Masukซ่าาา…!
ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่องจนเกิดรอยด่างดวง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่เคยคึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ บัดนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
กลุ่มชายหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีเลือดหมูยืนล้อมกรอบหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ และหนึ่งในนั้น... แทนไทกำลังถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือ นัยน์ตาคมกริบเรียบเฉยทว่าแฝงความกวนประสาทและอันตรายเอาไว้เต็มเปี่ยม เขาปรายตามองคราบไวน์บนชุดเดรสฟูฟ่องตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย
“ชุดเธอเปื้อนไวน์หมดแล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”
พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก กึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้หลุดพ้นจากวงล้อมของแขกเหรื่อ และที่สำคัญ... หลุดพ้นออกมาจากมือของหมอพิชญ์ นักศึกษาแพทย์ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ได้ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น
“ทำอะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! ปล่อยนะ พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”
เจ้าขวัญร้องโวยวายลั่นตลอดทาง พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับสุดแรงเกิด แต่แทนไทไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหรือสะทกสะท้านต่อแรงดิ้นรนของเธอเลยสักนิด
เขายังคงก้าวฉับๆ ลากเธอฝ่าสายตานับร้อยชีวิตพ้นออกมาจากโซนจัดงาน ตรงดิ่งมายังโถงทางเดินโซนห้องพักรับรองที่เงียบสงัดและไร้ผู้คน
แกร๊ก!
เขาบิดลูกบิดประตูห้องรับรองที่ใกล้ที่สุด ผลักร่างเธอเข้าไปด้านใน ก่อนจะก้าวตามและใช้ปลายเท้ากระแทกประตูให้ปิดลง
ปัง! พรึ่บ!
ทันทีที่บานประตูไม้หนาหนักปิดสนิท ร่างระหงในชุดราตรีที่ดูขัดตาเขาก็ถูกดันให้ถอยไปแนบชิดกับบานประตูทันที สองแขนแกร่งยกขึ้นยันแผ่นไม้เอาไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา
“พี่แทน! เป็นบ้าอะไร...”
“สนุกมากไหมเจ้าขวัญ... ชอบมันมากถึงขนาดยอมให้มันโอบเอว โอบกอด โชว์คนทั้งงานขนาดนั้นเลยหรือไง!!”
เสียงทุ้มต่ำคำรามลั่นด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุจุดเดือด ร่างสูงใหญ่ยืดตัวเต็มความสูงร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตร ก่อนจะโน้มใบหน้าดุดันลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
เจ้าขวัญสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวคละคลุ้งกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เป่ารดผิวหน้าอย่างคุกคาม
“ปล่อยนะ! ถ้าฉันจะชอบแล้วมันจะทำไม? ก็ฉันชอบพี่พิชญ์!” เธอกลั้นใจสวนกลับด้วยความโมโหที่ถูกกระชากมาประจานแบบนี้
“หึ...” แทนไทแค่นหัวเราะในลำคอ “ไอ้หมอหน้าจืดนั่นมันมีดีอะไรนักหนา ถึงได้ยอมให้มันแตะเนื้อต้องตัวลูบคลำขนาดนั้น! จบงานไม่พากันไปต่อที่โรงแรมเลยล่ะ!”
เจ้าขวัญเม้มริมฝีปากแน่น มองใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยโทสะอย่างไม่เข้าใจ เธอใช้สองมือดันแผงอกแกร่งใต้เสื้อช็อปเต็มแรง แม้จะรู้ดีว่าแรงอันน้อยนิดของเธอไม่สามารถทำให้ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี้ขยับเขยื้อนได้เลยก็ตาม หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความอัดอั้น
“ถ้าฉันจะไปต่อกับพี่พิชญ์ มันก็ไม่เกี่ยวกับพี่สักหน่อย! พี่พิชญ์ทั้งแสนดี ให้เกียรติฉัน เพียบพร้อมราวกับเจ้าชาย... และเรากำลังจะคบกัน! แล้วพี่ยุ่งอะไรด้วย? มันไม่เกี่ยวกับพี่เลยสักนิด!”
“คบกันเหรอ?” แววตาดุดันวาวโรจน์ขึ้นมาทันที “เธอหลงรักมัน แล้วคิดว่าคนอย่างมันจะรักคนอย่างเธอจริงๆ หรือไง? สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยหรือเปล่าเจ้าขวัญ... เจ้าชายงั้นเหรอ? หน้าอย่างมันเนี่ยนะเจ้าชาย? หึ... คิดเหรอว่าผู้ชายแบบนั้นมันจะจริงจังกับเด็กหัวอ่อน โลกสวยอย่างเธอ!”
“ก็ยังดีกว่าคนอย่างพี่ก็แล้วกัน! ในสายตาฉัน พี่พิชญ์คือเจ้าชายในฝัน... ส่วนพี่ มันก็เป็นได้แค่...”
คำพูดของเจ้าขวัญชะงักกึก เมื่อจู่ๆ แทนไทก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจร้อนระอุรินรดขอบปาก ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองเธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
“แค่อะไร... พูดให้จบสิ!” เขาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน
“ปีศาจไง! พี่มันเป็นปีศาจ! ชอบรังแกคนอื่น ทำตัวป่าเถื่อน ไร้เหตุผล พอใจหรือยัง! แล้วฉันจะยอมให้ใครแตะต้องมันก็สิทธิ์ของฉัน... พี่เป็นแค่พี่ชายข้างบ้าน! เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันสักที!”
“งั้นเหรอ... อย่างนั้นสินะ เจ้าขวัญ”
มุมปากหยักกระตุกยิ้มเหยียดหยัน ราวกับคำพูดประโยคเมื่อครู่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึง ความเจ็บปวดจากการเฝ้ามองเธอวิ่งเข้าหาคนอื่นถูกกลืนกลับลงไปในคอ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกความหึงหวงปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มตา
“ได้! ในเมื่อเธอเห็นฉันเป็นปีศาจ... งั้นเธอจะได้รู้สักที ว่าปีศาจอย่างฉัน ที่มันหวงเธอจนแทบจะบ้าตายมาตลอด... มันทำอะไรได้บ้าง!”
สิ้นเสียงคำรามนั้น เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อ้าปากเถียงหรือปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากกระจับอย่างจาบจ้วงและรุนแรง ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงรสชาติของความหึงหวง ดุดัน และหยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ
มือเล็กที่พยายามทุบตีแผงอกแกร่งเพื่อขัดขืน ถูกมือหนาเพียงข้างเดียวรวบตรึงไว้เหนือศีรษะ แนบติดกับบานประตูไม้จนไม่เหลือพื้นที่ให้เธอหนีพ้นจากเงื้อมมือของอสูรกายร้ายตัวนี้ได้เลย
“อื้ม…! อึก…”
เสียงประท้วงอู้อี้ในลำคอพร้อมแรงดิ้นรนสุดกำลัง ไม่ได้ทำให้รสจูบดิบเถื่อนนั้นเพลาลงเลย แทนไทผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีให้เธอได้หอบหายใจ ก่อนจะกดจูบลงมาใหม่ ปรับเปลี่ยนองศาให้ล้ำลึกและดุดันยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการลงทัณฑ์ให้สาสมกับความอัดอั้นที่เขาสะสมมานานแรมปี
ร่างบางน้ำตาเอ่อคลอเต็มสองเบ้าตาจนพร่ามัว เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาท่ามกลางลมหายใจหอบกระชั้น ร่างกายที่อ่อนปวกเปียกทำได้เพียงปล่อยให้เขาตักตวงความหวานตามอำเภอใจ จนกระทั่งแทนไทเป็นฝ่ายยอมผละใบหน้าออกช้าๆ
ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยหัวใจที่กระหน่ำซัดด้วยความเจ็บปวด... มันทั้งรัก ทั้งโกรธ และหึงหวงจนแทบคลั่งตายอยู่แล้ว
“ร้องไห้ทำไม...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน “อยากไปหาไอ้หมอนั่นนักไม่ใช่หรือไง! ถ้าอยากได้ผู้ชายนัก ฉันจะซ้อมให้เธอดูก่อนไปเอง... จะได้รู้ว่าเวลาผู้ชายมันหิว มันไม่ได้สนใจความรักสะอาดบริสุทธิ์บ้าบอราวกับการ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์อะไรนั่นอย่างที่เธอคิดหรอก!”
เขากัดกรามแน่น ยิ่งเห็นหยาดน้ำตาของเธอก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ความหึงหวงกัดกินสติจนขาดสะบั้น
“อย่าคิดว่าน้ำตาแค่นี้จะทำให้ฉันหยุด!”
ใบหน้าหล่อเหลาดุดันก้มลงซุกไซร้ซอกคอระหงอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวเนื้อเนียนจนเจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัว สะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัว มือหนาลากไล้จากเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นหนักสลับเบาด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะ...
แคว่ก!!
เสียงเนื้อผ้าราคาแพงฉีกขาดออกจากกันตามแรงกระชาก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดบริเวณลาดไหล่ที่สั่นสะท้านภายใต้เงื้อมมือของอสูรกายผู้ไร้ความปรานี
“ฮึก… อย่า… พี่แทน ขวัญกลัว…”
เจ้าขวัญจัดการเปลี่ยนชุดราตรีสีแชมเปญเรียบหรูที่แทนไทเลือกให้เสร็จสรรพ ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังยืนมองเงาตัวเองในกระจกและพยายามใช้น้ำเปล่าลบคราบมาสคาร่าที่เลอะเปื้อนใต้ตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประตูกระจกห้องแต่งตัวที่ถูกผลักเปิดออก“เสร็จหรือยัง… คนที่ฉันให้มาช่วยแต่งหน้ามาถึงแล้ว” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นแทนไทก้าวเข้ามาด้านใน แต่จังหวะที่สายตาคมกริบกวาดมองร่างอรชรในชุดเดรสสีแชมเปญเข้ารูป ซึ่งขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะดุดตา ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความงามที่ไร้การปรุงแต่งมากเกินไปทำให้หัวใจของอสูรกายกระตุกวูบอย่างแรง“อ้าว! ไอ้แทน เรียกด่วนจี๋ให้มาช่วยใครวะ… เฮ้ย! น้องเจ้าขวัญ!?”เสียงอุทานดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ‘แพรวา’ เมคอัพอาร์ตทิสต์มือหนึ่งประจำคณะนิเทศศาสตร์ คนที่เคยฝีมือจัดจ้านในการเนรมิตลุคให้ เอด้าดาวคณะนิเทศฯ เด็กของแทนไทกวาดมงกุฎมาแล้วรีบก้าวพรวดพราดยกกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามาในห้อง เธอมองหน้าเจ้าขวัญสลับกับแทนไทรัวๆ ด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนสงสัย“นี่มันอะไรกันคะแทน? เรียกแพรวามาซะด่วนจี๋ ให้มาแต่งหน้าให้เด็กคนนี้เนี่ยนะ? แล้
เสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องห้ามแผ่วเบา ร่างระหงห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องตัวสวยที่แม่ตั้งใจเลือกให้ ถูกฉีกขาดและดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นความบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายในแทนไทชะงักไปชั่วขณะ เขาดันตัวเองออกห่างเล็กน้อย สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาวาวโรจน์ ที่ลุกโชนไปด้วยความหลงใหลระคนความหึงหวงบ้าคลั่งทว่าเมื่อเขาเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาเว้าวอนขอความเมตตานั้น ทำเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ เขาพยายามสะกดกลั้นความใจอ่อนและความรู้สึกผิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย“อย่าหวัง… ว่าฉันจะปล่อยเธอไป”เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันยืนยันความตั้งใจ ก่อนที่เขาจะดึงร่างระหงที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายเข้าไปในตัวเขาใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว... กลิ่นแป้งเด็กสะอาดๆ ที่เขาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็กเข้าปอดลึกลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยกระซิบข้างหู
ซ่าาา…!ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่องจนเกิดรอยด่างดวง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่เคยคึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ บัดนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลากลุ่มชายหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีเลือดหมูยืนล้อมกรอบหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ และหนึ่งในนั้น... แทนไทกำลังถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือ นัยน์ตาคมกริบเรียบเฉยทว่าแฝงความกวนประสาทและอันตรายเอาไว้เต็มเปี่ยม เขาปรายตามองคราบไวน์บนชุดเดรสฟูฟ่องตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์หมดแล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก กึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้หลุดพ้นจากวงล้อมของแขกเหรื่อ และที่สำคัญ... หลุดพ้นออกมาจากมือของหมอพิชญ์ นักศึกษาแพทย์ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ได้ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น“ทำอะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! ปล่อยนะ พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”เจ้าขวัญร้องโวยวายลั่นตลอดทาง พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับสุดแ
“ก็ตอนที่พวกกูยืนรออยู่ที่รถ กูก็ไม่ได้ยินชัดหรอกนะ แต่มึงเล่นกดน้องเขาติดกำแพง แล้วกูก็เห็นมึงก้มลงไปฟัด... เอ้ย! ก้มลงไปจูบน้องเขาซะขนาดนั้น พ่อน้องตื่นมาเปิดไฟระเบียงปุ๊บ น้องผลักมึงออกแทบไม่ทัน มึงยังจะหันไปตะโกนลั่นซอยอีกนะ ว่ามึงจะไม่ยอมแพ้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด... โคตรเท่เลยว่ะเพื่อน!”เจตเล่าฉากเด็ดพร้อมกับทำท่าทางประกอบกับบอลจนเห็นภาพ แทนไทแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะหินอ่อนให้ตายไปพ้นๆ เขาจำความรู้สึกที่ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นได้ดี ความหวานละมุนที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กประจำตัวของเจ้าขวัญมันยังตราตรึงอยู่เลยแต่ที่เขาเครียดคือ... ยัยเด็กนั่นต้องเกลียดเขาเข้าไส้แล้วแน่ๆ ที่ไปฉวยโอกาสตอนเมาแบบนั้น!“กูแม่ง... ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” อสูรกายหนุ่มสบถด่าตัวเอง“เอาน่า มึงก็ไปง้อน้องเขาสิวะ...”บอลกำลังจะปลอบใจ แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าโรงอาหารของคณะฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีร้านกาแฟแบรนด์ดังตั้งอยู่“แต่กูว่า... ตอนนี้มึงคงต้องพักเรื่องง้อไว้ก่อนแล้วล่ะว่ะ ไอ้แทน มองไปที่ร้านกาแฟนู่นดิ”แทน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)