Mag-log inหลิงหลงทะลุมิติไปในยุคโบราณแต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างอ๋องหนุ่มต้องอยู่ในร่างเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอรู้ว่าเขาหลงรักน้องสาวผู้เรียบร้อยและงดงามของฝูโจวจึงคิดช่วยให้ทั้งคู่สมหวัง ในระหว่างทำภารกิจของร่างที่ตนอาศัยเธอสนิทสนมกับฝูโจวองครักษ์ของอ๋องซีฮัน ทว่าเมื่อย้ายร่างอีกครั้งเธอไม่ได้ลาเขาตื่นคราวนี้กลับอยู่ในร่างสตรีต้องพิษใกล้ตาย
view moreฮ่องกง ปี ค.ศ. 2023 เช้าวันเสาร์ วันที่ 23 ธันวาคม เวลา 6.30 น.
“อาอืม เยี่ยมมาก อา ดีจริง อา พี่ไป่อี้แรงอีกนิดสิคะ อ๊า แบบนั้นแหละ อ่ะ อ๊า”
หญิงสาวร้องลั่นเมื่อโดนชายหนุ่มกระแทกอัดเข้าประตูหน้าจากด้านหลังขณะยืนบิดกายอยู่ริมระเบียงคอนโดสูงอย่างไม่อายฟ้าอายดิน
“ถิงถิง ธะ เธอช่างเยี่ยมจริงหุ่นเธอมันยั่วอารมณ์พี่มากอา ซี๊ด เนื้อนมไข่อวบอัดเต็มไม้เต็มมือช่างต่างจากผู้หญิงคนนั้นลิบลับ ยัยนั่นหุ่นอย่างกับกุ้งแห้งแถมยังสะดีดสะดิ้งทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว โอ อ๊ะ อา สุดยอด” เฉินไป่อี้กล่าวชมหญิงสาวที่เขากำลังยืนโยกเบียดอัดบั้นท้ายเข้าระหว่างขาของเธอเร่งเร่ารัว
“พะ พี่ อ๊า ทำไมต้องไปพูดถึงหล่อนด้วยเรากำลังมีความสุขกันอยู่นะฉันงอนแล้ว อ๊า” ซู่ถิงถิงร้องดังขึ้นเมื่อถูกเฉินไป่อี้ อัดใส่เพราะได้ยินคำว่างอนเขากระแทกเข้าแรงสองครั้งเน้นๆ
“เธอกล้างอนพี่เหรอห๊ะ เธอกล้าเหรอ อึๆ แฮ่ก แฮ่ก”
“อ๊าๆ อ๊ะๆ”
ร่างกายหญิงสาวสั่นระริกเมื่อถึงจุดสุดยอดเสียงของเขาและเธอร้องประสานกันระงม เฉินไป่อี้บดเบียดบั้นท้ายเร่งอัดเข้าส่งผลให้ซู่ถิงถิงร้องลั่นแข่งกับเสียงเนื้ออัดกระทบกันดังตับๆ เธอออดอ้อนขอให้เขาทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลงมัวเมาในคาวโลกีย์จากระเบียงย้ายเข้าที่นอน สองคนกอดก่ายกันอย่างหลงใหลในรูปกายและรสกามารมณ์ของอีกฝ่ายโดยไม่สนถูกผิดแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“ฮัลโหล” ซู่ถิงถิงกดรับสายหลังรู้แน่ชัดว่าใครโทรหา
“ว่าไงเพื่อนรัก โทรหาฉันแต่เช้าเชียวมีอะไรเหรอ”
“อื้อ ถิงถิง ฉันว่าจะชวนเธอไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านท่านน่ะ เธอจะไปกับฉันหรือเปล่า” เสียงต้นสายถามมา
“วันไหนเหรอ” ซู่ถิงถิงถาม
“เย็นวันพรุ่งนี้” ต้นสายตอบ
“วันคริสต์มาสอีฟน่ะเหรอ อืม..ฉันไม่ว่างเลยเพื่อนรักฉันมีนัดกับ..แฟนฉันน่ะ” ซู่ถิงถิงบอกและต่อด้วยคำถามที่เธอรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“ทำไมเธอไม่โทรชวนแฟนเธอไปด้วยล่ะมาชวนเพื่อนทำไมยะ หรือพี่เฉินเขาไม่ว่าง” หญิงสาวยิ้มเบ้ปาก
“ก็ว่าจะชวนหลังจากคุยกับเธอนี่ล่ะ ถ้างั้นฉันโทรหาเขาก่อนนะ ไว้เจอกันหลังปีใหม่ อ่อ เอ่อ...เมอรี่คริสต์มาสนะถิงถิงผู้น่ารัก”
“จ้าเมอรี่คริสต์มาสเพื่อนรัก” เธอเบ้ปากใส่โทรศัพท์อีกครั้งพลางยิ้มเยาะ
“ใครโทรมาเหรอถิงถิง”
“ก็นังโง่นั่นน่ะสิ อีกหน่อยหล่อนก็โทรมาหาพี่แล้วล่ะ” ซู่ถิงถิงบอกพลางเอนตัวลงซบแนบใบหน้าลงบนแผ่นอกของเฉินไป่อี้
“ทำไมไปว่าเธอโง่แบบนั้นล่ะ อย่างน้อยหลี่หลิงหลงก็เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอนะ” เฉินไป่อี้ถามพลางหันไปมองหน้าหญิงสาวที่นอนข้างกาย
“จะไม่ให้ว่าโง่ได้ยังไงล่ะ พี่น่ากินขนาดนี้แถมเอามันอีกต่างหากหล่อนไม่ยอมกินเอาแต่หวงพรหมจรรย์ไว้หลังแต่งงาน เลยไม่รู้ว่าพี่เด็ดแค่ไหนไม่เรียกโง่จะให้เรียกอะไรเหรอ” เธอพูดเอาอกเอาใจอีกคนแต่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันคนที่เธอเพิ่งจะเรียกว่าเพื่อนรัก ทั้งสองจูบกันหัวร่อต่อกระซิกจนเมื่อมีสายโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามา ซู่ถิงถิงหันไปหยิบโทรศัพท์ของฝ่ายชายที่วางอยู่โต๊ะข้างหัวเตียง
“นั่นไงหล่อนโทรมาหาแล้ว คิก” เธอยื่นโทรศัพท์ให้เฉินไป่อี้ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะคิกคักอยู่ข้างหูเขา
“ฮัลโหล ว่าไงครับที่รัก” เฉินไปอี้ตอบรับต้นสาย
“พี่ไป่อี้ พี่อยู่ไหนคะยุ่งอยู่หรือเปล่า”
“นิดหน่อยน่ะว่าไงจ๊ะหลิงหลงคนดีของพี่”
“คิก” ซู่ถิงถิงแอบหัวเราะให้กับการแสดงของฝ่ายชาย
“อะอา” เฉินไป่อี้เผลอครางเมื่อซู่ถิงถิงซุกซนเคลื่อนมือไปจับส่วนนั้นของเขาแล้วแกล้งทำให้มันแข็งทื่อ
“พี่เป็นอะไรเหรอคะพี่อยู่กับใครเหรอหรือว่าพี่ไม่สบายให้ฉันไปหาไหม” หลี่หลิงหลงถามเมื่อเธอได้ยินเสียงแปลกๆ ดังแทรกขึ้น
“อา อะเอ่อไม่ต้อง น้องมีเรื่องด่วนอะไรก็รีบพูดมาเลยพี่กำลังยุ่งนะหลิงหลง”
หลี่หลิงหลงหันมองฝูโจวเมื่อเขารั้งตัวเอวบางขึ้นนั่งบนตักตนขณะที่ม้าย่ำเดินไปอย่างเชื่องช้า“ทำอย่างที่ใจข้าอยาก อา ตัวข้าตึงไปหมดแล้วเมียจ๋าช่วยโน้มตัวลงไปจับอานม้าก่อนได้ไหม” หญิงสาวมองเขาตาละห้อยสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงทำตามโดยไม่ขัดข้อง“อ๊ะ พี่ฝูโจว”อกกว้างโน้มตัวลงทับแผ่นหลังบางขณะสตรีที่อยู่เบื้องหน้าหันข้ามไหล่กัดริมฝีปากยกหัวคิ้วสูงมองเขาตาลอย มือใหญ่ก็เอื้อมถึงสันคอของอาชาไนย“ขอโทษนะอาโป เจ้าช่วยเร่งฝีเท้าพาข้ากับภรรยาไปป่าเหมยฮวาเร็วขึ้นอีกนิด”“อึอื้อ” หญิงสาวครางเมื่อเขาตั้งตัวตรงแล้วดึงร่างบางให้เอนหลังแนบแผ่นอกด้วยลมหายใจกระเส่า มือกำบังเหียนแน่นก่อนฟาดมันลง”“ย๊า!!”“อะ!! อ๊า!! อ๊า!!” ยิ่งม้ากระแทกเกือกลงพื้นแรงเท่าใดริมฝีปากอวบอิ่มยิ่งกรีดร้องดังเท่านั้นหญิงสาวจุกจนน้ำตาไหลตัวสั่นเทิ้ม กระตุกเกร็งเร่าๆ มือเล็กรีบจับอานม้าไว้ใบหน้าเธอเหยเกกรีดร้องไม่เป็นศัพท์ เอวบางอรชรดีดเด้งขึ้นลงทั้งที่ส่วนนั้นของเขาฝังลึกอยู่ในตัวจนถึงที่หมายอาชาไนยย่ำเท้าช้าลงขณะที่ต้นคอร่างบางพาดอยู่ระหว่างซอกคอฝูโจวครางกระเส่าหายใจหอบ และเขาก็ซุกไซ้จมูกคมอยู่พวงแก้มนวลนางแทบจะตลอดเวลา
“ก็เพราะว่า” เหล่าพ่อค้าพูดยังไม่จบขณะกำลังผายมือไปหาชายร่างสูงว่าได้เขาคุ้มภัย หลี่เจิ้งหนานก็ปรี่เข้าหาพลางชักดาบออกชี้ปลายดาบเดินตรงไปจี้ที่อกเขาไว้“เผยตัวตนออกมา ต่อหน้าท่านอ๋องเจ้ายังกล้าปิดบังใบหน้า” สายตาคมเงยขึ้นจ้องชายเบื้องหน้า ขณะนั้นเองดาบของหลี่เจิ้งหนานก็แทบหลุดมือ“เอ่อ.. ข้าน้อยขออภัย” เขารีบเก็บดาบเข้าฝักจนคนข้างหลังรู้สึกแปลกๆ ก่อนเขาจะกระโจนใส่ชายที่เพิ่งหันดาบเข้าหาอย่างดีอกดีใจ“ท่านกลับมาแล้ว พี่รอง ฮ่าๆๆ” ฝูโจวถึงกับกลอกตามองบนกับความติ๊งต๊องที่ไม่เคยเปลี่ยนเมื่อหลี่เจิ้งหนานกระโดดกอดเขาเหมือนลิงน้อยเจอแม่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไรได้แต่กอดตอบแล้วกระซิบบอก“นี่เหมือนว่าจะมีคนมองเจ้าอยู่นะ หลายคนด้วย”“หา” หลี่เจิ้งหนานลุกลี้ลุกลนหันมองไปรอบข้างและสะดุดเข้ากับสายตาของหมอหญิงจางซินอี๋ก่อนปล่อยขาลงแล้วผละออก“ข้าดีใจที่ท่านกลับมา”“อืม”ฝูโจวพยักหน้าในขณะที่อ๋องซีฮันยังคงตะลึงในท่าทีของชายสองคน โจวหมิ่นเองก็เดินมาหยุดมองห่างเขาเพียงสามก้าวก่อนที่ฝูโจวจะดึงผ้าลงดวงตากลมถึงเบิกโพลง“ท่านพี่” หญิงสาวกระโจนหาพี่ชายที่เฝ้ารอกว่าห้าเดือนจนเกือบจะถึงเวลาแต่งงานอยู่แล้ว สองพ
ฝูโจวกอดหลี่หลิงหลงไว้แน่นก่อนผละออก ต่างฝ่ายต่างประคองใบหน้าเช็ดน้ำตาให้กัน ยิ้มและพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ก่อนจะโผเข้ากอดแนบแน่นอีกครั้ง“เจ้ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“สามเดือนก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากไปหาท่านใจแทบขาดแต่เจียเอ๋อห้ามไว้ เขาบอกว่าท่านมาที่นี่ทุกปีข้าเลยอดทนรอ”“เขาคิดถูกแล้วล่ะ โจรชุกชุมมากเดินทางลำพังคงอันตราย”“อื้ม”“ทางบ้านเป็นเช่นไรบ้าง ทั้งสามคนแข็งแรงดีหรือเปล่า เจ้ามาที่นี่พวกเขาจะเสียใจไหม” ฝูโจวถามคำถามนั้นก่อนผละออกมองหน้าเธอ“ทุกคนแข็งแรงดีเจ้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่เหมือนเข้าใจสถานการณ์ ท่านทั้งสองต่างโบกมือลาให้ข้าตอนอากาศแปรปรวน อี้หลงเองก็เช่นกัน” ฝูโจวดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง“ขอบคุณสวรรค์ที่นำพาเจ้ากลับมาหาข้า”“เหตุการณ์คืนนั้นทำข้ากลัว เป็นห่วงท่านแทบแย่เลยรู้ไหม”“ข้ารู้ ข้าเองก็เป็นห่วงเจ้ามาก โชคดีที่นาฬิกาของเจ้าช่วยข้าเอาไว้เราไปนั่งกันเถอะ”“จริงสิท่านหิวหรือเปล่าข้าทำอาหารมาแล้วเดี๋ยวข้าไปตักข้าวมาเพิ่ม”“งั้นข้าไปเป็นเพื่อน” สองคนยิ้มให้กันก่อนจูงมือเดินออกนอกห้อง มุ่งตรงไปยังโรงครัวของอารามเขต บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดแล้ว ทั้งสองเ
เจียเอ๋อยังไม่ทันตอบฝูโจวก็พูดเองและเดินนำไปก่อนจนถึงประตูอาราม พลันสายตาของเขาก็หันไปเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่งไวๆ เดินไปอีกทาง ร่างสูงนึกแปลกใจว่าที่นี่มีสตรีมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าอาราม แต่สิ่งแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้าไปคือเด็กน้อยชี้นิ้วทักท้วงรูปชายชราบนเพดานจนเขามองตาม“ท่านฝูโจว ความจริงอาจารย์ปู่ได้จากโลกนี้ไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้วล่ะ”“เอ๋..จริงเหรอ”“ขอรับ จริงสิ..นี่เสี่ยวเป่าเจ้าอยากอยู่ที่นี่หรือเปล่าข้าไม่มีเพื่อน แล้วข้าจะสอนความรู้ของเต๋าให้”“ข้าจะได้เรียนเหรอ”“ใช่” เด็กน้อยมีท่าทีดีใจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นครุ่นคิด“แต่ว่าชีวิตข้าตอนนี้เป็นของนายท่านแล้ว ข้าคงอยู่กับท่านไม่ได้ ข้าต้องคอยติดตามปรนนิบัติเขา”“เสี่ยวเป่า” มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมเด็กน้อยก่อนจะย่อตัวนั่งลงต่อหน้า“เจ้ายังเด็กมาก หากติดตามข้าตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้เป็นทหาร แต่เจ้าจะได้เป็นเด็กในครัวแทน เผลอๆ อาจต้องกลายเป็นเด็กตัดชายเสื้อ ซึ่งข้าไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”“เด็กตัดชายเสื้อคืออะไรเหรอขอรับ”“เอาเป็นว่ามันไม่ดีสำหรับตัวเจ้าแน่ ที่ผ่านมามีหลายคนที่ต้องจบชีวิตตนเองเ
“ท่านจะลองฝึกควบม้าหรือเปล่าขอรับ เราจะได้เดินทางเร็วขึ้น”“ข้าต้องทำยังไงเหรอ”“ก่อนอื่นท่านต้องรู้จักควบคุมม้าด้วยบังเหียนเสียก่อน ว่าจะทำยังไงให้มันหยุดในยามที่มันวิ่งเร็วเกินไปหรือกำลังชนสิ่งกีดขวางเช่นต้นไม้หรือแม้กระทั่งหน้าผา บังคับให้มันไปตามเส้นทางที่ต้องการ ท่านต้องรู้จักคุยกับมันปลอบใจมั
ยามโฉ่ว แคว้นฝูเจี้ยน เมืองฝูโจว 273 ปี ก่อนคริสตกาลครืน!!! เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ฝูโจว องครักษ์มือขวาและคนสนิทของอ๋องซีฮันถึงกับสะดุ้งตื่นจากหลับฝัน“โอย ข้าฝันไปหรอกเหรอฟ้าจะมาร้องทำไมกันตอนนี้ นี่มันฤดูหนาวนะ ว่าแต่เมื่อครู่ข้าฝันประหลาดจริงๆ สตรีผู้นั้นแต่งตัวไม่คุ้นตา โดนอะไร
ห้าทุ่มสี่สิบห้าคืนวันคริสต์มาสอีฟ วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ฮ่องกงติ๊ง!!!เสียงลิฟต์เปิดออกในขณะที่เฉินไป่อี้วิ่งตามหลี่หลิงหลงไปยังทางหนีไฟเขาเห็นผมดำๆ ของเธอผ่านแต่ละชั้นไปอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจวิ่งกลับไปยังลิฟต์ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยสมาชิกคอนโดกำลังทยอยออกเขาก็ตะโกนบอกในทันที“ช่วยกดเปิดค้าง
ขณะที่ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดไม่นานนักก็มีกลุ่มคนกรูออกมาทุกสายตาจับจ้องมองที่ทั้งสอง หลี่หลิงหลงถือโอกาสนี้ผลักเขาจนเซถอยหลังไปไกลแล้วรีบมุดแทรกเข้าลิฟต์ทันที“หลิงหลง หลิงหลง ฟังพี่ก่อนหลี่หลิงหลง”เสียงเฉินไป่อี้เรียกตามกึกก้องไปทั้งชั้นเมื่อประตูโลหะขนาดใหญ่ปิดสนิทแล้วลิฟต์ก็เคลื่อนตัวลง เฉินไป่อี











