Masukหลิงหลงทะลุมิติไปในยุคโบราณแต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างอ๋องหนุ่มต้องอยู่ในร่างเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอรู้ว่าเขาหลงรักน้องสาวผู้เรียบร้อยและงดงามของฝูโจวจึงคิดช่วยให้ทั้งคู่สมหวัง ในระหว่างทำภารกิจของร่างที่ตนอาศัยเธอสนิทสนมกับฝูโจวองครักษ์ของอ๋องซีฮัน ทว่าเมื่อย้ายร่างอีกครั้งเธอไม่ได้ลาเขาตื่นคราวนี้กลับอยู่ในร่างสตรีต้องพิษใกล้ตาย
Lihat lebih banyakหลี่หลิงหลงหันมองฝูโจวเมื่อเขารั้งตัวเอวบางขึ้นนั่งบนตักตนขณะที่ม้าย่ำเดินไปอย่างเชื่องช้า“ทำอย่างที่ใจข้าอยาก อา ตัวข้าตึงไปหมดแล้วเมียจ๋าช่วยโน้มตัวลงไปจับอานม้าก่อนได้ไหม” หญิงสาวมองเขาตาละห้อยสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงทำตามโดยไม่ขัดข้อง“อ๊ะ พี่ฝูโจว”อกกว้างโน้มตัวลงทับแผ่นหลังบางขณะสตรีที่อยู่เบื้องหน้าหันข้ามไหล่กัดริมฝีปากยกหัวคิ้วสูงมองเขาตาลอย มือใหญ่ก็เอื้อมถึงสันคอของอาชาไนย“ขอโทษนะอาโป เจ้าช่วยเร่งฝีเท้าพาข้ากับภรรยาไปป่าเหมยฮวาเร็วขึ้นอีกนิด”“อึอื้อ” หญิงสาวครางเมื่อเขาตั้งตัวตรงแล้วดึงร่างบางให้เอนหลังแนบแผ่นอกด้วยลมหายใจกระเส่า มือกำบังเหียนแน่นก่อนฟาดมันลง”“ย๊า!!”“อะ!! อ๊า!! อ๊า!!” ยิ่งม้ากระแทกเกือกลงพื้นแรงเท่าใดริมฝีปากอวบอิ่มยิ่งกรีดร้องดังเท่านั้นหญิงสาวจุกจนน้ำตาไหลตัวสั่นเทิ้ม กระตุกเกร็งเร่าๆ มือเล็กรีบจับอานม้าไว้ใบหน้าเธอเหยเกกรีดร้องไม่เป็นศัพท์ เอวบางอรชรดีดเด้งขึ้นลงทั้งที่ส่วนนั้นของเขาฝังลึกอยู่ในตัวจนถึงที่หมายอาชาไนยย่ำเท้าช้าลงขณะที่ต้นคอร่างบางพาดอยู่ระหว่างซอกคอฝูโจวครางกระเส่าหายใจหอบ และเขาก็ซุกไซ้จมูกคมอยู่พวงแก้มนวลนางแทบจะตลอดเวลา
“ก็เพราะว่า” เหล่าพ่อค้าพูดยังไม่จบขณะกำลังผายมือไปหาชายร่างสูงว่าได้เขาคุ้มภัย หลี่เจิ้งหนานก็ปรี่เข้าหาพลางชักดาบออกชี้ปลายดาบเดินตรงไปจี้ที่อกเขาไว้“เผยตัวตนออกมา ต่อหน้าท่านอ๋องเจ้ายังกล้าปิดบังใบหน้า” สายตาคมเงยขึ้นจ้องชายเบื้องหน้า ขณะนั้นเองดาบของหลี่เจิ้งหนานก็แทบหลุดมือ“เอ่อ.. ข้าน้อยขออภัย” เขารีบเก็บดาบเข้าฝักจนคนข้างหลังรู้สึกแปลกๆ ก่อนเขาจะกระโจนใส่ชายที่เพิ่งหันดาบเข้าหาอย่างดีอกดีใจ“ท่านกลับมาแล้ว พี่รอง ฮ่าๆๆ” ฝูโจวถึงกับกลอกตามองบนกับความติ๊งต๊องที่ไม่เคยเปลี่ยนเมื่อหลี่เจิ้งหนานกระโดดกอดเขาเหมือนลิงน้อยเจอแม่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไรได้แต่กอดตอบแล้วกระซิบบอก“นี่เหมือนว่าจะมีคนมองเจ้าอยู่นะ หลายคนด้วย”“หา” หลี่เจิ้งหนานลุกลี้ลุกลนหันมองไปรอบข้างและสะดุดเข้ากับสายตาของหมอหญิงจางซินอี๋ก่อนปล่อยขาลงแล้วผละออก“ข้าดีใจที่ท่านกลับมา”“อืม”ฝูโจวพยักหน้าในขณะที่อ๋องซีฮันยังคงตะลึงในท่าทีของชายสองคน โจวหมิ่นเองก็เดินมาหยุดมองห่างเขาเพียงสามก้าวก่อนที่ฝูโจวจะดึงผ้าลงดวงตากลมถึงเบิกโพลง“ท่านพี่” หญิงสาวกระโจนหาพี่ชายที่เฝ้ารอกว่าห้าเดือนจนเกือบจะถึงเวลาแต่งงานอยู่แล้ว สองพ
ฝูโจวกอดหลี่หลิงหลงไว้แน่นก่อนผละออก ต่างฝ่ายต่างประคองใบหน้าเช็ดน้ำตาให้กัน ยิ้มและพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ก่อนจะโผเข้ากอดแนบแน่นอีกครั้ง“เจ้ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“สามเดือนก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากไปหาท่านใจแทบขาดแต่เจียเอ๋อห้ามไว้ เขาบอกว่าท่านมาที่นี่ทุกปีข้าเลยอดทนรอ”“เขาคิดถูกแล้วล่ะ โจรชุกชุมมากเดินทางลำพังคงอันตราย”“อื้ม”“ทางบ้านเป็นเช่นไรบ้าง ทั้งสามคนแข็งแรงดีหรือเปล่า เจ้ามาที่นี่พวกเขาจะเสียใจไหม” ฝูโจวถามคำถามนั้นก่อนผละออกมองหน้าเธอ“ทุกคนแข็งแรงดีเจ้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่เหมือนเข้าใจสถานการณ์ ท่านทั้งสองต่างโบกมือลาให้ข้าตอนอากาศแปรปรวน อี้หลงเองก็เช่นกัน” ฝูโจวดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง“ขอบคุณสวรรค์ที่นำพาเจ้ากลับมาหาข้า”“เหตุการณ์คืนนั้นทำข้ากลัว เป็นห่วงท่านแทบแย่เลยรู้ไหม”“ข้ารู้ ข้าเองก็เป็นห่วงเจ้ามาก โชคดีที่นาฬิกาของเจ้าช่วยข้าเอาไว้เราไปนั่งกันเถอะ”“จริงสิท่านหิวหรือเปล่าข้าทำอาหารมาแล้วเดี๋ยวข้าไปตักข้าวมาเพิ่ม”“งั้นข้าไปเป็นเพื่อน” สองคนยิ้มให้กันก่อนจูงมือเดินออกนอกห้อง มุ่งตรงไปยังโรงครัวของอารามเขต บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดแล้ว ทั้งสองเ
เจียเอ๋อยังไม่ทันตอบฝูโจวก็พูดเองและเดินนำไปก่อนจนถึงประตูอาราม พลันสายตาของเขาก็หันไปเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่งไวๆ เดินไปอีกทาง ร่างสูงนึกแปลกใจว่าที่นี่มีสตรีมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าอาราม แต่สิ่งแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้าไปคือเด็กน้อยชี้นิ้วทักท้วงรูปชายชราบนเพดานจนเขามองตาม“ท่านฝูโจว ความจริงอาจารย์ปู่ได้จากโลกนี้ไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้วล่ะ”“เอ๋..จริงเหรอ”“ขอรับ จริงสิ..นี่เสี่ยวเป่าเจ้าอยากอยู่ที่นี่หรือเปล่าข้าไม่มีเพื่อน แล้วข้าจะสอนความรู้ของเต๋าให้”“ข้าจะได้เรียนเหรอ”“ใช่” เด็กน้อยมีท่าทีดีใจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นครุ่นคิด“แต่ว่าชีวิตข้าตอนนี้เป็นของนายท่านแล้ว ข้าคงอยู่กับท่านไม่ได้ ข้าต้องคอยติดตามปรนนิบัติเขา”“เสี่ยวเป่า” มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมเด็กน้อยก่อนจะย่อตัวนั่งลงต่อหน้า“เจ้ายังเด็กมาก หากติดตามข้าตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้เป็นทหาร แต่เจ้าจะได้เป็นเด็กในครัวแทน เผลอๆ อาจต้องกลายเป็นเด็กตัดชายเสื้อ ซึ่งข้าไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”“เด็กตัดชายเสื้อคืออะไรเหรอขอรับ”“เอาเป็นว่ามันไม่ดีสำหรับตัวเจ้าแน่ ที่ผ่านมามีหลายคนที่ต้องจบชีวิตตนเองเ
คริสต์มาสอีฟเวียนมาบรรจบอีกครั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกนั่งดื่มกินกันอย่างมีความสุขและมันเป็นแบบนี้มาทุกปี หลังกินเสร็จต่างก็ช่วยกันเก็บจานแล้วพากันมานั่งเล่นอยู่หน้าทีวี ก่อนที่หลี่หลิงหลงจะขอตัวออกไปสูดอากาศในสวนหลังบ้าน หลี่ซือเหนียงกำชับลูกสาวว่าอย่าอยู่นานเพราะอากาศข้างนอกเย็นมากและปีนี้ก็รู้สึกได้ว่า
หลี่จางเหว่ยค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง หลังมันถูกระเบิดออกแล้วเริ่มเล่าถึงมูลเหตุให้ตำรวจฟัง ทั้งยังบอกถึงบันทึกเดิมที่เคยลงไว้เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นคืนแรกที่ฝูโจวมาเยือนยุคปัจจุบันนี้เช่นกัน“แล้วชายร่างสูงผมยาวคนนั้นล่ะครับเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวคุณ”“นั่น” หลี่จางเหว่ยหยุดกลืนน้ำลายครุ่นคิ
หลี่หลิงหลงพยักหน้าเมื่อน้องชายบอกให้รอ เธอเข้าใจสถานการณ์ดีแต่น้ำตาของหญิงสาวยังคงไหลรินไม่หยุดในขณะที่ตำรวจเริ่มทยอยกลับมารายงานว่าหาผู้ร้ายไม่เจอเธอยืนกุมมือตนแนบกลางอกด้วยใจและกายที่สั่นเทาน้ำตาร่วง อกสั่นขวัญแขวนและได้ยินทุกอย่างที่ตำรวจพูดจนน้องชายกลับมาพร้อมเสื้อคลุมกันหนาว เขาห่มให้เธอก่อน
หลี่หลิงหลงร้องตามเพื่อหยุดเขาเอาไว้เพราะรู้สึกกลัวในใจชอบกลแต่หญิงสาวห้ามร่างสูงไม่ทัน ชายหนุ่มวิ่งลงไปรวดเร็วมากจนร่างที่สะบักสะบอมต้องกัดฟันกุมท้องลากสังขารตนเองวิ่งตามเอี๊ยด!! สี่ล้อกลมหยุดกึกเมื่อหลี่อี้หลงจอดได้เขาก็รีบเปิดประตูวิ่งออกจากรถมาทันทีขณะที่หลี่หลิงหลงวิ่งกะเผลกตามฝูโจวมานอกตัวบ้











