Share

บทที่ 10

Penulis: Phat_sara
last update Tanggal publikasi: 2026-07-11 17:52:05

“ฉันพูดชัดแล้วนะ ขอตัวก่อน”

“พี่...ถ้าพี่ไม่ให้โอกาสหนูแย่แน่เลยว่ะ”

“ฉันไม่รู้ว่าใครจะแย่หรือไม่แย่ ฉันรู้แค่...ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉัน”

“...” เขาเดินไปแล้วค่ะ พูดจบก็เดินไปเลย

ใจร้ายว่ะ จี๊ดหัวใจมากเลยที่วันนี้ได้รับคำพูดแย่ ๆ เป็นพลังลบจากคนอื่นหลายรอบ แต่พอคิดอีกมุมเขาก็เด็ดขาดดี ถึงจะโกรธที่ได้ยินแต่คิดให้ดีมันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาจริง ๆ นั่นแหละ

เฮ้อ~

ฉันเดินคอตกกลับไปที่รถ ขอนั่งตั้งสติก่อนแล้วค่อยกลับคอนโดที่ไม่รู้ว่าถึงคอนโดแล้วจะนอนหลับไหมเพราะรู้ดีว่าพรุ่งนี้ต้องเจออิทธิฤทธิ์ของป้ามหาภัยพ่นใส่

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

...แฟนคุณพ่อ

“...”

ติ๊ด!

“ค่ะคุณแม่” ^^

ฉันกดรับสายวีดีโอคอลของคุณแม่ที่โทรหาเกือบทุกวัน

(ทำอะไรจ้ะสาวน้อย)

“เซย์มาทำธุระเรื่องงานค่ะ เพิ่งเสร็จกำลังจะกลับ”

(ฝึกงานเหนื่อยไหมลูก)

“ไม่ค่ะ สนุกดี” ^^

ฉันโกหกแบบนี้ทุกครั้งที่ท่านถามแหละ ไม่อยากบ่นให้ฟังแม้แต่เล็กน้อยต่อให้ในใจจะกดดันกับเรื่องเส็งเคร็งแค่ไหนก็ตาม คุณแม่อยู่ไกลถึงยุโรปไม่อยากทำให้ท่านเป็นห่วง

(ดีแล้วลูก แต่ถ้ามีเรื่องอะไรไม่โอเคก็บอกแม่นะจ้ะคนเก่ง)

“ได้เลยค่ะ คุณพ่อล่ะคะ”

(ทำงานจ้ะ เหมือนเดิมนั่นแหละ)

“งานเยอะขนาดนี้ท่านทูตมีเวลาสวีทกับภริยารึเปล่าคะ”

(ฮ่า ๆๆ มีสิจ้ะ โอเคแม่ไม่กวนแล้วเดี๋ยวจะไปชงชาให้คุณพ่อก่อน พักผ่อนเยอะ ๆ นะลูก ฝึกงานเรียบร้อยแล้วรีบมาหาคุณพ่อกับแม่นะจ้ะ)

“ได้เลยค่ะ จะไปอยู่ยุโรปสักสองปีเลยค่ะ”

(ฮ่า ๆๆ ขอให้อยู่ได้ถึงเดือนเถอะยัยตัวแสบ)

“เซย์รักคุณแม่นะคะ”

(จ้ะ แม่ก็รักหนู คุณพ่อด้วยนะ)

“ค่ะ” ^^

ติ๊ด!

คุณแม่กดวางสายไปแล้วรอยยิ้มที่เคยมีของฉันก็ค่อย ๆ จางหายไปแล้วน้ำตาก็คลอออกมาแทน คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่ อยากไปกอดท่าน กดดันกับการฝึกงานจนแทบบ้าตายอยู่แล้ว

“เฮ้อ~”

ชีวิตมันเศร้าอยากได้เหล้าขม ๆ ร้านเหล้าอยู่เบื้องหน้าก้าวขาไม่กี่สิบก้าวก็ได้ดื่มแต่คงไม่เข้า...

ก๊อก ๆๆ

ขวับ!

“ไอ้เซย์! พี่ว่าแล้วว่าต้องเป็นแกจริง ๆ ด้วย” ฉันหันไปมองตามเสียงเคาะกระจกรถแล้วก็ตกใจแทบบ้าที่เห็นเป็นพี่แฟรงค์กับ...เมียของเขา ยืนอยู่ข้างรถ

นี่มัน...เชี่ยอะไรนักหนาเนี่ย! T^T

ครืด~

“หวัดดีพี่แฟรงค์...สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายรุ่นพี่คนสำคัญแล้วก็ทักทาย...เมียของเขา ด้วยเสียงที่สุภาพและแน่นอนว่าซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ว่าฉันคิดยังไงกับคนของเธอ รู้แค่ฉันเป็นรุ่นน้องมั้งเลยยิ้มทักทายด้วยความเป็นมิตรมาก ๆ

“สวัสดีค่ะ”

“มาเที่ยวเหรอหรือว่ามาหาเฮีย” ยะ ยังจำเรื่องวันนั้นได้อีกเหรอถึงถามแบบนี้ แต่จะว่าไปใครมันจะไปลืมวะ

“คือ... / เออ ๆๆ ถ้างั้นเข้าไปพร้อมกันเลยมาเฮียจะได้ไม่ต้องลงมารับมา ๆๆ ดับรถเลย” ฮะ?

“เซย์... / เร็วเลยวันนั้นก็ไม่ได้คุยกัน”​ พี่แฟรงค์ไม่พูดเปล่าแต่เอื้อมมือมากดปุ่มดับเครื่องยนต์ของฉันด้วย

ฉัน...ทำยังไงดีวะ

ฉันมองหน้าพี่แฟรงค์แล้วก็มองหน้า...เมียของพี่เขา เฮ้อ~ เจ็บจี๊ด ชื่ออะไรวะจะได้เลิกเรียกว่าเมียของเขาให้ปวดตับปวดใจสักที นั่นแหละเธอคนนั้นมองหน้าฉัน ยิ้มให้เหมือนรอให้เข้าไปสนุกด้วยกันฉันยิ่งกดดัน แล้วที่กดดันมากกว่านั้นคือ...พี่แฟรงค์เปิดประตูรถฉันแล้ว

T^T

ฉันเลือกอะไรได้ไหม ทำไมฉันหาวิธีปฏิเสธไม่เจอเลย สมองฉันช็อตไปเลยค่ะ คิดอะไรไม่ออกไปดื้อ ๆ ทั้งที่ความจริงถ้าจะปฏิเสธมันก็คงทำได้อยู่แล้ว

“ไปกันเถอะค่ะ น้อง...น้องเซย์ใช่ไหมคะพี่แฟรงค์”

“ค่ะ” พี่แฟรงค์หันไปตอบแฟนเขาเสียงหวาน ดูรักกันดีจังคืนนี้ฉันต้องเผชิญสภาวะอกหักอีกรอบใช่ไหม เฮ้อ~

“พี่ปริมนะคะ วันนั้นไม่ได้ทำความรู้จักกันขอโทษด้วยนะ”

“ค่ะ” ^^

เอาวะ ไปก็ไป มาถึงขนาดนี้แล้วปฏิเสธยังไงล่ะในเมื่อคิดไม่ทันแล้ว

เฮ้อ~

ฉันลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในผับชื่อดังจากด้านหลังเหมือนวันที่เดินออกมาพร้อมพี่แฟรงค์กับเมีย ไม่ ๆๆ เรียกแค่พี่ปริมก็แล้วกันจะได้ลดอาการปวดตับลงไปได้บ้าง

นั่นแหละเดินเข้ามาแล้วก็ไม่ได้ถูกพาไปหน้าร้านด้วยนะ เดินนำฉันขึ้นชั้นบนเลย ไม่ถามเลยสักคำว่าอยากขึ้ไปข้างบนหรือไปสนุกข้างในร้าน

พรุ่งนี้เซย์นิสจะไปทำบุญถวายโลงศพสัก 9 โลง เหมือนช่วงนี้ดวงจะไม่ค่อยดี หรือเผลอ ๆ ชะตาฉันอาจจะตกคนคอขาดเลยด้วยซ้ำมั้งถึงได้มีแต่เรื่องไม่น่ารักเกิดขึ้นกับชีวิต

พี่แฟรงค์กับพี่ปริมเดินนำมาแต่ไม่ได้ไปทางห้องทำงานของผู้ชายคนนั้นที่ฉันเคย...ค้าง หรอกนะคะ เดินขึ้นชั้นบนมานิดเดียวก็จะเจอโถงที่ตรงด้านหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ วันนั้นฉันไม่ได้สังเกตแต่วันนี้เห็นชัดแล้วว่ามันมองลงไปข้างล่างที่เป็นบริเวณผับได้แถมยังวิวดีซะด้วยสิ แล้วไม่ใช่แค่ผนังกระจกบานใหญ่นะแต่ที่นั่งก็คือพร้อมนั่งดื่มสุด ๆ ไปเลย

“ตรงนี้วิวดีน้องเซย์เคยมานั่งดื่มรึยังจ้ะ” พี่ปริมหันมาถามฉันเลยรีบยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้าตอบ

“ไม่เคยค่ะ” จะเคยได้ไงเพิ่งเคยมาครั้งนั้นเป็นครั้งแรกแถมยังนั่งอยู่ในร้านได้แป๊บเดียวก็ทนไม่ไหวต้องแอบไปนั่งอกหักเงียบ ๆ คนเดียวที่สวนแถวที่จอดรถ ผับที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดของเมืองไทยในตอนนี้มันดีแค่ไหนยังสัมผัสได้ไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย

“สาว ๆ นั่งสั่งเครื่องดื่มกับอาหารรอไปก่อนนะพี่เข้าไปเคลียร์งานกับเฮียแป๊บเดียว”

“ค่ะ” ^^

พี่ปริมตอบรับส่วนฉันไม่อยากสั่งอะไรเลยสักอย่าง อยากไปจากที่นี่เร็ว ๆ เดี๋ยวต้องหาจังหวะขอตัวแล้วค่ะ ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วส่งข้อความเตี๊ยมให้อิ๊งค์มันโทรตามดีไหมนะ ดีแน่ ๆ ดีที่สุดเลยเซย์

ตึก ๆๆๆ

“อ้าวเฮีย กำลังจะไปหาพอดี”

ฮะ? พี่แฟรงค์ยังไม่ทันได้เดินถึงสามก้าวเลยเจ้าของที่นี่ก็เดินมาแล้วเหรอคะ ตาย ๆๆๆ เขาจะหาว่าฉันตื๊อเรื่องงานไม่เลิกไหมนะ T^T

“อืม กำลังจะลงไป...” เขาคุยกับพี่แฟรงค์แต่พูดไม่จบเขาก็ดันหยุดพูดก่อนซึ่งก็น่าจะเพราะเห็นสิ่งแปลกปลอมในบริเวณนี้อย่าง...ฉัน

^_^!

ฉันส่งยิ้มบาง ๆ ทักทายเขา ยิ้มบาง ๆ เก้อ ๆ ในขณะที่เขาขมวดคิ้วนิดหน่อยจากนั้นก็มองไปที่พี่ปริมเล็กน้อยแล้วก็มองกลับมาที่ฉันต่อ

อย่าเข้าใจผิดนะพี่ หนูโดนลากมา หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูแค่นั่งตั้งสติไม่ได้คิดอยากจะขึ้นมาวอแวอะไรเลยจริง ๆ

ฉันคุยกับเขาในใจ พยายามส่งข้อความผ่านสายตาแต่... เฮ้อ~ ใครจะไปเข้าใจวะเซย์ คนรู้จักยังไม่ใช่แล้วจะมองตาจนรู้ใจได้ยังไง T^T

“ผมกับปริมเจอน้องที่ลานจอดรถพอดีเลยชวนขึ้นมาพร้อมกันน่ะเฮีย ไหนเฮียบอกว่าจะเข้ามาแป๊บเดียวไง นี่อย่าบอกนะว่า...นัดกันจะไปที่อื่น” พี่แฟรงค์คะ ได้โปรดอย่าคิดไปเองและคิดไปไกล T^T

เขาฟังพี่แฟรงค์พูดแต่สายตามองที่ฉันตลอด มองนิ่ง ๆ อ่านความรู้สึกไม่ได้เลย อย่าเงียบและนิ่งยิ่งกว่าเป่าสากหนักห้าตันแบบนี้สิ เครียดนะเนี่ย รู้ไหมว่าเครียด แต่ต้องรู้ใช่ไหมจ้องกันขนาดนี้ก็ต้องรู้สิ

“...อืม นัดเจอกันที่นี่เดี๋ยวจะออกไปข้างนอก” ไม่ว่าพี่เขาจะตามน้ำด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็อยากขอบคุณนะเพราะจะได้ไม่ต้องนั่งดื่มกับพี่แฟรงค์และเมียนาน

“อ่อ ถ้างั้นดื่มกันก่อนสักนิดนะเฮีย ผมไม่ได้เจอไอ้เซย์มาตั้งห้าปีขออนุญาตทักทายน้องมันก่อน...ไม่ว่านะเฮีย” อย่าทำเสียงแอบแซวแบบนี้เลยพี่แฟรงค์ เฮียพี่เขาไม่ว่าหรอกระวังแต่แฟนพี่เถอะ ผู้หญิงลองแฟนทำตัวสนิทกับผู้หญิงอีกคนไม่ว่าจะในสถานะไหนถ้ามากไปก็ไม่มีใครชอบใจหรอกนะ ให้หนูเจ็บปวดคนเดียวเถอะอย่าให้แฟนพี่แอบคิดมากจนไม่สบายใจไปด้วยเลย

“เอาไว้วันหลังดีกว่าวันนี้มีธุระแล้ว ไปกันเลยไหม”

“ค่ะ” ฉันตามน้ำทันที ไปเลย ไปตอนนี้เลย

“แต่ผมยังไม่ได้เอาบัญชีให้เฮียตรวจเลยนะ รีบเหรอเฮีย”

“อืม เอาไว้บนโต๊ะเดี๋ยวกลับมาเคลียร์ ไปกันเถอะ” เขาพยักหน้าเรียก ส่งสายตากดดันมาให้ด้วยแต่ฉํนก็ไม่รอช้านะรีบลาพี่แฟรงค์กับพี่ปริมทันทีถึงแม้พี่แฟรงค์จะบ่นนิดหน่อยที่รีบไปกันมาก ๆ ก็ตาม

ฉันเดินตามหลังเขาจนกระทั่งออกมาจากหลังร้าน ไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างเรามีแค่เสียงดังของบรรยากาศรอบ ๆ เท่านั้นจนกระทั่งออกมาห่างหลังร้านพอสมควรเขาถึงได้หยุดแล้วหันกลับมามอง

“นึกว่ากลับไปแล้ว” ดูเขาไม่ค่อยพอใจนะคะที่ฉันขึ้นไปพร้อมพี่แฟรงค์กับพี่ปริม ซึ่งจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าเขากับพี่แฟรงค์เกี่ยวข้องกันแบบไหน แต่ช่างเถอะเรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าตอนนี้หรอก

“ก็จะกลับนั่นล่ะค่ะแต่พอดีหนูนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่บนรถก่อน ไม่คิดว่าพี่แฟรงค์กับพี่ปริมจะตาดีมองเห็น”

“ไอ้แฟรงค์เลยชวน?“

”ใช่ แต่หนูไม่อยากขึ้นไปนะหนู... / ถ้าไม่ได้อยากขึ้นไปคราวหลังก็แค่ปฏิเสธ อย่าทำแบบนี้อีก จำไว้ว่าวันนั้น...เธอกับฉันแค่วันไนซ์สแตนด์”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 133

    “นะครับ ใส่พี่นะ~” พี่ตุลย์ขอพร้อมกับใช้ปลายนิ้วที่ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นนิ้วกลางแตะลงไปที่ติ่งสวาทจากนั้นก็ขยับปลายนิ้วให้บดคลึงติ่งสวาทของฉันเบา ๆ ไม่มีหยุด“อื้อ~” เสียวจัง เสียวใจแทบขาดแล้ว“นะที่รัก~ ตกลงกับพี่ได้ไหม~”“อื้อ~ ตะ ตกลงค่ะ~” ฉันยอมแล้ว ใส่ก็ใส่ ไม่ไหวแล้วเหมือนกันอารมณ์ที่โดนพี่ตุลย

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 132

    “พี่ตุลย์วางชุดนี้ลงเลย” ฉันไม่ใส่แน่นอนแต่พี่ตุลย์ไม่ทำตามที่ฉันบอก เขายิ้มบาง ๆ แล้วกางชุดในมือออก“วางทำไมพี่ว่าชุดนี้น่าจะใส่สบายที่สุดเลยนะที่รัก”“สบายอะไรล่ะ! ใส่ชุดนี้หนูไม่มีทางได้หลับได้นอนแน่ ๆ พี่ตุลย์เอาไปบริจาคได้เลยหนูไม่ใส่เด็ดขาด”“หึ ๆๆ บ่นอย่างกับใส่ชุดนอนปกติแล้วได้หลับได้นอน ก็เ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 131

    “ทำไมมาถึงเร็วจังเลยคะรถไม่ติดเหรอ ร้านอยู่ไกลมากเลยนะ”“เราคิดว่าพี่จะบ้าจี้ขับรถไปซื้อให้เหรอที่รัก?”​ พี่ตุลย์หันมาถามสีหน้าก็คือกวนประสาทสุด ๆ“อ้าว แล้วซื้อร้านไหนมา? หนูบอกอยากกินร้านนั้นนะพี่ตุลย์”​ ไม่ได้อยากเองมากนะแต่อารมณ์คนท้องอยากกินอะไรต้องได้กิน พอได้ยินแบบนี้ก็เกิดอยากจะอารมณ์เสียขึ้

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 130

    “จะกลับตอนไหนล่ะคะ”(ทำไม คิดถึงพ่อเหรอ) เสียงอ้อนได้น่าหมั่นไส้สุด ๆ ไปเลย“เปล่า หนูแค่อยากให้มาแกะเร็ว ๆ กล่องมันกองพะเนินมาก รกสายตามากค่ะ” ฉันพูดจริง ๆ นะ แล้วกล่องพัสดุเวลาที่กองอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ มันมีกลิ่นนะ บางคนอาจจะจมูกไม่ไวแต่ไม่ใช่กับฉันในเวลานี้แน่นอนเพราะฉันเริ่มจะเหม็นแล้ว(อีกสิบนาที

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 129

    “เราว่าดีไหม” พี่ตุลย์รู้ว่าเขินใช่ไหมเนี่ยถึงถามต่อ ไม่ถามเฉย ๆ แต่ลูบหัวฉันเบา ๆ ไปด้วย ละมุนสุด ๆ ไปเลยค่ะ“ค่ะ” ^^ มันต้องดีอยู่แล้วถ้าได้อยู่กับผู้ชายที่ดี รักฉัน และฉันก็รักเขามากไปจนแก่“ถึงวันนั้นอย่ารำคาญตาแก่อย่างพี่ล่ะ”“ฮ่า ๆๆ ถึงวันนั้นหนูก็เป็นยายแก่เหมือนกัน อย่ารำคาญหนูนะคะ” ^^“หึ ๆ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 128

    “มือเย็นจังเลยค่ะ” ฉันถามพี่ตุลย์ที่เพิ่งจับมือฉันไปกุมแต่มือเขากลับเย็นเฉียบจนฉันอดแซวไม่ได้“หัวใจพี่จะหยุดเต้นแล้ว”“ฮ่า ๆๆ ขนาดนั้นเชียว” คำพูดเขากับหน้าตาที่จริงจังมากทำให้ฉันที่นอนอยู่หลุดหัวเราะออกมาค่อนข้างดังเลย“รอบที่สามแล้วเซย์ รอบนี้ถ้ายังอายอีกพี่จะทำโทษตัวเล็ก”“ฮ่า ๆๆ ทำโทษยังไงดีคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status