LOGIN'ฮึก! ฮึก! ทำไมทำแบบนี้ ทำไมทำร้ายหัวใจของน้องแบบนี้'
'พี่ขอโทษ..'
'น้องเกลียดคำนี้ เกลียดๆ น้องเกลียดพี่เจ'
เฮือก! ฉันสะดุ้งเฮือกตื่นจากความฝันที่ตามหลอกหลอนซ้ำๆ ในกลางดึกแล้วนอนมองเพดานฝ้าในความมืดมิดนับสิบนาที
ก่อนจะตัดใจลุกขึ้นนั่ง ยกสองมือปาดเช็ดน้ำตาตรงหางตา ฝันทีไรเป็นแบบนี้ทุกที แล้วฉันก็ไม่ได้อยากฝันหรือนึกถึงมันเลย
แต่เป็นเพราะเขา.. เฮ้อ! ฉันลุกจากเตียงนอนมาเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่ม ทว่าใบหูได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากตรงระเบียง
"ตีสองไม่ใช่เหรอ หรือห้องข้างๆ ยังทำกับข้าวอยู่"
เป็นปกติจนมองว่าชินชาที่จะมีเสียงตำน้ำพริกหรือพูดคุยดังขึ้นกลางดึก คอนโดมิเนียมแห่งนี้ไม่ได้คัดสรรลูกบ้านมากนัก มีทุกอาชีพอาศัยอยู่ เลิกงานดึกดื่นก็มาก
สาวสวยห้องข้างๆ ของฉันก็ด้วยที่เห็นว่าทำงานเป็นพีอาร์ร้านอาหาร กลางดึกแบบนี้ฉันมักได้ยินเสียงเธออาบน้ำเป็นประจำ
ทว่าวันนี้เสียงที่ได้ยินคล้ายกับเสียงพูดคุย ความชอบเผือกอยู่นิดๆ ทำให้ฉันเปิดประตูระเบียงแล้วเงี่ยหูฟัง
เสียงพูดคุยกันจริงๆ ด้วย เสียงมีมากกว่าสามคนแน่นอน
ป๊าด! หรือว่าจะพาลูกค้ากลับมา
ก๊อกๆๆ ฉันสะดุ้งเฮือกอีกครั้งแล้วมองไปทางประตู นั่นเสียงเคาะประตูห้องฉัน
ในคอนโดมิเนียมนี้ฉันไม่รู้จักใคร และขณะนี้เวลาตีสองจะมีใครมีธุระนอกจากจะเป็นพวกผู้ร้ายบ้ากาม
ไม่ๆ ฉันจะไม่มีทางเปิด ประตูบานเลื่อนถูกปิดล็อกแน่นหนา ฉันกลับมานั่งบนเตียงนอนกอดผ้าห่มนวมแน่น
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะดังขึ้นอีกหลายครั้ง พร้อมกับมือถือที่ส่งเสียงร้องให้ฉันสะดุ้งอีกหน
ใจคอไม่ดีเลยแหะ แต่ละช็อตอย่างกับในหนังผีเลย
มือถือส่งเสียงร้องเรียกไม่หยุด ฉันตัดสินใจหยิบมันมาดูรายชื่อคนโทรเข้ามา
"นิติ.."
นิติบุคคลโทรหาเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องดีแล้ว
"สวัสดีค่ะ"
[คุณไอริณรบกวนเปิดประตูห้องหน่อยนะครับ]
"มีอะไรเหรอคะ"
[เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังนะครับ รบกวนเปิดหน่อยครับ]
แล้วเขาก็วางสายไป ตามด้วยการเคาะอีกสองครั้ง
เหตุการณ์ไม่ปกติอย่างรุนแรง
ฉันเดินไปจับลูกบิดประตู สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วแง้มมันออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ
สิ่งแรกที่เห็นคือผู้คนนับสิบยืนอยู่ตรงพื้นที่หน้าห้อง ตรงหน้าเลยคือนิติบุคคลที่คุ้นหน้ากันดี ข้างๆ เขาเป็นป้าแม่บ้าน
"จะรบกวนขอใช้พื้นที่ห้องหน่อยครับ"
"ห้องฉันเหรอคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"หนูออกมาก่อนนะ เดี๋ยวป้าพูดให้ฟัง"
ฉันออกมายืนด้านนอกตามคำสั่ง พลันผู้คนที่เห็นว่ายืนอยู่ด้านนอกก็กรูเข้าไปในห้อง พอออกมายืนตรงนี้ฉันถึงเพิ่งเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปะปนอยู่ด้วย
เกิดอะไรขึ้น!!
"ห้องข้างบนมีการฆาตกรรมกันเกิดขึ้นครับ ศพถูกห้อยอยู่ตรงระเบียง"
"อะไรนะคะ!" ฉันเบิกตาโตตัวแข็งค้าง
พีคมาก!
"พอดีผมนับห้องผิดน่ะครับ คิดว่าศพตรงกับห้องนี้ แต่พอเจ้าหน้าที่มาดู ดันห้อยลงมาอยู่ตรงห้องคุณไอริณ ต้องขอรบกวนสักเดี๋ยว"
นิติบุคคลยังพูดไม่ทันจบดี บางอย่างที่ห่อผ้าขาวก็ถูกแบกหามออกมาจากห้อง สองขาของฉันสั่นพับๆ ใจเสีย กลัวมาก อีกหลายๆ ความรู้สึกกำลังรุมเร้า
ห้องฉัน..ห้องศพผ่าน
กรี๊ด! ฉันกลับเข้ามายืนในห้องหลังจากทุกอย่างสงบลง ไฟในห้องมีกี่ดวงเปิดให้สว่างโร่ ศพเอาออกไปแล้ว วิญญาณเขาได้ตามไปไหม หรือยังอยู่แถวนี้
"ฮือ! นี่มันเรื่องบ้าอะไร!"
อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ฉันจะใช้มันเป็นเซฟโซนแล้วนอนหลับให้สบายใจได้อย่างไร ให้ตายฉันก็ไม่อยู่
ฉันลงมานั่งอยู่ชั้นหนึ่งตั้งแต่ตีสองจนถึงเช้าเพื่อรอมาหยามาหา ระหว่างนั้นก็ได้เห็นความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่มากมายเดินสวนกันไปมา พร้อมกับข่าวด่วน..
'เกิดเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม สาวนักศึกษาเคราะห์ร้ายลืมล็อกประตูระเบียง เปิดช่องให้คนร้ายที่เป็นชายห้องด้านบนปีนป่ายลงมาข่มขืนแล้วฆ่า'
ลองคิดดูสิว่าถ้าห้องนั้นล็อคประตู.. มันจะไม่ลงมาที่ห้องฉันแทนเหรอ
"แกอยู่ที่นี่ไม่ได้แน่"
มาหยาเข้ามานั่งอยู่ในห้องเป็นเพื่อนฉันยังเอาแต่ลูบท่อนแขนไปมา
แล้วฉันที่อาบน้ำอยู่ก็ไม่ได้คิดปิดประตู แง้มอ้ามันเอาไว้ให้อุ่นใจ
"ฉันจะย้ายวันนี้เลย"
"หาห้องได้แล้วเหรอ ไปนอนกับฉันก่อนไหม.."
"ไปนอนกับแก เท่ากับว่าฉันต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีกน่ะสิ ไม่ใช่แค่ผีนะ ไอ้คนร้ายยังจับตัวไม่ได้ เกิดมันย้อนมาห้องมันแล้วคิดก่อเหตุซ้ำ ห้องฉันคงไม่พ้นเป้าหมาย"
"น่ากลัวจริงๆ"
ฉันอาบน้ำเสร็จก็ตะปบผ้าเช็ดตัวออกมา ความกังวลลดลงมานิดหน่อยเพราะระหว่างอาบน้ำฉันนึกบางอย่างได้
มีรุ่นพี่ดีเป็นลาภอันประเสริฐ เพียงฉันไปตีหน้าเศร้าเล่าความจริงที่เผชิญ พวกเธอต้องรีบหาที่อยู่ใหม่ให้ฉันแน่นอน
ไม่เชื่อก็คอยดูได้เลย
[JDai Part]
"ห้องมึงบิ้วอินเสร็จยัง"
"ถามเพื่อ?"
ผมเหล่ตามองแทนคุณ มันทำหน้าหงอยมองแก้วเหล้าในมือหมุนไปมา
"เหงาว่ะ ไม่อยากนอนคนเดียว"
"เสร็จแล้ว กูไปนอนมาสามคืนแล้ว แต่กูไม่ให้มึงไปนอน"
"ขี้งกไอ้สัด"
"ไม่ได้งก แต่ห้องกูไม่ใช่ศาลาคนเศร้า แล้วก็ไม่มีอะไรให้มึงคลายเหงา"
เพ้นท์เฮ้าส์ราคายี่สิบล้านที่ผมซื้อมาจากเฮียสิงห์เปรียบดั่งวิมานนับจากนี้ตลอดจนอนาคต เพิ่งเอาฤกษ์เอาชัยเข้าอยู่ จะให้ไอ้พวกอกหักรักคุดแบกความหม่นหมองไปเคลือบทับก็ใช่เรื่อง
"เอางี้ไหม กูช่วยให้ไม่เครียดได้นะ เดี๋ยวหาสักคนในนี้ให้ ใช้งานห้องตองหนึ่งสักหน่อย เป็นไง"
ผมกอดคอแทนคุณ ชี้นิ้วไปยังสาวสวยมากมายใน K Night ผับระดับไฮคลาสช่วยคัดสรรลูกค้าชั้นเยี่ยมมาให้แล้ว นางแบบ ไฮโซเซเลบ ดาราก็ยังมี ผมว่าเพื่อนต้องถูกใจสักคน
"มึงเห็นเงาหัวกูไหม ทำแบบมึงว่า.. เขาคงหายไปจากชีวิตกูถาวร"
"เข้าใจ กูเคยเห็นไอ้โอบเป็น"
ผมตบบ่ามันปลอบใจ เพื่อนผมสามคน ล้วนแล้วแต่ผ่านการเป็นคน เป็นเสือแล้วกลายร่างเป็นหมาหงอยราวกับติดเชื้อโรคระบาด
หรือมันจะฮ็อตฮิตในกลุ่มหนุ่มหล่ออย่างพวกผมวะ
ไม่ใช่ดิ ผมยังสุขกายสบายดีอยู่
จะมีก็แต่วันที่ถูกยัยตัวเล็กผมเส้นมาม่าตะคอกใส่แล้ววิ่งลงจากรถทั้งน้ำตา
ไอริณทำผมดิ่งไปตั้งสองวัน เรื่องราวที่ลืมเลือนไปจากความทรงจำรวมถึงความรู้สึกผิดถาโถมย้อนกลับมา
ตอนนั้นผมดันทำอะไรไม่คิด สร้างบาดแผลให้สาวน้อยน่ารักให้กลายเป็นคนหน้าหงิก
เฮ้อ! นึกถึงแล้วก็เซ็ง
ติ๊ง! มือถือในกางเกงสั่นสะเทือนขัดความคิด ผมล้วงเอามันมาอ่านแชทของโอบ คืนนี้มันไม่ได้เข้ามาที่ผับ แต่ยังมีใจทำธุระให้ผม
Oab : เคลียร์
[JDai End]
หนึ่งปีที่ผ่านมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง มีโฮมเตย์ที่ฉันวาดฝันเอาไว้ก่อกำเนิดขึ้นทั้งหมดสิบห้อง มีฤกษ์เปิดให้บริการหลังแต่งงาน มีบ้านสไตล์มินิมอลชั้นเดียวที่สร้างเสร็จพร้อมกัน นั่นคือเรือนหอของฉันกับพี่เจได วิศวกรหนุ่มเขาจะมาเป็นหนุ่มอยุธยาและเราก็แต่งงานกันหลังจากวันนั้นหนึ่งปี..ฉันเป็นภรรยาของพี่เจไดโดยสมบูรณ์ หน้าที่หลักๆ คือดูแลเสื้อผ้า อาหารเช้าและนอนกอดคนขับรถเก่งทุกคืนมันค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากที่เขาขับรถไปกลับกรุงเทพฯ อยุธยาทุกวัน แม้เขาจะอ้างเหตุผลว่าขับรถในกรุงเทพฯ ใช้เวลานานกว่านี้เยอะ แต่ฉันก็ไม่ได้วางใจ และพอเส้นทางชีวิตเปลี่ยน แผนการทำงานบางอย่างก็เปลี่ยนไปตามนั้นพี่เจไดไม่ได้เข้าผับทุกคืน ถ้าไม่นับพี่สิงห์ แก๊งของเขามีอยู่สี่คน ในหนึ่งสัปดาห์วางตารางงานสลับวันกันเข้าไปดูแล วันไหนไม่ต้องเข้าผับ เขาก็จะกลับมาหาฉันตั้งแต่หกโมงเย็น มาช่วยดูแลแขกที่มาเข้าพักแม้ลูกค้าจะไม่ได้เยอะทุกวัน แต่ก็สร้างรายได้ให้ฉันไม่น้อย ไหนจะร้านขายของฝากแก้วใจที่คุณแม่จ่ายเงินเดือนให้ฉันเดือนละแสน เงินที่สามีก็เปย์ให้หลักแสน แต่ฉันไม่ได้ใช้หรอกเพราะเกรงใจพี่เจไดมาก เก็บเอาไว้ให้ลูกที่วางแ
พี่เจไดของฉันเป็นวิศวกรเต็มตัวตั้งแต่เรียนจบ ทำงานให้บริษัท KS กรุ๊ป ที่ขยายใหญ่โตขึ้นทุกวัน การโตเป็นผู้ใหญ่ของเขาไม่ง่าย ยิ่งมีงานทั้งกลางวันกลางคืนพรากพลังงานในแต่ละวันของเขาไม่น้อยดูจากการกลับมาก็หลับปุ๋ยทันทีที่หัวถึงหมอน ฉันในฐานะแฟนก็เป็นห่วง แต่พี่เขาบอกว่ายังบาลานซ์เวลาได้ไม่ดี เดี๋ยวอีกสักพักคงปรับตัวได้เพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ทั้งแก๊งวิศวะลูกเทพทำงานหนักเหมือนกันทุกคนหน้าที่ของฉันคือการดูแลให้กำลังใจ เป็นเซฟโซนให้พี่เจไดสบายใจ เป็นความน่ารักให้เขายิ้มได้ตลอดที่เราอยู่ด้วยกันเชื่อไหม..เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเลย มีงอนบ้างเวลาฉันถูกแย่งของกิน แต่ไม่ถึงนาทีก็หายงอนโดยเขาไม่ต้องง้อด้วยซ้ำ เราไม่มีเคล็ดลับใดๆ ในการประคองความสัมพันธ์มีแต่ความรักความเข้าใจ เวลาอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขสำหรับฉัน.. พี่เจไดคือใช่เลยสำหรับเขา.. ฉันก็คงเป็นคนที่ใช่นั่นแหละ"พี่เจขา"เช้าวันหนึ่งฉันวิ่งออกมาจากห้องนอนพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสองตัว มายื่นให้ผู้ชายที่กำลังออกกำลังกายอยู่ในห้องฟิตเนสเลือก"ครับน้อง"พี่เจไดกดหยุดลู่วิ่งพลางเลิกคิ้วขึ้นสงสัย"วันนี้วันจันทร์ ใส่สีเหลืองดีไหมคะหรือพี่ชอบสีกรม
สามวันถัดมาพี่เจไดถึงหิ้วขนมกลับบ้านโดยหิ้วฉันมาด้วย ฉันไม่ถึงกับออกอาการประหม่า อย่างน้อยก็รู้จักจิมมี่อยู่แล้ว แต่ฉันแอบกังวลว่าตอนที่พ่อกับแม่ของเขาเจอหน้าฉันอีกครั้งในรอบสี่ปีจะเป็นอย่างไรพี่เจไดแวะดูความเรียบร้อยที่ผับจนถึงหนึ่งทุ่มเราก็เดินทางไปย่านราชพฤกษ์ อู่ต่อรถสิบล้อขนาดใหญ่เวลานี้ยังไม่ปิดทำการ แต่ปิดให้บริการแล้ว ในความหมายก็คือไม่รับลูกค้าที่เข้ามาติดต่อ แต่งานภายในที่ยังคั่งค้างยังคงทำต่อเขาขับรถผ่านอู่มายังบ้านที่อยู่ด้านหลัง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดความทรงจำที่ฉันเคยมานั่งเล่นอยู่ตรงชิงช้าหน้าบ้านก็ย้อนกลับมา"จิมมี่มันทำหัก พ่อเลยยกไปทิ้ง"คงจะรู้ว่าฉันมองตรงตำแหน่งนั้นแล้วคิดอะไรอยู่ พี่เจไดจึงเฉลย"ก็น่าหักอยู่ จิมตัวอย่างกับยักษ์""แต่มันไม่ยักษ์เท่าพี่หรอก เกิดทีหลังจะมาใหญ่กว่าได้ไง จริงป่ะ" เขายิ้มซุกซน"ก็ไม่เคยเห็นของจิมตอบไม่ได้หรอกค่ะ เห็นก่อนถึงจะเฟิร์มได้นะ""เดี๋ยวเถอะ"พี่เจไดเขกมะเหงกฉันแล้วลงจากรถด้วยสีหน้าบูดบึ้งก็พูดไปแนวนั้นเอง น้องผิดอะไรล่ะคะประตูรถฝั่งฉันเปิดออก พี่เจไดก้มลงมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ มองฉันคาดโทษอีกหนแล้วโอบประคองให้ลุกขึ้นยืนก็เป็นเ
บ่ายสามโมงสิบห้าของอีกวันฉันกับรุ่นพี่นั่งถือลอตเตอรี่คนละใบอยู่ข้างตึกคณะ ตรงกลางโต๊ะมีมือถือที่เปิดถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้พวกเราเฝ้ารออย่างตื่นเต้น อยากจะรู้เหลือเกินว่าเลขมงคลของเหล่าแฟนหนุ่มจะเด็ดแค่ไหน"ล้ำลึกมาก ลุ้นไปด้วยเลย"พี่บัวเกาะอยู่บนหลังพี่ทานตะวันลุ้นอยู่ด้วยกันมาหยาเกาะอยู่บนหลังของฉัน รายนี้ก็ลุ้นจนเหยี่ยวเหนียว แต่คงไม่เหนียวเท่าเจ้าของแผ่นกระดาษเล็กๆ พวกนี้หรอก"เงียบๆ ก่อน" พี่โรสออกคำสั่งเพราะถึงช่วงพีคแล้ว'รางวัลเลขท้ายสองตัวประจำงวดวันที่ 2 มกราคม ปี 2567 เลขที่ออก 5 6 ฟังอีกครั้ง เลขที่ออก 5 6'พวกเราเบิกตาโตมองหน้ากัน ก่อนจะค่อยๆ ยิ้มตามด้วยหัวเราะลั่น มีฉันที่ลุกขึ้นยืนกระโดดดีใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าซื้อลอตเตอรี่ครั้งแรกก็จะดวงดี"บันทึกไว้เป็นสิ่งมหัศจัรรย์ของโลกได้เลยนะ"พี่นิริณแซว"ก็ของมันดีอ่ะนะ"ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่โรส ของดีจริงๆ พี่ทานตะวัน พี่ปันปันกับพี่ชูครีมโทรหาแฟนหนุ่มแล้ว ฉันโทรบ้างดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก"พี่เจ น้องถูกหวย"[ว่าล่ะ เห็นแฟนไอ้พวกนี้โทรมากันใหญ่]"เลขอะไรรู้ไหมคะ"[อยากรู้จนตัวสั่น]"5 6 เลขมงคลของพี่
"คิดถึงน้องมากเลย"พี่เจไดแย่งขวดน้ำจากในมือไปวางลงบนโต๊ะ จับใบหน้าฉันแหงนเงยรับจูบที่หลอมรวมความคิดถึงฉันก็คิดถึง มันเป็นความทรมานที่อธิบายไม่ถูกจนฉันเผลอคิดว่าหากเราตัวติดกันตลอดเวลาคงจะดี"คิดถึงพี่ไหมครับ""คิดถึงค่ะ""ตรงนี้หรือในห้องดี""น้องชอบที่ที่เรากอดกันได้แน่นๆ"ร่างฉันลอยหวือขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เราจูบกันตลอดการก้าวเดินจนเข้ามาถึงในห้องพี่เจไดคิดถึงฉันมากถึงขนาดสวมใส่กางเกงชั้นในออกไปตัวเดียว เราจึงไม่ต้องเสียเวลาไปกับการถอดเสื้อผ้านานชุดมินิเดรสสีขาวถูกรูดออกทางศีรษะ ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีฉันก็เปลือยเปล่า ร่างกายร้อนผ่าวดั่งไฟแผดเผายามริมฝีปากหนารูดผ่านผิวเนื้อทุกจุด เขาดูดนมฉัน ท่อนล่างใช้นิ้วสอดลึกเข้ามาหยอกล้อให้ร่างกายดีดดิ้นทรมาน"เสียวค่ะ""ชอบไหม""ชะ ชอบ"ฟันแหลมคมงับด้วยความมันเขี้ยวจนไปถึงข้างล่าง เข้ากลืนกินฉันอย่างไม่รังเกียจ ดูดเลียใช้ลิ้นสอดลึกมาจบด้วยการขยี้ฉันด้วยลิ้นแรงๆ ฉันกรีดร้องยกสะโพก ทั้งเสียวทั้งมันส์เพียงเล้าโลม ไม่นานก็แตกพร่าให้เขาเก็บเกี่ยวฉกชิมน้ำหวาน"น้องอยากกินพี่บ้าง" ฉันเว้าวอนเสียงหวาน พี่เจไดก็เอามาเสิร์ฟให้ฉันถึงที่ ความใหญ
ฉันยังไม่ได้ตอบคุณแม่ แต่มองไปทางประตูร้าน นานเกินห้านาทีที่เฝ้ารอใครบางคนเดินมา ตั้งใจว่าอีกหนึ่งนาทีฉันจะเดินไปตามแล้วนะแต่พี่เจไดก็ผลักประตูกระจกเข้ามาเสียก่อน ลูกค้าหล่อเหลาแต่งตัวอย่างกับนายแบบเดินมาหยุดกลางร้าน เรียกเสียงฮือฮาของลูกค้าคนอื่นๆ บางคนบอกว่าเขาเป็นดาราแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใครหนูรู้ค่ะป้า เขาเป็นแฟนหนูเองฉันเดินตรงเข้าไปหาพี่เจได ดึงแขนเขาให้เดินมายังเคาน์เตอร์ พบเจอคุณแม่อย่างจังสองมือใหญ่ก็พนมไหว้"สวัสดีครับ"น้ำเสียงหนักแน่น ช่างขัดกับสีหน้าและท่าทางประหม่า เขากำมือแน่นกลัดเกร็ง อาจจะกลั้นหายใจอยู่ก็ได้ยิ่งเห็นคุณแม่เอียงคอทำท่าครุ่นคิด พี่เจไดเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ที่อาการเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนนั้นเรื่องที่เขาทำรู้ถึงหูคุณพ่อคุณแม่ด้วยไง แต่พวกท่านไม่ได้ไปเอาเรื่องอะไรแล้วเลือกที่จะรักษาอาการทางใจของฉัน"ผม..""เจได..ใช่ไหม"คุณแม่คิดออกเอ่ยชื่อได้ตรงเป๊ะ พี่เจไดยิ่งลนลานถูมือกับกางเกงยีนส์ใหญ่เลย น่าสงสารจัง"ครับ ผมเองครับ""มาเที่ยวอยุธยาเหรอ"น้ำเสียงคุณแม่ถามไถ่ปกติ ท่านยิ้มแย้มด้วยนะ แฟนฉันเลยผ่อนคลายลงมาได้นิดหน่อย แต่พอคุณพ่อเดินมา เขาก็ออกอาการเดิม"คุณ







