LOGIN“เฉิ่มก็เฉิ่ม แว่นตาก็หนาเตอะ ทั้งจืดทั้งชืด ใครมันโง่เอายัยเด็กนั่นทำเมียจนมีลูกโตขนาดนี้วะ แม่งโคตรมีกรรม น่าสมเพช! (ที่พูดไปหารู้ไม่ว่าลูกมัน)
View Moreโปรยปราย
ไม่มีนอกกายนอกใจ รักเมียคนเดียวตลอดมาและตลอดไป
15 ปีที่แล้ว เขาเคยเป็น ‘ไอ้สารเลว’ ที่เธอเกลียดที่สุด
แต่เธอก็เคยรักเขามากที่สุดเช่นกัน…
“คิดว่าฉันชอบเธอจริงๆหรอช่อฝัน เธอควรขอบคุณฉันนะที่ยอมเอาเธอมาร่วมสองเดือน คิดสภาพมองดูตัวเองดีๆสิ ถ้าไม่ใช่ฉัน น้ำหน้าอย่างเธอผู้ชายที่ไหนเขาจะเอาวะ ขาก็สั้นอย่างกับหมากระเป๋า มีดีแค่นมใหญ่ แทนที่จะสำนึกขอบคุณที่ได้ฉันไปกินฟรีๆ ยังจะมายืนด่าฉันอีก ใสหัวออกไปซะ จะไปไหนก็ไป น่ารำคาญ…จิ๊!”
‘คิริน’ มาเฟียหนุ่มวัย 37 ปี ผู้ไม่เคยเชื่อในความรัก
เขาเคยหลอกใช้ ‘ช่อฝัน’ น้องสาวเพื่อนสนิท เพื่อระบายตัณหา
แล้วเหยียบย่ำหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า…
โดยไม่รู้เลยว่า ‘ครั้งสุดท้าย’ ที่เขาทิ้งเธอไป
คือ ‘ครั้งแรก’ ที่เธออุ้มท้องลูกของเขาไว้
เธอจากไปอย่างเงียบงัน ทิ้งคำสาปจากคราบน้ำตาที่เจ็บเจียนตายไว้กับเขา
...และคำสาปนั้นได้ผล
15 ปีผ่านไป เขาไม่เคย ‘ขึ้นเตียง’ กับใครได้อีกเลย
จนกระทั่ง...เขาเจอเธออีกครั้ง
ในสภาพ ‘แม่หม้ายลูกติด’ ที่ทั้งเฉิ่ม ทั้งจืด ทั้งชืด
แต่น่าแปลกที่เขากลับมองเธอแล้วอยากลากขึ้นเตียงให้หายแค้น
...แค้นที่เธอทิ้งเขา
ทั้งที่จริงแล้ว เธอต่างหากที่ถูกเขาเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ยัยเด็กเวร กล้าไปมีลูกมีผัวได้นะ ทั้งที่คำพูดสุดท้ายของเธอมันฝันอยู่ในใจฉันจนไม่มีอารมณ์กับผู้หญิงคนอื่น หึ…ได้…เดี๋ยวเจอดี!”
เมื่อรู้ว่าเธอยังไม่มีใคร
คิรินจึงเริ่มเกมล่า...ในคราบคนดี
และเหยื่อที่เขาหมายตา คือ ‘แม่ของลูกตัวเอง’ ที่เขาไม่รู้ว่ามี
“ง่ายยังไงก็ง่ายอย่างงั้นแหละ แค่หลอกนิดหลอกหน่อยว่าอยากแต่งงานด้วย พอจดทะเบียนเสร็จ ดึกเข้าหอ ตื่นเช้ามาก็หย่าเดี๋ยวก็จบแล้วป่ะ ยัยเด็กนี่มันโง่!”
และเมื่อลูกเจอพ่อ
‘พ่อ!…ไอ้ลุงแก่บ้าน้ำลายนั่นคือพ่อเรา หึพ่อเราจริง ๆ งั้นเหรอ กระทืบพ่อตัวเองจะบาปไหมวะ?’
‘อยากเป็นเด็กเวรเว้ย จะตกนรกก็ชั่งแม่ง!’
- วิถี FWB ฮอตเนิร์ด -
กฎข้อแรก... เรื่องเซ็กส์ได้ทุกเมื่อทุกเวลา แต่อย่าเอาใจมาเล่น
อย่าเอาใจมาเล่น = บอกตัวเอง
กฎข้อสอง... ห้ามเรียกร้องสิทธิ์ เพราะเราไม่มีอะไรให้เรียกร้องตั้งแต่แรก
ห้ามเรียกร้อง = ตามติดเป็นเงา
กฎข้อสาม... เธออยากจบเมื่อไหร่ก็บอก
ให้บอก = แต่ไม่รับฟัง
“เฮียมันสารเลวเกินกว่าจะดูแลเธอ…”
“งั้นก็ปล่อยให้คนอื่นดูแลหนูแทนแล้วกันค่ะ”
“ไม่มีทาง!”
เสียงเพลงคลอเบา ๆ บรรเลงขึ้นกลางโถงคฤหาสน์ กลิ่นหอมของดอกลิลลี่ขาวลอยละมุนในอากาศ บรรยากาศอบอุ่นแต่สง่างามประหนึ่งฉากในฝัน และวันนี้คือวันที่เขารอมาเกือบทั้งชีวิต ‘ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง’ คิรินยืนอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดทักซิโด้สีดำเข้ารูป สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว... หัวใจที่ยังเต้นแรงเกินไปจนเขาแทบยืนไม่ไหว ‘ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการสักทีว่าคนนี้เมียกู’ แขกในงานค่อย ๆ เงียบลง เมื่อเสียงประตูคฤหาสน์เปิดออกช้า ๆ และนั่นเองที่เธอก้าวเข้ามา… ‘สวยอะไรขนาดนั้น บ้าบอสวยเกินไปแล้วคุณเมีย’ ช่อฝัน ในชุดเจ้าสาวลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ผมถูกรวบขึ้นอย่างอ่อนโยนเผยให้เห็นลำคอระหงและรอยยิ้มจาง ๆ ที่แต้มอยู่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มจากความดีใจ...แต่เป็นยิ้มจากความสงบของใจที่ผ่านพ้นทุกอย่างมาได้ ‘ลูกชายก็หล่อได้พ่อสะจริง’ เธอก้าวเข้ามาช้า ๆ ลูกชายเดินเคียงข้าง ส่งช่อดอกไม้ให้ และในวินาทีนั้น... คนที่ยืนหน้าเวทีอย่างคิริน ชายผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าอ่อนแอ ชายผู้ที่ไม่เคยยอมแม้แต่กระสุน หรือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด... เขากลับยกมือขึ้น…ปาดน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงมาโดยไม่ทันรู้ตัว มันไม
‘ไอ้ลุงนี่มาตายไปง่ายๆแบบนี้ได้ไง ยังไม่ชดใช้ความผิดเลย ยังไม่ทำหน้าที่พ่อเลย’บรรยากาศในศาลาเงียบสงบเกินกว่าจะเรียกว่า 'อบอุ่น' งานศพจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีสิ่งใดหวือหวา มีเพียงกลิ่นธูปจาง ๆ ลอยปะปนกับเสียงสวดพระอภิธรรมที่คลอแผ่วท้องฟ้าในวันนี้ไม่มืดครึ้มจนเกินไป แต่ก็ไม่มีแสงแดดสดใสแบบที่ใครสักคนเคยหวังไว้ วันเกิดปาฏิหาริย์…ไม่ใช่วันนี้แน่“มินทร์ไม่ยอม”“พูดอะไรอ่ะลูก”ช่อฝันยืนอยู่กลางศาลา มือเรียวกำช่อดอกไม้สีขาวแน่นแนบอก ลูกชายของเธอเดินข้างกัน“เขาไม่สิทธิ์ชิงตายก่อนจะได้ดูแลมินทร์หรอ เป็นพ่อภาษาอะไรทำไมไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ ม๊าไปลากเขาขึ้นมาจากโลงเลยนะ”“มินทร์ตั้งสติลูก”“งั้นมินทร์ทำเอง”“ม๊าขอร้องอยู่นิ่งๆฟังพระสวดก่อนนะลูก”เสียงพระสวดดังลอยวน ไฟแสงเหลืองวอมเปลวที่ถูกลมพัดไหว เงาของผู้คนพลิ้วลงบนพื้น เธอก้มลงมองดอกไม้ในมือ แล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หนัก อัดแน่น เหมือนแบกอะไรบางอย่างไว้ในอกมานานเกินไป“ม๊าไม่รักป๊าหรอ ม๊าก็รักเขาอยู่ตลอดมาหนิ ไม่งั้นม๊าจะร้องไห้ทำไม”“แล้วมินทร์จะให้ม๊าทำไง เพราะม๊าเอง ที่ป๊าลูกต้องตายเพราะม๊าไล่เขาออกไปวันนั้นเอง”เสียงของเธอเบาและมั
‘ส่งจดหมายมาโบราณชะมัด!’เสียงกระดาษบางเบาถูกแกะออกอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนที่เหมือนทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว เด็กชายวัยสิบห้าปี นั่งกอดเข่าบนปลายเตียงสายตาแนบแน่นอยู่กับจดหมายในมือ ลายมือที่เขารู้ดีว่าเป็นของใคร ...ของคนที่หายไปจากบ้านนี้มาเพียงสองวัน แต่กลับทิ้งทุกความรู้สึกไว้หนักหนาเกินรับไหว“หายไปแค่สองวันเอง... ทำไมต้องส่งจดหมายมาด้วยวะ…”เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงติดห้วน หยอกประชดแบบคนพยายามไม่ให้ใจมันไหว แต่ปลายนิ้วที่จับขอบกระดาษกลับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่ามันจะปลิวหายไปเหมือนเจ้าของมัน“แค่จะหย่ากับม๊าเอง...ทำไมต้องมาเขียนอะไรแบบนี้ด้วย…”คำพูดดูเหมือนไม่แคร์ แต่ในใจกลับสั่นคลอนไม่ต่างจากใบไม้ที่โดนลมกระโชก เขาเริ่มไล่อ่านตัวอักษรทุกบรรทัดช้า ๆ อย่างที่ไม่เคยตั้งใจขนาดนี้มาก่อน แล้วก็มาถึงประโยคสุดท้ายประโยคเดียวที่เหมือนใครเอามีดมากรีดกลางอกให้เลือดซึมไม่หยุด“ถ้าลูกได้อ่าน แสดงว่าพ่อคงไม่ได้กลับไปแล้ว ลูกไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องทำเป็นเสียใจ พ่อแค่อยากให้ลูกรู้ว่า ตลอดเวลาที่ลูกด่าว่าพ่อเลว พ่อก็พยายามจะไม่เถียง... เพราะพ่อเห็นว่าลูกมีค่าพอจะด่าพ่อทุกคำ…แค่อย่ากลายเป
“ทำไมอยู่ๆฝนก็ตกวะ กูจะไปหาเมียดีๆ อุปสรรคนี่มันอะไรกันเนี่ย อย่ามาขัดขวางความรักของกูนะเว้ย”เสียงฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปรานี หยาดน้ำเทกระหน่ำจากฟ้า ซัดหลังคาและกระทบผิวถนนดังเป็นจังหวะถี่ๆ ลมกรรโชกแรงจนต้นไม้ริมรั้วเริ่มโอนเอน สะบัดกิ่งใบพริ้วไปตามแรงพายุ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะสื่อบางอย่าง...หนักอึ้ง อัดแน่น และตึงเครียด‘เสนอหน้ามาอีกแล้ว หน้าด้าน!’ประตูหน้าบ้านถูกผลักออก ช่อฝันก้าวออกมาพร้อมเสียงฝนกระทบพื้น เธอขมวดคิ้วทันทีที่เห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่ใต้เงาไม้ริมรั้วหน้าบ้าน‘ทำตัวหน้าสมเพชจังเลยนะ นี่เราเคยรักไอ้คนแบบนี้จริงๆหรอ’คิรินยืนนิ่งตากฝนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีเข้มเปียกแนบลำตัว เส้นผมชื้นน้ำฝนแนบหน้าผาก ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้ หรือดื่มหนักมา แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน...เขายังไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว“มาทำไม?”เสียงของเธอดังขึ้น...แฝงความสั่นบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็อาจไม่รู้ตัวคิรินยังคงนิ่ง เขาไม่ตอบในทันที แค่ส่งสายตามองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ ไม่กร้าว...ไม่แข็ง แต่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่แทบกลืนกินตัวตนเขาทั้งหมด“ไม่ให้เฮียเข้าไปหลบฝนในบ้านก่อนหรอ…ฝ