LOGINเฉินไป่อี้รีบเร่งรัดให้หลี่หลิงหลงพูดเพราะตนกำลังถูกเพื่อนสนิทของแฟนสาวเผด็จศึกจนร้องและเกรงว่าจะหลุดเรียกชื่อซู่ถิงถิงให้หลี่หลิงหลงได้ยินแบบนั้นมันคงไม่ดีต่อเขาและครอบครัวแน่
“คือฉันว่าจะชวนพี่ไปกินมื้อค่ำกับคุณพ่อคุณแม่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ”
“พรุ่งนี้เหรอ” ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวที่กำลังขึ้นคร่อมช่วงล่างของเขาอยู่เธอยิ้มให้เขาพลางหัวเราะในลำคอ กระซิบพูดอย่างแผ่วเบาว่า
“พี่ต้องอยู่กับฉันที่รัก อะ อ๊า”
ซู่ถิงถิงส่งเสียงที่ยากจะฝืนเมื่อสิ่งนั้นแล่นผ่านช่วงล่างเข้าไปในกายแล้วโยกเอวพลิ้วเบา ขณะนั้นอีกคนก็พยายามเงี่ยหูฟังและจับใจความเสียงแปลกๆ ที่ได้ยิน
“อื้อ อา อืม ที่รักขา อา”
“พี่คะ พี่ไป่อี้พี่อยู่กับใครเหรอคะ”
“อ๋อ อ่ะ สะ เสียงแทรกจาก จาก..เอ่อ..คือ ทีวีน่ะทีวีพี่เปิดมันไว้ด้านนอกเสียงมันคงดังเดี๋ยวพี่คงต้องวางสายแล้วล่ะขอโทษด้วยนะหลิงหลง พี่คงไปด้วยไม่ได้จริงๆ พี่ติดธุระสำคัญน่ะ เอาไว้โอกาสหน้าเราค่อยไปไหว้พวกท่านกันแค่นี้ก่อนนะ” แล้วเขาก็รีบกดตัดสายเธอทิ้งทันที
“ดะ ได้ค่ะ” หลี่หลิงหลงตอบหลังได้ยินฝั่งนั้นอธิบาย ตามด้วยเสียงตื๊ดจากการตัดสายแล้วก็เงียบไปเธอตอบเขาไม่ทันด้วยซ้ำ ตากลมยืนมองโทรศัพท์ในมือได้แต่ทำตาปริบๆ
“อุ๊ย ลืมเรื่องฉลองคริสต์มาสไปเลย เธอพยายามโทรหาเขาอีกครั้ง แต่ก็ถูกตัดสายอีกแล้วก็โทรไม่ติดหลังนึกได้เรื่องวันคริสต์มาส หญิงสาวอยากชวนแฟนหนุ่มไปกินข้าวดูหนังกันสองต่อสอง เพราะช่วงหลังมาแฟนเธอทำตัวแปลกๆ จนไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน ห่างเหินจนคิดว่าตนเองคงเริ่มชิน
“ยุ่งตลอดเลยนะพี่ไป่อี้ ถิงถิงก็อีกคนเดี๋ยวนี้ชวนไปไหนมาไหนก็บอกไม่ว่างเลย” หลี่หลิงหลงบ่นแล้วสลัดความคิดที่ว่าสองคนนี้ ทั้งแฟนเธอที่หวังพึ่งพาในอนาคตวางแผนแต่งงานกันหลังเรียนจบ และเพื่อนสาวของเธอทำตัวเหมือนกันไม่มีผิด เวลาเธอต้องการเพื่อนพอชวนคนหนึ่งไม่ได้อีกคนก็บอกยุ่งและมักไม่ว่างวันเดียวกันบ่อยๆ
“เมื่อไหร่พี่จะบอกเลิกหล่อนล่ะ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยสักที ไม่ต้องมาแอบกินกันอยู่แบบนี้น่ารำคาญ” ซู่ถิงถิงหยุดส่ายเอวร่อนเพื่อถามเฉินไป่อี้
“ถิงถิง..เธอก็รู้นี่ว่าธุรกิจของครอบครัวหลี่หลิงหลงกำลังไปได้สวย แล้วอีกอย่างเธอเป็นลูกสาวคนโตถ้าได้แต่งเข้าบ้านของสกุลหลี่ก็เท่ากับว่าพี่ได้เป็นลูกชายคนโตของบ้านนั้นเลยนะ แล้วบริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเล รวมถึงโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่คุณหลี่สร้างเอาไว้มันจะไปไหนเสีย หลังแต่งงานกับหลิงหลงพี่ย่อมมีสิทธิ์และอำนาจจัดการทั้งหมดอยู่แล้ว อีกอย่างพวกสกุลหลี่ก็มีอิทธิพลด้านเศรษฐกิจทุกแขนงของฮ่องกงด้วยมันจะเป็นผลดีกับครอบครัวพี่มากเลยนะ”
“แล้วฉันล่ะบ้านฉันก็รวยนะถึงแม้จะไม่เท่าตระกูลหลี่ของยัยนั่นก็ตามเถอะ”
ซู่ถิงถิงกล่าวด้วยความโมโหแบบฉบับลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงมจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจหลงใหลในการเอาชนะไม่ว่าจะเรื่องใดหรือแม้แต่กับใครก็ตาม
“ชิ หมดอารมณ์” แล้วเธอก็ลุกออกจากท่านั่งคร่อมเอนตัวลงนอนไปเฉยๆ
“โธ่ถิงถิงไม่เอาน่า” เขากล่าวพลางพลิกตัวตามขึ้นทับร่างเนื้อนมอวบอัดสมสัดส่วนจับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือแล้วใช้ขาตนดันต้นขาเธอให้ถ่างออก
“ทำไมล่ะพี่ก็พูดแบบนี้มานานมากแล้วนะ ฉันเบื่อที่จะต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว รู้ไหมเพื่อนคนอื่นก็ถามหาแต่ว่าแฟนฉันอยู่ไหน”
“ก็เธออยากไปโอ้อวดคนอื่นเองนี่นาผลมันก็ออกมาเป็นแบบนี้แหละ”
“พี่ไป่อี้ ฮึ่ย ฉันโกรธจริงๆ แล้วนะ” หญิงสาวตะโกนขมวดคิ้วหน้างอผลักอกร่างที่อยู่เหนือตัวเธอแต่ชายหนุ่มก็ไม่สะทกสะท้านและยังคงทับอยู่ท่านั้น ซู่ถิงถิงหลับตาค้อนใส่ทั้งสะบัดหน้าหนีแต่เขาก็ประคองแก้มกลมให้หันมาหาตน
“ถิงถิงเธอก็รู้นี่ว่าสภาพคล่องทางบ้านพี่กำลังแย่พวกเราจำเป็นต้องพึ่งพาสกุลหลี่ มิหนำซ้ำพ่อกับแม่เราสองคนยังเป็นเพื่อนกันอีกพี่ทำตามอำเภอใจไม่ได้หรอก อดทนอีกหน่อยได้ไหมล่ะ ถ้าพี่ได้เป็นเขยบ้านนั้นเธอเองก็จะมีเงินใช้สอยไม่ขาดมือนะ”
“ชิฉันไม่สนเรื่องนั้นหรอก ไม่รู้ล่ะยังไงซะพี่ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้มันจบ ไม่อย่างงั้นฉันจะไปหาผู้ชายคนอื่น”
หลี่หลิงหลงหันมองฝูโจวเมื่อเขารั้งตัวเอวบางขึ้นนั่งบนตักตนขณะที่ม้าย่ำเดินไปอย่างเชื่องช้า“ทำอย่างที่ใจข้าอยาก อา ตัวข้าตึงไปหมดแล้วเมียจ๋าช่วยโน้มตัวลงไปจับอานม้าก่อนได้ไหม” หญิงสาวมองเขาตาละห้อยสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงทำตามโดยไม่ขัดข้อง“อ๊ะ พี่ฝูโจว”อกกว้างโน้มตัวลงทับแผ่นหลังบางขณะสตรีที่อยู่เบื้องหน้าหันข้ามไหล่กัดริมฝีปากยกหัวคิ้วสูงมองเขาตาลอย มือใหญ่ก็เอื้อมถึงสันคอของอาชาไนย“ขอโทษนะอาโป เจ้าช่วยเร่งฝีเท้าพาข้ากับภรรยาไปป่าเหมยฮวาเร็วขึ้นอีกนิด”“อึอื้อ” หญิงสาวครางเมื่อเขาตั้งตัวตรงแล้วดึงร่างบางให้เอนหลังแนบแผ่นอกด้วยลมหายใจกระเส่า มือกำบังเหียนแน่นก่อนฟาดมันลง”“ย๊า!!”“อะ!! อ๊า!! อ๊า!!” ยิ่งม้ากระแทกเกือกลงพื้นแรงเท่าใดริมฝีปากอวบอิ่มยิ่งกรีดร้องดังเท่านั้นหญิงสาวจุกจนน้ำตาไหลตัวสั่นเทิ้ม กระตุกเกร็งเร่าๆ มือเล็กรีบจับอานม้าไว้ใบหน้าเธอเหยเกกรีดร้องไม่เป็นศัพท์ เอวบางอรชรดีดเด้งขึ้นลงทั้งที่ส่วนนั้นของเขาฝังลึกอยู่ในตัวจนถึงที่หมายอาชาไนยย่ำเท้าช้าลงขณะที่ต้นคอร่างบางพาดอยู่ระหว่างซอกคอฝูโจวครางกระเส่าหายใจหอบ และเขาก็ซุกไซ้จมูกคมอยู่พวงแก้มนวลนางแทบจะตลอดเวลา
“ก็เพราะว่า” เหล่าพ่อค้าพูดยังไม่จบขณะกำลังผายมือไปหาชายร่างสูงว่าได้เขาคุ้มภัย หลี่เจิ้งหนานก็ปรี่เข้าหาพลางชักดาบออกชี้ปลายดาบเดินตรงไปจี้ที่อกเขาไว้“เผยตัวตนออกมา ต่อหน้าท่านอ๋องเจ้ายังกล้าปิดบังใบหน้า” สายตาคมเงยขึ้นจ้องชายเบื้องหน้า ขณะนั้นเองดาบของหลี่เจิ้งหนานก็แทบหลุดมือ“เอ่อ.. ข้าน้อยขออภัย” เขารีบเก็บดาบเข้าฝักจนคนข้างหลังรู้สึกแปลกๆ ก่อนเขาจะกระโจนใส่ชายที่เพิ่งหันดาบเข้าหาอย่างดีอกดีใจ“ท่านกลับมาแล้ว พี่รอง ฮ่าๆๆ” ฝูโจวถึงกับกลอกตามองบนกับความติ๊งต๊องที่ไม่เคยเปลี่ยนเมื่อหลี่เจิ้งหนานกระโดดกอดเขาเหมือนลิงน้อยเจอแม่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไรได้แต่กอดตอบแล้วกระซิบบอก“นี่เหมือนว่าจะมีคนมองเจ้าอยู่นะ หลายคนด้วย”“หา” หลี่เจิ้งหนานลุกลี้ลุกลนหันมองไปรอบข้างและสะดุดเข้ากับสายตาของหมอหญิงจางซินอี๋ก่อนปล่อยขาลงแล้วผละออก“ข้าดีใจที่ท่านกลับมา”“อืม”ฝูโจวพยักหน้าในขณะที่อ๋องซีฮันยังคงตะลึงในท่าทีของชายสองคน โจวหมิ่นเองก็เดินมาหยุดมองห่างเขาเพียงสามก้าวก่อนที่ฝูโจวจะดึงผ้าลงดวงตากลมถึงเบิกโพลง“ท่านพี่” หญิงสาวกระโจนหาพี่ชายที่เฝ้ารอกว่าห้าเดือนจนเกือบจะถึงเวลาแต่งงานอยู่แล้ว สองพ
ฝูโจวกอดหลี่หลิงหลงไว้แน่นก่อนผละออก ต่างฝ่ายต่างประคองใบหน้าเช็ดน้ำตาให้กัน ยิ้มและพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ก่อนจะโผเข้ากอดแนบแน่นอีกครั้ง“เจ้ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“สามเดือนก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากไปหาท่านใจแทบขาดแต่เจียเอ๋อห้ามไว้ เขาบอกว่าท่านมาที่นี่ทุกปีข้าเลยอดทนรอ”“เขาคิดถูกแล้วล่ะ โจรชุกชุมมากเดินทางลำพังคงอันตราย”“อื้ม”“ทางบ้านเป็นเช่นไรบ้าง ทั้งสามคนแข็งแรงดีหรือเปล่า เจ้ามาที่นี่พวกเขาจะเสียใจไหม” ฝูโจวถามคำถามนั้นก่อนผละออกมองหน้าเธอ“ทุกคนแข็งแรงดีเจ้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่เหมือนเข้าใจสถานการณ์ ท่านทั้งสองต่างโบกมือลาให้ข้าตอนอากาศแปรปรวน อี้หลงเองก็เช่นกัน” ฝูโจวดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง“ขอบคุณสวรรค์ที่นำพาเจ้ากลับมาหาข้า”“เหตุการณ์คืนนั้นทำข้ากลัว เป็นห่วงท่านแทบแย่เลยรู้ไหม”“ข้ารู้ ข้าเองก็เป็นห่วงเจ้ามาก โชคดีที่นาฬิกาของเจ้าช่วยข้าเอาไว้เราไปนั่งกันเถอะ”“จริงสิท่านหิวหรือเปล่าข้าทำอาหารมาแล้วเดี๋ยวข้าไปตักข้าวมาเพิ่ม”“งั้นข้าไปเป็นเพื่อน” สองคนยิ้มให้กันก่อนจูงมือเดินออกนอกห้อง มุ่งตรงไปยังโรงครัวของอารามเขต บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดแล้ว ทั้งสองเ
เจียเอ๋อยังไม่ทันตอบฝูโจวก็พูดเองและเดินนำไปก่อนจนถึงประตูอาราม พลันสายตาของเขาก็หันไปเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่งไวๆ เดินไปอีกทาง ร่างสูงนึกแปลกใจว่าที่นี่มีสตรีมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าอาราม แต่สิ่งแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้าไปคือเด็กน้อยชี้นิ้วทักท้วงรูปชายชราบนเพดานจนเขามองตาม“ท่านฝูโจว ความจริงอาจารย์ปู่ได้จากโลกนี้ไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้วล่ะ”“เอ๋..จริงเหรอ”“ขอรับ จริงสิ..นี่เสี่ยวเป่าเจ้าอยากอยู่ที่นี่หรือเปล่าข้าไม่มีเพื่อน แล้วข้าจะสอนความรู้ของเต๋าให้”“ข้าจะได้เรียนเหรอ”“ใช่” เด็กน้อยมีท่าทีดีใจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นครุ่นคิด“แต่ว่าชีวิตข้าตอนนี้เป็นของนายท่านแล้ว ข้าคงอยู่กับท่านไม่ได้ ข้าต้องคอยติดตามปรนนิบัติเขา”“เสี่ยวเป่า” มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมเด็กน้อยก่อนจะย่อตัวนั่งลงต่อหน้า“เจ้ายังเด็กมาก หากติดตามข้าตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้เป็นทหาร แต่เจ้าจะได้เป็นเด็กในครัวแทน เผลอๆ อาจต้องกลายเป็นเด็กตัดชายเสื้อ ซึ่งข้าไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”“เด็กตัดชายเสื้อคืออะไรเหรอขอรับ”“เอาเป็นว่ามันไม่ดีสำหรับตัวเจ้าแน่ ที่ผ่านมามีหลายคนที่ต้องจบชีวิตตนเองเ
ตะวันสายโด่งหลี่หลิงหลงผู้นอนเพลินสะดุ้งตื่น นึกว่าตนฝันไปที่ได้ย้อนกลับมายังโลกอดีต แต่ก็ต้องยิ้มภายหลังก่อนยืดตัวบิดขี้เกียจเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้ฝัน เพราะตอนนี้เธออยู่ในห้องพักของอารามเขต“พี่ฝูโจวข้าจะได้เจอท่านแล้วนะ”หญิงสาวยิ้มให้กับรูปภาพ ลูบอย่างแผ่วเบาก่อนจะบรรจงจูบแล้ววางกลับที่เดิม จากนั้นจึงเดินออกไปหานักพรตเจียเอ๋อ ขอคำปรึกษาว่าจะเดินทางไปเมืองหลวงยังไง“ท่านไม่ต้องไปหรอก”“ทำไมล่ะ”“ท่านรู้ทางเหรอ”“ข้าลืมไปแล้ว”“ก็นั่นแหละ สตรีเดินทางลำพังอันตรายมีมาก ทางที่ดีท่านรอเขาอยู่ที่นี่ดีกว่า”“แต่ข้าอยากเจอเขาเร็วๆ นี่นา”“ท่านตายระหว่างทางก็ไม่ได้เจอเขาอยู่ดี”“นี่..ปากเสียจริงเป็นนักพรตประเภทไหนเนี่ย”“ฮ่าๆๆๆ ข้าพูดความจริงนะ” หญิงสาวได้ยินก็ทำปากงุ้ยขมวดคิ้วสะบัดหน้ากอดอก“ท่านอยู่ที่นี่แหละ รอบนี้เขาอาจมาช้าหน่อย แต่ข้าเชื่อว่าเขาต้องมา ส่วนเรื่องเวลาข้าไม่ขอรับรอง ความจริงเขามาขอพรทุกปีนะ ท่านรออยู่ที่นี่ก็สวดมนต์ภาวนาสงบจิตสงบใจเถอะ ปลอดภัยที่สุดแล้ว”“โธ่เอ๊ย เอาแบบนั้นก็ได้ แล้วมีอะไรให้ข้าช่วยไหมล่ะ”“ท่านแค่ช่วยข้าทำความสะอาดอารามเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน ส่วนอาหารต้
ร่างสูงผมยาวรวบตึงไว้ราวหางม้าเหนือศีรษะมัดด้วยผ้าสีแดงเส้นยาว มองวัตถุทรงกลมมีสายสีเงินวาวยื่นออกสองข้างและโลหะทองแดงฝังแน่นอยู่ด้านในกลางรอยแตกมือใหญ่ลูบไล้มันอย่างหวงแหนเขาจำใบหน้างดงามและรอยเลือดบนที่นอนเพราะตนเป็นคนทำได้ดี สตรีผู้นั้นคือคนที่มอบสิ่งนี้ให้และมันได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ใบหน้าเคร่งขรึมบนคอระหงแหงนมองค่ำคืนไร้ดาวด้วยดวงตาเฉียบคมเหมือนว่าจะเห็นฟ้าแลบอยู่ไกลๆ‘เกือบสี่ปีนับตั้งแต่จากมามีเพียงคืนนี้ที่ท้องฟ้าแปรปรวน ดวงใจข้าป่านนี้เจ้าจะเป็นเช่นไรกันนะ เจ้าจะลืมข้าไปแล้วหรือยัง สำหรับข้า ชาตินี้ทั้งชาติแม้ต้องทนอยู่อย่างเดียวดาย ใจข้าก็จะขอเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว’ ร่างสูงนั่งหวนคำนึงนึกถึงคนที่เขาจากมา ภาพเหตุการณ์นั้นเขายังจำได้ขึ้นใจตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ก้าวเล็กๆ เท้าน้อยๆ วิ่งมาตามทางเดินมุ่งหน้าหาชายร่างสูงในชุดดำอยู่กลางสวนก่อนเขาจะหันมามองตามเสียง“นายท่านขอรับ นายท่าน”“เด็กน้อยดึกมากแล้วเหตุใดถึงไม่นอน เดี๋ยวพ่อกับแม่เจ้ารู้เข้าพวกเขาจะดุเจ้าเอานะ”“ข้าไม่กลัวหรอกขอรับ” เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบกล่าวอย่างกล้าหาญ“หืมจริงเหรอ ว่าแต่เจ้ามีเรื่องใดล่ะ”“ข้าอยากจะข
“พวกเจ้าหยุดพักกันก่อนเถอะเดินทางมาทั้งวันนี่ก็ใกล้ค่ำแล้วข้าอยากเข้าไปตอนฟ้ามืดหน่อยตอนนี้มีอะไรก็กินกันก่อนข้าไม่อยากไว้ใจอาหารในโรงเตี๊ยม บางทีหากพวกมันเห็นพวกเรามันอาจวางยาในอาหารและน้ำ ทางที่ดีกันไว้ดีกว่า”“ขอรับท่านอ๋อง”ทหารทำตามคำสั่ง จัดแจงหาอาหารและน้ำดื่มกินกันง่ายๆ ก่อนเข้าโรงเตี๊ยม ฝู
ยามโฉ่ว แคว้นฝูเจี้ยน เมืองฝูโจว 273 ปี ก่อนคริสตกาลครืน!!! เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ฝูโจว องครักษ์มือขวาและคนสนิทของอ๋องซีฮันถึงกับสะดุ้งตื่นจากหลับฝัน“โอย ข้าฝันไปหรอกเหรอฟ้าจะมาร้องทำไมกันตอนนี้ นี่มันฤดูหนาวนะ ว่าแต่เมื่อครู่ข้าฝันประหลาดจริงๆ สตรีผู้นั้นแต่งตัวไม่คุ้นตา โดนอะไร
ห้าทุ่มสี่สิบห้าคืนวันคริสต์มาสอีฟ วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ฮ่องกงติ๊ง!!!เสียงลิฟต์เปิดออกในขณะที่เฉินไป่อี้วิ่งตามหลี่หลิงหลงไปยังทางหนีไฟเขาเห็นผมดำๆ ของเธอผ่านแต่ละชั้นไปอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจวิ่งกลับไปยังลิฟต์ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยสมาชิกคอนโดกำลังทยอยออกเขาก็ตะโกนบอกในทันที“ช่วยกดเปิดค้าง
ขณะที่ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดไม่นานนักก็มีกลุ่มคนกรูออกมาทุกสายตาจับจ้องมองที่ทั้งสอง หลี่หลิงหลงถือโอกาสนี้ผลักเขาจนเซถอยหลังไปไกลแล้วรีบมุดแทรกเข้าลิฟต์ทันที“หลิงหลง หลิงหลง ฟังพี่ก่อนหลี่หลิงหลง”เสียงเฉินไป่อี้เรียกตามกึกก้องไปทั้งชั้นเมื่อประตูโลหะขนาดใหญ่ปิดสนิทแล้วลิฟต์ก็เคลื่อนตัวลง เฉินไป่อี







