Share

บทที่ 9

Penulis: Phat_sara
last update Tanggal publikasi: 2026-07-11 17:51:29

“เฮีย”

“อืม ว่าไง”

“ผมว่าจะถามถึงรุ่นน้องผมหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีเวลา เฮียรู้จักกันได้ไง”

“รุ่นน้อง?” ผมมองมันด้วยความสงสัย รุ่นน้องคนไหนของมันในเมื่อมันมีรุ่นน้องเอยอะแยะเต็มไปหมด

“เซย์นิสไงเฮีย” เซย์นิส? อ่าส์~ ชื่อของผู้หญิงคนนั้นที่ผมเพิ่งได้ยินเสียงคนอื่นที่คุ้นเหมือนเสียงเธอสินะ

“สักพักแล้ว”

“ตอนนี้ยังคุยกันอยู่ไหมล่ะเฮีย”

“ไม่... / ปริมชอบชมว่าสวย ถามถึงบ่อย ๆ ปริมบอกว่าเหมาะสมกับเฮียดี” ผมกำลังจะปฏิเสธว่าไม่ได้คุยแต่ไอ้แฟรงค์ก็พูดแทรกออกมาก่อน

“เหรอ?”

“ครับ”

“ไม่ได้คบหรอก...น้องเขาไม่คบกับกู” ผมตอบแค่นี้ก่อนที่จะชวนคุยเรื่องงานต่อ ไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก พูดแค่นี้ก็พอแล้ว...

-วันต่อมา-

โห~ บริษัทใหญ่ชะมัด ไม่แปลกใจเลยทำไมลูกค้าถึงปฏิเสธการแก้งานครั้งที่หก ฉันว่าเขาให้โอกาสเสนองานใหม่สามครั้งยังมากเกินไปเลยด้วยซ้ำมั้งคะ บริษัทใหญ่ระดับนี้ไม่มีใครอยากเสียเวลากับอะไรที่มันไม่ได้ประสิทธิภาพหลาย ๆ รอบหรอก ต้องขอบอกว่าคุณเจ้าของเสียงหล่อที่พี่แหม่มมหาภัยบอกว่าเป็นเจ้าของบริษัทนี้เขาใจดีมากเลยนะ

อ้อ! วันนี้เซย์นิสคนสวยของพี่แหม่มถูกสั่งให้ตามทีมพี่ ๆ เขามาเสนองานกับลูกค้าด้วยค่ะ เหตุผลก็คือ...เซย์นิสมีพรสวรรค์และความรู้ความสามารถ~ พี่แหม่มมหาภัยสรรเสริญพรสวรรค์และความรู้ความสามารถของฉันตั้งแต่บ่ายเมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้เลยล่ะค่ะ เหอะ ๆๆ

เอาฉันมาไว้ขอร้องเจ้าของบริษัทนี้เผื่อเขาปฏิเสธงานอีกรอบต่างหากล่ะคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเลยมั้ง

“พร้อมไหมน้องเซย์” พี่สถาปนิกของบริษัทหันมาถามฉันเสียงหวาน ไม่หวานแค่เสียงแต่สายตานี่หยาดเยิ้มอย่างกับน้ำผึ้งเดือนห้าที่เก็บในคืนขึ้นสิบห้าค่ำเลยด้วยซ้ำ -_-

“ค่ะ” ฉันตอบยิ้มรอยยิ้มตามมารยาท ไม่ชอบสายตาก็ต้องฝืนทน ไม่อยากทำให้ใครไม่พอใจในตัวเองถ้าไม่จำเป็นเพราะการฝึกงานมันสำคัญกับนักศึกษาทุกคน ขืนมีปัญหาในที่ฝึกงานมันคงลำบากแน่ ๆ

“ถ้างั้นก็ไปกันเลยดีกว่าค่ะน้องเซย์ ไปโว้ยพวกเรา” คุยกับฉันเสียงหวานแต่หันไปเรียกทีมงานเสียงเหี้ย เอ๊ย! เสียงเหี้ยม แหะ ๆๆ

ฉันกับพวกพี่เขาเดินเข้ามาติดต่อที่แผนกต้อนรับข้างหน้า พี่เขาติดต่ออย่างช่ำชองและเดินไปที่ลิฟท์อย่างชำนาญ ก็ไม่แปลกหรอกนี่รอบที่หกแล้วนี่เนอะ ^_^!

หวังว่าจะผ่านนะคะ สงสาร เห็นใจทุกคนเลย ได้ข่าวว่าถ้าได้งานนี้บริษัทจะมีกำไรเยอะที่สุดเท่าที่เคยก่อตั้งบริษัทมาเลยล่ะค่ะ

พวกเราใช้เวลาไม่นานก็มายืนอยู่หน้าห้องประชุม มีห้องประชุมใหญ่ 1 ห้องประชุมใหญ่ 2, 3, 4, 5 ห้องประชุมเล็กเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งชั้นคงเป็นห้องประชุมหมดเลยมั้งคะ รวยน่าดู แล้วพวกเราก็เข้ามาในห้องประชุมใหญ่ 3 นั่งปุ๊บแม่บ้านก็มาเสริฟ์เครื่องดื่มกับของว่างปั๊บแต่พี่ ๆ เขาไม่มีใครสนใจของกินเลยค่ะ ทุกคนกระตืนรือร้นปนตื่นเต้นหวาดหวั่นกับการเตรียมตัวพรีเซ้นส์งานมีแค่ฉันนี่ล่ะที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนั่งกินขนมเงียบ ๆ

“อีกสิบนาทีคุณตุลย์จะมานะคะ” ไม่นานก็มีพี่ผู้หญิงคนสวยเคาะประตูแล้วโผล่หน้าเข้ามาบอก พอได้ยินการแจ้งเตือนนี้พวกพี่ ๆ เขาก็ยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่ นี่ก็ตื่นเต้นตามไปด้วยแล้วค่ะ สู้ ๆ กันนะคะพี่ ๆ

-สิบนาทีต่อมา-

ก๊อก ๆๆ

“คุณตุลย์มาแล้วนะคะ” พี่ผู้หญิงคนสวยคนเดิมเปิดประตูเข้ามาบอกด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจในห้องที่ชุลมุนมาตลอดก็เงียบทันที ทุกคนนั่งนิ่งเหมือนเตรียมตัวและทำสมาธิแต่ฉันกลับสัมผัสได้แค่บรรยากาศอึมครึม ก็เข้าใจล่ะ เข้าใจมาก ๆ เลย โอกาสสุดท้ายนี่เนอะ ฉันทำได้แค่เอาใจช่วยเพราะคงช่วยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ที่เหลือก็ดูเอาแล้วกันเซย์นิสว่าเวลาพรีเซนส์งานกับลูกค้าเขาทำยังไง

เสียงประตูห้องถูกเปิดอีกครั้งก่อนที่เสียงฝีเท้าที่แค่ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นยังรู้สึกว่ามันทรงอำนาจมาก บรรยากาศอึมครึมดูตรึงเครียดมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูกแล้วผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เหมือนนายแบบในชุดสูทสีเทาเข้มที่คัตติ้งดีมากบ่งบอกว่าราคาไม่ใช่แค่หลักแสนต้น ๆ แน่นอนจะปรากฏตัวในห้อง

เจ้าของบริษัทนี้ที่พี่ ๆ เขาจะมาเสนองานอีกครั้งเดินมาหยุดตรงกลางห้องประชุมข้างเก้าอี้ตัวใหญ่ เขาหยุดยืนนิ่งแล้วมองไปทางด้านซ้ายที่มีพี่หัวหน้าทีมนั่งอยู่ก่อนจะกวาดสายตาไล่จากซ้ายมาทางขวาที่มีคนที่อาวุโสน้อยที่สุดอย่างนักศึกษาฝึกงานคนนี้นั่งอยู่...

“สวัสดีครับ” เขากวาดสายตามองทุกคนจนหยุดที่คนสุดท้ายก่อนจะเอ่ยคำนี้ออกมาในระหว่างที่กำลังสบตากับ...ฉัน

“...”

มะ...ไม่จริง...

-เวลาต่อมา-

ฉันเจอกับเรื่องบ้าอะไรเนี่ย...

เขาเพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้หลังจากที่พี่ ๆ ในบริษัทพรีเซ้นส์งานเสร็จและสุดท้ายเขาก็...ปฏิเสธ

ในห้องไม่มีความคึกครื้นมีแต่ความรู้สึกหม่นหมองของพี่ ๆ ในบริษัท สงสารจัง ถึงไม่เคยทำงานกับพี่ ๆ เขาแต่ฉันรู้เลยว่าพวกพี่เขาเสียใจมาก เก็บของกันด้วยสภาพคอตกสุด ๆ เลย

“เฮ้อ~ พวกเราแม่งห่วยแตกว่ะ” พี่คนหนึ่งในทีมพูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเงียบกันไปเลย

ห่วยแตกเหรอ? ไม่หรอก...มั้ง

“ไม่ห่วยแตกหรอกค่ะ แค่ยังไม่ตรงสเปคที่ลูกค้าชอบเอง” ^^

ฉันไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีกว่านี้แล้วถึงแม้ว่าความจริงการแก้งานถึงหกครั้งแต่ก็ยังไม่ได้ตามที่ลูกค้าต้องการมันจะตอกย้ำความอะไรก็แล้วแต่ที่พี่เขาเพิ่งพูดออกมาได้ชัดเจนก็ตาม

“ไม่ต้องปลอบพวกพี่หรอกน้องเซย์ พวกพี่รู้ตัวดี” พี่เขายิ้มบาง ๆ เพื่อขอบคุณฉันแต่เป็นรอยยิ้มที่ฝืนเป็นบ้าฉันเลยไม่กล้าพูดอะไรอีกนอกจากยิ้มบาง ๆ เพื่อให้กำลังใจ

“เฮ้อ~ กลับกันดีกว่าพวกเรา รับจ๊อบเล็ก ๆ กันต่อไป” พี่หัวหน้าทีมบอกแล้วเดินนำออกไปก่อนที่ทุกคนจะเดินตามฉันไม่รู้จะทำยังไงทำตัวไม่ถูกก็เดินตามเงียบ ๆ

ติ๊ง!

ป้ามหาภัย : เป็นยังไงบ้างจ้ะคนสวยของพี่แหม่ม

ระหว่างที่กำลังรอลิฟต์ข้อความจากป้ามหาภัยในบริษัทก็ดังขึ้นมาอย่างกับรู้ว่าจะพรีเซ้นส์งานเสร็จช่วงเวลาไหน

เฮ้อ~ ไม่อ่าน ไม่ตอบได้ไหม ให้พี่ ๆ เขาบอกกันเองได้รึเปล่า

ฉันไม่กดอ่าน ปิดหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์ทันที

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

“พี่แป๊ะ”

“เออ ว่าไง”

“พี่แหม่มโทรมาว่ะ” อ้าว~ ส่งข้อความหาฉันเสร็จก็โทรหาพี่ ๆ ในทีมเลย อะไรจะรีบขนาดนั้นวะป้า -_-!

“รับเลย บอกว่าไม่ได้”

“โดนเจ้แกด่าชัวร์”

“ไม่ต้องฟัง ปล่อยให้ด่าไป”

“เฮ้อ~” พี่เขาถอนหายใจด้วยความเซ็ง ทุกคนรู้ทุกคนเซ็งกับความเป็นมนุษย์ป้ามหาภัยของพี่แหม่มกันหมดนั่นแหละ ทำงานแค่ห้าเอาหน้าเกินร้อย ถ้าผ่านก็จะรีบวิ่งไปรายงานกับเจ้านายแต่ถ้าไม่ได้ก็จะด่าคนทำงานจนเละ ทำไมฉันจะไม่เคยได้ยินได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้ ฉันเห็นทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละสามรอบเป็นอย่างต่ำด้วยซ้ำไป

ติ๊ด!

“ครับพี่” พี่เขากดรับ เราเข้ามาในลิฟท์กันแล้วค่ะเลยได้ยินเสียงในโทรศัพท์พอประมาณจากนั้นททุกคนก็เงียบปล่อยให้พี่เจ้าของเครื่องคุยกับพี่แหม่มแล้วพอพี่เขาแจ้งว่างานไม่ผ่านเสียงกร่นด่าก็ดังตามมาก่อนที่โทรศัพท์จะถูกยื่นให้ฉันพร้อมกับคำขาดที่พูดมาด้วยน้ำเสียงหวานว่าให้ฉันไปขอโอกาสแก้งานอีกครั้งถ้าฉันทำไม่ได้ก็...ฝึกงานไม่ผ่าน

“เจ้แกแม่งเหี้ยว่ะ” พอมาเฟียในบริษัทวางสายไปพวกพี่ ๆ เขาก็พูดออกมาด้วยความโมโหทันที

“ไม่ต้องทำหรอกน้องเซย์ ไม่ใช่หน้าที่ของนักศึกษาฝึกงาน พวกพี่ทำออกมาไม่ดีเองพวกพี่ก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องสนใจ”

“...ไม่เป็นไรค่ะ ลองดู” ฉันยิ้มบาง ๆ ฝืนยิ้มสุด ๆ ก็ควรทำตามที่พี่เขาบอกว่าไม่ต้องสนใจไม่ใช่หน้าที่ฉัน แต่คิดว่าถ้าทำแล้วสามเดือนหลังจากนี้คงเป็นนรกของฉันแน่ ๆ

เฮ้อ~

“แต่... / พี่ ๆ กลับกันก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวเซย์ไปขอคุยกับเขา”

“มันไม่ใช่หน้าที่น้องสักนิด”

“ลองดูค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” ^^ ฉันพยายามยิ้ม รับรู้ถึงความรู้สึกหลากหลายจากพวกพี่เขาแต่ฉันไม่มีทางเลือกพอลิฟท์ลงมาถึงข้างล่างฉันก็แค่ยืนรอให้ทุกคนออกไปแล้วกลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง

ว่าแต่...ชั้นไหนล่ะ?

เฮ้อ~

T^T

ชั้นที่ขึ้นไปเมื่อกี้มีแต่ห้องประชุมเจ้าของบริษัทใหญ่ขนาดนี้คงไม่ได้ทำงานที่ชั้นนั้นหรอกมั้ง แล้วตึกนี้มีตั้งหกสิบกว่าชั้นถามจริงเถอะ...จะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเจอ

T^T

T^T

T^T

-เวลาต่อมา-

ฉันพาตัวเองมาหยุดที่สถานที่หนึ่งที่คิดไว้แล้วว่าจะไม่มาอีกแต่สุดท้ายโชคชะตาก็เล่นตลกให้ยัยเซย์นิสต้องกลับมาอีกครั้ง

บ้าสิ้นดี...

อยากจะร้องไห้จังเลยค่ะ ฉันมาถึงตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง ยังไม่มีรถลูกค้าแล้วก็ขับไปจอดตรงที่จอดที่ใกล้กับที่จอดที่เคยเห็นรถเขาจอดอยู่ ไม่มีรถจอดตรงนี้สักคันแต่เห็นป้าย VVIP ติดอยู่ก็บอกตัวเองว่าให้รอ พนักงานเดินมาต้อนรับฉันก็บอกว่ารอเพื่อนก่อน มาก่อนเวลาเดี๋ยวเพื่อนตามมาจากนั่งก็นั่งจ้องที่จอดตรงนั้นพร้อมกับมองเวลาด้วยความท้อใจ

ติ๊กตอก ติ๊กตอก ติ๊กตอก

ติ๊กตอก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ฮือ~

อย่าจะ กรี๊ด!!! ทำไมการรอคอยที่ไม่รู้จุดหมายมันยาวนานและทรมานขนาดนี้! T^T

เพิ่งสามทุ่ม ฉันเพิ่งนั่งดักรอเขาในรถมาครึ่งชั่วโมงแต่ให้ความรู้สึกยาวนานเป็นสามชาติ รอแบบไร้จุดหมายสุด ๆ จะเข้ามารึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ถ้าไม่มาฉันจะทำยังไง พรุ่งนี้พี่แหม่มมหาภัยกินหัวฉันแน่ T^T

บรื๊น!!!

ในขณะที่กำลังนั่งท้อแท้กับชีวิตเสียงซุปเปอร์คาร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นมาฉันเลยรีบหันไปมองตามทันที

...ไม่ใช่คันนั้นที่เคยเห็น วันนี้คือแลมโบกินี่สีแดงเพลิงแต่วันนี้สีเหลือง

เฮ้อ~ ไม่ใช่สินะ อุตส่าห์หลงดีใจไปตั้งสองวินาที...

ฉันเบะปากอยากจะร้องไห้แต่ก็พยายามมองไปที่รถในฝันเพื่อบรรเทาอาการใจสลายก่อนที่รถคันนี้จะถอยเข้าช่องจอดที่เขียนว่า VVIP พอเครื่องยนต์ดับลงเจ้าของรถที่น่าอิจฉาก็ลงจากรถ

“...”

โอ้...โห~

OoO

ชะ ใช่ค่ะ ใช่ซะงั้น เพิ่งผิดหวังไปหนึ่งวินาทีแต่ตอนนี้ดีใจอีกครั้งแล้ว หล่อแบบนี้ไม่ผิดแน่ ๆ ผู้ชายคนนั้นที่สอยเวอร์จิ้นฉันไปนั่นแหละ!

“พี่!” ฉันรีบลงจากรถ ตะโกนเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นทันทีทำให้เขาที่กำลังจะเดินไปหันมามองด้วยความงง แล้วพอเห็นฉันเขาก็ขมวดคิ้วตัวเองนิดหน่อย

“เธอ...มาหาฉันเหรอ” เขาถามเบา ๆ หลังจากที่ฉันตะโกนแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งมาหาเขา

“ใช่ค่ะ หนูมีเรื่องอยากขอร้องพี่ ขอคุยกับพี่แป๊บเดียวนะคะ”​ คือขอพูดแบบสบาย ๆ นะคะ ถึงเขาจะเป็นลูกค้าของบริษัทที่ฉันฝึกงานและถึงเราจะวันไนซ์สแตนด์แล้วแยกย้ายกันกลับไปอยู่ในสภาพไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอตั้งแต่วันนั้นแต่เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันไง ฉันว่าน่าจะคุยกันได้...มั้งนะ ^^!

“จะมาคุยเรื่องงานวันนี้เหรอ” โห ฉลาดสุด ๆ พอเขารู้ทันฉันก็พยักหน้ารับด้วยความดีใจทันที

“ใช่ค่ะ” ^^

“กลับไปเถอะ”

“คะ?” กำลังยิ้มแต่คำพูดเมื่อกี้ของเขาทำฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน พอมองหน้าเขาแล้วเห็นสายตาเย็นชาฉันก็เสียวสันหลังไปเลย

“ไม่ต้องคุยหรอก ให้โอกาสแก้งานมาหกรอบมันมากเกินพอแล้ว บริษัทเธอเขาไม่รู้เหรอว่าทำให้ลูกค้าต้องเสียเวลาแค่ไหน ไม่มีความสามารถก็ไม่ควรตื๊อจนน่ารำคาญ”

“...” เสียงทุ้มพูดราบเรียบแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนโดนด่า ที่สำคัญคือโดนด่าอยู่คนเดียวด้วย

“ฉันพูดชัดแล้วนะ ขอตัวก่อน” เขาพูดจบก็หันหลังแล้วเดินไปเลยค่ะ

“พี่...ถ้าพี่ไม่ให้โอกาสหนูแย่แน่เลยว่ะ” ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้ว่าการตื๊อลูกค้าทั้งที่เขาให้โอกาสมาหลายครั้งมันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำซึ่งฉันก็ไม่ได้อยากทำแต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันไม่ได้อยากร้องขอความเห็นใจนะ ที่พูดมาเนี่ยฉันบ่นเฉย ๆ บ่นอย่างหมดอาลัยตายอยากพอพูดจบเขาก็หันหลังกลับมามองช้า ๆ

“ฉันไม่รู้ว่าใครจะแย่หรือไม่แย่ ฉันรู้แค่...ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 133

    “นะครับ ใส่พี่นะ~” พี่ตุลย์ขอพร้อมกับใช้ปลายนิ้วที่ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นนิ้วกลางแตะลงไปที่ติ่งสวาทจากนั้นก็ขยับปลายนิ้วให้บดคลึงติ่งสวาทของฉันเบา ๆ ไม่มีหยุด“อื้อ~” เสียวจัง เสียวใจแทบขาดแล้ว“นะที่รัก~ ตกลงกับพี่ได้ไหม~”“อื้อ~ ตะ ตกลงค่ะ~” ฉันยอมแล้ว ใส่ก็ใส่ ไม่ไหวแล้วเหมือนกันอารมณ์ที่โดนพี่ตุลย

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 132

    “พี่ตุลย์วางชุดนี้ลงเลย” ฉันไม่ใส่แน่นอนแต่พี่ตุลย์ไม่ทำตามที่ฉันบอก เขายิ้มบาง ๆ แล้วกางชุดในมือออก“วางทำไมพี่ว่าชุดนี้น่าจะใส่สบายที่สุดเลยนะที่รัก”“สบายอะไรล่ะ! ใส่ชุดนี้หนูไม่มีทางได้หลับได้นอนแน่ ๆ พี่ตุลย์เอาไปบริจาคได้เลยหนูไม่ใส่เด็ดขาด”“หึ ๆๆ บ่นอย่างกับใส่ชุดนอนปกติแล้วได้หลับได้นอน ก็เ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 131

    “ทำไมมาถึงเร็วจังเลยคะรถไม่ติดเหรอ ร้านอยู่ไกลมากเลยนะ”“เราคิดว่าพี่จะบ้าจี้ขับรถไปซื้อให้เหรอที่รัก?”​ พี่ตุลย์หันมาถามสีหน้าก็คือกวนประสาทสุด ๆ“อ้าว แล้วซื้อร้านไหนมา? หนูบอกอยากกินร้านนั้นนะพี่ตุลย์”​ ไม่ได้อยากเองมากนะแต่อารมณ์คนท้องอยากกินอะไรต้องได้กิน พอได้ยินแบบนี้ก็เกิดอยากจะอารมณ์เสียขึ้

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 130

    “จะกลับตอนไหนล่ะคะ”(ทำไม คิดถึงพ่อเหรอ) เสียงอ้อนได้น่าหมั่นไส้สุด ๆ ไปเลย“เปล่า หนูแค่อยากให้มาแกะเร็ว ๆ กล่องมันกองพะเนินมาก รกสายตามากค่ะ” ฉันพูดจริง ๆ นะ แล้วกล่องพัสดุเวลาที่กองอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ มันมีกลิ่นนะ บางคนอาจจะจมูกไม่ไวแต่ไม่ใช่กับฉันในเวลานี้แน่นอนเพราะฉันเริ่มจะเหม็นแล้ว(อีกสิบนาที

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 129

    “เราว่าดีไหม” พี่ตุลย์รู้ว่าเขินใช่ไหมเนี่ยถึงถามต่อ ไม่ถามเฉย ๆ แต่ลูบหัวฉันเบา ๆ ไปด้วย ละมุนสุด ๆ ไปเลยค่ะ“ค่ะ” ^^ มันต้องดีอยู่แล้วถ้าได้อยู่กับผู้ชายที่ดี รักฉัน และฉันก็รักเขามากไปจนแก่“ถึงวันนั้นอย่ารำคาญตาแก่อย่างพี่ล่ะ”“ฮ่า ๆๆ ถึงวันนั้นหนูก็เป็นยายแก่เหมือนกัน อย่ารำคาญหนูนะคะ” ^^“หึ ๆ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 128

    “มือเย็นจังเลยค่ะ” ฉันถามพี่ตุลย์ที่เพิ่งจับมือฉันไปกุมแต่มือเขากลับเย็นเฉียบจนฉันอดแซวไม่ได้“หัวใจพี่จะหยุดเต้นแล้ว”“ฮ่า ๆๆ ขนาดนั้นเชียว” คำพูดเขากับหน้าตาที่จริงจังมากทำให้ฉันที่นอนอยู่หลุดหัวเราะออกมาค่อนข้างดังเลย“รอบที่สามแล้วเซย์ รอบนี้ถ้ายังอายอีกพี่จะทำโทษตัวเล็ก”“ฮ่า ๆๆ ทำโทษยังไงดีคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status