มู่หรงเหว่ยว่าน ลิขิตหวนรัก

มู่หรงเหว่ยว่าน ลิขิตหวนรัก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
โดย:  เซียงเทียน&ทาราโยอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
34บท
13views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางเป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวแห่งคุนหลุน แต่ต้องจบชีวิตลงโดยน้ำมือบุรุษที่เคยสาบานว่าจะรักนางเพียงคนเดียว เพลงกระบี่สดับพิรุณสยบมังกร และเคล็ดลับวิชานภาสลักโลหิต ของนางล้ำเลิศเกินกว่าที่ใครจะสามารถคาดเดาได้ นางมีโอกาสได้ชีวิตใหม่ ร่างใหม่ เพื่อแก้แค้น..

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ถึงเวลาเดินทางไกล

ชิ้ง!  ชิ้ง! ชิ้ง! เสียงกระบี่ปะทะกระบี่ดังเลื่อนลั่นไปทั่วลานเทียนหยวน ในวังหลวง มู่หรงเหว่ยว่าน ในชุดสีแดงเข้มสวมเสื้อคลุมหงส์เพลิง กำกระบี่สดับพิรุณในมือแน่น ฟาดฟันออกไปอย่างห้าวหาญ ด้วยพลังปราณกระบี่ระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพี นางกำลังต่อสู้กับจอมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ เฮ่อหมิงเซวียน แห่งสำนักจงซาน ผู้อยู่ในระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพีเช่นเดียวกัน ถัดไปในรัศมีร้อยเมตร มู่หรงเหว่ยว่าน ยังถูกล้อมไว้ด้วย กองกำลังทหารราชองครักษ์สามร้อยคนของฮ่องเต้แคว้นฉิน หลี่เหวินเจี๋ย

เฮ่อหมิงเซวียนใช้สุดยอดเคล็ดวิชากระบี่จงซานที่มีพลังรุนแรงเข้าจู่โจมมู่หรงเหว่ยว่าน อย่างไม่ปราณี การประลองครั้งนี้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง มู่หรงเหว่ยว่านหลบหลีกกระบี่ของเฮ่อหมิงเซวียนอย่างรวดเร็ว  พลังปราณของนางลดลงมากเพราะนางเพิ่งถูกวางยาพิษในเหล้า ที่นางดื่มเข้าไปในงานเลี้ยงในวังหลวงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน  มู่หรงเหว่ยว่านกระอักเลือดออกมาเป็นระยะระยะ ในขณะที่ทำการต่อสู้อยู่กับเฮ่อหมิงเซวียน ทุกครั้งที่นางเดินพลังลมปราณ นางก็จะต้องกระอักเลือด ทำให้เคล็ดวิชากระบี่สดับพิรุณสยบมังกรของนางใช้ได้ไม่เต็มที่  แต่ถึงแม้จะใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่เฮ่อหมิงเซวียนก็ถึงกับเซไปไกลหลังจากพยายามหลบปราณกระบี่สดับพิรุณสยบมังกรของนาง

เฮ่อหมิงเซวียน ยิ้มอย่างเย้ยหยัน เอ่ย “มู่หรงเหว่ยว่าน ยอมแพ้ซะ ฮ่องเต้ได้ประกาศไว้แล้วว่าหากเจ้ายอมให้จับก็จะแค่ถูกตัดเส้นเอ็น ทำให้สูญสิ้นวิทยายุทธ์และขังเจ้าไว้ตลอดชีวิต แต่หากเจ้าไม่ยอมให้จับ ทางเดียวที่เจ้ามีคือ ต้องตาย!”  เมื่อมู่หรงเหว่ยว่านได้ยิน นางก็สะกดกลั้นของเหลว รสหวานคาวที่อยู่ที่ลำคอ กล่าวว่า “หุบปากไปซะ!  ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ไม่มีทางมีชีวิตอยู่แบบอัปยศดั่งคนพิการไร้ประโยชน์อย่างนั้น วันนี้ข้าถูกทรยศหักหลัง จากหลี่เหวินเจี๋ย เจ้าคิดว่าต่อไปในอนาคตเจ้าจะไม่โดนทรยศหักหลังอย่างนั้นรึ?”  ฮ่า ฮ่า ฮ่า มู่หรงเหว่ยว่าน กัดฟันเค้นเสียงหัวเราะออกมา “ข้าเสียใจที่ข้ารู้ความจริงช้า และเสียใจแทนประชาชนชาวแคว้นฉินที่มีฮ่องเต้ทรราชแบบเขา” มู่หรงเหว่ยวานเบนสายตาคมกริบไปยังกำแพงพระราชวัง “ หลี่เหวินเจี๋ย เจ้ามิตายดีแน่”

เฮ่อหมิงเซวียนกระโดดเหาะขึ้นไปบนอากาศพร้อมทั้งรวบรวมพลังปราณ ปรากฏเป็นรังสีล้อมรอบๆ ตัวเขา ก่อนที่จะฟาดพลังปราณทั้งก้อนนั้นตรงมายังร่างของมู่หรงเหว่ยว่าน  มู่หรงเหว่ยว่านกระโดดหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็วหลบพลังปราณอันรุนแรงของเฮ่อหมิงเซวียน พร้อมทั้งใช้ความเร็วกระโดดเหาะเข้าจู่โจมเหนือร่างของเฮ่อหมิงเซวียนบนท้องฟ้า เพลงกระบี่พริ้วไหว ทุกกระบวนท่าเปี่ยมพลังปราณสังหาร เพียงชั่วพริบตา กระบี่สดับพิรุณก็สามารถแทงหน้าผากของเฮ่อหมิงเซวียน

ด้วยกระบี่สดับพิรุณสยบมังกรในมือของนาง  เฮ่อหมิงเซวียนไม่ทันแม้แต่จะหลบหลีกใดใด แม้แต่ดวงตาของเขาก็ไม่ทันได้กระพริบ ลมหายใจและวิญญาณของเขาถูกกระชากออกจากร่างไปโดยพลัน  แล้วร่างของเฮ่อหมิงเซวียนก็ลอยตกลงมาจากกลางอากาศ กระแทกลงไปที่พื้นด้านล่างของลานเทียนหยวนสิ้นใจตายไปสนิททันทีด้วยดวงตาที่เบิกค้าง  มู่หรงเหว่ยว่านกระอักเลือดกลางอากาศ พร้อมทั้งค่อยๆ เหาะลงมาบนพื้น  การทรงตัวของนางไม่ดีนักเพราะพิษกำเริบ แต่มู่หรงเหว่ยว่าน นางก็ยังคงยืนหยัดได้อยู่ มู่หรงเหว่ยว่านมองขึ้นไปตามแนวของกำแพงเมืองหลวง ก็สบเข้ากับสายตาของหลี่เหวินเจี๋ยที่ยืนอยู่บนนั้น วันนี้เขาได้ทำพิธีขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรของแคว้นฉิน 

หลี่เหวินเจี๋ย ผู้ชายที่นางออกรบเพื่อช่วยเขาให้ได้นั่งบัลลังก์ ผู้ชายที่มีปณิธานเพื่อความสงบสุขของประชาชน ผู้ชายผู้ที่สาบานว่ารักนางเพียงคนเดียว และจะปกป้องนางตลอดไป แต่วันนี้เมื่อเขาได้นั่งบัลลังก์มังกร ความจริงทุกอย่างก็ปรากฏขึ้น หลี่เหวินเจี๋ยเพียงใช้นางเป็นหมาก ทุกคนในตระกูลมู่หรงถูกสังหารทั้งหมดเมื่อเช้านี้  เพียงเพื่อเป็นการเอาใจแม่ทัพใหญ่เฉิงอัน

หลี่เหวินเจี๋ยต้องการทหารสี่แสนคนของตระกูลเฉิงมาช่วยทำให้อำนาจแข็งแรง เขาถึงกับผิดคำสาบานต่อข้า

เขาเลือกที่จะแต่งงานกับเฉิงซูหลิงบุตรีของแม่ทัพใหญ่เฉิงอันพร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮา และหลังจากนี้ หลี่เหวินเจี๋ยและเฉิงอัน จะยกทัพไปรบกับแคว้นโจวและแคว้นหยวน เพื่อยึดมาเป็นดินแดนของตนให้ได้

มู่หรงเหว่ยว่าน โกรธ เกลียด เคียดแค้น หลี่เหวินเจี๋ยเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้นางรู้ว่านางกำลังจะตายเพราะพิษได้กระจายไปทั่วร่างของนางและเข้าสู่หัวใจ ทำลายอวัยวะภายในทั้งหมดของนางเรียบร้อยแล้ว แต่นางจะไม่มีทางตายอยู่ตรงนี้นางจะต้องไม่ให้ศัตรูของนางได้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณของนาง

มู่หรงเหว่ยว่าน รวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกายมารวมไว้ที่จุดตันเถียน และบังคับให้พลังปราณทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนย้ายมาที่กระบี่สดับพิรุณ     มู่หรงเหว่ยว่านกระโดดลอยขึ้นไปสูงในระดับสูงสุด เลยกำแพงเมืองจิงอันสูงตระหง่านพร้อมทั้งร่ายรำกระบี่ อย่างรวดเร็วไปมาในอากาศ ดุจดั่งกำลังเขียนอักษรลงบนท้องฟ้าที่เปรียบเสมือนกระดาษ  มู่หรงเหว่ยว่าน นางกำลังใช้สุดยอดเคล็ดวิชาโบราณของเทือกเขาคุนหลุน นภาสลักโลหิต เพื่อสาปแช่ง หลี่เหวินเจี๋ย

ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ขอโอกาสจากสวรรค์ ให้ได้กลับมาแก้แค้น หลี่เหวินเจี๋ย ให้สำเร็จ ข้าขอให้ หลี่เหวินเจี๋ย ผู้ผิดคำสาบานต่อข้า ให้มันสูญสิ้นทายาท ทุกคนในตระกูลหลี่ตายตกไปทั้งหมด ตามไปรับใช้คนในตระกูลมู่หรงในปรโลก

หลังจากสิ้นเสียงของมู่หรงเหว่ยว่าน ก็เกิดลำแสงสว่างเจิดจ้าที่ทุกคนในบริเวณนั้นไม่อาจจะลืมตามองขึ้นไปได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับกระบี่สดับพิรุณที่เหาะออกไปจากวังหลวงตรงไปยังทิศทางของเขาคุนหลุนทันที เมื่อแสงสว่างจ้านั้นหายไป ก็เหลือเพียงตัวอักษรที่เรืองแสงสีทอง ลอยค้างอยู่บนท้องฟ้า

“ข้า มู่หรงเหว่ยว่าน ขอโอกาสจากสวรรค์ ให้ได้กลับมาแก้แค้น หลี่เหวินเจี๋ย ให้สำเร็จ ข้าขอให้หลี่เหวินเจี๋ยผู้ผิดคำสาบานต่อข้า ให้มันสูญสิ้นทายาท ทุกคนในตระกูลหลี่ ตายตกไปทั้งหมด ตามไปรับใช้คนในตระกูลมู่หรงในปรโลก”

หลี่เหวินเจี๋ย เมื่อเห็นตัวอักษรเหล่านั้นที่ยังคงเหลือให้เห็นบนท้องฟ้า ก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เขาเซถอยหลังไปพิงผนังกำแพงเมือง นี่เป็นเคล็ดวิชาลับสุดยอดของคุนหลุนเพื่อใช้ในการกำหนดจิตก่อนดับสูญของผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชานี้ เพื่อนำความทรงจำไปด้วย ในชีวิตหน้า

แม่ทัพใหญ่เฉิงอัน เข้ามาประคองฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ย พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พระองค์ไม่ต้องกังวลใดใด ทั้งสิ้น ไม่ว่ามู่หรงเหว่ยว่าน จะกลับมาเพื่อแก้แค้นเมื่อใด ข้าและกองทัพตระกูลเฉิงจะปกป้องฝ่าบาทเองโปรดอย่าได้กังวลพระทัย ไปเลย ได้โปรดเสด็จกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หลิงเอ๋อร์ รอฝ่าบาทอยู่ในนั้น”

ฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ยได้สติขึ้นมา “ใช่ ต้องเป็นเช่นนั้น” หลี่เหวินเจี๋ยจับมือของแม่ทัพใหญ่เฉิงอันไว้แน่นด้วยนิ้วที่สั่นเทา

แม่ทัพใหญ่เฉิงอันยิ้มกว้าง “ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย”

หลี่เหวินเจี๋ย ยืดตัวตรง พร้อมหันไปเอ่ยกับขันทีคนสนิทว่า “ถึงเวลาต้องแต่งตั้งฮองเฮาแคว้นฉินแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ” 

อีกฟากฟ้าหนึ่งห่างจากเมืองจิงอัน แคว้นฉิน ไปเป็นพันลี้ กระบี่สดับพิรุณได้ลอยกลับมายังสุสานกระบี่คุนหลุน นี่เป็นความอัศจรรย์ของเคล็ดวิชานภาสลักโลหิต ที่ถึงแม้ร่างของเจ้าของกระบี่จะหายกลายเป็นลำแสงสว่างจ้ารัศมีไปแล้ว แต่ปราณกระบี่ที่หลอมรวมกับจิตวิญญาณกระบี่ ก็จะต้องกลับมายังสุสานกระบี่คุนหลุน  มารวมอยู่ที่สุสานกระบี่คุนหลุน  กระบี่สดับพิรุณหลังจากปักลงบนพื้นภายในสุสานกระบี่คุนหลุนแล้ว แสงสีทองอ่อนๆ กำลังจะดับลง พร้อมกับอักษรคำว่า “มู่หรงเหว่ยว่าน” ปรากฏขึ้นมาที่คมกระบี่

สายลมพัดนำพาหมอกเมฆหนา และสายฝนมายังเขาคุนหลุน เสียงของสายลมและสายฝนที่โปรยปราย คล้ายดั่งเสียงกระซิบที่หนักแน่นมั่นคงว่า

“ข้าจะกลับมา ไม่ว่านานแค่ไหน ข้าจะกลับมา”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
34
บทที่ 1 ถึงเวลาเดินทางไกล
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! เสียงกระบี่ปะทะกระบี่ดังเลื่อนลั่นไปทั่วลานเทียนหยวน ในวังหลวง มู่หรงเหว่ยว่าน ในชุดสีแดงเข้มสวมเสื้อคลุมหงส์เพลิง กำกระบี่สดับพิรุณในมือแน่น ฟาดฟันออกไปอย่างห้าวหาญ ด้วยพลังปราณกระบี่ระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพี นางกำลังต่อสู้กับจอมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ เฮ่อหมิงเซวียน แห่งสำนักจงซาน ผู้อยู่ในระดับขั้นสูงเขตแดนอมตะบนปฐพีเช่นเดียวกัน ถัดไปในรัศมีร้อยเมตร มู่หรงเหว่ยว่าน ยังถูกล้อมไว้ด้วย กองกำลังทหารราชองครักษ์สามร้อยคนของฮ่องเต้แคว้นฉิน หลี่เหวินเจี๋ยเฮ่อหมิงเซวียนใช้สุดยอดเคล็ดวิชากระบี่จงซานที่มีพลังรุนแรงเข้าจู่โจมมู่หรงเหว่ยว่าน อย่างไม่ปราณี การประลองครั้งนี้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง มู่หรงเหว่ยว่านหลบหลีกกระบี่ของเฮ่อหมิงเซวียนอย่างรวดเร็ว พลังปราณของนางลดลงมากเพราะนางเพิ่งถูกวางยาพิษในเหล้า ที่นางดื่มเข้าไปในงานเลี้ยงในวังหลวงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน มู่หรงเหว่ยว่านกระอักเลือดออกมาเป็นระยะระยะ ในขณะที่ทำการต่อสู้อยู่กับเฮ่อหมิงเซวียน ทุกครั้งที่นางเดินพลังลมปราณ นางก็จะต้องกระอักเลือด ทำให้เคล็ดวิชากระบี่สดับพิรุณสยบมังกรของนางใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่ถึงแม้จะใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ร่างใหม่ ชีวิตใหม่
ในยุคสมัยแห่งสงครามอันยืดเยื้อ แคว้นโจว แคว้นหยวน และแคว้นฉิน ที่มีชายแดนติดกัน แคว้นโจวและแคว้นฉินมีเพียงแม่น้ำเจียงกั้นกลาง แคว้นโจวและแคว้นหยวนมีภูเขาอิงซาน ตั้งตระหง่านเป็นพรมแดนธรรมชาติอยู่ และเขตแดนของทั้งสามแคว้น ณ จุดที่เรียกว่า ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำติดกับเขาคุนหลุนที่มียอดเขาสูงเสียดเมฆ ยอดดอยมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี ที่ที่ตอนนี้ เปรียบดั่งดินแดนลึกลับ รกร้างหลังจากการย้ายออกไปของตระกูลมู่หรงที่ยิ่งใหญ่ในอดีตที่เคยเป็นผู้ดูแลเขาคุนหลุนมานานหลายชั่วอายุคนณ คฤหาสน์สกุลจ้าว ของมหาราชครูจ้าวเจิ้น แห่งแคว้นโจว กำลังวุ่นวาย เพราะบุตรีคนสุดท้องของมหาราชครูจ้าวเจิ้น จ้าวจิงอวี่ กระอักเลือดออกมากลางดึกอย่างไม่มีผู้ใดรู้สาเหตุ อาการของนางอยู่ในขั้นวิกฤตเพราะปกติร่างกายของนางก็อ่อนแอมาตั้งแต่เล็กอยู่แล้ว เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ท่านแม่ของจ้าวจิงอวี่ ซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ของมหาราชครูพลัดตกน้ำในระหว่างที่ตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนครึ่ง ด้วยความอ่อนแอและอาการโรคเก่ากำเริบของฮูหยินใหญ่ ท่านหมอจึงแนะนำให้ทำคลอดเด็กทารกออกมาเพื่อจะได้รักษาชีวิตของทั้งแม่และเด็กเอาไว้ หลังจากจ้าวจิงอวี่คลอดได้ไม่นา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 หยกเฟิงลู่เทียนหวง
ณ ตำหนักเทียนหวาง พระราชวังแคว้นฉิน หลังจากเหตุการณ์ที่ลานเทียนหยวน ผ่านไปเป็นเวลาสองเดือน ฮองเฮาเฉิงซูหลิง ตั้งครรภ์หลังจากพิธีอภิเษกสมรสและหลังจากนั้นอีกสามวันหลังจากนางรู้ว่าตั้งครรภ์ นางก็ได้สูญเสียทายาทมังกรไป เป็นการแท้งโดยมิรู้สาเหตุ หมอหลวงตรวจพระอาการแล้วกราบทูลฮองเฮาเฉิงซูหลิง และแม่ทัพใหญ่เฉิงอันว่าร่างกายที่แข็งแรงกระปรี้กระเปร่าของฮองเฮาต่อจากนี้จะอ่อนแอลงตามลำดับ มิเอื้ออำนวยต่อการตั้งครรภ์และอุ้มครรภ์ได้อีกต่อไปวันต่อมาก็มีข่าวว่าหมอหลวงโรคเก่ากำเริบเสียชีวิตอย่างกะทันหันแม่ทัพใหญ่เฉิงอันผู้เป็นบิดาของฮองเฮาเฉิงซูหลิง ได้พยายามจัดหาหมอที่มีชื่อเสียงในแคว้นฉินหลายๆ คนเข้ามาตรวจอาการ เพราะต้องการให้บุตรีของตนนั้นมีโอรสสวรรค์ให้กับฮองเต้หลี่เหวินเจี๋ยให้ได้ฮองเฮาเฉิงซูหลิงเข้าใจท่านพ่อของนางดี อนาคตฮ่องเต้คนต่อไปของต้าฉิน จะต้องเป็นโอรสสวรรค์ที่เกิดจากนางเท่านั้น ฮองเฮาเฉิงซูหลิงถอนใจยาวอย่างกลัดกลุ้ม เรื่องนี้สร้างความเครียดให้นางเป็นอย่างยิ่ง ด้วยหน้าที่ของผู้เป็นใหญ่ในวังหลัง การสนับสนุนให้ฮ่องเต้มีผู้สืบสกุลมากๆ เป็นหน้าที่โดยตรงของนางฮ่องเต้หลี่เหวินเจี๋ยเพิ่ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 เมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้า
“อวี่เอ๋อร์เด็กดี เจ้าเป็นเช่นใดบ้าง แม่รองได้ยินว่าเจ้านั่นป่วยหนัก แม่รองถือศีลที่วัดจิตใจว้าวุ่นทีเดียว” เสียงดังมาแทบจะเรียกได้ว่าได้ยินกันทั้งคฤหาสน์จวนมหาราชครูจ้าว “จ้าวจิงอวี่” เจ้าของนาม “อวี่เอ๋อร์” ที่กำลังนั่งคุยกับเสี่ยวจูอยู่ในห้อง ถึงกลับต้องหันหน้าไปตามเส้นทางเสียง “ฮูหยินรองจูอิง กับคุณหนูรองจ้าวม่าน กลับมาจากถือศีลที่วัดอู่ฉือแล้วเหรอ เนี้ย” เสี่ยวจูเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ทำให้ มู่หรงเหว่ยว่าน รู้ว่าผู้หญิงสองคนที่กำลังเดินเข้ามานี่เป็นใคร ผู้หญิงที่ดูอาวุโสกว่าแต่ยังคงความสวยตามแบบฉบับผู้ดี เมืองหลวงอันคัง คงเป็นฮูหยินรองจูอิงแม่เลี้ยงของจ้าวจิงอวี่ ส่วนหญิงสาวร่างบอบบาง ผิวขาวดั่งหยก ท่าเดินชดช้อยที่เดินตามหลังมาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับจ้าวจิงอวี่ คงเป็น จ้าวม่าน บุตรีของฮูหยินรองนั่นเอง มู่หรงเหว่ยว่านในร่างจ้าวจิงอวี่ลุกขึ้นทำการคารวะฮูหยินรอง ในชั่วเวลาเพียงพริบตานั่นเอง มู่หรงเหว่ยวาน คล้ายเห็นประกายตาแข็งกร้าวปนประหลาดใจในดวงตาของจูอิง “เมื่อข้าได้รับข่าวว่าเจ้าป่วยหนักถึงขั้นกระอักเลือด ข้าเป็นห่วงเจ้ามาก แต่ข้ากำลังอยู่ในพิธีถือศีลภาวนาเพื่อขอพรต่อสวรรค์ให้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ฑูตของแคว้นหยวน
องค์ชายหกมู่เต๋อต้วนข่าย ค่อยๆขยับรุกล้ำทีละก้าว ในขณะที่สาวงาม ฮวาซู นางใส่จริตแกล้งทำผลักไสเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเติมไฟปราถนาให้กับบุรุษที่อยู่ตรงหน้านาง เมื่อไฟปราถนาลุกโซนองค์ชายหกก็รู้สึกเหมือนถูกแผดเผาร้อนแรงด้วยไฟปราถนาตามธรรมชาติบุรุษ ยิ่งร้อนแรงไปเรื่อยๆ สุดท้ายมู่เต๋อต้วนข่ายก็กดฮวาซูไว้ใต้ร่างได้สำเร็จ พอค้นหาปากทางพบก็ขยับเคลื่อนตรงเข้าไปข้างในฮวาซูแค่นเสียงแหบพร่าในลำคอ ทว่ามู่เต๋อต้วนข่ายกลับร่างกายแข็งทื่อ จ้องมองใบหน้าแดงก่ำงดงามของคนที่อยู่ใต้ร่างไม่วางตา สวรรค์บนดินแห่งนั้นเข้าถึงยากกว่าที่เขาจินตนาการไว้ มู่เต๋อต้วนข่ายขยับกายอย่างเชื่องช้า อาศัยจังหวะบดเบียดเสียดสี เนิบนาบ หลอกล่อให้สาวงาม ฮวาซูยอมเปิดช่องทางคับแคบเพื่อให้เข้ารุกล้ำ เข้าไปให้มากขึ้นอีก จุมพิตของเขาจริงจังกว่าเดิม ขบเม้มตามร่างกายของฮวาซู ให้นางนั้นส่งเสียงครางออกมาอย่างกั้นไว้ไม่ได้ จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือค่อยๆ ลูบไล้หน้าผากและใบหน้าของนางอย่างช้าๆ ทำให้นางผ่อนคลายลงกว่านี้ เพื่อจะได้นำพานางให้พบกับความสุขสมอิ่มเอม ดื่มด่ำกับสัมผัสแนบชิด ค่ำคืนนี้ยาวนานนัก พวกเขาเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ลมหายใจแห่งคุนหลุน
สายลมหนาวพัดพากลิ่นอายหิมะมาจากแดนไกล วันนี้หิมะเริ่มซาลงแล้วดวงอาทิตย์อวดโฉมอย่างหาได้ยากยิ่ง นำพาความอบอุ่นมาให้ทั่วเมืองหลวงแคว้นโจว เทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นมู่หรงเหว่ยว่าน นั่งอยู่หน้ากระจก มองดูเสี่ยวจูสาวใช้คนสนิทที่ยุ่งอยู่กับการประคองชุดอาภรณ์เนื้อดีที่ปักลวดลายงดงามหลากหลายเข้ามา อย่างตั้งอกตั้งใจ"คุณหนูอยากสวมใส่ชุดไหนเจ้าค่ะ ชุดสีเหลืองอ่อนลายเหินเมฆ หรือชุดสีฟ้าน้ำทะเลปักลายดอกท้อ หรือชุดสีชมพูขลิบทองอันนี้ หรือว่าจะเป็นชุดแดงเลือดหมูปักลายกิ่งโบตั๋น ดีเจ้าคะ?งานโคมไฟปีนี้คุณหนูของเสี่ยวจูจะได้ออกไปข้างนอกทั้งที ช่วงกลางวันต้องติดตามฮูหยินรองจูอิง ไปงานเลี้ยงบุปผาโคมไฟในวังหลวง และในตอนกลางคืนต้องติดตามใต้เท้าจ้าวจิ้งถิงออกไปชมโคมไฟยามค่ำคืนในตลาดอีก ปีหนึ่งมีครั้งเดียวคุณหนูของเสี่ยวจูต้องงามที่สุดเจ้าคะ" เสี่ยวจูพูดจบก็ยิ้มกว้างให้ มู่หรงเหว่ยว่าน"เจ้าดูตื่นเต้นมากกว่าข้าอีกนะ" มู่หรงเหว่ยว่านอดที่จะขำท่าทางของเสี่ยวจูมิได้"คุณหนูล้อบ่าวเล่นอีกแล้ว คุณหนูของบ่าวโตเป็นสาวแล้ว งดงามดั่งเทพธิดา เสื้อผ้าอาภรณ์ที่คุณชายใหญ่จัดมาให้ตั้งมากมาย สวยงามทั้งนั้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ว่าที่พระชายาของรัชทายาทซือหม่าไป๋
ภายในงานเลี้ยงบุปผาโคมไฟ ในตำหนักเฟิงอี้ แน่นขนัดไปด้วยเหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ผู้หญิง และครอบครัวของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของแคว้นโจว สตรีตระกูลจ้าวได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง เพราะเจ้าตระกูลรุ่นปัจจุบันดำรงตำแหน่งสูงสุดในตำแหน่งราชการถึงสองคน คือท่านมหาราชครูจ้าวเจิ้น ที่ปรึกษาของจักรพรรดิแคว้นโจว และมหาเสนาบดีจ้าวจิ้งถิงที่เหล่าขุนนางต่างก็เรียกเฉินเซียง (นายกรัฐมนตรี) ของแคว้นโจว ในวันนี้ตำหนักเฟิงอี้ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สวยงามหลากหลายชนิดที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในโรงเพาะปลูก ได้ถูกนำยกออกมาใช้ประดับตำหนักในงานนี้อย่างวิจิตรตระการตาตำแหน่งที่นั่งของแขกได้รับการจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบตามระดับขั้น ดังนั้นตำแหน่งที่นั่งของสตรีจากตระกูลจ้าวจึงถูกจัดไว้ใกล้กับที่นั่งของฮองเฮาและองค์หญิงไท่ผิง มู่หรงเหว่ยว่านมองไปที่ ฮูหยินรองจูอิงที่ได้ที่นั่งติดกับพระชายาของผิงอ๋อง นี่ถ้าท่านแม่ของจ้าวจิงอวี่ ยังคงมีชีวิตอยู่ ตำแหน่งที่นั่งตรงนั้น จูอิงคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสในขณะที่มู่หรงเหว่ยว่านกำลังคิดอะไรเพลินๆ ทันใดนั้นความเงียบพลันปกคลุมทั่วห้อง ม่านสีขาวพราวตาระยิบระยั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 โคมลอยฟ้าแปดอันเหนือหอคอยจิงฮวาเหลียน
มู่หรงเหว่ยว่านรู้สึกเบิกบานใจอย่างประหลาด ในระหว่างที่เตรียมตัวจะเดินทางไปชมเทศกาลโคมไฟกับพี่ชายใหญ่จ้าวจิ้งถิงในตลาดมู่หรงเหว่ยว่าน มองตัวเองในกระจกและนึกชื่นชมจ้าวจิงอวี่เจ้าของร่างนี้ ใบหน้ากลมเกลี้ยงบ่งบอกถึงความมีโชควาสนา เพียงแต่เมื่อสองเดือนก่อนแก้มตอบซูบ และใบหน้ามีความซีดเซียว แต่ตอนนี้ใบหน้าดูมีน้ำมีนวล ดวงตาสุกใสดุจสายน้ำยามกระพริบแวววาว ระยิบไหว ผิวผ่องเรืองรองเป็นยองใย ฟันขาวเป็นประกายดุจมุกงาม ริมฝีปากหยักเรียวแดงระเรื่อ ผมดำมันขลับราวต่วนไหม และร่างกายดูอรชรอ้อนแอ้นทั้งเรือนกาย มีความนุ่มนวลอ่อนโยนเป็นผู้หญิงมากกว่าร่างเดิมของนางเมื่อชีวิตก่อน“น้องหญิง เจ้าพร้อมหรือยัง เราจะได้ออกเดินทางไปดูโคมไฟในตลาดเมืองจิงกัน” เสียงสดใสทุ้มกังวานของจ้าวจิ้งถิงดังขึ้น ชวนให้ผู้คนจิตใจปลอดโปร่งขึ้นอีกอย่างประหลาด ดวงตาสุกใสของจ้าวจิงอวี่เป็นประกาย มู่หรงเหว่ยว่านค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูที่เสี่ยวจูรีบเดินกึ่งวิ่งด้วยความดีใจที่จะได้ออกไปชมเทศกาลโคมไฟเช่นกันเปิดไว้รอคุณหนูของนาง“อวี่เอ๋อร์ คารวะพี่ชายใหญ่”จ้าวจิ้งถิงมองน้องสาวของเขาด้วยความชื่นชมและอดที่จะกล่าวชมไม่ได้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 บนโค้งขอบฟ้าก็รู้เช่นกัน
บุรุษบนเตียงจุมพิตจ้าวม่านไปทั่วร่าง ละเลียดอย่างเชื่องช้าเหมือนสัตว์ป่าแทะเล็มเหยื่อพาให้นางรู้สึกหนาวเยือกเหมือนจมอยู่ใต้ก้อนน้ำแข็ง ขณะเดียวกันก็ทำให้จ้าวม่านรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกจับวางอยู่กลางกองเพลิงหลายครั้งที่นางรู้สึกเจ็บจนต้องพยายามถอยออกมา แต่นางก็ถูกลากกลับมาในอ้อมแขนโดยมีร่างกำยำตามประกบ กลิ่นสุราฉุนกึ้กและเรือนกายร้อนรุ่มกักขังและโอบล้อมนางไว้ บุรุษตรงหน้าส่งเสียงครางปนหัวเราะอย่างชั่วร้ายสะท้อนก้องอยู่ริมหูของจ้าวม่าน ทุกจุดที่นิ้วและเรียวปากไล้ผ่านจุดประกายความหวาดกลัว พร้อมกันนั้นก็กระตุ้นร่างกายนางจ้าวม่านถูกหลอมละลายลงทีละน้อย นางไม่หักห้ามใจตนเองนางเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะผูกพันธ์กับองค์รัชทายาทซือหม่าไป๋ จ้าว- -ม่านหยัดกายขึ้นตามจังหวะการหยอกล้อของนิ้วและปลายลิ้นของเขาอาภรณ์ถูกปลดออกทีละชิ้น และชั้นในของนางถูกกระชากออกอย่างป่าเถื่อน เผยให้เห็นผิวขาวเนียน บุรุษบนเตียงเชยชมเหยื่อในอ้อมแขนที่ยอมเขาอย่างเต็มใจ ท่ามกลางความเลือนราง น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอนัยน์ตาของจ้าวม่าน นางไร้ที่ยึดเหนี่ยว ทำได้เพียงยกสองมือขึ้นโอบรอบไหล่กำยำของบุรุษบนเตียงผู้นี้เรือนกายเปลื
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 สุดทางที่พราวระยับของจ้าวม่าน
หลายวันหลายคืนผ่านพ้นไป จ้าวม่านตื่นขึ้นมาจากการสลบไสลนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดก็พบว่าตนเองเข้ามาอยู่ในตำหนักเฟิงลี่ที่ถูกจัดไว้สำหรับคณะฑูตแคว้นหยวน ภายในตำหนักมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา นางรวบรวมสติและค่อยๆ ก้าวย่างไปที่ประตู ก่อนที่นางจะเหยียบย่างออกจากห้อง ทันใดนั้น บุรุษหนุ่มชุดดำเดินเข้ามาพอดี มู่เต๋อต้วนอี้ผู้มีร่างกายกำยำและใบหน้าคมดวงตาเบ้าลึก หน้าเปลี่ยนสีทันทีที่เห็นนาง“หยุดนะ! เหตุใดเจ้าจึงมาปรากฏตัวที่นี่” เขาพูดเสียงดังพลางจ้องนางด้วยสายตาเย็นเยือกก่อนจะเดินเข้ามาหาจ้าวม่านก้มหน้าพลางตอบ “ข้า ..ข้า คิดถึงบ้านข้าต้องการกลับบ้าน”“ที่ที่มีข้าที่นั้นก็คือบ้านของเจ้า เหตุใดจะต้องออกไป อีกไม่กี่วันข้าจะพาเจ้าไปแคว้นหยวน” มู่เต๋อต้วนอี้เม้มริมฝีปาก แววตาจับจ้องไปที่นางอย่างคมกริบราวกับตาเหยี่ยว เขาจับตาดูการกระทำทุกอย่างของนาง“ข้าหายไปหลายวันแล้ว คนที่บ้านข้าจะต้องเป็นห่วง ท่านปล่อยให้ข้ากลับบ้านเถิด ท่านต้องการเงินทองหรือต้องการอะไร ท่านแม่ข้าจะต้องรีบจัดเตรียมให้ท่านอย่างแน่นอน ท่านคงเป็นคนต่างเมือง ถึงไม่รู้ว่าท่านพ่อข้าเป็นถึงมหาราชครูแห่งต้าโจว” จ้าวม่านข่มความรู้สึกกล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status