Masuk"อูยยยย....บัดซบเอ๊ย! ให้ตายเถอะมันจะวินาศสันตะโรอะไรกันขนาดนี้ว่ะเนี่ยะ คุ้มกันไหมกับการสำเร็จความใคร่ใส่หุ่นยนต์แอนดรอยน์ "
.
ร่างอันล่อนจ้อนแต่สุดจะแข็งแกร่งค่อย ๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นยืน ด้านบนคือผืนฟ้ากว้างสุดสายตา ส่วนด้านล่างเป็นพื้นทรายประสมกรวดหินและเศษวัสดุ
.
"สัด! นี่กูกระเด็นมาไกลถึงนี่เลยเหรอวะ? ไม่ใช่ว่าแขนขากูขาดเพิ่มไปแล้วนะเฟ้ย! หึ๊ยยย! ออกไปให้พ้นมันหนักโว๊ยยย! ไอ้ก้อนหินสารเลว!"
.
"เปร๊ีียงงง!"
.
ชั่วเคี้ยวหมากแหลกเศษอิฐผนังที่กระเด็นปลิวทะลุตามมาด้วย ก็โดนเจฟเฟอร์หวดเข้าอย่างจัง มันพุ่งแหวกอากาศย้อนกลับไปทางเดิมด้วยความรุนแรงที่มากกว่าหลายเท่า ก่อนจะชนกระทบเข้ากับผนังโกดังเสียงดัง โครมมม! เพิ่มความเสียหายให้กระจายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น
.
"เวร.. เวร.. เวรของกูแท้ ๆ"
เจฟเฟอร์ส่ายหน้า พลางสะบัดขาเจ็บแปล๊บ ๆ
.
ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First - person) ตัวเลขความเสียหายวิ่งตื๋อขึ้นมามากมาย บ่งบอกว่าร่างกายของเขานั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้การอะไรได้อีกต่อไปแล้ว แขนขาด ขาหมดพลัง แม้แต่ควยกับไข่หำก็ยังแฟบลงเหี่ยวหยดย้อย คล้อยไปกับแสงแดด
.
นี่จึงเป็นสาเหตุให้เขาออกอาการเซ็งอย่างที่เห็น ครั้นจะใช้เรติน่าในม่านตาซูมภาพเข้าไปหาออเจ้าดาวิกาที่กระเด็นทะลุไปอีกฟาก ก็ยังขึ้นสัญญาณเตือนว่า Error !
.
"อ๊าาา! มันพังไปตั้งนานแล้วนี่หว่าแม่งเอ๊ยกูลืม แต่ก็ช่างแม่งกูเดินเท้าเข้าไปดูเองก็ได้วะ ไปดูเธอซะหน่อยว่าเป็นไงบ้าง หยิบแขนหยิบขาใส่เสื้อผ้าซะ แล้วก็รีบกลับไปหาหมอยูมิโกะให้ซ่อมทุกอย่างให้เท่านี้ก็จบ เรื่องมันจะได้เดินหน้าต่อไปได้ "
"บางทีกูก็คิดเหมือนกันนะว่าไอ้คนเขียนมันยัดเยียดความสำส่อนให้กูเยอะเกินไป เนื้อแท้แล้วกูเป็นคนดีที่รับผิดชอบต่อภารกิจจะตาย ไม่เชื่อก็ลองย้อนกลับไปดูดิ แขนหายข้างเดียวล่อไปตั้ง 40 ตอน คือมึงจะไม่ให้กูไปไหนมาไหนเลยใช่ไหม? ไอ้ไรท์เตอร์!"
.
เกาหัวแกร็ก ๆ น้อยเนื้อต่ำใจ แต่ขาก็ยังต้องก้าวเดินต่อไปเพราะว่าข้างนอกมันร้อน ร่างเปลือยเปล่าโดนแดดร้อน ๆ เผาแผ่นหลังจนควันขึ้น ส่วนหนึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าระบบอวัยวะภายในของเจฟเฟอร์นั้นเสียหายหมด และกำลังต้องการ ๆ ซ่อมแซมเป็นการด่วน ไม่เว้นแม้กระทั่งฉนวนกันความร้อนกับแอร์ปรับอากาศส่วนตัว ภาพที่ออกมาจึงเป็นการจ้วงเท้าซอยยิกเข้าใส่พื้นทราย พร้อมกับอาการเหงือแตกพะงาบ ๆ ของเจ้าหน้าที่ผู้เคยหยิ่งผยองว่าตนเองเป็นอันดับหนึ่ง
.
"ไกลแค่ไหน.. จนกว่าฉันจะใกล้บอกที.. ไกลแค่ไหนจนกว่ากูจะถึง.. โกดังงงง~!" ตามันลายจนถึงขนาดพรั่นพรึงออกมาเป็นเพลงเก่าของวงเก็ทสึโนว่า ความร้อนกำลังจะเล่นงานเขาให้กลายเป็นศพ ประจวบเหมาะกับโอกาสที่จะทำให้ผู้เขียนได้ทำการไถ่โทษ ก็เลยเขียนบรรยายให้ฝ่ามือหนาของเจฟเฟอร์ตะปบเข้ากับขมับตัวเองพอดี
.
เจฟเฟอร์จวนจะทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นทรายอยู่แล้้ว เขาเตรียมจะก้มหน้าลงยอมแพ้และสารภาพบาป แต่ทันใดนั้นเองปลายนิ้วหัวแม่โป้งเจ้ากรรมก็ดันเหยียดไปโดนวัตถุชิ้นสำคัญที่ใส่ไว้ในหูเข้า ซึ่งเป็นอะไรที่สำคัญสุด ๆ เพราะถ้าไม่มีมันชายหนุ่มก็คงไม่มีความหวังจุดประกายขึ้นมา
.
"หูฟังของหมอยูมิโกะ!"
.
"ใช้แล้วเรายังมีพวกชีวะมวลฝูงแมลงวันอยู่นี่หว่า แล้วที่นี่ก็เป็นข้างนอก มันมีสัญญาณ! ได้การล่ะมึง!"
.
สัมผัสอ่อนนุ่มกดลงบนปุ่มให้หูฟังจมบุ๋มลงน้อยนิด พลางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่าราวกับเพิ่งเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์มาใหม่ ๆ
.
"แจ้งพิกัดระบุตาม GPS ช่วยพาฉันเข้าไปในโกดังที แฮ่ก ๆ แฮ่ก ๆ"
"เห้อ.. หวังว่าคงได้ยินนะ ขอทิ้งตัวรออยู่ตรงนี้แหละถ้างั้น"
.
หลับตาพริ้มแม้ไม่ได้อยากให้เป็น ดวงหน้าหล่อเหลาล้มฟาดตึงใส่เนินทราย ปล่อยแผ่นหลังให้มอดไหม้ควันขึ้นโขมง!
.
.
ผ่านไปสักพักพวกมันก็มา!
.
"หึ่ง ๆ , หึ่ง ๆ , หึ่ง ๆ , หึ่ง ๆ"
.
ในชั่วพริบตาร่างหนาของเจฟเฟอร์ก็โดนรุมสกรัมห่อหุ้มไปด้วยฝูงแมลงวันนับล้าน พวกมันส่วนหนึ่งประคองตัวเขาให้ลอยขึ้นเพื่อนำไปส่งไว้ในโกดังตามที่ได้รับคำสั่ง แต่ก็มีบางส่วนที่ทำนอกเหนือจากนั้น ด้วยการซ่อมแซมส่วนที่ผุพังบนร่างกายของเขา แม้จะไม่ดีเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็นับว่าดีขึ้นกว่าของเก่าที่เป็นอยู่มาก
.
สายลับหนุ่มได้สติคืนกลับมา กำลังวังชาฟื้นกลับคืนมาได้บ้าง จึงรีบแตะที่หูฟังพลางออกคำสั่งให้พวกแมลงวางเขาลงบนพื้นโกดัง
.
"โอเควางฉันตรงนี้แหละ ฉันพอจะเดินเองได้แล้ว"
.
"หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ"
.
"ขอบใจพวกแกมาก ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่ต้องเดือดร้อนให้พวกแกช่วย แต่หนนี้ก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ ฉันวานไปหยิบเสื้อผ้ากับอะไหล่ชิ้นส่วนแขนขาที่กองอยู่ฟากกระโน้นให้หน่อยสิ"
.
"หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ"
.
"ส่วนพวกที่เหลือตามฉันมา หวังว่าออเจ้าดาวิกาคงไม่เป็นอะไรมากนะ "
.
ผลพวงจากการระเบิดของน้ำเงี่ยนในโพรงหี ผนวกรวมเข้ากับหมู่มวลมหาเซลล์เสปิร์มนับพันล้าน ที่เข้าปะทะห้ามหั่นกันอย่างกึกก้องกัมปนาท ทำให้กำแพงอาคารเสียหายทะลุเป็นรูโบ๋! เศษอิฐเศษปูนหนา ๆ นี่กระจายตกอยู่เกลื่อน ทว่ามันกลับส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อการพังทลายของฝาผนังได้ทำให้เคลื่อนวิทยุที่ส่งผ่านออกไปจากหูฟัง สามารถพุ่งผ่านออกไปด้านนอกได้ ก็เลยเป็นสาเหตุให้เจฟเฟอร์สามารถกลับมาส่ือสารกับพวกแมลงบริวารได้ แล้วเขาก็ได้กลับมาเป็นเจ้าคนนายคนอีกครั้ง
.
เขาเดินกระท่อนกระแท่นตรงเข้าไปยังอีกฟาก ที่อยู่ตรงข้ามกับตัวเอง ใช่ว่ารูโบ๋จะมีรูเดียวซะเมื่อไหร่ เพราะอีกฟากของกำแพงก็คือร่างบางของออเจ้าดาวิกา ที่เพิ่งโดนอัดกระเด็นไปกระแทก แน่นอนว่าเจ้าหล่อนไม่ได้ตัวแข็งเป็นเหล็ก 8 หุนเฉกเช่นเจฟเฟอร์ ร่างของเธอจึงทะลุออกไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก มองด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องใช้เลนส์ซูมใด ๆ ก็ยังเห็นอยู่ริบ ๆ
.
"หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ"
.
ระหว่างจ้วงเท้าก้าวเดินออกไปข้างนอกอีกที ฝูงแมลงฝูงหนึ่งก็ได้บินเอาเสื้อผ้ามาให้ถึงที่ พร้อมกันนั้นก็ได้กระจายกำลังเฉลี่ยตัวออกมาเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อทำการซ่อมแซมรักษาอาการบาดเจ็บของเจฟเฟอร์ในตำแหน่งต่าง ๆ ต่อไป
.
นับก้าวได้ประมาณ 9 - 10 เมตรไม่สนิทใจดีเจฟเฟอร์ก็มาถึง ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ร่างกายอันบอบช้ำโป๊เปลือยของแอนดรอยน์ดาวิกาตามที่เข้าใจ หากแต่เป็นเพียงแค่ "เศษชิ้นส่วน" ที่โผล่พ้นเนินทรายออกมา!
.
"อั๊ก!"
"ผะ.. ผม ขอโทษ ผมไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้"
ยอมรับว่าตกใจด้วยสภาพของร่างเทียมบำเรอกาม ที่ดูใกล้เคียงกับความสยดสยองเข้าขั้น
.
"พะ.. พวกเอ็ง! ไอ้พวกแมลง! ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ ไปซ่อมแซมเธอให้กลับมาเป็นปกติก่อนไป! เดี๋ยวนี้เลย! แสกนหาชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายอยู่มาต่อกันให้ครบ ขอร้องล่ะอย่าให้ออเจ้าต้องมาตายเพราะฉันเลย แล้วอีหรอบนี้ฉันจะช่วยเธอออกมาจากตู้ดองเพื่ออะไรวะ? แม่งเอ๊ย!"
.
กำปั้นลูกเบ้อเร่อทุบเข้าใส่ขมับตัวเองอยู่สองสามที เจฟเฟอร์เสียใจกับเรื่องนี้มากจริง ๆ เพราะต่อให้เธอจะเป็นแอนด์ดรอยที่ไม่มีลมหายใจ แต่เธอก็ควรที่จะมีชีวิตต่อไปมิใช่หรือ?
.
แดดส่องลงหัวพอไม่มีกลุ่มแมลงคอยป้องกันตัว เนื้อตัวของเขาก็กลับมาควันโขมงขึ้นอีก ทว่าจุดนี้กลับเป็นอะไรที่ไกลจากหัวใจมาก เจฟเฟอร์ทนไหว ด้วยเพราะสิ่งที่เจ้าตัวกำลังปักใจอยู่ก็คือการวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ออเจ้ามีชีวิตรอด
.
แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด! พวกแมลงใช้สกิลงานช่างซ่อมแซมดูแล้ว โชคร้ายที่ทำได้แค่เอาชิ้นส่วนต่าง ๆ มาเชื่อมติดกันให้เป็นรูปร่างแบบหลวม ๆ เท่านั้น ความเสียหายเกิดขึ้นแก่เธอหนักเกินไป เธอกำลังจะตาย! ดูได้จากกิริยาท่าทางพะงาบ ๆ ที่แสนจะรวยริน
"ออเจ้าอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ฉันจะพาออเจ้าไปให้หมอยูมิโกะรักษานะ จุลชีพสังเคราะห์พวกนี้มันทำได้แค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เชื่อฉันอดทนหน่อยนะแป๊บเดียวเอง!"
จบประโยคเจฟเฟอร์ก็รีบแตะหูฟัง ส่งสัญญาณมือเร่งเร้าให้พวกแมลงวันรีบมาอุ้มเธอขึ้น ความรู้สึกผิดทำให้ชายหนุ่มจริงจังกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ หากจะพูดกันตรง ๆ ดูเหมือนว่าในตอนนี้เขาจะห่วงเธอมากว่าแขนที่ขาดกับขาข้างใหม่ของตัวเองซะอีก
.
ดวงหน้าคมสวยส่ายหน้าเชื่องช้า แววตาที่เคยสุกใสฝ้าฟางเปลี่ยนผ่านเป็นขุ่นมัว คล้ายกับสรรพสิ่งในบั้นปลายชีวิตที่ทุกอย่างยากจะตอบสนอง
.
"แค็ก ๆ แค็ก ๆ ไม่ต้องแล้วค่ะคุณพี่.. ข้าหมดกรรมแล้ว.. ข้ารู้ตัวดีว่าทำกรรมดีสะสมมาน้อยนัก.. แค็ก ๆ แค็ก ๆ"
.
ในเสี้ยววินาทีแห่งความทรงจำสุดท้ายจะเพราะระบบมันรวนหรือเพราะรอยร้าวบนแกนสมองเทียมซีกขวาก็ตามแต่ ครานั้นออเจ้าดาวิกาก็ได้เห็นเจฟเฟอร์ถูกอวยยศให้ขึ้นเป็นหมื่นสุนทรเทวา ที่รับบทโดย โป๊ป ธนวรรธน์ ไปแล้ว ในท่วงท่าการนอนหงายและถูกฝ่ายชายช้อนศีรษะให้หนุนไว้บนตัก น้ำตาออเจ้าไหลต่างน้ำ ก่อนจะยื่นมือเรียวคู่งามขึ้นไปประกบไว้บนแก้มกร้านของสามี
.
"ขอบคุณคุณพี่หมื่นมากนะคะ ที่สอนให้ข้ารู้จักการ "โล้สำเภา" "
.
"แม้พี่ท่านจะโล้ซะจนเสากระโดงหัก น้ำล้นทะลัก เรือจมอับปาง แต่ฉันก็เป็นสุขสมใจยิ่งนักเจ้าค่ะ "
.
"ลาก่อน.. อ่ะ อ่ะ อืมมมม"
.
หลับตาลงไปพร้อมกับอาการหลอกหลอนทางจิตเวช แดดก็ร้อนเจฟเฟอร์เขย่าเธอจนตัวคลอน แต่ออเจ้าก็ไม่เคยฟื้นกลับคืนมาอีกเลย
.
"ไม่นะออเจ้า อย่าพูดเองเออเองแบบนี้สิ มันยังรักษาได้อยู่! ตื่นสิออเจ้า! ลืมตาขีึ้นมาก่อน!"
.
"ออเจ้า! , ออเจ้า!"
.
เพลงประกอบละครเวอร์ชั่น ไอซ์ ศรัณยู นี่ดังแว่วเข้ามาในหูเลย โดยเฉพาะในท่อนที่ขึ้นต้นว่า "ศพตาเธอคนนี้.." พิมพ์ไม่ผิดหรอก เพราะดูจากลักษณะโดยรวมของออเจ้าดาวิกาในตอนนี้แล้ว เธอแม่งคือ "ศพ" จริง ๆ แน่นิ่งมิไหวติงไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทั้งสิ้น
.
เห็นท่าไม่ดีเจฟเฟอร์ก็เลยตัดสินใจเรียกใช้บริการจากพระเอกตัวจริง อย่างพวกแมลงวันอีกเป็นรอบที่แปดแสน เจ๋งจริงยิ่งกว่าแอพเรียก Uber เมื่อชุดคำสั่งที่เจ้าตัวส่งผ่านไปทางหูฟัง ก็คือการสั่งให้พวกมันแวะเก็บแขนซ้ายกับขากลข้างใหม่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็
.
"ไปส่งพวกฉันที่ทางออกที ตรงประตูทางเชื่อมด้านหน้าเมือกเจลตึ๋งหนืด ฉันนัดกับหมอยูมิโกะไว้ที่นั่น! เร็วเข้า! เธอไม่ตอบสนองแล้ว!"
.
"หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ , หึ่งๆ"
.
เพียงเสียวอึดใจกลุ่มแมลงหลายแสนล้านก็ถักทอกันเป็นผืนพรมขนาดใหญ่ พวกมันทอดตัวลงขนานกับพื้นดินอย่างรวดเร็ว มีออเจ้าดาวิกานอนแน่นิ่งอยู่ด้านหลัง ตรงกลางเป็นชุดอะไหล่แขนขาข้างใหม่ที่เจฟเฟอร์ตั้งใจจะมาเอา แล้วด้านหน้าสุดถึงเป็นตัวเขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่
.
"โอเคทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว.. ออกเดินทางด้วยความเร็วสูงสุด! ไปเลย! ไป! ไป! ไป! ๆ ๆ ๆ"
.
สมพรปากทุกประการ เพราะถึงแม้ว่ารูปร่างมันจะละม้ายคล้ายกับพรมวิเศษของอาละดินที่ไร้ค่าไร้ราคายิ่งนัก แต่ฟังก์ชั่นที่แนบเสริมเข้ามานี่สิบอกได้คำเดียวเลยว่า "เวรี่กู๊ด!" โอ้พระเจ้าให้ตายเถอะ! นั่นมันพรมลอยฟ้าหรืออากาศยานความเร็วเสียงของ Elon Musk กันแน่! ใช้เวลาเพียง 30 วิ พวกเขาทั้งสองก็โผล่พรวดออกมาอยู่เหนือน่านฟ้า บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าแผ่นเจลตึ๋งหนืดแล้ว
.
"เฮืออกกก! แฮ็ก ๆ ๆ ! ขี้หดตดหายหมดกู! อย่าเรียกว่าบินเลยเรียกว่าวาร์ปมาเลยดีกว่า"
.
"ทำเอาหลายสิ่งหลายอย่างที่กูอุตส่าฟันฝ่ามาตลอดหลายตอนดูง่อยไปเลยนะมึง ถ้ารู้แต่แรกว่าพวกแมลงทำได้แบบนี้นะไอ้เช็ดครกเอ๊ย! แฮ่ก ๆ แฮ่ก ๆ"
เจฟเฟอร์บ่นอุบ เหงื่อแตกหน้าซีด เหนื่อยชิบหายทั้งที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอะไรเลย
.
"แล้วข้างล่างนั่นมันอะไรวะน่ะ หมอยูมิโกะหรอ? กับยูมิจังผู้ช่วยด้วย? อย่าบอกนะว่ากำลังรอผมอยู่ ดูสิมีทั้งเตียงผ่าตัด โต๊ะ ถังออกซิเจน อุปกรณ์การรักษา ฯลฯ จัดเต็มครบครันอย่างกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ภาคสนาม ของมูลนิธิ พอ. สว.แหนะ"
.
กระทั่งลดระดับความสูงของพรมภมรลงมาเบื้องล่าง ความจริงก็ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้วหมอยูมิโกะน่ะ ไม่ได้ให้ค่าให้ราคาต่อเจฟเฟอร์สายลับหนุ่มขนาดนั้นหรอก เขายังไม่ทันจะได้อ้าปากอธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ หมอสาวหางตาชี้ในชุดรัดรูปก็พุ่งพรวดเข้ามาประคองเอาร่างของออเจ้าดาวิกา ลงไปจากพรมแมลง!
.
"ยูมิจังจ๊ะ! ต้องรีบแล้วล่ะอะไหล่ของเรากำลังแย่!"
.
"ไฮ้!"
พยาบาลสาวที่ไม่ได้พบหน้านานรีบโค้งหัวลงรับคำ เธอทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นสถานพยาบาลแบบชั่วคราว แต่เธอก็หยิบจับนู่นนี่นั่นได้อย่างแคล่วคล่อง ทำเอาเจ้าหน้าที่ภาคสนามอย่างเจฟเฟอร์ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ เอื้อมมือไปคว้าเอาแขนกับขาข้างใหม่มาอุ้มไว้ อ้าปากหวอยืนรองงในงง
.
"เร็วเข้าสิยูมิจัง! เข็นเตียงมาทางนี้เร็วเข้า!"
.
"ไฮ้!"
.
"เอ๊ียดดดด ๆ ๆ ! เอี๊ยดดดด!"
.
กำแพงเมือกเจลผืนหนาเต้นตุบ ๆ เป็นฉากหลัง ความหนืดเหนียวหยาดเยิ้มของมันมองกี่ครั้งก็ชวนให้ขนลุก แต่ก็ยังสู้เจ้าสิ่งนั้นไม่ได้กับซุ่มเสียงสำเนียงการสั่นสะเทือนอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำเอาเจฟเฟอร์แทบจะถอยฉากหลบ เพราะมัน! ที่ทำให้แขนเขาเป็นแบบนี้!
.
"คะ.. เครื่องแปลงมวลสารแบบพกพา! เชี้ย! นี่มึงอีกแล้วเหรอ?!"
.
.
"ยูมิกดสวิซท์วอร์มเครื่องแล้วค่ะคุณหมอ.."
.
"อืม.. ดีจ่ะ เราคงต้องเร่งมือกันหน่อย"
.
"ถอยไปก่อนค่ะคุณเจ้าหน้าที่! เรื่องของคุณไว้คุยกันทีหลัง คุณช้ากว่าที่หมอประเมินไว้เยอะเลย.."
.
.
"อะ.. เอิ่ม ครับ!"
"ตามสบายเลยครับหมอ ผมรอได้ ตอนนี้ผมเองก็งงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน?"
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







