Mag-log inเห็นไหมล่ะ! เพียงฉันวิ่งไปหาพี่ปันปันที่โต๊ะข้างตึกคณะแล้วเอาข่าวนั้นให้เธอดู เย็นนั้นเธอก็ให้พี่โอบจ้างบริษัทขนย้ายของมาย้ายที่อยู่ให้ฉันทันที
ที่อยู่อาศัยใหม่เป็นคอนโดมิเนียมสุดหรูหรา เธอบอกว่าเจ้าของมาฝากให้บริษัท KS กรุ๊ป บริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หาคนเช่าให้อยู่พอดี
เพียงเธอเปิดรูปถ่ายให้ดูก็ถูกใจใช่เลย ห้องชุดขนาดกำลังพอดีแบ่งสัดส่วนห้องต่างๆ มาพร้อมกับค่าเช่าสามพันห้าร้อยบาทจะไม่คว้าไว้ได้อย่างไร
ที่ฉันชอบที่สุดคือตรงระเบียงติดลูกกรงอย่างแน่นหนา เสริมสร้างความปลอดภัยให้ฉันสุดๆ
ส่วนห้องเก่าฉันย้ายออกและทิ้งมันอย่างไม่ไยดี ศพผ่านห้องขนาดนั้นใครจะไปนอนหลับลง
หลังจากนอนหลับสนิทเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการเรียนและวิ่งวุ่นจัดการห้องพักใหม่ เช้าวันเสาร์ฉันตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ของวิวที่อยู่คนละฟากฝั่งกับคอนโดมิเนียมเดิม
"สวัสดีบรรยากาศใหม่ๆ หวังว่าแกจะเป็นเซฟโซนที่ดีนะ"
เพราะฉันตั้งใจจะปักหลักอยู่ที่นี่จนเรียนจบปีสี่ จากนั้นก็จะย้ายกลับไปอยู่อยุธยา เปิดโฮมสเตย์ริมแม่น้ำติดกับร้านขายของฝากของพ่อกับแม่
นั่นคือสาเหตุที่ฉันเลือกเรียนการโรงแรมเพื่อหวังเก็บเกี่ยววิธีการบริหารจัดการตลอดจนการบริการให้ได้มากที่สุด
แปดโมงครึ่งฉันก็กลับมาวุ่นวายกับการจัดของเข้าที่ต่อจากที่ค้างคาเมื่อคืนนี้ ต้องขอบคุณผู้เช่าที่ให้เฟอร์นิเจอร์ครบครันทุกอย่าง แถมแม้กระทั่งน้ำเปล่าในตู้เย็น
"อ๊ะ! นี่อะไร"
ฉันเปิดลิ้นชักชั้นวางทีวี ด้านในมีกล่องสี่เหลี่ยมสีดำวางอยู่ ความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นสั่งให้ฉันหยิบมันขึ้นมามองดูใกล้ๆ เขย่าฟังเสียงแต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไร ฉันเลยตัดสินใจเปิดดู
"แหวนเหรอ"
ด้านในมีแหวนสแตนเลสเสียบอยู่กับตัวหมอน ฉันดึงมันออกมามองดูอย่างพิจารณา
วงไม่ใหญ่ดูเหมาะสำหรับนิ้วมือผู้หญิง
ตัวเรือนของแหวนเป็นลักษณะของฟันเฟือง มันถูกออกแบบให้เป็นดีไซน์เรียบๆ แต่ดุดัน ใต้ท้องแหวนสลักตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว JและD อยู่คู่กัน
ค่อนข้างจะย้อนแย้งกับขนาดที่เหมาะสมกับผู้หญิง
ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูล พิมพ์เข้าไปในกูเกิ้ลว่า 'แหวนฟันเฟือง' และข้อมูลแรกที่เด้งขึ้นมาคือ..
"แหวนเกียร์ เกียร์วิศวะน่ะเหรอ"
เคยได้ยินมาบ้างว่าคนที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์จะมีเกียร์เป็นตัวแทนของหัวใจ ฉันเคยเห็นบนลำคอของพี่ปันปัน มันถูกนำมาห้อยกับสร้อยเชือกซึ่งคนที่ให้คือแฟนของเธอ ล่าสุดก็เห็นจากคอพี่โรส แฟนของเธอที่ชื่อพี่โชนก็ให้มาเหมือนกัน
แล้วอันนี้ล่ะ.. คงจะเป็นของเจ้าของห้องลืมเอาไว้
บังเอิญจังที่เจ้าของห้องก็เรียนวิศวะแล้วป่านนี้จะรู้หรือยังว่าทำหัวใจหาย
"คิกคิก แบบนี้ไม่ตายไปแล้วเหรอ"
เดี๋ยวจะหาว่าฉันเจอของสำคัญแล้วไม่บอกเลยส่งแชทบอกพี่ปันปันเอาไว้ และขอคอนแทคเจ้าของห้อง ฉันจะเอามันไปคืนให้เธอ.. ต้องเป็นเธอ แหวนวงเล็กแบบนี้ต้องเป็นของผู้หญิงแน่นอน
ไม่เชื่อเดี๋ยวลองสวมใส่ดูก็ได้
ความซนยังไม่หมด ฉันหยิบแหวนออกมาทาบนิ้วแต่ละนิ้ว จนตัดสินใจสวมมันเข้าที่นิ้วนางมือข้างซ้าย ตำแหน่งที่ฉันวาดฝันว่าจะมีแหวนแต่งงานมาอยู่ตรงนี้
"พอดีเลย สวยด้วยนะเนี่ย"
ฉันชูมือขึ้นสูงมองดูแหวนเกียร์สะท้อนแสงวิบวับ พอมาอยู่บนนิ้วความสวยก็ยิ่งชวนตะลึง ถือว่าเจ้าของไอเดียดีมากที่เอามันมาทำเป็นแหวนแทนเอาไปทำเป็นสร้อยคอธรรมดา
ติ๊ง! พี่ปันปันตอบแชทกลับมา ฉันเลยเลิกสนใจมันแล้วอ่านข้อความสั้นๆ นั้นก่อน
พี่ปันปัน : คอนแทคเจ้าของห้องจ้า เขาพักอยู่ข้างบน
พี่ปันปัน : ไลน์เจ้าของห้อง
ฉันไม่รีรอกดเข้าไปเพิ่มเพื่อนตามที่พี่ปันปันส่งมาให้
แต่.. "เฮ้ย! นี่มันไลน์พี่เจได"
ไม่ทันแล้วด้วย ฉันมือไวจัดกดเพิ่มเพื่อนเขาไปแล้ว
อาการสั่นเหมือนพี่เข้ามาพานพบ ฉันลนลานรีบโทรหาพี่ปันปันทันที
[ฮัลโหลไอน้องรัก]
"พี่ปัน! ห้องใครนะคะพี่"
[พี่ไม่ได้บอกไอเหรอว่าเป็นห้องพี่เจได]
"ไม่เลย แล้วพี่ได้บอกไหมคะว่าไอเป็นคนมาเช่า"
[บอกสิ ไม่งั้นเขาคงไม่ให้เช่าง่ายๆ แล้วก็คงไม่ให้ค่าเช่าถูกขนาดนี้]
ฉันยกฝ่ามือตบหน้าผากตัวเอง มันต่างอะไรกับที่หนีห้องศพผ่านล่ะ
[พี่เขาพักเพ้นท์เฮ้าส์ข้างบน เพิ่งย้ายของส่วนตัวออกไม่กี่วันคงจะลืมอันนั้นไว้นั่นแหละ แกเอาไปคืนพี่เขาได้เลยนะ]
"ค่า"
ตอบรับเสียงอ่อนแล้วกดวางสาย เรี่ยวแรงกำลังกายกำลังใจที่อุตส่าห์มีในวันนี้สลายหายหมดสิ้น
พอมีโอกาสได้เจอพี่เจไดหนึ่งครั้ง ก็มีเหตุให้ต้องเจอต้องพัวพันกันไม่เลิก
เวรกรรมอะไรของฉันนักหนา!!
"ที่ชมแกว่าสวย ฉันขอถอนคำพูด"
แหวนเกียร์ถูกฉันดึงออกจากนิ้ว แต่เหมือนจะเกิดปัญหา..ฉันดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออก มันติดอยู่กับนิ้วนางของฉันราวกับว่ามีกาวตราช้างทาเคลือบเอาไว้
"ฮื้อ! เวรกรรมของแท้เลย"
ฉันวุ่นวายอยู่กับการดึงแหวนอยู่นับชั่วโมงจนนิ้วแทบขาดออกจากกัน เอาสบู่ถูก็แล้ว ทำทุกวิถีทางที่ค้นเจอในกูเกิ้ล แต่มันก็รักนิ้วของฉันเหลือเกิน ตอนนี้นิ้วทั้งแดงทั้งบวมแล้วฉันก็เจ็บมากด้วย
หนทางสุดท้ายที่ทำได้คือการส่งแชทไปหาพี่เจไดอย่างยอมจำนน
Irinka : พี่ลืมของไว้ที่ห้อง ไอจะเอาไปคืน
เจไดลูกเทพ : เดินขึ้นบันไดหนีไฟมาได้เลย
"โอ้โห! ทางดีๆ มีไม่ให้ไปด้วยนะ"
ขี้คร้านจะต่อปากต่อคำ ฉันออกจากห้องแล้วเลี้ยวขวามาใช้บันไดหนีไฟ เดินเงียบๆ ไม่เร่งรีบมายังชั้นที่อยู่สูงเพียงหนึ่งชั้น ประตูถูกแง้มอ้าเอาไว้ ฉันมองลอดผ่านช่องที่มีไปเห็นประตูบานใหญ่
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองว่าต้องสู้สิ
ก็แค่เผชิญหน้ากับพี่เจไดอีกครั้งและอีกครั้งเอง
ไม่ตายหรอกเพราะหากจะตาย คงตายตั้งแต่วันที่เขาเห็นฉันเป็นคนโง่แล้ว
ฉันมายื่นหน้าห้องที่มีหมายเลข 020 จิ้มนิ้วลงบนปุ่มแจ้งเตือนสองครั้งแล้วยืนรอนิ่งๆ สวนทางกับหัวใจที่เต้นโครมครามเพราะไม่ว่าจะนานแค่ไหน การพบเจอพี่เจไดยังคงเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นสำหรับฉันเสมอ
หนึ่งปีที่ผ่านมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง มีโฮมเตย์ที่ฉันวาดฝันเอาไว้ก่อกำเนิดขึ้นทั้งหมดสิบห้อง มีฤกษ์เปิดให้บริการหลังแต่งงาน มีบ้านสไตล์มินิมอลชั้นเดียวที่สร้างเสร็จพร้อมกัน นั่นคือเรือนหอของฉันกับพี่เจได วิศวกรหนุ่มเขาจะมาเป็นหนุ่มอยุธยาและเราก็แต่งงานกันหลังจากวันนั้นหนึ่งปี..ฉันเป็นภรรยาของพี่เจไดโดยสมบูรณ์ หน้าที่หลักๆ คือดูแลเสื้อผ้า อาหารเช้าและนอนกอดคนขับรถเก่งทุกคืนมันค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากที่เขาขับรถไปกลับกรุงเทพฯ อยุธยาทุกวัน แม้เขาจะอ้างเหตุผลว่าขับรถในกรุงเทพฯ ใช้เวลานานกว่านี้เยอะ แต่ฉันก็ไม่ได้วางใจ และพอเส้นทางชีวิตเปลี่ยน แผนการทำงานบางอย่างก็เปลี่ยนไปตามนั้นพี่เจไดไม่ได้เข้าผับทุกคืน ถ้าไม่นับพี่สิงห์ แก๊งของเขามีอยู่สี่คน ในหนึ่งสัปดาห์วางตารางงานสลับวันกันเข้าไปดูแล วันไหนไม่ต้องเข้าผับ เขาก็จะกลับมาหาฉันตั้งแต่หกโมงเย็น มาช่วยดูแลแขกที่มาเข้าพักแม้ลูกค้าจะไม่ได้เยอะทุกวัน แต่ก็สร้างรายได้ให้ฉันไม่น้อย ไหนจะร้านขายของฝากแก้วใจที่คุณแม่จ่ายเงินเดือนให้ฉันเดือนละแสน เงินที่สามีก็เปย์ให้หลักแสน แต่ฉันไม่ได้ใช้หรอกเพราะเกรงใจพี่เจไดมาก เก็บเอาไว้ให้ลูกที่วางแ
พี่เจไดของฉันเป็นวิศวกรเต็มตัวตั้งแต่เรียนจบ ทำงานให้บริษัท KS กรุ๊ป ที่ขยายใหญ่โตขึ้นทุกวัน การโตเป็นผู้ใหญ่ของเขาไม่ง่าย ยิ่งมีงานทั้งกลางวันกลางคืนพรากพลังงานในแต่ละวันของเขาไม่น้อยดูจากการกลับมาก็หลับปุ๋ยทันทีที่หัวถึงหมอน ฉันในฐานะแฟนก็เป็นห่วง แต่พี่เขาบอกว่ายังบาลานซ์เวลาได้ไม่ดี เดี๋ยวอีกสักพักคงปรับตัวได้เพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ทั้งแก๊งวิศวะลูกเทพทำงานหนักเหมือนกันทุกคนหน้าที่ของฉันคือการดูแลให้กำลังใจ เป็นเซฟโซนให้พี่เจไดสบายใจ เป็นความน่ารักให้เขายิ้มได้ตลอดที่เราอยู่ด้วยกันเชื่อไหม..เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเลย มีงอนบ้างเวลาฉันถูกแย่งของกิน แต่ไม่ถึงนาทีก็หายงอนโดยเขาไม่ต้องง้อด้วยซ้ำ เราไม่มีเคล็ดลับใดๆ ในการประคองความสัมพันธ์มีแต่ความรักความเข้าใจ เวลาอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขสำหรับฉัน.. พี่เจไดคือใช่เลยสำหรับเขา.. ฉันก็คงเป็นคนที่ใช่นั่นแหละ"พี่เจขา"เช้าวันหนึ่งฉันวิ่งออกมาจากห้องนอนพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสองตัว มายื่นให้ผู้ชายที่กำลังออกกำลังกายอยู่ในห้องฟิตเนสเลือก"ครับน้อง"พี่เจไดกดหยุดลู่วิ่งพลางเลิกคิ้วขึ้นสงสัย"วันนี้วันจันทร์ ใส่สีเหลืองดีไหมคะหรือพี่ชอบสีกรม
สามวันถัดมาพี่เจไดถึงหิ้วขนมกลับบ้านโดยหิ้วฉันมาด้วย ฉันไม่ถึงกับออกอาการประหม่า อย่างน้อยก็รู้จักจิมมี่อยู่แล้ว แต่ฉันแอบกังวลว่าตอนที่พ่อกับแม่ของเขาเจอหน้าฉันอีกครั้งในรอบสี่ปีจะเป็นอย่างไรพี่เจไดแวะดูความเรียบร้อยที่ผับจนถึงหนึ่งทุ่มเราก็เดินทางไปย่านราชพฤกษ์ อู่ต่อรถสิบล้อขนาดใหญ่เวลานี้ยังไม่ปิดทำการ แต่ปิดให้บริการแล้ว ในความหมายก็คือไม่รับลูกค้าที่เข้ามาติดต่อ แต่งานภายในที่ยังคั่งค้างยังคงทำต่อเขาขับรถผ่านอู่มายังบ้านที่อยู่ด้านหลัง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดความทรงจำที่ฉันเคยมานั่งเล่นอยู่ตรงชิงช้าหน้าบ้านก็ย้อนกลับมา"จิมมี่มันทำหัก พ่อเลยยกไปทิ้ง"คงจะรู้ว่าฉันมองตรงตำแหน่งนั้นแล้วคิดอะไรอยู่ พี่เจไดจึงเฉลย"ก็น่าหักอยู่ จิมตัวอย่างกับยักษ์""แต่มันไม่ยักษ์เท่าพี่หรอก เกิดทีหลังจะมาใหญ่กว่าได้ไง จริงป่ะ" เขายิ้มซุกซน"ก็ไม่เคยเห็นของจิมตอบไม่ได้หรอกค่ะ เห็นก่อนถึงจะเฟิร์มได้นะ""เดี๋ยวเถอะ"พี่เจไดเขกมะเหงกฉันแล้วลงจากรถด้วยสีหน้าบูดบึ้งก็พูดไปแนวนั้นเอง น้องผิดอะไรล่ะคะประตูรถฝั่งฉันเปิดออก พี่เจไดก้มลงมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ มองฉันคาดโทษอีกหนแล้วโอบประคองให้ลุกขึ้นยืนก็เป็นเ
บ่ายสามโมงสิบห้าของอีกวันฉันกับรุ่นพี่นั่งถือลอตเตอรี่คนละใบอยู่ข้างตึกคณะ ตรงกลางโต๊ะมีมือถือที่เปิดถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้พวกเราเฝ้ารออย่างตื่นเต้น อยากจะรู้เหลือเกินว่าเลขมงคลของเหล่าแฟนหนุ่มจะเด็ดแค่ไหน"ล้ำลึกมาก ลุ้นไปด้วยเลย"พี่บัวเกาะอยู่บนหลังพี่ทานตะวันลุ้นอยู่ด้วยกันมาหยาเกาะอยู่บนหลังของฉัน รายนี้ก็ลุ้นจนเหยี่ยวเหนียว แต่คงไม่เหนียวเท่าเจ้าของแผ่นกระดาษเล็กๆ พวกนี้หรอก"เงียบๆ ก่อน" พี่โรสออกคำสั่งเพราะถึงช่วงพีคแล้ว'รางวัลเลขท้ายสองตัวประจำงวดวันที่ 2 มกราคม ปี 2567 เลขที่ออก 5 6 ฟังอีกครั้ง เลขที่ออก 5 6'พวกเราเบิกตาโตมองหน้ากัน ก่อนจะค่อยๆ ยิ้มตามด้วยหัวเราะลั่น มีฉันที่ลุกขึ้นยืนกระโดดดีใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าซื้อลอตเตอรี่ครั้งแรกก็จะดวงดี"บันทึกไว้เป็นสิ่งมหัศจัรรย์ของโลกได้เลยนะ"พี่นิริณแซว"ก็ของมันดีอ่ะนะ"ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่โรส ของดีจริงๆ พี่ทานตะวัน พี่ปันปันกับพี่ชูครีมโทรหาแฟนหนุ่มแล้ว ฉันโทรบ้างดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก"พี่เจ น้องถูกหวย"[ว่าล่ะ เห็นแฟนไอ้พวกนี้โทรมากันใหญ่]"เลขอะไรรู้ไหมคะ"[อยากรู้จนตัวสั่น]"5 6 เลขมงคลของพี่
"คิดถึงน้องมากเลย"พี่เจไดแย่งขวดน้ำจากในมือไปวางลงบนโต๊ะ จับใบหน้าฉันแหงนเงยรับจูบที่หลอมรวมความคิดถึงฉันก็คิดถึง มันเป็นความทรมานที่อธิบายไม่ถูกจนฉันเผลอคิดว่าหากเราตัวติดกันตลอดเวลาคงจะดี"คิดถึงพี่ไหมครับ""คิดถึงค่ะ""ตรงนี้หรือในห้องดี""น้องชอบที่ที่เรากอดกันได้แน่นๆ"ร่างฉันลอยหวือขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เราจูบกันตลอดการก้าวเดินจนเข้ามาถึงในห้องพี่เจไดคิดถึงฉันมากถึงขนาดสวมใส่กางเกงชั้นในออกไปตัวเดียว เราจึงไม่ต้องเสียเวลาไปกับการถอดเสื้อผ้านานชุดมินิเดรสสีขาวถูกรูดออกทางศีรษะ ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีฉันก็เปลือยเปล่า ร่างกายร้อนผ่าวดั่งไฟแผดเผายามริมฝีปากหนารูดผ่านผิวเนื้อทุกจุด เขาดูดนมฉัน ท่อนล่างใช้นิ้วสอดลึกเข้ามาหยอกล้อให้ร่างกายดีดดิ้นทรมาน"เสียวค่ะ""ชอบไหม""ชะ ชอบ"ฟันแหลมคมงับด้วยความมันเขี้ยวจนไปถึงข้างล่าง เข้ากลืนกินฉันอย่างไม่รังเกียจ ดูดเลียใช้ลิ้นสอดลึกมาจบด้วยการขยี้ฉันด้วยลิ้นแรงๆ ฉันกรีดร้องยกสะโพก ทั้งเสียวทั้งมันส์เพียงเล้าโลม ไม่นานก็แตกพร่าให้เขาเก็บเกี่ยวฉกชิมน้ำหวาน"น้องอยากกินพี่บ้าง" ฉันเว้าวอนเสียงหวาน พี่เจไดก็เอามาเสิร์ฟให้ฉันถึงที่ ความใหญ
ฉันยังไม่ได้ตอบคุณแม่ แต่มองไปทางประตูร้าน นานเกินห้านาทีที่เฝ้ารอใครบางคนเดินมา ตั้งใจว่าอีกหนึ่งนาทีฉันจะเดินไปตามแล้วนะแต่พี่เจไดก็ผลักประตูกระจกเข้ามาเสียก่อน ลูกค้าหล่อเหลาแต่งตัวอย่างกับนายแบบเดินมาหยุดกลางร้าน เรียกเสียงฮือฮาของลูกค้าคนอื่นๆ บางคนบอกว่าเขาเป็นดาราแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใครหนูรู้ค่ะป้า เขาเป็นแฟนหนูเองฉันเดินตรงเข้าไปหาพี่เจได ดึงแขนเขาให้เดินมายังเคาน์เตอร์ พบเจอคุณแม่อย่างจังสองมือใหญ่ก็พนมไหว้"สวัสดีครับ"น้ำเสียงหนักแน่น ช่างขัดกับสีหน้าและท่าทางประหม่า เขากำมือแน่นกลัดเกร็ง อาจจะกลั้นหายใจอยู่ก็ได้ยิ่งเห็นคุณแม่เอียงคอทำท่าครุ่นคิด พี่เจไดเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ที่อาการเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนนั้นเรื่องที่เขาทำรู้ถึงหูคุณพ่อคุณแม่ด้วยไง แต่พวกท่านไม่ได้ไปเอาเรื่องอะไรแล้วเลือกที่จะรักษาอาการทางใจของฉัน"ผม..""เจได..ใช่ไหม"คุณแม่คิดออกเอ่ยชื่อได้ตรงเป๊ะ พี่เจไดยิ่งลนลานถูมือกับกางเกงยีนส์ใหญ่เลย น่าสงสารจัง"ครับ ผมเองครับ""มาเที่ยวอยุธยาเหรอ"น้ำเสียงคุณแม่ถามไถ่ปกติ ท่านยิ้มแย้มด้วยนะ แฟนฉันเลยผ่อนคลายลงมาได้นิดหน่อย แต่พอคุณพ่อเดินมา เขาก็ออกอาการเดิม"คุณ







