Se connecter“กูไม่เอา ไล่ไปนั่งที่อื่น”
เจ็บใจจนใจเจ็บ!
เฮงซวย!
โคตรเฮงซวยเลย!
ฉันจำความรู้สึกตอนนั้นได้ หน้าฉันชายิ่งกว่าโดนยาชาจิ้มซ้ำ ๆ สักห้าสิบเข็มด้วยซ้ำ!
เขาไล่ฉันด้วยคำพูดเดียว ไล่จบก็ไม่มองหน้าฉันที่เอาแต่มองเขาด้วยสายตาอึ้ง เพื่อนเขาบอกว่าเรียกฉันมาแล้วจะให้ฉันไปไหนฉันแค่มาทำงาน แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคืออะไรรู้ไหมคะ?
“กูบอกว่าไม่เอา”
ฉันหน้าชาน้ำตาแทบเล็ตแต่ก็พยายามแก้สถานการณ์ด้วยการบอกเพื่อนเขาว่าเดี๋ยวบรรยากาศจะเสียเชิญพี่ ๆ สนุกกับร้านของเราดีกว่านะคะแล้วฉันก็ก้มหัวบอกลาก่อนจะเดินกลับเข้ามาหลังร้าน
เรื่องอัปยศหดหู่ครั้งแรกในการทำงานประสบการณ์ครั้งนี้สาบานว่าฉันคนนี้จะจำไม่ลืม และที่ไม่ลืมกว่าประสบการณ์เลวร้ายคือไอ้หล่อจิตในหยาบช้าคนนั้น!
...เซตัส!
ฉันขอจองเวรจองกรรมนาย! ฉันขอเป็นเจ้ากรรมนายเวรของนายไอ้คนมารยาทติดลบ!
#SATAS TALK
“มึงทำห่าอะไรไอ้ตัส”
“ทำอะไร” ผมถามเพื่อนหน้าตายแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
“ที่มึงไล่น้องเขาไง ไล่ทำห่าอะไรน้องเขามาทำงานของเขา”
“กูไม่ได้อยากได้ ไม่ต้องเรียก”
“อ่าส์~ ไม่อยากได้?”
“อืม” ผมพยักหน้ารับ ไม่อยากได้ ไม่ได้รู้สึกอยากมีใครมานั่งเอาใจเพราะหน้าที่หรือพยายามทำทุกอย่างเพื่ออ้อนให้ลูกค้าหลงเสน่ห์แล้วจ่ายให้พวกเธอเยอะ ๆ อะไรที่มันปลอมผมไม่ชอบ เห็นแล้วรำคาญตา
“หึ ๆๆ” พอผมตอบสั้น ๆ เพื่อนของผมก็หัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ หัวเราะไม่เท่าไหร่แต่สายตาที่มันมองมาทำให้ผมปล่อยผ่านไม่ได้
“อะไรของมึง?”
“ไม่มีอะไร กูแค่ขำที่มึงไม่อยากได้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่า...” มันพูดแค่นี้ก็ขยับมาใกล้แล้วกระซิบที่หูผมด้วยคำหนึ่งก่อนจะผละออกด้วยรอยยิ้มกวนส้นตีน แต่แน่นอนว่าคำพูดที่เพิ่งกระซิบของมันทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปในทันที
อลิส...เหรอ?
-เวลาต่อมา-
เงินที่ได้วันนี้ซ่อมใจฉันได้แต่...
“มึงไม่อยู่ในเหตุการณ์ อีนางฟ้าของร้านโดนลูกค้าไล่ฉ่ำเลยจ้า~”
“ฮ่า ๆๆ สมน้ำหน้าเนอะ สะใจด้วย คิดว่าตัวเองสวยมากมั้ง”
“กูโคตรสะใจเลย พี่เขามองมันด้วยหางตาแบบ เอาอีนี่ออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดกูรังเกียจ ฮ่า ๆๆ”
เสียงนินทาฉันอย่างสนุกปากในห้องแต่งตัวพีอาร์มันทำร้ายความรู้สึกของฉันมากนะ โกรธมากด้วย โกรธจนอยากเดินเข้าไปตบแต่สุดท้ายก็ต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้เพราะที่พาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ความตั้งใจเดียวของฉันคือมาทำงานไม่ใช่มีเรื่องกับใคร ยิ่งมีเรื่องในสถานที่ทำงานแบบนี้เลิกงานดึกดื่นตีสองตีสามแบบนี้มีศัตรูแม้แต่คนเดียวก็ไม่ดีหรอก ถึงจะรู้ว่ามีบางกลุ่มไม่ชอบหน้าแต่ถ้าไม่ต่อปากต่อคำเขาก็ทำได้แค่แอบนินทา แต่ถ้าต่อปากต่อคำมีปัญหาซึ่งหน้าเมื่อไหร่ถึงตอนนั้นก็ต้องคอยระวังตัวแจ ชีวิตฉันแค่ทำงานกับเรียนก็เหนื่อยมากแล้ว ฉันไม่หาเหาใส่หัวเพิ่มหรอก...โมโหแค่ไหนก็ต้องทน
“...เฮ้อ~”
ปิ๊น ๆๆๆ
“ว้าย!” เสียงแตรรถที่ดังมากแถมยังดังอยู่ข้าง ๆ ทำให้ฉันที่กำลังเดินไปป้ายรถเมล์ด้วยความเซ็งปนเหม่อตกใจมากก่อนจะมองไปที่รถต้นเหตุ
...ซุปเปอร์คาร์สีดำเงาวับ
ของ...ใคร???
ครืด~
ในขณะที่ฉันกำลังยืนงงในดงป่าปูนซีเมนต์กระจกที่มืดสนิทก็ลดลง รถดำเงาวับ กระดำดำปิ๊ดปี๋ แสงไฟแถวนี้ก็แค่สว่างแบบไทยแลนด์สไตล์แต่ทำไมพอกระจกลดลงข้างในถึงเจิดจ้าออร่ากระจุยกระจายได้ขนาดนี้
นี่มัน...
ไอ้ลูกค้าเฮงซวย!
“ขึ้นรถก่อน” เสียงหล่อพูดขึ้นให้ฉันได้ยินชัดเต็มสองหู แต่เป็นการได้ยินเต็มสองหูที่ทำให้เลือดขึ้นหน้าอีกรอบ
ไม่ได้อยู่ในร้านแล้วนะ ไม่ใช่ลูกค้าของร้านแล้วนะ เพราะฉะนั้น...
“...ไอ้ทุเรศ” ฉันจ้องเข้าไปในรถแล้วพูดคำนี้ออกมาช้า ๆ ชัด ๆ ถึงแม้ว่าในใจมีอีกหมื่นล้านคำแต่แค่นี้ล่ะสโคบคำด่าทั้งหมดในใจออกมาแล้ว คำนี้ดีที่สุดชัดเจนที่สุดแล้ว!
“...” ไอ้ลูกค้าเฮงซวยของร้านมองฉันที่ด่านิ่ง ๆ ไม่พูดอะไรตอบกลับมาฉันที่ยืนจ้องตาต่อตาฟันต่อฟันอยู่เลยเบะปากนิดหน่อยแล้วหันหน้ากลับไปทางเดิมจากนั้นก็เดินเชิด ๆ ไปยังป้ายรถเมล์ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
แต่! แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทางเย่อหยิ่งชวนโมโหของฉันภายในจะเก็บซ่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่รุนแรงมาก ๆ เอาไว้เพราะหลังจากด่าออกไปไอ้บ้านั่นก็เอาแต่มองฉันนิ่ง เขานิ่งจนดูน่ากลัวและฉันไม่ชัวร์ว่าคนที่ขับรถหรูบ่งบอกระดับความรวยขั้นแอดวานซ์ของชาติตระกูลและมีนิสัยเสียมารยาทกับคนทำงานบริการตัวเล็ก ๆ อย่างฉันจะไม่มีวัตถุอันตรายในรถ
ฉันยอมรับตรงนี้เลยว่าพอด่าออกไปด้วยความสะใจเสร็จใจฉันก็หวั่นกลัวได้ลูกตะกั่วเป็นรางวัลของคนต้อยต่ำที่กล้าปากดีเลยต้องรีบเดินไปหาที่ที่มีแสงสว่างหรืออย่างน้อยก็มีกล้องวงจรปิดเพราะถ้าฉันต้องตายขึ้นมาอาจยังจะพอมีหลักฐานมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันได้บ้าง
แต่...ใครจะว่างมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แกวะ?
เฮ้อ~
หมับ!
“เฮ้ย!!!” ฉันกำลังเผลอคิดอะไรที่ทำให้ใจเป็นท้อแต่อยู่ ๆ ก็โดนกระชากข้อมือจากด้านหลังทำให้ฉันร้องเสียงหลงแถมยังดังลั่นขึ้นมาแล้วพอหันไปมองก็เห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นยืนทำหน้านิ่งมองฉันอยู่
“มีเรื่องอยากคุยด้วย ไปขึ้นรถ”
“จะบ้ารึไง! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!” ฉันตะคอกดังลั่นด้วยความตกใจ กลัวและโมโห แล้วนี่มันวันอะไรวะ? ทำไมอยู่ ๆ วันนี้แถวนี้ก็เกิดไม่มีใคร ไม่มีแม้แต่หมาสักตัว!
T^T ฉันเพิ่งด่าเขาไป อย่าบอกนะว่าโมโหจนลงมาเอาเรื่อง นี่ฉันคงไม่โดนอุ้มฆ่าหรอกใช่ไหม
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก หยุดโวยวายสักทีแค่อยากคุยด้วย”
“คุยเรื่องบ้าอะไรปล่อย! ปล่อยสิวะ!” ฉันไม่คุยแล้วก็เริ่มดิ้นมากขึ้นถึงแม้จะแค่โดนจับข้อมือก็ตาม แต่มันไม่ใช่เรื่องปกตินะ! ฉันกลัว! ฉันกลัวมากและทางรอดทางเดียวคือฉันต้องดิ้นเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระแล้วหลังจากนั้นฉันจะใส่เกียร์หมาวิ่งกลับไปที่ร้านแบบไม่อายสายตาใครทันที!
“แค่อยากขอโทษเรื่องที่เสียมารยาทกับเธอ”
กึก!
ฉันที่กำลังบิดข้อมือจนลามไปเป็นการดิ้นรนขยับไปทั้งตัวเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระถึงกับหงุดชะงักทุกการกระทำหลังจากได้ยินคำพูดประโยคเมื่อกี้ก่อนที่ฉันจะมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู และทันทีที่ฉันสงบลงมือใหญ่ของเขาก็ปล่อยมือฉันช้า ๆ โดยที่ตลอดเวลาระหว่างนี้เขาจ้องหน้าสบตาฉันอยู่ทุกวินาที
“ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทขนาดนั้น ฉันแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมานั่งเอนเตอร์เทนเหมือนเป็นแค่สินค้าแล้วก็ไม่มีความจริงใจให้กัน ไม่ได้รู้สึกอะไรกันแต่มานั่งเอาอกเอาใจ สำหรับฉันมันดูปลอมไปหมด ถ้าทำให้เธอรู้สึกแย่...ฉันขอโทษ”
“พี่ตัส~”“อืม~ เสียวมาก~” เสียงครางของคนข้างบนทำสติฉันจะวูบหายครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันชอบเสียงเขามาก ชอบเวลาพี่เซตัสครางทุกครั้งที่เขาอยู่ในตัวฉัน“อื้อ~ ชาก็เสียว~” ฉันร้องบอกเขาไม่ต่างจากที่เขาบอกฉัน บอกแล้วแยกขาให้กว้างมากขึ้นเพื่อให้เขา ทำรัก ให้ฉันได้สะดวก สะโพกก็เด้งรับตัวตนใหญ่ของเขาที่เข้ามาในตัวฉันครั้งแล้วครั้งเล่าพั่บ พั่บ พั่บ!พั่บ พั่บ พั่บ!“อ่าส์~” สะโพกสอบขยับถี่รัวไม่มีหยุด ฉันเสียวไปทั่วทั้งร่องรัก ข้างในเริ่มเกร็งตัวมือที่เคยจับแขนล่ำไว้ก็ขยับสูงขึ้นเพื่อออกแรงรั้งให้เขาพาใบหน้าหล่อกับริมฝีปากที่เร่าร้อนตรงหน้ามาหาฉันพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ! อยากจูบ~”ฉันออกแรงรั้งแขนพร้อมกับเอ่ยปากบอกเพื่อให้เขารู้ว่าฉันต้องการแค่ไหน พูดจบพี่เซตัสก็โน้มตัวลงมาจูบฉันทันทีจ๊วบ~ / พั่บ พั่บ พั่บ!เขามอบจูบที่เร่าร้อนปนความอ่อนโยนมาให้พร้อมกับสะโพกสอบที่อัดกระแทกตัวตนใหญ่ยักษ์เข้ามาด้วยความถี่และรุนแรงถึงใจไม่หยุดพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ!” ฉันเปล่งเสียงครางที่ไม่มีปัญญากลั้นไหวทั้งที่กำลังจูบกับเขาอยู่ออกมา มือเริ่มจิกเล็บลงไปที่แผ่นหลัง สะโพกก็เด้งขึ้นเพื่อรับท่อนเอ็นใหญ่อย่างเอาเป็นเอาต
ฟอด~“เมื่อกี้เสียวมากใช่ไหม~ ครางดัง ๆ ล่ะที่รักเพราะพี่จะทำให้เสียวกว่าที่หนูโดนลิ้นพี่เลียเป็นร้อยเท่าเลยเมียจ๋า~”“พี่ตัส~” ฉันเขินจะแย่ ทั้งเขินทั้ง...เสียวเขายิ้มมุมปาก ตาเต็มไปด้วยประกายของความต้องการแล้วบางอย่างที่...ไม่เคยจะเล็กเลยสำหรับร่างกายฉันก็ค่อย ๆ ดันเข้ามาโดยที่เจ้าของท่อนเอ็นใหญ่ลำนี้ไม่ได้จับมันเพื่อนำทางเลยแม้แต่นิดเดียว“อื้อ~” ท่อนเอ็นใหญ่ที่แข็งเต็มลำถูกสะโพกสอบดันเข้ามาในตัวฉันช้า ๆ เขาเข้ามาในตัวฉันได้ไม่ยากเพราะน้ำรักของฉันฉ่ำเยิ้มไปทั้งร่องรักแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะขนาดที่ใหญ่เกินมาตรฐานก็ยังทำให้ต้องค่อย ๆ เข้ามามากกว่าจะดันเข้ามาหมดทั้งลำในครั้งเดียว“อ่าส์~ แน่นเหมือนเดิมเลยเมียจ๋า~” พี่เซตัสใช้สองมือประคองแก้มฉันเอาไว้แล้วกดจูบลงมาที่ปาก พอท่อนเอ็นเข้ามาในตัวฉันได้หมดทั้งลำเขาก็หมุนควงสะโพกช้า ๆ และการหมุนควงแบบนี้นี่ล่ะที่ฉันชอบไม่ต่างจากการโดนทำรักแรง ๆ เลย“อื้อ~” เสียวจัง เสียวที่สุดเลย~“ชอบไหม~” เขาถอนจูบออกแล้วซบลงที่คอ เสียงพร่าถามออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะผิวตรงคอทำให้ความเสียวยิ่งเพิ่มมากขึ้น“ชะ ชอบค่ะ” ฉันกอดเขาแน่น ยกสะโพกข
“...ถ้างั้นพี่ตัสก็ทำเลยค่ะ ลบคราบสกปรกที่ไม่ควรมีผู้ชายคนไหนมาแตะต้องชา ลบให้ชาเท่าที่สามีคนหนึ่งจะทำให้ภรรยาตัวเองได้ ทำให้ชาหน่อยนะคะที่รัก~”ฟอด~จบคำพูดของฉันเขาก็จูบลงมาที่แก้ม ถึง...ตรงนั้นของพี่เซตัสจะไม่เคยอ่อนตัวลงเลยตั้งแต่เขาเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้แต่ฉันไม่รู้สึกถึงความหื่นหรือการคุกคามเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาจ้องจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว ครั้งนี้มันอบอุ่นและแตกต่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนต่อให้เขาจะอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพที่พร้อมจะมีอะไรกับฉันตลอดเวลาแต่เขาก็คือพื้นที่ปลอดภัย เขาคือ “บ้าน” ที่มีไว้ให้ฉันพักกาย พักใจ พักทุกความเหนื่อยล้า และปลดปล่อยทุกความหวาดกลัว“พี่รักเรา~” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่มุมปากจบลงปากร้อนของพี่เซตัสก็ประทับจูบลงมา เขากดจูบลงช้า ๆ แค่กดฝังไว้ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา มือเขาประคองต้นคอฉันไว้ปลายนิ้วค่อย ๆ คลึงต้นคออยู่พักหนึ่งลิ้นร้อนถึงได้สอดแทรกเข้ามาในปากฉัน“อืม~”พี่เซตัสจูบด้วยความอ่อนโยน เขาส่งเสียงครางในลำคอออกมาตอนที่ฉันจูบตอบโต้แล้วใช้ทั้งสองมือคล้องคอเขาเอาไว้“ชารักพี่ตัสนะคะ~” เขาถอนจูบออกแค่ริมฝีปากเป็นอิสระฉันก็เอ่ยปากบอกรักเขาด้วยคว
“ขึ้นห้องก่อนพี่เลยนะ อาบน้ำหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”“พี่ตัสจะทำธุระเหรอคะ”“อื้ม พี่จะโทรไปเคลียร์เรื่องวันนี้ให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป หรือว่า...ที่รักอยากรอให้พี่อาบให้เผื่อจะรู้สึกดีกว่าเดิม~”“บ้า! ไม่ต้องมาทะลึ่งเลยนะคะ จัดการธุระของตัวเองเลยค่ะชาขอตัวไปอาบน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวลงมา” ปั้นชารีบเดินหนีผมขึ้นข้างบนในขณะที่ผมก็เอาแต่มองตามเธอด้วยความเอ็นดูไม่ใช่สายตาหื่นอย่างที่เพิ่งแกล้งทำเมื่อกี้…ถ้าวันนี้ไปช่วยไม่ทันปั้นชาน้อย ๆ ของผมจะต้องมีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานแค่ไหนวะปั้นชามีศักดิ์ศรี ถ้าเธอโดนย่ำยีต่อให้ผมจะโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความเข้าใจและความรักทั้งหมดที่มีก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของปั้นชามีความสุขได้หรอก“อ่าส์~” ทันทีที่ปั้นชาลับสายตาไปผมก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งในใจ ไม่มีใครรู้ดีกว่าผมว่าตอนที่ยังช่วยเธอไม่ได้ ตอนที่ยังหาเธอไม่เจอผมเครียดมากแค่ไหนติ๊ด!(เออว่าไง มึงอยู่ไหนหรือว่าถึงบ้านแล้ว) ทันทีที่ไอ้คินกดรับสายมันก็เป็นฝ่ายถามผมก่อน“อืม ถึงบ้านแล้ว เพิ่งถึงแล้วมึงล่ะ” มันตามไปดูผลงานของผมแต่ผมไม่ได้อยู่รอเจอมันเพราะปั้นชาอยู่ต่อไม่ไหวเลยมา
พี่เซตัสพาฉันออกมาจากที่เกิดเหตุหลังโทรหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่พ่อของพี่แท็คเรียบร้อย ข้างนอกมีคนของเขายืนอยู่และมี คนของพี่แท็ค กองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่เละเป็นโจ๊กแต่โชคดีที่ดูด้วยตาก็รู้ว่ายังไม่ตายก่อนที่เขาจะพาฉันมาที่รถของเขา“หิวไหม” พอเข้ามาในรถเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใยมาก ๆ“...”“ว่าไง พี่ถามว่าหิวไหม”“...”“ชา เอาแต่มองหน้าพี่อยู่นั่นล่ะ ตอบพี่หน่อยได้ไหม” มือใหญ่ลูบหัวฉันช้า ๆ แถมยังยิ้มเอ็นดูด้วยนะ“...” ฉันยังไม่ตอบเขาเหมือนเดิม เอาแต่มองไม่พูดอะไรสักคำเลยทำให้คนตรงหน้าขยับมาใกล้แล้วใช้มือใหญ่ประคองแก้มฉัน“กลัวเหรอคนดี”“...อื้อ” ฉันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่น้ำตาจะคลอออกมาแล้ววางมือประกบลงที่หลังมือเขาที่ประคองแก้มฉันไว้“ชากลัวต้องเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ตัส~” ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นยังไงนะ เป็นแผลที่ไม่มีวันหาย ฝันร้ายตลอดชีวิต หรือว่า...เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป“พี่ไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนั้นหรอก ชาตินี้ทั้งชาติยังไงก็ไม่มีทางยอม”ฟอด~“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นปั้นชา ถ้าพี่ไม่ตายพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายชาได้อีก”“
“อย่าทำอะไรชาเลยพี่แท็ค ฮึก!” ฉันขอร้องในขณะที่ตัวเองกำลังหันหลังช้า ๆ อย่างที่ไอ้สารเลวคนนี้ต้องการ“หึ ๆๆ กลัวอะไรคะ พี่แค่จะพาไปขึ้นสวรรค์นะชา~”ผลัก!“โอ้ย!” เสียงหวานแต่ดูโรจจิตจบลงฉันก็ถูกผลักไหล่ให้โน้มตัวลงไปที่หัวเตียงแล้วหัวก็ถูกมือของไอ้บ้านี่จับกดลงไป“หึ ๆๆ ชอบว่ะ โคตรชอบเลยเวลามีทาสร้องทรมานอยู่ตรงหน้า~” ทาสเหรอ? นี่มันคิดจะทำอะไรกับฉันบ้าง ทำไมไอ้บ้าคนนี้ถึงได้โรคจิตและวิปริตขนาดนี้ฟอด~“...ฮึก!” ฉันขยะแขยง เสียงกระเส่าจบลงมันก็กดหน้าลงที่สะโพกฉัน ต่อให้ฉันจะยังไม่ถูกมันถอดหรือกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกายแต่ความขยะแขยงก็เกิดขึ้นอยู่ดี“อ่าส์~ หอมมาก~ กลิ่นทาสที่กลัวจนตัวสั่นมันหอมแบบนี้นี่เอง~” ไอ้โรคจิตมันลากไล้ริมฝีปากตรงจุดที่เพิ่งจูบไปบริเวณใกล้ ๆ มือก็ลูบไล้จากสะโพกลงไปหาต้นขาช้า ๆ สลับกับบีบเฟ้นต้นขาฉันเหมือนอยากจะกระตุ้นอารมณ์ความต้องการหรืออารมณ์ดิบให้คนที่มันเรียกว่าทาส แต่ขอโทษทีเถอะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกพวกนั้นเลยนอกจากความขยะแขยง!ฟอด~“อ่าส์~ ไม่ไหวแล้วค่ะปั้นชา~ พี่อยากหอมปั้นชาน้อย ๆ ของพี่สุด ๆ แล้ว~” เสียงพร่าจบลงมือของไอ้บ้านี่ก็ขยับลูบมาข้างหน้า มาหย







