Masukเจ้าขวัญจัดการเปลี่ยนชุดราตรีสีแชมเปญเรียบหรูที่แทนไทเลือกให้เสร็จสรรพ ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังยืนมองเงาตัวเองในกระจกและพยายามใช้น้ำเปล่าลบคราบมาสคาร่าที่เลอะเปื้อนใต้ตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประตูกระจกห้องแต่งตัวที่ถูกผลักเปิดออก
“เสร็จหรือยัง… คนที่ฉันให้มาช่วยแต่งหน้ามาถึงแล้ว” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้น
แทนไทก้าวเข้ามาด้านใน แต่จังหวะที่สายตาคมกริบกวาดมองร่างอรชรในชุดเดรสสีแชมเปญเข้ารูป ซึ่งขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะดุดตา ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความงามที่ไร้การปรุงแต่งมากเกินไปทำให้หัวใจของอสูรกายกระตุกวูบอย่างแรง
“อ้าว! ไอ้แทน เรียกด่วนจี๋ให้มาช่วยใครวะ… เฮ้ย! น้องเจ้าขวัญ!?”
เสียงอุทานดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ‘แพรวา’ เมคอัพอาร์ตทิสต์มือหนึ่งประจำคณะนิเทศศาสตร์ คนที่เคยฝีมือจัดจ้านในการเนรมิตลุคให้ เอด้าดาวคณะนิเทศฯ เด็กของแทนไทกวาดมงกุฎมาแล้วรีบก้าวพรวดพราดยกกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามาในห้อง เธอมองหน้าเจ้าขวัญสลับกับแทนไทรัวๆ ด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนสงสัย
“นี่มันอะไรกันคะแทน? เรียกแพรวามาซะด่วนจี๋ ให้มาแต่งหน้าให้เด็กคนนี้เนี่ยนะ? แล้วดูสภาพห้อง… ชุดขาดอะไรกันเนี่ย!”
แพรวาเอ่ยแซวด้วยความสนิทสนมตามประสาคนเคยรู้ใจ ทว่าแทนไทกลับตวัดสายตาดุดันมองขวางใส่เธอทันที
“ไม่ต้องถามมาก อยากได้ค่าเสียเวลาเท่าไหร่ก็บอกมา แล้วจัดการแต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยซะ ถ้าทำออกมาไม่สวย... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เสียงทุ้มกดต่ำคาดโทษจนแพรวายอมหุบปากฉับ แม้จะแปลกใจแต่เธอก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของแทนไทในโหมดนี้
“นั่งลงสิคะน้องเจ้าขวัญ” แพรวาปรับสีหน้าเป็นมืออาชีพ แล้วผายมือให้เธอนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
เจ้าขวัญก้มหน้านิ่ง ยอมนั่งลงบนเก้าอี้แต่โดยดี ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ฝีมือการแต่งหน้าอันเฉียบคมของแพรวาก็เนรมิตให้ใบหน้าหวานที่เคยเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา กลับมาสวยเฉี่ยวและโดดเด่นยิ่งกว่าตอนอยู่ในงานพรอมต์เสียอีก
แทนไทที่ยืนกอดอกพิงกำแพงมองอยู่เงียบๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหลงใหลจนแทบซ่อนไม่อยู่
“เสร็จแล้วค่ะ! สวยหยาดเยิ้มจนพี่แทนใจละลายแล้วมั้งเนี่ย พอใจหรือยังล่ะพ่อคุณ!”
แพรวาแซวกลั้วหัวเราะ เก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังอีกครั้ง
เจ้าขวัญค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เธอยังคงรู้สึกเกร็งและทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องยืนประจันหน้ากับแทนไทในระยะประชิดแบบนี้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว นัยน์ตาคมกริบกวาดสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความพึงพอใจ
“สวย…” เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาจนแทบกระซิบ “ชุดนี้... เหมาะกับเธอมากกว่าชุดงี่เง่าพวกนั้นเป็นกอง”
“ขอบคุณค่ะ…” เจ้าขวัญตอบเสียงสั่น หลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น
ก๊อกๆๆ!
จังหวะที่บรรยากาศกำลังจะระอุขึ้น เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวลที่คุ้นเคยจนเจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัว
“น้องขวัญครับ! เปลี่ยนชุดเสร็จหรือยัง? พี่รอนานแล้วนะ ไปห้องน้ำมาจนกลับมาอีกรอบแล้วยังไม่เสร็จอีกหรือครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมประตูห้องนี้ถึงยังล็อกล่ะ?”
เสียงของหมอพิชญ์ดังทะลุกำแพงเข้ามา ชัดเจนและใกล้เสียจนหัวใจของเจ้าขวัญร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หญิงสาวหน้าซีดเผือด หันขวับไปมองหน้าแทนไทด้วยความตื่นตระหนกทันที สองมือเล็กกำชายกระโปรงแน่นด้วยความหวาดกลัวว่าหมอพิชญ์จะพังประตูเข้ามาเห็นสภาพพวกเขาในตอนนี้
แทนไทขบกรามแน่น นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงศัตรูหัวใจมารบกวนไม่เลิก ความหึงหวงที่เพิ่งสงบลงปะทุขึ้นมาอีกระลอก ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเจ้าขวัญ ใช้มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนเธอไม่มีทางหนี
“พี่แทน... พี่พิชญ์อยู่ข้างนอก...” เจ้าขวัญกระซิบเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัว
“ช่างหัวมันสิ…”
แทนไทโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุดันและเต็มไปด้วยความท้าทาย
“อยากรู้เหมือนกัน... ถ้ามันเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นผู้หญิงที่มันควง... กำลังตกเป็นของปีศาจอย่างฉัน... หน้ามันจะทุเรศขนาดไหน!”
“ไม่เอา... อย่าพูดแบบนี้นะคะ!”
เจ้าขวัญส่ายหน้ารัว น้ำตาไหลร่วงเผาะด้วยความหวาดหวั่น เธอพยายามดันอกแกร่งออก แต่แทนไทกลับยิ่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองประตูห้องสลับกับใบหน้าหวานด้วยความท้าทายขั้นสุด
สงครามระหว่าง ‘เจ้าชาย’ ที่ยืนอยู่หน้าห้อง กับ ‘อสูรกาย’ ที่กำลังกอดรัดเธอไว้ในกำมือ... กำลังจะระเบิดขึ้น ณ วินาทีนี้
“เจ้าขวัญ! เปิดประตูให้พี่หน่อยสิคะ”
เสียงเคาะประตูไม้ดังระรัวสลับกับเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคย แต่อารมณ์ภายในห้องกลับกลายเป็นความตึงเครียดในชั่วพริบตา แทนไทไม่เพียงแต่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย มือหนายังคงพันธนาการเอวบางไว้แน่น ดึงร่างของเธอให้ชิดเกือบไร้ช่องว่าง สายตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงและท้าทาย
“ชู่... อยู่เงียบๆ ซะ ถ้าไม่อยากให้มันเห็นว่าเรากำลังจะทำอะไรกัน”
แทนไทกระซิบชิดใบหู เสียงต่ำพร่าของเขาส่งความรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ แต่เจ้าขวัญไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของการควบคุมอีกต่อไป เธออาศัยจังหวะที่เขาชะล่าใจ รวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกกว้างของแทนไทออกอย่างแรงจนเขาผงะไปข้างหลัง
สองขาเรียวรีบก้าวตรงไปยังประตูด้วยหัวใจที่เต้นระทึกราวกับจะทะลุนอกอก... ประตูบานนี้คือทางรอดเดียวที่จะพาเธอไปหาเจ้าชายของเธออย่างหมอพิชญ์
แกร๊ก!
รอยยิ้มอบอุ่นของหมอพิชญ์ปรากฏขึ้นทันทีที่บานประตูเปิดออก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยทัก นัยน์ตาคมที่แสนอ่อนโยนมองเธอด้วยความอึ้งในการเปลี่ยนแปลงของเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับรอยแดงตรึงตรงข้อมือบางและเสื้อผ้าที่รอยยับย่นของเจ้าขวัญ
และก่อนที่หมอพิชญ์จะทันได้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของแทนไทก็เดินมาซ้อนหลังเจ้าขวัญ มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นแตะไหล่เนียนของเธออย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับช้อนสายตามองหมอหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“มีธุระอะไรด่วนวะ... หมอพิชญ์?”
แทนไทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยรังสีฆาตกรรมที่ทำให้อากาศรอบข้างเย็นยะเยือก
หมอพิชญ์หรี่ตาลง บรรยากาศอบอุ่นแสนดีละลายหายไปในทันที เหลือเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัวไม่แพ้กัน เขาก้าวเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว คว้าข้อมืออีกข้างของเจ้าขวัญไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเองเบาๆ ก่อนจะสบตากับแทนไทตรงๆ
“ผมมาพาเจ้าขวัญคู่ควงของผมไปครับ... เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้อยากให้อยู่ที่นี่สักเท่าไหร่”
เจ้าขวัญยืนนิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างแรงดึงมหาศาลจากชายทั้งสองคน หัวใจของเธอเต้นระทึกจนแทบเป็นบ้า สงครามเงียบระหว่าง เจ้าชายที่แสนดีกับอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเธอ...
เจ้าขวัญจัดการเปลี่ยนชุดราตรีสีแชมเปญเรียบหรูที่แทนไทเลือกให้เสร็จสรรพ ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังยืนมองเงาตัวเองในกระจกและพยายามใช้น้ำเปล่าลบคราบมาสคาร่าที่เลอะเปื้อนใต้ตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประตูกระจกห้องแต่งตัวที่ถูกผลักเปิดออก“เสร็จหรือยัง… คนที่ฉันให้มาช่วยแต่งหน้ามาถึงแล้ว” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นแทนไทก้าวเข้ามาด้านใน แต่จังหวะที่สายตาคมกริบกวาดมองร่างอรชรในชุดเดรสสีแชมเปญเข้ารูป ซึ่งขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะดุดตา ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความงามที่ไร้การปรุงแต่งมากเกินไปทำให้หัวใจของอสูรกายกระตุกวูบอย่างแรง“อ้าว! ไอ้แทน เรียกด่วนจี๋ให้มาช่วยใครวะ… เฮ้ย! น้องเจ้าขวัญ!?”เสียงอุทานดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ‘แพรวา’ เมคอัพอาร์ตทิสต์มือหนึ่งประจำคณะนิเทศศาสตร์ คนที่เคยฝีมือจัดจ้านในการเนรมิตลุคให้ เอด้าดาวคณะนิเทศฯ เด็กของแทนไทกวาดมงกุฎมาแล้วรีบก้าวพรวดพราดยกกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามาในห้อง เธอมองหน้าเจ้าขวัญสลับกับแทนไทรัวๆ ด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนสงสัย“นี่มันอะไรกันคะแทน? เรียกแพรวามาซะด่วนจี๋ ให้มาแต่งหน้าให้เด็กคนนี้เนี่ยนะ? แล้
เสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องห้ามแผ่วเบา ร่างระหงห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องตัวสวยที่แม่ตั้งใจเลือกให้ ถูกฉีกขาดและดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นความบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายในแทนไทชะงักไปชั่วขณะ เขาดันตัวเองออกห่างเล็กน้อย สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาวาวโรจน์ ที่ลุกโชนไปด้วยความหลงใหลระคนความหึงหวงบ้าคลั่งทว่าเมื่อเขาเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาเว้าวอนขอความเมตตานั้น ทำเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ เขาพยายามสะกดกลั้นความใจอ่อนและความรู้สึกผิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย“อย่าหวัง… ว่าฉันจะปล่อยเธอไป”เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันยืนยันความตั้งใจ ก่อนที่เขาจะดึงร่างระหงที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายเข้าไปในตัวเขาใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว... กลิ่นแป้งเด็กสะอาดๆ ที่เขาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็กเข้าปอดลึกลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยกระซิบข้างหู
ซ่าาา…!ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่องจนเกิดรอยด่างดวง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่เคยคึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ บัดนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลากลุ่มชายหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีเลือดหมูยืนล้อมกรอบหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ และหนึ่งในนั้น... แทนไทกำลังถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือ นัยน์ตาคมกริบเรียบเฉยทว่าแฝงความกวนประสาทและอันตรายเอาไว้เต็มเปี่ยม เขาปรายตามองคราบไวน์บนชุดเดรสฟูฟ่องตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์หมดแล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก กึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้หลุดพ้นจากวงล้อมของแขกเหรื่อ และที่สำคัญ... หลุดพ้นออกมาจากมือของหมอพิชญ์ นักศึกษาแพทย์ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ได้ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น“ทำอะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! ปล่อยนะ พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”เจ้าขวัญร้องโวยวายลั่นตลอดทาง พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับสุดแ
“ก็ตอนที่พวกกูยืนรออยู่ที่รถ กูก็ไม่ได้ยินชัดหรอกนะ แต่มึงเล่นกดน้องเขาติดกำแพง แล้วกูก็เห็นมึงก้มลงไปฟัด... เอ้ย! ก้มลงไปจูบน้องเขาซะขนาดนั้น พ่อน้องตื่นมาเปิดไฟระเบียงปุ๊บ น้องผลักมึงออกแทบไม่ทัน มึงยังจะหันไปตะโกนลั่นซอยอีกนะ ว่ามึงจะไม่ยอมแพ้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด... โคตรเท่เลยว่ะเพื่อน!”เจตเล่าฉากเด็ดพร้อมกับทำท่าทางประกอบกับบอลจนเห็นภาพ แทนไทแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะหินอ่อนให้ตายไปพ้นๆ เขาจำความรู้สึกที่ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นได้ดี ความหวานละมุนที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กประจำตัวของเจ้าขวัญมันยังตราตรึงอยู่เลยแต่ที่เขาเครียดคือ... ยัยเด็กนั่นต้องเกลียดเขาเข้าไส้แล้วแน่ๆ ที่ไปฉวยโอกาสตอนเมาแบบนั้น!“กูแม่ง... ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” อสูรกายหนุ่มสบถด่าตัวเอง“เอาน่า มึงก็ไปง้อน้องเขาสิวะ...”บอลกำลังจะปลอบใจ แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าโรงอาหารของคณะฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีร้านกาแฟแบรนด์ดังตั้งอยู่“แต่กูว่า... ตอนนี้มึงคงต้องพักเรื่องง้อไว้ก่อนแล้วล่ะว่ะ ไอ้แทน มองไปที่ร้านกาแฟนู่นดิ”แทน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ







