LUCIANO
- 9 -
โรคติดต่อร้ายแรง
บรรยากาศภายในห้องนอนเพนต์เฮาส์ที่เคยร้อนระอุด้วยกามารมณ์ กลับเย็นยะเยือกลงฉับพลันราวกับถูกแช่แข็ง เฌอร์ชีวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดุดันของลูเซียโน่ที่อยู่เหนือร่างของเธอ หญิงสาวพยายามสะกดอาการสั่นเทาของริมฝีปากเอาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความใจกล้า
“ก็ถ้านายอยากติดโรคตายไปพร้อมกับฉัน...ก็เอาเลยสิ” เธอเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กึ่งท้าทาย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดนิ่งไปพักใหญ่
แววตาที่เคยหิวกระหายวูบไหวไปชั่วครู่เมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึง เฌอร์ชีวาแอบกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นิ้วชี้กับนิ้วกลางของเธอไขว้กันไว้ที่ด้านหลังอย่างภาวนาให้คำลวงนี้ได้ผล
“แล้ว...เป็นโรคอะไร?” ลูเซียโน่แค่นยิ้มร้ายที่มุมปาก เขาโยนซองฟอยล์สีเงินทิ้งลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี พลางเอื้อมไปคว้าซองบุหรี่ขึ้นมาคาบมวนบุหรี่ไว้ที่ริมฝีปากก่อนจะจุดไฟและสูบบุหรี่ เหมือนหยุดพักเพื่อใช้ความคิดเพียงชั่วครู่
กลิ่นนิโคตินเข้มข้นคละคลุ้งไปในอากาศตัดกับกลิ่นเหงื่อและคาวกาม เขาพ่นควันสีเทาหม่นใส่ใบหน้าขาวซีดของคนใต้ร่างด้วยท่าทีนิ่งสงบจนน่าขนลุก
“ฉัน...เป็น...เอชไอวี” เฌอร์ชีวาเค้นคำพูดออกมาด้วยใบหน้าและน้ำเสียงมั่นใจที่จะพรีเซนโรคติดต่อร้ายแรงของตัวเองเป็นที่สุด
“งั้นเหรอ?” เขาพยักหน้ารับพลางพ่นควันบุหรี่ออกมาด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย
“เป็นระยะ...สุดท้ายแล้วด้วย” ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง
มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่ง ๆ ลูเซียโน่จ้องมองเหยื่อสาวพลางอัดนิโคตินเข้าปอดช้า ๆ เหมือนกำลังประเมินค่าความจริงจากแววตาที่กำลังสั่นระริกของเธอ
“แล้วตอนเธอไปมั่วกับผู้ชายคนอื่น เธอไม่ได้บอกให้มันใส่ถุงยางเหรอ?” เขาถามเสียงต่ำ นัยน์ตาจดจ้องราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงข้างใน
“ไม่ได้ให้ใส่...เพราะ...ฉันชอบ ‘สด’” คนตัวเล็กเล่นตามบทไปเพื่อความแนบเนียน
“ถ้านายไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่พังพินาศเพราะความเxxxแค่ชั่ววูบละก็...” เธอพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดตะโกนใส่หน้าเขา
“รีบปล่อยฉันไปซะ!”
“แล้วเธออยากให้ฉัน...ปล่อยนอกหรือปล่อยในล่ะ?” ลูเซียโน่ไม่ขยับหนี เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน ควันบุหรี่ที่เขาจงใจพ่นออกมาทำให้เฌอร์ชีวาสำลักจนตัวโยน เขากระตุกยิ้มที่ดูร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม
“นี่!! ไอ้บ้าลูเซียโน่ นายประสาทกลับหรือไงฮะ?! ฉันบอกว่าฉันป่วยร้ายแรงมาก ๆ ... ฉันเป็นเอดส์เลยนะ...”
“แล้วก็มีเชื้อซิฟิลิส หนองใน แล้วก็เป็นสังคังด้วย นายไม่กลัวติดโรคบ้างหรือไงฮะ!” เฌอร์ชีวาแผดเสียงลั่น
เธอพูดทุกโรคเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่พอจำได้ออกมาแบบแทบไม่หยุดคิดใด ๆ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความขวัญเสีย เมื่อเห็นว่า ‘คำโกหกคำโต’ ของเธอไม่สามารถสั่นประสาทคนตรงหน้าได้เลย
“เป็นสังคังด้วย?” ลูเซียโน่ถามกลับพลางเคลื่อนปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ลงไปยังเนินเนื้ออุ่นชื้น
เขาบดคลึงยอดจุดอ่อนไหวอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง แววตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ราวกับกำลังสนุกที่ได้เห็นเหยื่อดิ้นรน
“นี่นายอยากตายมากรึไง ฮะ?” เฌอร์ชีวากระชากเสียงขู่เฮือกสุดท้าย แต่เธอก็ไม่สามารถดิ้นหลุดจากพันธนาการที่แน่นหนาของเขา
“แล้วเธอไม่รู้เหรอว่า ฉัน... ชอบทำอะไรที่มันท้าทายความตายน่ะ” ลูเซียโน่หัวเราะในลำคอก่อนจะวางบุหรี่ร้อนลงที่เขี่ยโดยปล่อยให้ควันลอยฟุ้งอยู่แบบนั้น
“ไอ้#%^*%!!” เฌอร์ชีวาไม่รู้จะสรรหาอะไรมาด่าต่อแล้วจริง ๆ
“เอาจริง ๆ แค่ใส่ถุงยาง แล้วพอเอากันเสร็จ เดี๋ยวฉันค่อยไปกินยาต้านเอาก็ได้?” ลูเซียโน่รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก ซึ่งเขาก็เลือกวิธีที่จะปั่นประสาทเธอกลับเช่นกัน
“ลูเซียโน่!!” เฌอร์ชีวาโกรธจนหน้าสั่น
“เธอดูภูมิใจมากเลยนะที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงขนาดนี้!” เขาจงใจพูดแดกดันกลับไป เพราะดูจากลักษณะนิสัยของยัยแสบตรงหน้า มันไม่มีทางเลยที่จะเป็นอย่างที่เธอพูดได้
อีกทั้งแต่ละโรคที่พูดมามันก็เกินจากความจริงไปมาก ถ้าป่วยขนาดนั้นคงไม่แข็งแรงมากพอจะดิ้นพล่านขนาดนี้ และถ้ามั่วไม่เลือกจริง ๆ คงยอมเขาง่าย ๆ ไปนานแล้ว
“รีบเอา ๆ ให้เสร็จเถอะน่า K- - ฉันมันแข็งนานแล้ว!?” เขาใช้มือแกร่งกระชากเรียวขาสวยของเฌอร์ชีวาให้ถ่างออกกว้าง
“ไอ้ทุเรศ! หยุดนะ!!” แม้ว่าเธอจะพยายามดิ้น ๆ แต่ก็ไม่สามารถตะเกียกตะกายหนีจากเงื้อมมือของเขาได้
คะ... แควก! เสียงฉีกซองฟอยล์สีเงินดังขึ้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ลูเซียโน่ใช้ฟันคาบซองถุงยางอนามัยไว้ก่อนจะคายทิ้งอย่างดิบเถื่อน
“ไม่! อย่า! หยุดนะ! ฮึก...” เฌอร์ชีวาดิ้นรนสุดแรงเกิด ขาเรียวถีบพัลวันไปในอากาศพยายามจะถดกายหนี แต่แรงมหาศาลของลูเซียโน่กลับตรึงเธอไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก
“อะ...โอ๊ย จะ เจ็บ” หญิงสาวเม้มปากแน่น เพราะยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบีบรั้งข้อเท้าของเธอแน่นมากขึ้น
“ลูเซียโน่!! ดะ เดี๋ยวก่อน ๆ คือฉัน ชะ ช้านน ช้าน!!” เมื่อเห็นว่าหนทางรอดเริ่มมืดมน สมองที่ประมวลผลได้ว่องไวของเธอก็สั่งการแผนขั้นสูงสุดที่แม้จะบ้าบิ่น แต่มันก็อาจจะเป็นทางรอดสุดท้ายของเธอ
“อัก... อึก... แฮ่ก ๆ ๆ อัก ๆ ๆ!” จู่ ๆ ร่างของเฌอร์ชีวาก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง
“เฮือก ๆ ๆ ๆ” ดวงตาคู่สวยเหลือกขึ้นด้านบนจนเห็นแต่ตาขาว เธอทำตัวแข็งทื่อก่อนจะสั่นสะบัดไปมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย
“เฮ้ย! นี่เธอ...เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย?” เป็นอีกครั้งที่ลูเซียโน่ชะงักไปจริง ๆ กับท่าทีประหลาดของอีกฝ่าย
จากแววตาที่เคยหื่นกระหายแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“นี่ ๆ ๆ สรุปเธอแกล้งหรือ...เป็นจริงเนี่ย?” ลูเซียโน่ขมวดคิ้วแน่นพยายามจะเอื้อมมือไปจับไหล่บางเพื่อดูอาการของหญิงสาวตรงหน้าที่คล้ายกำลังชักอยู่จริง ๆ และแล้วจังหวะนรกที่ยัยตัวแสบรอคอยก็มาถึง!
เฌอร์ชีวาที่แกล้งชักจนตาเหลือกอาศัยจังหวะที่ลูเซียโน่โน้มตัวเข้ามาหาเธอ เพื่อจะพาไปส่งโรงพยาบาล ในจังหวะที่เขาประคองเธอขึ้นมา...หญิงสาวก็ยันกายลุกขึ้นสุดกำลังพุ่งเข้าใส่แผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของเขา ก่อนจะฝังฟันคมจนจมเขี้ยวเข้าที่อกซ้ายของลูเซียโน่แบบเต็มแรงจนห้อเลือด!
“อ๊ะ... โอ๊ย! นี่เธอ!! โอ๊ย!! ยัยบ้า เธอเป็นหมาบ้ารึไงวะ!” ลูเซียโน่ร้องลั่นด้วยความเจ็บ
ฟุ่บ!! เขารีบผลักใบหน้าของเฌอร์ชีวาออกไปอย่างแรง จนเธอเซถลากลับไปทางหัวเตียงนอน
“เชี่ย!! กัดเข้ามาได้ไงวะเนี่ย?” ร่างสูงยกมือลูบที่รอยช้ำบนอกด้านซ้ายของเขาที่มีเลือดซึมออกมาตามรอยฟันกัดของยัยตัวแสบตรงหน้าเขา
ฟุ่บ... เธอรวบรวมสติคว้าขวดวิสกี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาถือไว้แน่น
“ถ้าก้าวเข้ามาแม้แต่นิดเดียว ฉันทุ่มใส่หัวนายแน่!” เฌอร์ชีวาขู่อีกฝ่ายพลางยกขวดขึ้นพร้อมทุ่มใส่
เธออาศัยจังหวะที่ลูเซียโน่กำลังกุมแผลที่อกพุ่งตัวไปคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำผ้ากำมะหยี่หนาแบรนด์ดังมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแบบลวก ๆ และไม่ลืมที่จะคว้ากระเป๋าของเธอมากอดเอาไว้แน่น
“ซี้ด!! ก็เอาสิ...ถ้าเธอทำฉันเจ็บ เธอจะได้เจ็บมากยิ่งกว่า” ลูเซียโน่ก้าวขาลงจากเตียง มือยังคงกุมอกซ้ายของเขาเล็กน้อย พลางมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เอาจริงกว่าทุกครั้ง
“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ!” เธอเล็งไปที่หัวของอีกฝ่าย แต่ใช่….ท้ายที่สุดแล้วเธอไม่ได้กล้าจะทำมันจริง ๆ แหละ ขวดแก้วหนาหนักขนาดนี้ทุ่มไป มีหวังโดนข้อหาฆ่าคนตายแน่ ๆ
เพล้ง!!! เฌอร์ชีวาตัดสินใจปาขวดวิสกี้ลงพื้นจนเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนเพื่อกั้นทางไม่ให้ลูเซียโน่วิ่งตามมาได้ง่าย ๆ
ตึก ตึก ๆ ๆ ก่อนจะสับเท้าวิ่งหนีออกจากห้องนอนมืดมิดนั่นแบบไม่คิดชีวิต!
ลูเซียโน่ยืนมองคนตัวเล็กวิ่งไปจนสุดสายตา เขาไม่ได้วิ่งตามเธอไปให้เหนื่อยแต่อย่างใด มือหนายังคงแตะรอยแผลที่อกซ้ายซึ่งมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย พลางกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น และนั่งระเบิดหัวเราะออกมาอยู่เพียงลำพัง
แสงสลัวจากหน้าจอสมาร์ตโฟนของเขาที่ยังคงสว่างจ้า หงายค้างอยู่บนเตียงนอน เขาคว้าโทรศัพท์มากดหยุดอัดวิดีโอ ก่อนจะโทร. ตามให้แม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดที่ห้องของเขาในทันที
ร่างสูงกวาดสายตามองซากความวุ่นวายที่ยัยตัวแสบทิ้งไว้ให้ ทั้งเศษแก้ว กลิ่นเหล้า และกลิ่นบุหรี่ที่ยังเจือจางอยู่ในอากาศ
“หึ... หึ ๆ ยัยนี่บ้าเอาเรื่องเหมือนกันนะ” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอแกร่ง
“ฉันชักจะเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากพลางใช้นิ้วปาดเลือดจากหน้าอกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปาก รสชาติคาวเลือดและความเจ็บแปลบมันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัด
ค่ำคืนที่เขาคิดว่ามันจะจบลงด้วยกามารมณ์ที่น่าเบื่อเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับไม่ใช่เลยสักนิด เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ก่อนจะเปิดคลิปวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้ วนดูซ้ำไปซ้ำมา ด้วยสีหน้าที่สะใจในการกระทำของตัวเอง