로그인แสงไฟหรี่ลง เงาละมุนสีชมพูขาวคลุมฟลอร์เต้นรำ เสียงไวโอลินเปลี่ยนเป็นวอลซ์ช้าๆ จังหวะนุ่มนวล คิณห์จับมือของลินน์แน่นขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงเดินก้าวเข้าหาเธออย่างมั่นใจและสง่างาม
“ผมรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของบริษัทจัดงานแต่งงานชื่อดัง” เขาเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจังปนอ่อนโยน “และดูเหมือนคืนนี้จะเป็นคืนที่เราต้องผสมผสานสองโลกเข้าด้วยกันได้ครับ” เขาพูดจบ ลินน์เงยหน้าขึ้นมองเขาภายใต้หน้ากากทอง “โลกแห่งความฝัน หรือโลกแห่งข้อมูลคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง คิณห์หัวเราะเบา ๆ “โลกแห่งข้อมูล…แต่ผมหวังว่าจะสร้างความฝันได้ด้วยตัวเลข” เขาแกล้งทำเสียงเป็นนักคณิตศาสตร์ “เรามีอัลกอริธึมที่จับคู่ได้แม่นยำกว่าแม่สื่อแม่ช้อยสักร้อยเท่า แต่ผมเชื่อว่าธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จ ก็ต่อเมื่อ ‘หัวใจ’ ยังเป็นส่วนสำคัญ” เขาเอ่ยบอกอย่างแน่วแน่ ลินน์เลิกคิ้วอย่างท้าทาย “หัวใจ…เรื่องที่คุณบอกว่าไม่เชื่อ?” เธอพูดเยาะไม่เชื่อในคำพูดของเขาเท่าที่ควร “ผมพูดแบบนั้นเพื่อเรียกความสนใจน่ะครับ” เขาแอบยิ้ม “จริง ๆ แล้ว…ผมรู้ดีว่าใจคนไม่มีใครอ่านได้ง่าย ๆ” เขาก้มลงกระซิบ “และนี่คือเหตุผลที่ผมอยากจับมือคุณคืนนี้” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ลินน์อมยิ้มจนมุมปาก “จับมือในที่สาธารณะแบบนี้ จะมีคนเข้าใจผิดไหมคะ?” เธอถามกลับ คิณห์โน้มตัวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด “ก็อย่าบอกใครสิครับ…แค่เราสองคนก็พอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาภายใต้หน้ากากดำเปล่งประกายเป็นประกายราวกับท้าทาย “ถ้างั้น…ขอถามจริง ๆ หน่อยนะ” ลินน์เอียงคอ “ถ้าธุรกิจนี้มันต้องอาศัย ‘ความรัก’ และ ‘ข้อมูล’ คุณคิดว่าทั้งสองจะอยู่ร่วมกันได้ไหม?” “ผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘รักที่แม่นยำ’ ” คิณห์ตอบเสียงนุ่ม “และคืนนี้…ผมอยากให้เราสร้าง ‘สัญญาณ’ ที่ดีด้วยกัน” เพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะวอลซ์ที่ลื่นไหลกว่าเดิม เขาโน้มตัวมองตาลินน์อย่างตั้งใจ “ผมว่าถ้าเราเต้นรำเก่งขนาดนี้ งานแต่งงานของเราคงจะสวยมากเลยนะครับ” เขาพูดจบ ลินน์หัวเราะเสียงเงียบ ๆ “ถ้าอย่างนั้น…ก็ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเราจะเดินทางนี้ด้วยกันได้จริงหรือเปล่า” เมื่อเพลงวอลซ์จบลงพร้อมเสียงปรบมือเบา ๆ จากรอบห้อง คิณห์และลินน์ชะลอจังหวะการเต้นรำ มือของเขายังประคองหลังเธออย่างสุภาพ ก่อนจะปล่อยอย่างนุ่มนวลเมื่อเพลงสิ้นสุด “ขอบคุณสำหรับเพลงนี้” เขากระซิบ “ผมคงลืมมันไม่ได้ง่ายๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยกลับ “ฉันหวังว่าคุณจะไม่ได้ใช้คำนี้กับผู้หญิงทุกคนที่เต้นรำด้วยนะคะ” เธอพูด เขากลับหัวเราะในลำคอ “ผมไม่เต้นรำกับใคร…ถ้าไม่รู้สึกว่าคุ้มที่จะจำ” ทันใดนั้น แสงไฟเปลี่ยนเป็นจุดโฟกัสที่เวที เสียงจากไมโครโฟนของพิธีกรสาวดังขึ้นอย่างชัดเจน “และในค่ำคืนพิเศษคืนนี้…เราขอเชิญชายผู้เป็นหัวใจของ MatchOn ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแพลตฟอร์มจับคู่ที่แม่นยำที่สุดในเอเชีย กรุณาต้อนรับ…คุณ คิณห์ วรเศรษฐ์นภาลัย CEO และผู้ก่อตั้ง MatchOn!” เมื่อพิธีกรกล่าวจบ เสียงปรบมือดังขึ้นรอบห้องทันที แขกหลายคนเบนสายตามองไปรอบๆ เพื่อค้นหาชายผู้นั้น ลินน์หันกลับมามองเขาอย่างนิ่งงัน เขายิ้มบาง และกระซิบใกล้หูเธออีกครั้ง “ผมคิดว่าถึงเวลาเปิดหน้ากากแล้วล่ะครับ…ไม่ใช่แค่ของผม แต่อาจรวมถึงของคุณด้วย” เขาพูดจบ เขาจึงเดินขึ้นเวทีด้วยท่วงท่าสงบนิ่งและมั่นคง ทุกฝีก้าวของเขาเหมือนมีจังหวะของตัวเอง ทุกสายตาในห้องเฝ้าจับจ้องอย่างสงสัยปนชื่นชม“คิณห์…คุณต้องการอะไร บอกฉันมาสิ วันนี้ฉันจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวนปลุกปั่นอารมณ์ของเขาอย่างมาก ทำให้เขาลอบกลืนน้ำลาย“ผมเป็นของตายของคุณ ไม่ว่าสิ่งใดที่คุณอยากทำ ผมก็พร้อมพลีกายให้คุณ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอเขยิบเรือนร่างจูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อนและดูดดื่ม เธอสัมผัสลิ้นลายของเขาพันกับเธออย่างนัวเนียราวกับหาสิ่งใดในโพรงปากเธอค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พรมจูบเขาที่ซอกคอที่เขาชอบทำ ไล่ลงมาที่หน้าท้องที่อุดมไปด้วยซิกแพคหนา มายังดุ้นของเขาที่แข็งเป็นไต เส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมันทำให้เส้นเลือดขึ้นด้วยเธอใช้มือเรียวรูดขึ้นลงด้วยมือทั้งสองข้าง มองใบหน้าของเขาที่มองมายังเธอช่างเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว ไม่ต่างอะไรกับสายตาของเธอเลยด้วยซ้ำ เธอเลือกถ่มน้ำลายลงเหมือนเป็นเจลหล่อลื่น เธอกดริมฝีปากดูดดุ้นขึ้นลงพร้อมกับมือเรียวของเธอที่รูดขึ้นลงสลับกัน“ลินน์…อึก…อ่า” เขาร้องครางกระเส่าในลำคอ ขณะที่เธอดูดดุ้นขึ้นลงหนักหน่วง แต่ทว่าเขารู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่มีเซ็กส์ด้วยกันมาจนถึงเมื่อวานนี้ เธอไม่เคยใช้ปากกับดุ้นของเขา ทั้งอมและดูดก็ไม่เคยสักครั้ง เป็นเขาทุ
และค่ำคืนนั้นจบลงอย่างสง่างาม ในอ้อมแขนของกันและกัน ในเสียงเพลงรักและในสายตาทุกคู่ที่รู้…ว่า นี่แหละ คือรักแท้แต่ทว่า… สัมผัสหนึ่งแตะเบาๆ ที่ต้นคอของเธอ ลมหายใจอุ่นรินรดผิวอ่อนบาง เสียงต่ำทุ้มชวนให้ใจสั่นกระซิบชิดใบหู“คิดอะไรอยู่ครับ เมียรัก…” เขาถามเธอ ลินน์ยิ้มบางๆ ดวงตาปรือขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าคิณห์ยืนโอบกอดอยู่ด้านหลัง ทอดสายตามองเรือนร่างของเขาเปลือยเปล่าไม่ได้สวมสิ่งใดแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากต่างหูเพชรของเขาที่สวมใส่เป็นประจำข้างหนึ่งตัวเรือนเป็นเงิน ยกเว้นแต่ว่าเขาต้องเจอบุคคลสำคัญ เขาถึงจะไม่สวมใส่ต่างหูบัดนี้ผิวเขาต้องแดดเป็นสีแทนเนียนน่าลูบสัมผัส มีหยดน้ำทะเลเกาะตามลำตัว แผ่นอกซิกแพคหนาแนบมาติดแผ่นหลังเธอ มือหนาอีกข้างวางลงบนต้นขาเธออย่างเป็นเจ้าของ“คิดถึงวันแต่งงานของเราค่ะ” เสียงเธออ่อนนุ่มแววหวาน เขาก้มลงจูบที่ต้นคอเธอเบาๆ อีกครั้ง ริมฝีปากเปียกชื้นจากน้ำทะเล แตะสัมผัสผิวเนื้อของเธออย่างอ้อยอิ่ง“จำได้สิ… คุณสวยมากจนผมหายใจไม่ออกเลยล่ะวันนั้น” เขากระซิบ พร้อมเลื่อนมือไปแตะสร้อยไข่มุกที่เธอสวมอยู่“แล้วตอนนี้ล่ะ…” ลินน์หันมามองเขา สบตากับแววตาเข้มที่สะท้อนแสงอาทิตย์บนผิว
ค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟนับพันดวงเหนือระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ้าไหมบางเฉียบสีครีมทองพริ้วไหวไปตามสายลมเย็น โคมไฟแก้วคริสตัลห้อยระย้าระยิบระยับกลางโดมโปร่ง ดอกไม้สีขาวและทอง ถูกจัดเรียงตามโต๊ะยาวสไตล์ยุโรป เสิร์ฟคอร์สดินเนอร์ฝรั่งเศสใต้เสียงเพลงจากวงออร์เคสตราสดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเพิ่งเดินเข้าสู่งานท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง กล้องนับสิบตัวถ่ายทอดสดไปยังจอ LED ยักษ์ด้านหลังเวที ริมฝีปากของลินน์ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ มือของคิณห์ไม่เคยปล่อยเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียวกฤต อัครเดชานนท์ชายวัยหกสิบกว่าในชุดสูทสามชั้นสีกรมเข้มลุกขึ้นยืน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง สุขุม และจริงใจ“คิณห์… หลานชายของอา ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่เก่งกาจ เขาเป็นชายหนุ่มที่ภาคภูมิในสิ่งที่เชื่อมั่น และวันนี้ อารู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้กับผู้หญิงที่คู่ควรที่สุดคนหนึ่ง” เขาพูดถึงคิณห์จบ แล้วหันมาหาลินน์ แล้วกล่าวต่ออีกว่า “คุณลินน์… คุณไม่ใช่แค่เจ้าสาวผู้สง่างาม แต่คุณคือแรงบันดาลใจที่มีชีวิตจริงสำหรับผู้หญิงหลายๆ คน อาขอให้ชีวิตแต่งงานของหลานทั้งสอง เต็มไปด้วยศรัทธา เหมือนวันที่เริ่ม และมั่
เสียงลมอ่อนจากแม่น้ำเจ้าพระยาโอบไล้ผิวบางของลินน์ขณะยืนอยู่บนระเบียงไม้เนื้อดีที่ทอดยาวออกจากตัวโรงแรมหรูระดับหกดาว ฉากหลังคือเส้นน้ำคดเคี้ยวตัดกับพระปรางค์วัดอรุณยามสาย และเรือหางยาวที่แล่นผ่านเบื้องหลังเป็นระยะราวภาพวาด แสงแดดช่วงเช้าเคลือบผิวเธอด้วยประกายทองอ่อนๆ และในขณะที่เจ้าสาวในชุดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนอยู่กลางแสงธรรมชาติอันสวยงามนั้น เสียงเข้มของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างมั่นคงและมืออาชีพ“พี่ลินน์ เดินเฉียงซ้ายอีกนิดค่ะ…ใช่ค่ะ ตรงนั้นแหละ ยกคางขึ้นหน่อย สายตาช้อนนิดเดียว ไม่ต้องฝืนยิ้มมากนะคะ แค่แววตาคิดถึงคุณคิณห์พอ” ฟ้า เลขาสาวของลินน์ กล่าวพลางยื่นชุดคลุมหางยาวขึ้นจากพื้นไม่ให้ลากเลอะพื้นไม้ ฟ้าไม่ได้เป็นแค่เลขา เธอคือ Executive Wedding Director ของ L’ Èclat Wedding บริษัทเวดดิ้งอันดับต้นของเอเชีย ที่ลินน์เป็นเจ้าของทุกคนในที่นี้คือทีมของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างกล้องระดับเวิลด์คลาสจากปารีส ช่างแต่งหน้ามือทองที่บินตรงจากเกาหลี หรือแม้แต่คนถือร่มกรองแดดที่ผ่านการฝึกซ้อมมานับร้อยรอบ“ไม่ต้องจ้างใครนอกทีมเลยค่ะ… เจ้าสาวเป็นเจ้านายพวกเราอยู่แล้ว” หนึ่งในทีมช่างภาพพูดติดตลกพร้อ
แสงธรรมชาติลอดผ่านม่านบางสีงาช้างของห้องเพนต์เฮาส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับหกดาว เสียงเรือหางยาวแล่นผ่านเบาๆ ทางแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นเพียงฉากหลังอันแสนเงียบสงบให้กับห้องแต่งตัวสุดหรูที่ถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยกลิ่นดอกมะลิขาวจางๆ ละมุนละไมลินน์ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กรอบทองสไตล์ฝรั่งเศส พลางหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเธอสวมชุดเจ้าสาว Haute Couture ที่สั่งตัดพิเศษจากห้องเสื้อชื่อดังแห่งหนึ่งในมิลาน ชุดถูกตัดเย็บจาก ผ้าไหมแท้ทอมือจากทะเลสาบโคโม่ ผสมกับลูกไม้ Chantilly Lace สีขาวนวล ปักมือด้วยเส้นด้ายไหมทองคำขาว และประดับเพชร D flawlessขนาดเล็กละเอียดจนนับไม่ได้ทั่วตัวชุด แขนเสื้อยาวลู่ไปตามท่อนแขนระหง เว้าอกกว้างปาดแนบไหล่เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่เรียบเนียนราวสลักจากหินอ่อน ตัวกระโปรงลู่ลงแนบสะโพก แล้วฟูพริ้วไปด้านหลังยาวกว่า 7 เมตร เคลือบผ้าชั้นนอกด้วยผ้าทูลล์โปร่งแสงที่ปักลายเถาวัลย์แห่งโชคชะตาด้วยไหมสีเงินอ่อนต่างหูเพชรขนาด 9 กะรัต สีขาวบริสุทธิ์เจียระไนแบบ Heart & Arrow ระยิบระยับแย่งแสงกับช่อดอกไม้พีโอนีและกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสในมือของเธอ มงกุฎเพชรขนาดย่อมวางอยู่ข้างๆ ยังไม่ได้
"ลินน์…คุณสวยมากๆ เลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่าวาบหวาบ เธอปรือตามองใบหน้าเขาก้มลงจูบริมฝีปากเพียงชั่วครู่ มือเรียวโอบกอดซอกคอเขาเอาไว้แน่น“คิณห์…คิณห์…ฉันก็รักคุณมากค่ะ” เธอเอ่ยบอกรักเขาด้วยน้ำเสี่ยงกระเส่าโทนต่ำ เธอรู้สึกว่าดุ้นของเขามันใหญ่ขึ้นและคับร่องทั้งที่มันแข็งตัวแล้วก่อนหน้านี้ แต่ทำไมมันถึงใหญ่ขึ้น น้ำในอ่างแทบจะเข้าไปไม่ได้“อึก…อื้อ…คิณห์…อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อร๊าย!!! ทำไมมันใหญ่ขึ้นอีกแล้ว…อึก! อ๊ะ!” เธอร้องครางกระเส่าวาบหวามแทบขาดใจ มือเรียวจิกลงงบนแผ่นหลังของเขาทั้งสองข้าง โดยที่เธอไม่รู้ตัว เมื่อเธอกระแทกลงบนดุ้นของเขายังไม่สุดลำ“มันเป็นเพราะคุณนั่นแหละ” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ มือหนาลูบไล้เรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอแผ่วเบา เธอกัดริมฝีปากด้วยความหวาดเสียว“คิณห์…อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อร๊าย!!! มันเสียวมากๆ โอ้…ฟัก…ฟัก…ฟัก…อื้อ” เธอร้องครางกระเส่าแผ่วเบาด้วยความเสียวสะท้านแทบขาดใจ“ผมจะทำให้คุณเสียวมากกว่าเดิมอีก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบายั่วตัณหาอารมณ์เธอ พร้อมกับประคองกอดเธอยกลำตัวเธอขึ้น ทำให้ดุ้นของเขาหลุดจากลีบร่องของเธอ เขาจึงยัดเข้าไปในร่องก้นของเธอแทบ“อ๊ะ! อื







