Share

บทที่ 8

Penulis: Phat_sara
last update Tanggal publikasi: 2026-07-11 17:50:52

“มึงพาเมียมึงกลับเถอะไอ้แฟรงค์...อายใหญ่แล้วที่กูสองคนมาเห็นตอนพวกมึงเกือบเอากัน”

ขวับ~

ฉันหันมามองผู้ชายข้าง ๆ ทันทีที่เขาพูดจบ

แรงมาก คำพูดทั้งตรงและแรง จินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนี้จะรู้สึกยังไงดี กลัว อาย อับอาย ขายขี้หน้า หรืออยากแทรกแผ่นดินหนี มันตรงและแรงมากจริง ๆ

“ไปกันเถอะ” เขาหันมามองฉันจากนั้นก็พยักหน้าให้แล้วเดินนำฉันไปข้างหน้าและที่สำคัญคือต้องผ่านพี่แฟรงค์กับ...เมียของพี่เขา

เฮ้อ~ ปวดหัวใจ ปวดทุกห้องปวดทุกจุด ปวดมากจนแทบจะลามไปถึงตับอ่อน T_T

“...” ฉันมองแค่แผ่นหลังคนของแปลกหน้าพยายามไม่โฟกัสอะไรรอบข้างยิ่งตอนที่เดินผ่านพี่แฟรงค์กับเธอคนนั้นฉันก็ยิ่งจ้องไปที่จุดเดียวตรงเสื้อของเขาจนตาแทบเหล่พอพ้นออกมาถึงได้รู้ว่า หายใจทั่วท้อง มันเป็นยังไง

“รู้จักไอ้แฟรงค์เหรอ” เดินออกมาข้างนอกกันแล้ว กำลังจะเดินไปที่รถเขาก็ถามขึ้น

“ค่ะ”

“รถจอดอยู่ตรงไหน” เขาหันมาถามเพราะเดินออกมาจากหลังร้านนิดเดียวก็เป็นลานจอดรถแล้ว

“นั่นค่ะ” ฉันชี้ไปด้านขวา รถจอดอยู่ตรงนั้นเหลือคันเดียวโดด ๆ เลย

“อื้ม” เขาตอบรับในลำคอแค่นี้แล้วก็...เดินเลี้ยวไปอีกทาง

ฮะ?

แยกกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ?

“...”

โอเค ไม่เป็นไร ไม่ได้อยากสานต่ออะไรอยู่แล้วแต่ก็แค่งง ๆ ว่าแยกกันง่าย ๆ ไม่มีคำลาตามมารยาทแบบนี้เลยเหรอ

ฉันมองตามแผ่นหลังเขาที่เดินไปทางด้านที่มีรถหรูราคาสามสิบล้านบวกบวกบวกจอดอยู่ คิ้วของฉันขมวดเข้าหากันด้วยความงงตั้งแต่เขาเดินไปแต่สุดท้ายฉันก็ยักไหล่เบา ๆ แล้วเดินไปที่รถตัวเอง

“ฟู่ว์~ ตั้งสติให้ได้เร็ว ๆ นะเซย์” ฉันจับพวงมาลัยรถให้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างพ่นลมหายใจเต็มแรงเผื่อจะช่วยผ่อนคลายความหนักอึ้งในใจ เตือนสติตัวเองแล้วค่อยขับรถออกมาโดยที่ไม่มองกระจกหลังอีกเลย

คงมาที่นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ไม่มาแล้วค่ะ ไม่กล้ามาอีกต่อไป หลอนมาก หลอนหลายเรื่องเลยใครกล้ามาก็บ้าแล้ว

-หลายวันต่อมา-

“อิ๊งค์”

“อื้อ” อิ๊งค์ที่นั่งกดโทรศัพท์ขานรับฉัน

“ทำไมแขนช้ำ”

“...อะไรนะ?” อิ๊งค์ละสายตาจากโทรศัพท์มามองหน้าฉันแล้วค่อยถาม ถามเหมือนงง ๆ แต่มีพิรุจแล้ว

“ทำไมแขนช้ำ ไปชนอะไรมา”

“ไหน” เหอะ! แกล้งทำเป็นยกข้อมือสองข้างมาตามหารอยช้ำซะงั้น

“ถามถึงแขนไม่ใช่ข้อมือ”

“อ้าวเหรอ โทษที ๆๆ ฟังไม่ถนัด ไหนอ่ะ” อิ๊งค์รีบยิ้มขำแต่มัน...เฮ้อ~

“เนียนนะอิ๊งค์ถ้าไม่รู้จักกันนาน”

“อะไรของ... / อิ๊งค์” เสียงฉันที่เรียกเพื่อนทำให้เพื่อนสนิทเงียบไปทันที

“...”

“มันซ้อมเหรอ”

“เปล่า แค่เผลอบีบแขนแรงนิดหน่อย เราตัวช้ำง่ายเซย์ก็...”

หมับ!

“ทะ ทำอะไรเซย์”

“จะบีบดูไงว่ามันจะช้ำง่ายจริงไหม” ฉันกำต้นแขนอีกข้างของเพื่อนแล้วบีบเต็มแรงจนเพื่อนหน้าถอดสี

“ซะ เซย์”​

“เจ็บไหม” ฉันบีบแรงมาก ไม่กลัวเพื่อนเจ็บ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น บีบจนมือตัวเองสั่นเลยค่ะ

“เซย์~”

“เจ็บเหรอ?” ฉันจ้องหน้า ถามแล้วก็บีบให้แรงกว่านี้ถึงแม้ว่ามันจะสุดแรงฉันแล้วก็ตาม

“เซย์เราเจ็บ พอเถอะ~” อิ๊งค์น้ำตาคลอตอนที่เอ่ยขอทำให้ฉันยอมคลายมือช้า ๆ

“ขนาดแรงผู้หญิงยังเจ็บจนทนแทบไม่ไหวแล้วแรงผู้ชายตัวใหญ่กว่าตัวเองตั้งเยอะ...ทนทำไม?”

“...” อิ๊งค์น้ำตาคลอก่อนจะก้มหน้าไม่กล้าสบตาฉัน

“ไม่เข้าใจว่ะอิ๊งค์ ไม่ได้ขอเงินมันใช้ซะหน่อยแล้วจะทนเพื่อ? โลกนี้ไม่มีคนดีแล้วเหรอ ดีกว่ามันสักนิดก็ได้ไม่ใช่เหี้ยอย่างเดียวแบบนี้”

“...เราไม่พร้อมจะเลิกกับพี่บูม” อิ๊งค์เสียงสั่นมากและคำตอบก็ทำให้ฉันกรอกตามองบน

“โอเค ถ้างั้นก็ทน ไม่รู้หรอกว่าไปโดนอะไรมาแต่ระวังสักวันมันจะมากกว่านี้นะอิ๊งค์”

“...อื้ม~”

“เรากลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน” วันนี้เราสองคนเข้ามาที่คณะ มาหาอาจารย์ที่ปรึกษาพอทำธุระเรียบร้อยมีเวลานิดหน่อยเลยนั่งเล่นกันก่อนแต่นั่งได้แป๊บเดียวตาฉันก็ไวเกินจนได้คุยเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่นไงเลยไม่มีอารมณ์จะนั่งคุยต่อแล้ว

“...ขอโทษนะเซย์” อิ๊งค์มองฉันที่ลุกขึ้นยืน น้ำตาที่คลอก็ไหลออกมาช้า ๆ หลังจากที่เอ่ยคำขอโทษฉันจบแต่ฉันส่ายหน้าเบา ๆ

“ขอโทษหัวใจกับร่างกายตัวเองดีกว่าอิ๊งค์ ขอโทษมันบ้างเพราะแกทำร้ายมันมามากพอแล้ว”

“...อื้ม” อิ๊งค์รับคำช้า ๆ แต่ฉันไม่คิดจะพูดอะไรอีก ฉันเลือกที่จะเดินออกมาเลย ไม่ได้โกรธเพื่อนหรอกแค่เหนื่อยที่จะบอกและเตือนแล้ว ก็รู้นะว่าบอกไปเตือนไปเพื่อนก็รักไอ้บูดนั่นจนยอมทุกอย่างอยู่ดีแต่ให้ตายเถอะมาเห็นรอยช้ำที่แขนเป็นปื้นขนาดนี้ใครจะทนหุบปากไหว

น่าโมโหเป็นบ้า ทั้งไอ้บูดสันดานหมาทั้งเพื่อนสนิทที่รักเขาจนไม่รู้จักรักตัวเอง

ทนได้ยังไง? ให้ตายเถอะฉันรู้สึกแย่กับเรื่องราวเส็งเคร็งในชีวิตที่เกิดขึ้นตอนนี้มากเลยนะแต่พอวันนี้ได้เจออิ๊งค์ฉันก็อยากขอบคุณตัวเองมากที่เข้มแข็งและแข็งแรงได้มากขนาดนี้

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

...พี่แหม่ม

ติ๊ด!

“ค่ะพี่แหม่ม”

“บ่ายเข้าออฟฟิตทันไหมคนสวย”

“ทันค่ะกำลังไป แต่อาจจะเลทสักสิบยี่สิบนาทีนะคะเผื่อรถติดค่ะ”

“จ้า ไม่เป็นไร เข้ามาพี่แหม่มก็ดีใจแล้ว เจอกันนะคนสวย”

“ค่ะพี่แหม่ม” ฉันรับคำเสียงสดใสแล้วพี่แหม่ม...ป้ามหาภัย ก็กดวางสายไปเลย

เหอะ!

เรียกไปเดินเอกสารไม่ก็พิมพ์งานแทนชัวร์

หายหงุดหงิดเรื่องอิ๊งค์ในบัดดลเลยค่ะ แค่ได้ยินเสียงหวานก้นเปรี้ยวของพี่แหม่มฉันก็เลิกหงุดหงิดกับทุกเรื่องแล้วพุ่งไปหงุดหงิดพี่แหม่มแทน

ชีวิตเด็กฝึกงานเนอะ ทนเอาแล้วกันอีกแค่สามเดือน ถึงแม้จะเป็นสามเดือนที่เหมือนจะขาดใจ

รู้ไหมคะว่าฝึกงานได้แค่เดือนเดียวฉันอยากวิ่งไปกรี๊ดใส่กระจกห้องน้ำของออฟฟิตวันละแปดรอบได้มั้ง เลือกที่ฝึกงานผิดคิดจนตัวตายพอ ๆ กับไอ้อิ๊งค์ที่เลือกผัวผิดคิดจนตัวตายเลยมั้ง T^T ถึงแม้ว่าจะแอบดีนิดหน่อยที่รุ่นพี่ในแผนกงานดีหลายคนก็ตาม

-สองอาทิตย์ต่อมา-

“น้องเซย์~”

...เฮ้อ~

“ขาพี่แหม่ม~” ฉันขานรับเสียงสดใส นี่สินะรสชาติของการเป็นผู้ใหญ่ ขมแค่ไหนก็ต้องทำเป็นหวานเข้าไว้

“พี่มีเรื่องที่จะให้น้องเซย์ได้แสดงความสามารถของหนูแล้วค่ะคนสวย”

“ค่ะ” ^^

เหอะ! ก็เห็นมีเรื่องให้แสดงความสามารถทุกวันนะ จะใช้ก็ใช้เถอะเหนื่อยคุยเยอะ

“พอดีว่ามีลูกค้าคนหนึ่งของบริษัทที่ค่อนข้างคุยยากหน่อย ใครคุยด้วยก็คุยย๊ากยาก~ ตอนนี้ยังปิดดีลไม่ได้เลย”

“อ่า...ค่ะ” เหมือนจะเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วค่ะ ยิ่งเสียงหวาน ๆ กับรอยยิ้มประจบของพี่แหม่มยิ่งบอกชะตากรรมชัดเจน

“นี่พี่ก็ให้ฝ่ายขายแสดงความสามารถกันหลายคนแล้วแต่ก็ทำไม่ได้สักคน พี่แหม่มมองหาใครที่จะทำสำเร็จไม่ได้เลยนอกจากน้องเซย์คนสวยของพี่แหม่มคนนี้ เพราะหนูเก่งมาก~”

“แต่หนูเป็นแค่เด็กฝึกงานนะคะพี่แหม่ม พี่ ๆ เขามีประสบการณ์กันยังคุยไม่ได้แล้วหนูที่ไม่มี... / หนูมีพรสวรรค์และความรู้ความสามารถจ้ะ พี่มองเห็นตั้งแต่วันแรกที่หนูมาฝึกงานแล้ว ไม่งั้นพี่ไม่ไว้ใจให้หนูทำหรอก”

เอ้อ~ ก็พูดมาได้นะ ถ้าไว้ใจในพรสวรรค์และความรู้ความสามารถของหนูทำไมไม่ให้คุยกับลูกค้าตั้งแต่แรกไปเลยล่ะคะ!

ฉันพยายามจะอ้าปากปฏิเสธแล้วนะคะแต่สุดท้ายฉันก็พ่ายแพ้ให้กับอำนาจมืด มาเฟียของออฟฟิตนี้อย่างพี่แหม่มคนนี้อยู่ดี แล้วมันไม่ใช่แค่นั้นนะ พี่แหม่มบังคับฉันเสร็จบอสก็เดินผ่านมาพอดีพี่แหม่มเลยบอกบอสว่าจะให้ฉันคุยและมั่นใจว่าฉันคุยได้ล้านเปอร์เซ็นต์ นี่มันบ้า มันบ้าสุด ๆ ไปเลย T^T

-ครึ่งชั่วโมงต่อมา-

“ฟู่ว์~”

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

ติ๊ด!

(สวัสดีครับ)

“...” เสียงทุ้มหล่อมาก~

(ฮัลโหล ได้ยินรึเปล่า)

“เอ่อ ค่ะ สวัสดีค่ะดิฉันโทรมาจากบริษัท XXX นะคะ”

(บริษัท XXX?)

“ค่ะ”

(ผมปฏิเสธไปแล้วนี่ว่าไม่เอาบริษัทคุณ)

“คะ?” ฉันได้ยินคำพูดของลูกค้าก็ถึงกับเหวอ ไหนพี่แหม่มบอกว่าแค่ปิดดีลไม่ลงตัวเลยจะให้ฉันโทรมาขอนัดลูกค้าเพื่อเสนองานใหม่ไง แต่นี่ให้ฉันโทรมาตื๊อลูกค้าที่เขาปฏิเสธไปแล้วน่ะเหรอ?

บ้า!

บ้าที่สุดเลย!

ฉันมองไปที่พี่แหม่มที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ พอฉันมองหน้าเพื่อขอความช่วยเหลือพี่แหม่มก็ยิ้มให้ แต่เป็นยิ้มที่กดดันสุด ๆ ไปเลย นี่มันอะไรนักหนาชีวิตเซย์นิสเนี่ย! T^T

“คือ...ดิฉันไม่ซะ เอ่อ ดิฉันได้รับทราบปัญหาที่ลูกค้าต้องการให้ปรับแก้แล้วค่ะ ตอนนี้ทางเราได้ปรับแก้ตามแบบที่ลูกค้าต้องการแล้วเลยอยากจะขอโอกาสให้ทางเราได้เสนองานอีกสักครั้งได้ไหมคะ”

(ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอกครับ ผมให้โอกาสทางคุณเสนอใหม่ห้ารอบแล้ว) ปฏิเสธชัดเจนเลยค่ะ ฉันมองพี่แหม่มเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งแต่สิ่งที่ได้ก็คือยิ้มหวานที่เพิ่มความกดดันมากกว่าเดิม

“ดิฉันทราบค่ะ” ทราบเมื่อกี้ T^T

“แต่ดิฉันอยากขอโอกาสเสนองานใหม่อีกสักครั้ง แค่ครั้งสุดท้ายค่ะ ให้โอกาสบริษัทเราเถอะนะคะ งานของลูกค้าทางเราตั้งใจมาก มันอาจจะไม่ตรงใจลูกค้าถึงห้าครั้งแต่ก็ยังอยากจะขอโอกาสเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้เราได้เสนอในสิ่งที่ทุ่มเททุกอย่างลงไปเพื่อให้ตรงตามความต้องการลูกค้าค่ะ” ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปมันจะได้ผลรึเปล่า ฉันพูดด้วยความกดดันสุด ๆ ไปเลย แต่ฉันว่าลูกค้าเขาคงไม่...

(ผมมีเวลาแค่พรุ่งนี้ตอนบ่าย คุณเข้ามาเสนอใหม่แล้วกันแต่ถ้ายังไม่โอเคอีกผมคงไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่เจ็ดให้บริษัทคุณ)

“คะ?”

(พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง อย่าเลท)

“ค่ะ ๆๆ ขอบคุณมากนะคะ”

ติ๊ด!

“กรี๊ด~ พี่ทำได้แล้วน้องเซย์! พี่ทำได้แล้ว~” ฉันวางสายเสร็จพี่แหม่มก็ลุกขึ้นกระโดดกรีดร้องเฮโลด้วยความดีใจทันที แต่...ฮะ? ฉันทำได้ไม่ใช่เหรอวะ???

#SHEYNNIS END

#TUN TALK

(ดิฉันทราบค่ะ)

(แต่ดิฉันอยากขอโอกาสเสนองานใหม่อีกสักครั้ง แค่ครั้งสุดท้ายค่ะ ให้โอกาสบริษัทเราเถอะนะคะ งานของลูกค้าทางเราตั้งใจมาก มันอาจจะไม่ตรงใจลูกค้าถึงห้าครั้งแต่ก็ยังอยากจะขอโอกาสเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้เราได้เสนอในสิ่งที่ทุ่มเททุกอย่างลงไปเพื่อให้ตรงตามความต้องการลูกค้าค่ะ)

“ผมมีเวลาแค่พรุ่งนี้ตอนบ่าย เข้ามาแล้วกัน แต่ถ้ายังไม่โอเคอีกผมคงไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่เจ็ดให้บริษัทคุณ”

(คะ?)

“พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง อย่าเลท”

(ค่ะ ๆๆ ขอบคุณมากนะคะ)

ติ๊ด!

“...” ผมกดวางสายจากคนของบริษัทรับเหมาที่เขียนแบบมาไม่ได้เรื่องเลยสักครั้งให้โอกาสแก้มาห้ารอบก็ไม่ได้เรื่องจนบอกยกเลิกไปแล้วเพราะมันทำให้ผมเสียเวลาแต่สุดท้ายพอโดนขอร้องผมก็ยอมให้เข้ามาเสนออีกรอบ เสียงคุ้น คุ้นมาก คุ้นเหมือนคนที่ผม...เคยนอนด้วย

“...อ่าส์~” ผมพยายามจะบอกตัวเองว่าไม่ใช่แต่มันก็คุ้นมากเกินไป เสียงเหมือนผู้หญิงคนนั้นคู่นอนชั่วคราวคนแรกในชีวิตที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ เสียงที่ได้ยินแล้วผมได้แต่ภาวนาให้มันแค่เหมือนแต่อย่าให้เป็นผู้หญิงคนนั้นเลย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 133

    “นะครับ ใส่พี่นะ~” พี่ตุลย์ขอพร้อมกับใช้ปลายนิ้วที่ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นนิ้วกลางแตะลงไปที่ติ่งสวาทจากนั้นก็ขยับปลายนิ้วให้บดคลึงติ่งสวาทของฉันเบา ๆ ไม่มีหยุด“อื้อ~” เสียวจัง เสียวใจแทบขาดแล้ว“นะที่รัก~ ตกลงกับพี่ได้ไหม~”“อื้อ~ ตะ ตกลงค่ะ~” ฉันยอมแล้ว ใส่ก็ใส่ ไม่ไหวแล้วเหมือนกันอารมณ์ที่โดนพี่ตุลย

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 132

    “พี่ตุลย์วางชุดนี้ลงเลย” ฉันไม่ใส่แน่นอนแต่พี่ตุลย์ไม่ทำตามที่ฉันบอก เขายิ้มบาง ๆ แล้วกางชุดในมือออก“วางทำไมพี่ว่าชุดนี้น่าจะใส่สบายที่สุดเลยนะที่รัก”“สบายอะไรล่ะ! ใส่ชุดนี้หนูไม่มีทางได้หลับได้นอนแน่ ๆ พี่ตุลย์เอาไปบริจาคได้เลยหนูไม่ใส่เด็ดขาด”“หึ ๆๆ บ่นอย่างกับใส่ชุดนอนปกติแล้วได้หลับได้นอน ก็เ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 131

    “ทำไมมาถึงเร็วจังเลยคะรถไม่ติดเหรอ ร้านอยู่ไกลมากเลยนะ”“เราคิดว่าพี่จะบ้าจี้ขับรถไปซื้อให้เหรอที่รัก?”​ พี่ตุลย์หันมาถามสีหน้าก็คือกวนประสาทสุด ๆ“อ้าว แล้วซื้อร้านไหนมา? หนูบอกอยากกินร้านนั้นนะพี่ตุลย์”​ ไม่ได้อยากเองมากนะแต่อารมณ์คนท้องอยากกินอะไรต้องได้กิน พอได้ยินแบบนี้ก็เกิดอยากจะอารมณ์เสียขึ้

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 130

    “จะกลับตอนไหนล่ะคะ”(ทำไม คิดถึงพ่อเหรอ) เสียงอ้อนได้น่าหมั่นไส้สุด ๆ ไปเลย“เปล่า หนูแค่อยากให้มาแกะเร็ว ๆ กล่องมันกองพะเนินมาก รกสายตามากค่ะ” ฉันพูดจริง ๆ นะ แล้วกล่องพัสดุเวลาที่กองอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ มันมีกลิ่นนะ บางคนอาจจะจมูกไม่ไวแต่ไม่ใช่กับฉันในเวลานี้แน่นอนเพราะฉันเริ่มจะเหม็นแล้ว(อีกสิบนาที

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 129

    “เราว่าดีไหม” พี่ตุลย์รู้ว่าเขินใช่ไหมเนี่ยถึงถามต่อ ไม่ถามเฉย ๆ แต่ลูบหัวฉันเบา ๆ ไปด้วย ละมุนสุด ๆ ไปเลยค่ะ“ค่ะ” ^^ มันต้องดีอยู่แล้วถ้าได้อยู่กับผู้ชายที่ดี รักฉัน และฉันก็รักเขามากไปจนแก่“ถึงวันนั้นอย่ารำคาญตาแก่อย่างพี่ล่ะ”“ฮ่า ๆๆ ถึงวันนั้นหนูก็เป็นยายแก่เหมือนกัน อย่ารำคาญหนูนะคะ” ^^“หึ ๆ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 128

    “มือเย็นจังเลยค่ะ” ฉันถามพี่ตุลย์ที่เพิ่งจับมือฉันไปกุมแต่มือเขากลับเย็นเฉียบจนฉันอดแซวไม่ได้“หัวใจพี่จะหยุดเต้นแล้ว”“ฮ่า ๆๆ ขนาดนั้นเชียว” คำพูดเขากับหน้าตาที่จริงจังมากทำให้ฉันที่นอนอยู่หลุดหัวเราะออกมาค่อนข้างดังเลย“รอบที่สามแล้วเซย์ รอบนี้ถ้ายังอายอีกพี่จะทำโทษตัวเล็ก”“ฮ่า ๆๆ ทำโทษยังไงดีคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status