Masukเสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องห้ามแผ่วเบา ร่างระหงห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องตัวสวยที่แม่ตั้งใจเลือกให้ ถูกฉีกขาดและดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นความบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายใน
แทนไทชะงักไปชั่วขณะ เขาดันตัวเองออกห่างเล็กน้อย สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาวาวโรจน์ ที่ลุกโชนไปด้วยความหลงใหลระคนความหึงหวงบ้าคลั่ง
ทว่าเมื่อเขาเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาเว้าวอนขอความเมตตานั้น ทำเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ เขาพยายามสะกดกลั้นความใจอ่อนและความรู้สึกผิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย
“อย่าหวัง… ว่าฉันจะปล่อยเธอไป”
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันยืนยันความตั้งใจ ก่อนที่เขาจะดึงร่างระหงที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายเข้าไปในตัวเขา
ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว... กลิ่นแป้งเด็กสะอาดๆ ที่เขาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็กเข้าปอดลึก
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยกระซิบข้างหูเธอ... ด้วยความเจ็บปวดร้าวราญที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
“ปีศาจอย่างฉัน… มันก็มีหัวใจเหมือนกันนะขวัญ… แล้วทำไม… ทำไมความรักของฉัน... ถึงสู้ไอ้เจ้าชายจอมปลอมของเธอไม่ได้เลยวะ!”
เสียงสะอื้นไห้และเรือนร่างบางที่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขน ราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมาดับไฟบรรลัยกัลป์ในใจของแทนไท
กำแพงแห่งความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงที่เขาก่อขึ้นสูงตระหง่าน ค่อยๆ ทลายลงอย่างไม่อาจต้านทานเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่เขาเฝ้าถนอมมาตลอด เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวเพราะการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาเอง
แทนไทขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย ลมหายใจหอบหนักและร้อนผ่าวของเขายังคงเป่ารดผิวแก้มเนียนใส ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับบางอย่างแผ่วเบา... เปลี่ยนจากการคุกคาม กลายเป็นการปลอบประโลมอย่างเงียบงัน
บรรยากาศภายในห้องพักรับรองเงียบกริบ มีเพียงเสียงสะอื้นและเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นกระหน่ำในจังหวะที่ต่างกัน
ปัง! ปัง! ปัง!
“น้องขวัญครับ! เป็นอะไรหรือเปล่า? เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ!”
เสียงทุบประตูรัวๆ ดังขึ้นแทรกความเงียบ ตามมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนของหมอพิชญ์ที่ตามมาถึงหน้าห้อง เจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หญิงสาวหันขวับไปมองบานประตูไม้ตรงหน้า ริมฝีปากเผยอขึ้นเตรียมจะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ
ทว่า... เสียงนั้นกลับชะงักค้างอยู่ที่ลำคอ เมื่อเธอหันกลับมามองใบหน้าคมคายของแทนไท
ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก หรือพยายามจะปิดปากเธอเพื่อซ่อนเร้นความผิดแต่อย่างใด นัยน์ตาคมกริบที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ บัดนี้กลับนิ่งสงบและว่างเปล่า...
เขาเพียงแค่ยืนมองเธอนิ่งๆ ราวกับจะยกสิทธิ์ขาดทั้งหมดให้เธอเป็นคนตัดสินใจ ว่าจะเลือกเปิดประตูรับเจ้าชายเข้ามาและส่งปีศาจ อย่างเขาให้ไปรับโทษ หรือจะเลือกทางอื่น...
เจ้าขวัญเม้มริมฝีปากกระจับที่สั่นระริกเข้าหากันแน่น ความสับสนตีรวนอยู่ในอกอย่างหนักหน่วง ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยลอดผ่านบานประตูออกไปอย่างยากลำบาก
“ขวัญ... ขวัญกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ค่ะพี่พิชญ์... รอขวัญอยู่ข้างนอกสักครู่นะคะ”
เธอเลือกที่จะโกหก... โกหกเพื่อปกป้องคนที่เพิ่งจะทำร้ายเธอเมื่อครู่นี้
หญิงสาวก้มหน้านิ่ง สองมือกำชายเดรสสีชมพูที่ขาดวิ่นแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยบอกเขางึมงำ
“ข... ขวัญขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในก่อนนะคะพี่แทน...”
ร่างกายบอบบางยังคงสั่นสะท้านอยู่ภายใต้วงแขนแกร่งที่ยันกำแพงล้อมกรอบเธอเอาไว้ แทนไทหลุบตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
มือหนากำเข้าหากันแน่นจนสั่น ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลดวงแขนลง ปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ร่างสูงหมุนตัวหันหลังให้เธอ ยืนล้วงกระเป๋านิ่งเงียบโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อเห็นว่าเขาเปิดทาง เจ้าขวัญก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปยังโซนแต่งตัวด้านในทันที ในนั้นมีราวแขวนชุดราตรีสำรองของทางโรงแรมเตรียมไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน หญิงสาวยืนมองชุดราตรีหลากหลายสีสันด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ สมองยังคงมึนเบลอกับเหตุการณ์เมื่อครู่จนเลือกไม่ถูก
พรึ่บ...
จู่ๆ ท่อนแขนแกร่งก็เอื้อมผ่านเหนือไหล่บางของเธอไป ดึงไม้แขวนเสื้อที่แขวนชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีแชมเปญเรียบหรูออกมาจากราว ก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้าเธอ
“ใส่ชุดนี้สิ...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นราบเรียบ “สีนี้... ทรงนี้... มันเหมาะกับเธอมากกว่าชุดฟูๆ โง่ๆ นั่นตั้งเยอะ”
เจ้าขวัญหันขวับไปตามเสียง ก็พบว่าแทนไทเดินตามเข้ามาเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตาหลุบมองสภาพชุดสีชมพูที่ขาดวิ่นของเธอก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
“แล้วก็... ไปล้างหน้าหนาๆ นี่ออกด้วย” เขาพูดต่อโดยไม่หันมามองหน้าเธอ “เดี๋ยวฉันให้เพื่อนที่เรียนนิเทศมาแต่งหน้าให้ใหม่... มันเลอะคราบน้ำตาจนแป้งเป็นคราบด่างไปหมดแล้ว ดูไม่ได้เลย”
พูดจบ อสูรกายหนุ่มก็หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับออกไปรอที่โซนด้านนอก พร้อมกับหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดพิมพ์ข้อความหาใครบางคนอย่างรวดเร็ว
เจ้าขวัญยืนมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ ห่างออกไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งกลัว ทั้งสับสน... แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ แล้วเธอกลับสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดร้ายกาจเหล่านั้น หญิงสาวก้มมองชุดเดรสสีแชมเปญเรียบหรูในมือ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนชุดตามที่เขาเลือกให้เงียบๆ
เจ้าขวัญจัดการเปลี่ยนชุดราตรีสีแชมเปญเรียบหรูที่แทนไทเลือกให้เสร็จสรรพ ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังยืนมองเงาตัวเองในกระจกและพยายามใช้น้ำเปล่าลบคราบมาสคาร่าที่เลอะเปื้อนใต้ตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประตูกระจกห้องแต่งตัวที่ถูกผลักเปิดออก“เสร็จหรือยัง… คนที่ฉันให้มาช่วยแต่งหน้ามาถึงแล้ว” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นแทนไทก้าวเข้ามาด้านใน แต่จังหวะที่สายตาคมกริบกวาดมองร่างอรชรในชุดเดรสสีแชมเปญเข้ารูป ซึ่งขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะดุดตา ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความงามที่ไร้การปรุงแต่งมากเกินไปทำให้หัวใจของอสูรกายกระตุกวูบอย่างแรง“อ้าว! ไอ้แทน เรียกด่วนจี๋ให้มาช่วยใครวะ… เฮ้ย! น้องเจ้าขวัญ!?”เสียงอุทานดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ‘แพรวา’ เมคอัพอาร์ตทิสต์มือหนึ่งประจำคณะนิเทศศาสตร์ คนที่เคยฝีมือจัดจ้านในการเนรมิตลุคให้ เอด้าดาวคณะนิเทศฯ เด็กของแทนไทกวาดมงกุฎมาแล้วรีบก้าวพรวดพราดยกกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามาในห้อง เธอมองหน้าเจ้าขวัญสลับกับแทนไทรัวๆ ด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนสงสัย“นี่มันอะไรกันคะแทน? เรียกแพรวามาซะด่วนจี๋ ให้มาแต่งหน้าให้เด็กคนนี้เนี่ยนะ? แล้
เสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องห้ามแผ่วเบา ร่างระหงห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องตัวสวยที่แม่ตั้งใจเลือกให้ ถูกฉีกขาดและดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นความบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายในแทนไทชะงักไปชั่วขณะ เขาดันตัวเองออกห่างเล็กน้อย สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาวาวโรจน์ ที่ลุกโชนไปด้วยความหลงใหลระคนความหึงหวงบ้าคลั่งทว่าเมื่อเขาเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาเว้าวอนขอความเมตตานั้น ทำเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ เขาพยายามสะกดกลั้นความใจอ่อนและความรู้สึกผิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย“อย่าหวัง… ว่าฉันจะปล่อยเธอไป”เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันยืนยันความตั้งใจ ก่อนที่เขาจะดึงร่างระหงที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายเข้าไปในตัวเขาใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว... กลิ่นแป้งเด็กสะอาดๆ ที่เขาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็กเข้าปอดลึกลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยกระซิบข้างหู
ซ่าาา…!ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่องจนเกิดรอยด่างดวง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่เคยคึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ บัดนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลากลุ่มชายหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีเลือดหมูยืนล้อมกรอบหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ และหนึ่งในนั้น... แทนไทกำลังถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือ นัยน์ตาคมกริบเรียบเฉยทว่าแฝงความกวนประสาทและอันตรายเอาไว้เต็มเปี่ยม เขาปรายตามองคราบไวน์บนชุดเดรสฟูฟ่องตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์หมดแล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก กึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้หลุดพ้นจากวงล้อมของแขกเหรื่อ และที่สำคัญ... หลุดพ้นออกมาจากมือของหมอพิชญ์ นักศึกษาแพทย์ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ได้ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น“ทำอะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! ปล่อยนะ พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”เจ้าขวัญร้องโวยวายลั่นตลอดทาง พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับสุดแ
“ก็ตอนที่พวกกูยืนรออยู่ที่รถ กูก็ไม่ได้ยินชัดหรอกนะ แต่มึงเล่นกดน้องเขาติดกำแพง แล้วกูก็เห็นมึงก้มลงไปฟัด... เอ้ย! ก้มลงไปจูบน้องเขาซะขนาดนั้น พ่อน้องตื่นมาเปิดไฟระเบียงปุ๊บ น้องผลักมึงออกแทบไม่ทัน มึงยังจะหันไปตะโกนลั่นซอยอีกนะ ว่ามึงจะไม่ยอมแพ้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด... โคตรเท่เลยว่ะเพื่อน!”เจตเล่าฉากเด็ดพร้อมกับทำท่าทางประกอบกับบอลจนเห็นภาพ แทนไทแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะหินอ่อนให้ตายไปพ้นๆ เขาจำความรู้สึกที่ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นได้ดี ความหวานละมุนที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กประจำตัวของเจ้าขวัญมันยังตราตรึงอยู่เลยแต่ที่เขาเครียดคือ... ยัยเด็กนั่นต้องเกลียดเขาเข้าไส้แล้วแน่ๆ ที่ไปฉวยโอกาสตอนเมาแบบนั้น!“กูแม่ง... ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” อสูรกายหนุ่มสบถด่าตัวเอง“เอาน่า มึงก็ไปง้อน้องเขาสิวะ...”บอลกำลังจะปลอบใจ แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าโรงอาหารของคณะฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีร้านกาแฟแบรนด์ดังตั้งอยู่“แต่กูว่า... ตอนนี้มึงคงต้องพักเรื่องง้อไว้ก่อนแล้วล่ะว่ะ ไอ้แทน มองไปที่ร้านกาแฟนู่นดิ”แทน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ







