย“เหว่ยว่าน ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้า..” หลี่เหวินเจี๋ยมิ
แสงจันทร์เย็นตาอาบไล้ให้ยามราตรีบนเนินเขา จื่อซานที่อยู่ภายใต้ม่านหมอกปกคลุมจาง ๆ ขณะที่บริเวณโดยรอบวังเวงเปล่าเปลี่ยว ทหารม้าหุ้มเกราะเหล็กทะยานออกจากแคว้น โจวมาอย่างเกรียงไกร อาจเป็นเพราะผู้นำทัพเข้มงวดเด็ดขาด นอกจากเสียงกีบม้าเหยียบย่ำพื้น ก็มิมีผู้ใดส่งเสียงเกินความจำเป็นอื่นใดอีก มู่หรงเหว่ยว่านและซือหม่าไป๋สวมใส่ชุดเกราะน่าเกรงขาม ห้อยกระบี่ประจำกายไว้ข้างเอว ทั้งคู่อยู่หน้าสุด กำลังมองไปยังทิศทางเมืองจินอันแคว้นฉิน ฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ยแห่งแคว้นฉินเลอะเลือนไร้ความสามารถ ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีหลังจากหลี่เหวินเจี๋ยขึ้นครองราชย์ เหล่าราชวงศ์และขุนนางต่างใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ส่วนประชาชนยากจนข้นแค้น เกิดการปล้นชิงเป็นบริเวณกว้าง กลุ่มคนกระหายอำนาจต่างตั้งตนยึดพื้นที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน ตระกูลจูแห่งอันคัง กำจัดตระกูลเฉิงแห่งจิงอันที่ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นฉินลงได้อย่างราบคาบ แม้แต่ราชวงศ์แซ่หลี่ก็ยังต้องให้ความเกรงใจตระกูลจูถึงสามส่วน เรื่องนี้แน่นอนว่ามู่หรงเหว่ยว่านประจักษ์เป็นอย่างดีว่าตระกูลจูแห่งอันคังนั้น มีจูอ
ยามที่ปลายขอบฟ้ามีเมฆสีแดงเพลิงลอยคล้อยเข้าบดบังนกกาที่บินฉวัดเฉวียนเกลื่อนฟ้า มู่หรงเหว่ยว่านเกิดลางสังหรณ์ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แต่จะเป็นเรื่องใด? คำกล่าวที่ว่าประสาทสัมผัสที่หกเป็นดั่งอีกาดำแห่งความโชคร้ายก็คือ เมื่อใดที่เกิดลางสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องดีเกิดขึ้น ย่อมไม่มีเรื่องดีอันใดเกิดขึ้น กลับกันหากมีลางสังหรณ์ร้าย มักจะต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเสมอ การรอคอยวันที่จะได้แก้แค้น ปลอบโยนดวงวิญญาณของคนในครอบครัว ช่างสร้างความทรมานให้กับนางเป็นอย่างยิ่ง หากมิได้ รัชทายาทซือหม่าไป๋ พระสวามีคอยปลอบประโลมจิตใจ ขณะนี้เกรงว่านางคงเหยียบแผ่นดินแคว้นฉินแล้ว ที่แย่ยิ่งกว่าลางสังหรณ์ก็คือ หน่วยข่าวกรองขาดการติดต่อกับราชสำนักโดยสิ้นเชิงมาเป็นเวลาสองเดือนแล้ว ข้อมูลข่าวสารหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนว่าวที่สายป่านขาด นี่หมายความว่าหากไม่เพราะสายลับที่ส่งไปไม่ถูกขัดขวางระหว่างทาง ก็อาจเป็นเพราะสายลับเสียชีวิตไปแล้วมู่หรงเหว่ยว่านพยายามจิบน้ำชาเพื่อให้ตัวเองสงบลง แต่มือที่ถือถ้วยกลับสั่นไม่หยุด ก่อนที่นางจะทำน้ำชาร้อนลวกมือตัวเอง ทันใดนั้นมู
สายลมโชยพลิ้วยามค่ำคืน สะกิดธุลีบนพื้นลอยฟุ้ง กองกำลังนักฆ่าของตระกูลจูโดยการนำของจูเก่อปาปิดล้อมคฤหาสน์จวนแม่ทัพใหญ่เฉิงอันไว้อย่างแน่นหนาเข้มงวด ต่อให้มีปีกก็คงไม่มีใครหนีออกไปได้ พวกเขาผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ด้านหน้ามีมือหน้าไม้เรียงรายเป็นแถว ทุกคนหันหน้าเข้าหาคฤหาสน์ กระเป๋าสะพายด้านหลังเต็มไปด้วยลูกศรอาบยาพิษ ด้านหน้าเป็นร่องไม่ลึกมากที่ได้ส่งคนลักลอบมาขุด ไว้อย่างยากลำบากเพียงหนึ่งคืนรอบคฤหาสน์ ในร่องเต็มไปด้วยผงดินปืนจำนวนมาก จุดประสงค์นั้นชัดเจน แม้ต้องสละชีวิต บุคคลผู้เป็นเป้าหมายผู้นั้นต้องตายสถานเดียว เมื่อดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยและนักฆ่าทุกคนอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมแล้ว จูเก่อปาโบกมือส่งสัญญาณ ทุกคนพลิกตัวพริ้วกายขึ้นไปเกาะอยู่บนกำแพงอย่างแคล่วคล่อง เงียบกริบ ไม่ได้ยินแม้เสียงหายใจ นักฆ่าทุกคนทำการบรรจุชิงฮัวชิงราชาแห่งยาพิษไว้ที่ปลายแหลมของลูกศร จากนั้นขึ้นลำหน้าไม้ จูเก่อปายกมือโบกเบาๆ อีกครั้ง ลูกศรก็ถูกยิงตรงไปยังคฤหาสน์จวนของแม่ทัพใหญ่เฉิงอันทันที เมื่อลูกศรชุดแรกถูกยิงออกไปแล้ว ลูกศรชุดที่สอง สาม และส