LUCIANO
- 10 -
ครั้งแรก...รู้สึกยังไง?
CHERCHEWA’S PART
หอพักนักศึกษา ห้องเฌอร์ชีวา
เวลา 04:45 น.
หลังจากที่เธอเรียกแท็กซี่กลับมาที่ห้องของตัวเองได้ เฌอร์ชีวาก็รีบวิ่งตรงเข้าไปอาบน้ำในทันที ท่ามกลางเสียงสายน้ำจากฝักบัวที่ตกลงกระทบพื้นกระเบื้องในห้องน้ำแคบ ๆ เฌอร์ชีวายืนนิ่งปล่อยให้หยดน้ำชำระล้างกลิ่นคาวของบุหรี่และวิสกี้ที่ติดตัวมาออกไป
ทว่าสิ่งที่น้ำไม่สามารถลบเลือนได้เลยคือรอยแดงช้ำต่าง ๆ ที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนเรือนร่างของเธอ...แทบจะทุกส่วนของร่างกายล้วนมีร่องรอยจากการะทำที่ป่าเถื่อนของลูเซียโน่ทั้งหมด
หญิงสาวปิดก๊อกน้ำด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพาตัวเองไปยืนอยู่หน้ากระจกเงาที่ขึ้นฝ้าจนมัว แสงไฟนีออนสีขาวสะท้อนให้เห็นสภาพสะบักสะบอมที่ทำให้เธอต้องหลับตาลงด้วยความขื่นขม
ตามลำคอระหงและเนินอกขาวผ่องเต็มไปด้วยรอยจูบสีกุหลาบเข้มที่ถูกตีตราไว้ด้วยความรุนแรง ยิ่งต่ำลงมาที่ทรวงอกอวบอิ่มก็ยิ่งเห็นรอยนิ้วมือปูดแดงจากการถูกบีบขย้ำอย่างบ้าคลั่ง เฌอร์ชีวาไล้ปลายนิ้วไปตามรอยเหล่านั้นด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ...
เฌอร์ชีวารีบใส่เสื้อผ้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน เธอคว้าสมาร์ตโฟนที่เพิ่งได้คืนมาเปิดหน้าเว็บเบราเซอร์ด้วยนิ้วที่สั่นระริก
คำค้นหา
[อาการหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก...]
[เสียซิงครั้งแรกเจ็บมั้ย แล้วจะรู้สึกยังไง?]
[จะรู้ได้ยังไงว่า...เพิ่งมีเพศสัมพันธ์?]
เฌอร์ชีวาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างอ่อนแรง ปลายนิ้วที่ยังสั่นไม่หายพยายามประคองสมาร์ตโฟนเพื่อไล่อ่านข้อมูลบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดวงตาคู่สวยสั่นระริกขณะที่สมองเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนอนของลูเซียโน่อย่างละเอียด ราวกับกำลังปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ
‘เจ็บ... มันก็ไม่ได้เจ็บตรงนั้นมากนะ’ เธอหลับตาลง พยายามเรียกคืนความทรงจำที่พร่าเลือนจากฤทธิ์ยา ภาพที่ลูเซียโน่โน้มกายลงมาหาเธอ ความรู้สึกคับแน่นจนแทบฉีกขาดที่ทำให้เธอสะดุ้งตื่น...ซึ่งเท่าที่เธอจับได้คือ เขาสอดใส่ปลายนิ้วเข้ามาในตัวของเธอ และมันทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“แต่ไอ้สารเลวนั่น... ยังไม่ได้ถอดกางเกงออกเลยด้วยซ้ำ” เฌอร์ชีวาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
เมื่อนึกย้อนไปถึงสัมผัสสุดท้ายก่อนที่เธอจะรวบรวมแรงทั้งหมดวิ่งหนีออกมา ในตอนที่เธอพุ่งเข้ากัดอกซ้ายของเขา ผิวเนื้อที่ปะทะกับร่างกายของเธอคือความแข็งแกร่งของแผงอกเปลือยเปล่า ช่วงล่างของเขาเหมือนยังไม่ได้ถอดออกทั้งหมดดีเลย
เธอก้มลงสำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้ง แม้ตามเนินอกและหน้าท้องจะมีรอยบีบเคล้นจนขึ้นปื้นแดงชัดเจน แต่ที่ช่องทางรักกลับไม่มีอาการเจ็บหน่วงหรือระบมแบบที่ข้อมูลในเน็ตระบุไว้ว่า ควรจะเป็นหลังการ ‘สอดใส่’ ครั้งแรก และก็ไม่ได้มีคราบเลือดใด ๆ ด้วยเช่นกัน
เฌอร์ชีวายกโทรศัพท์ขึ้นมาและพิมพ์ค้าหาข้อมูลทางเน็ตอีกครั้งว่า...
[ถ้าสอดใส่ปลายนิ้วเข้าไปแล้ว... แบบนี้ถือว่าเป็นการเสียความบริสุทธิ์มั้ย?…]
ณ มหาวิทยาลัยอเธน่า
(Athena International University)
เวลา 10:30 น.
แสงแดดจัดจ้าของเช้าวันใหม่ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกมืดมนในใจของเฌอร์ชีวาจางลงเลยแม้แต่น้อย เธอประคองร่างที่อ่อนล้าจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเดินลากเท้าไปตามโถงทางเดินของคณะนิเทศศาสตร์ ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจนต้องสวมแว่นสายตากรอบหนาเพื่อปกปิดร่องรอยแห่งความบอบช้ำ
“ไปทำอะไรมาวะ ทำไมหน้ามึงซีดเหมือนผีได้ขนาดนี้เนี่ย?” ซีไมเนอร์ เอ่ยถามด้วยความตกใจก่อนจะยื่นแก้วกาแฟอเมริกาโน่เข้มข้นไปให้เฌอร์ชีวาแทน เพราะคิดว่าเพื่อนคงต้องการมากกว่าเธอแน่ ๆ
“ขอบใจนะ” เฌอร์ชีวาหาวรอบที่ร้อย พลางพยักหน้าขอบคุณเบา ๆ
“อึก อึก อึก!!” พร้อมกับดูดกาแฟที่ซีไมเนอร์ยื่นมาให้จนหมดแก้ว เพื่อหวังให้คาเฟอีนแรง ๆ ปลุกเธอให้ตื่นตัวมากกว่านี้ ก่อนจะตบใบหน้าของตัวเองเบา ๆ เพื่อปลุกให้ตื่น แม้ว่าสติของเธอพร่าเลือนจนแทบจับใจความการบรรยายในคลาสไม่ได้เลย แถมยังเผลอหลับสัปหงกไปหลายรอบจนหัวเกือบกระแทกโต๊ะ
ตลอดทั้งวัน ในหัวของเธอมีแต่คำถามที่ว่า... ‘สรุปว่าเธอ...ได้เสียความบริสุทธิ์ไปรึยัง?’
แม้ว่าจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตบอกว่า ตราบใดที่ไม่มีการสอดใส่สิ่งนั้นเข้าไปก็ยังถือว่าไม่เสียซิงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นิ้วของลูเซียโน่ที่รุกล้ำเข้ามาล่ะ? ความรู้สึกบ้า ๆ นั่นมันยังตามหลอกหลอนเฌอร์ชีวาแบบไม่ให้เธอได้พักเลยจริง ๆ
ณ หอประชุมใหญ่ คณะนิเทศศาสตร์
“เอาละทุกคน! ต่อไปเป็นการลงชื่อแข่งกีฬาสีมหา’ลัยนะ ใครที่มีรายชื่อตามบอร์ดนี้ ให้มารายงานตัวเตรียมซ้อมกับรุ่นพี่ประจำกีฬาประเภทนั้น ๆ ด้วย!” เสียงประกาศก้องของรุ่นพี่สโมสรนักศึกษาปลุกสติที่พร่าเลือนของเฌอร์ชีวาให้ตื่นขึ้นชั่วคราว
“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว กีฬาสีไม่จัดสักปีไม่ได้รึไงนะ” เธอบ่นอุบอิบ ๆ แต่ก็จำใจประคองร่างที่อ่อนล้าเดินไปที่บอร์ดประกาศอย่างคนไร้ซึ่งวิญญาณ
แน่นอนว่าหน้าที่สำคัญของเด็กทุนคือ การเข้าร่วมทุกกิจกรรมของมหา’ลัย เพื่อเก็บชั่วโมงทุนให้ครบ และไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ หรือหนีการเข้าร่วมกิจกรรมที่คณะและมหา’ลัยจัดเตรียมขึ้นมา
“ดูเหมือนว่า พวกรุ่นพี่จะดูประวัติมึงมาอย่างละเอียดเลยจริง ๆ” ซีไมเนอร์เดินมาตบไหล่เบา ๆ พลางพูดขึ้น เพราะทั้งสองคนรู้ว่า เดิมทีแล้วเฌอร์ชีวาเป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำตัวแทนโรงเรียนเก่า เพราะเธอเคยเขียนระบุไว้ในพอร์ตโฟลิโอตอนยื่นสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนในมหา’ลัยนี้
ปลายนิ้วของซีไมเนอร์ชี้ไปตรงรายชื่อของเฌอร์ชีวาที่ประกาศอยู่คนแรกเลยของกีฬาว่ายน้ำหญิง
[ประเภท : ว่ายน้ำหญิง | รายชื่อ : เฌอร์ชีวา]
“กูอยากจะกัดลิ้นตาย!!” เฌอร์ชีวาหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างท้อใจ
“เอาน่า! ถือซะว่า ได้ออกกำลังกายเยอะ ๆ มึงจะได้แข็งแรง ๆ ไง” ซีไมเนอร์ปลอบเพื่อนอย่างเห็นใจ
หลังจากลงชื่อรับทราบเสร็จ เธอก็เดินไปรับตารางการซ้อมแข่งขันว่ายน้ำต่อในทันที
“ปีนี้กฎเหล็กที่ประธานฝ่ายกีฬากำชับมากก็คือ... นักกีฬาต้องซ้อมให้ครบชั่วโมงที่กำหนด เพื่อส่งเสริมชื่อเสียงเรื่องกีฬาให้กับทางมหา’ลัย และรวมถึงการแข่งขันครั้งนี้ต้องเป็นการแข่งขันที่สามัคคี และห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรง หรือทุจริตใด ๆ” ประธานนักศึกษาคณะนิเทศประกาศออกไมค์อย่างชัดเจน รวมถึงอธิบายกฎและกติกาต่าง ๆ ในปีนี้
“บอกแข่งเพื่อความสามัคคี กูก็เห็นยกพวกตีกันทุกปี” กลุ่มรุ่นพี่ในคณะหันไปพูดคุย วิจารณ์เรื่องงานกีฬาสีของมหา’ลัยอเธน่าไปตามความเป็นจริง
หลังจากที่นั่งประชุมไป ๆ มา ๆ เกือบครึ่งชั่วโมง รุ่นพี่ก็ปล่อยให้ทุกคนได้แยกย้ายกลับบ้านกันได้ในที่สุด
“เอาละ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว วันนี้เลิกประชุมได้!”
“แยกย้ายกันไปเตรียมตัวตามหน้าที่ของตัวเอง!” เสียงประกาศปิดการประชุมสโมสรนักศึกษาดังขึ้นพร้อมกับความวุ่นวายที่ตามมา
เมื่อนักศึกษาทยอยเดินออกจากหอประชุมใหญ่
“มึงขี่รถกูกลับหอไปก่อนก็ได้นะเฌอร์ เดี๋ยวกูให้เพื่อนที่ชมรมดนตรีขี่ไปส่งที่หออีกที” ซีไมเนอร์บอกด้วยความหวังดี ขณะเห็นเพื่อนรักยืนสัปหงกคาไม้กวาดในตอนที่กำลังเคลียร์ห้องประชุมใหญ่ ๆ
“เห้ย ไม่เป็นไร ๆ กูเดินกลับได้ หอมันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น!” เฌอร์ชีวารีบตอบปัดไปทันที ถึงจะสนิทกันมาก แต่ก็ไม่อยากจะรบกวนเพื่อนไปซะทุกเรื่องแบบนี้
“อีกอย่างช่วงนี้เดินออกกำลังกายหน่อยก็ดี อย่างที่มึงบอกไง!”
“สภาพจะหลับกลางอากาศแบบนี้ มึงจะเดินไหวแน่เหรอ?”
“ไหว ๆ ๆ มึงน่ะรีบไปซ้อมดนตรีเถอะน่า ซ้อมเสร็จจะได้ออกไปหาอะไรกินหน้าหอกัน” เฌอร์ชีวาฝืนยิ้มให้เพื่อนสบายใจ
“เออ ๆ งั้นกูไปก่อน สายมาเกือบสิบนาทีแล้ว” ซีไมเนอร์พยักหน้าก่อนจะรีบเดินออกไปจากอาคาร เพื่อรีบไปซ้อมดนตรีต่อ
ทางด้านของเฌอร์ชีวาในฐานะเด็กทุนเต็มจำนวน หรือที่เรียกกันได้ว่า...เบ๊เอนกประสงค์ของคณะ ก็จำต้องอยู่ช่วยเก็บเก้าอี้และเคลียร์สถานที่ร่วมกับพวกกรรมการนักศึกษา และเด็กทุนคนอื่น ๆ กว่าจะกลับได้ก็รั้งท้ายคนอื่นเขาอยู่ดี
หน้าอาคารนิเทศศาสตร์ | เวลา 20:30 น.
เฌอร์ชีวาประคองร่างที่แทบจะหลับกลางอากาศเดินลงบันไดหน้าอาคารนิเทศศาสตร์ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม งานเก็บเก้าอี้และเคลียร์หอประชุมสูบเรี่ยวแรงสุดท้ายของเธอไปจนหมด แต่เมื่อเดินลงบันไดมาถึงขั้นสุดท้าย
ตึก ตึก ตึก!! ฝีเท้ากลับต้องชะงักกึกเมื่อสายตาปะทะเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์สีขาวคันจิ๋วที่คุ้นตา และมันก็จอดเด่นอยู่หน้าลานกว้างของอาคารนิเทศศาสตร์ในตอนนี้เพียงลำพัง
“ฉิบหาย!” หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบในทันที ความง่วงเหงาหาวนอนปลิดปลิวไปในพริบตา
เธอกัดริมฝีปากแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวกรีดร้องระงมว่ามี ‘ตัวอันตราย’ ซ่อนอยู่แถวนี้แน่ ๆ ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งหลักเตรียมจะสับขาวิ่ง...กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ก็ลอยมาปะทะจมูกจากทางด้านหลัง พร้อมกับอายความร้อนจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงอกแกร่ง
“ไง...ยัยสังคัง” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายแหบพร่ากระซิบชิดใบหูของเธอ
“ไอ้...” เฌอร์ชีวาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน ทำให้รอยช้ำที่ลำคอของเธอร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแล้ว เฌอร์ชีวากัดฟันกรอดหันหน้ากลับไปยืนหยัดที่จะสู้กลับในทันที
“ถ้านายทำอะไรฉันอีกละก็...ฉันจะแจ้งความว่า นายพยายามข่มขืนฉัน”
“ข่มขืน?... ด้วยนิ้วอะนะ?” เขาเลิกคิ้วถามกลับเสียงเรียบเฉย พลางก้าวเข้ามาหาเธอเรื่อย ๆ
_______ 📸______