LOGINหลิงหลงทะลุมิติไปในยุคโบราณแต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างอ๋องหนุ่มต้องอยู่ในร่างเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอรู้ว่าเขาหลงรักน้องสาวผู้เรียบร้อยและงดงามของฝูโจวจึงคิดช่วยให้ทั้งคู่สมหวัง ในระหว่างทำภารกิจของร่างที่ตนอาศัยเธอสนิทสนมกับฝูโจวองครักษ์ของอ๋องซีฮัน ทว่าเมื่อย้ายร่างอีกครั้งเธอไม่ได้ลาเขาตื่นคราวนี้กลับอยู่ในร่างสตรีต้องพิษใกล้ตาย
View More|山辺梢《やまべこずえ》の視線の先には、長い黒髪をなびかせた二歳上の先輩、|村田笑理《むらたえみり》の大きな瞳があった。笑理の制服の胸ポケットには卒業用の胸花が刺さったままである。
笑理の顔が近づくと、梢はゆっくりと目を閉じる。唇に当たる感触は実に柔らかいもので、この瞬間こそ梢にとってはファーストキスだった。 微動だにしない梢が目を開けると、そこには優しく微笑む笑理の姿があった。 「笑理先輩……」 「梢ちゃん」 梢はそのまま、笑理にそっと抱きしめられた。密着した笑理の体のぬくもりが、梢にも伝わっている。 「じゃあね」 笑理はそれだけ言うと、梢の特徴であった三つ編みを撫でて、去っていった。梢はただ、呆然と笑理の後ろ姿を見送ったが、これが笑理の姿を見た最後の日となった。あの卒業式から十年の歳月が流れ、入社四年目の春を迎えた梢は、都心にある出版社『ひかり書房』で、小説担当の編集者をしている。三つ編みだった髪型はポニーテールに変わっており、どちらかと言えば控えめだった性格も、編集者という仕事柄か割とハキハキした物言いになっていた。
「山辺君」 名前を呼ばれた梢は、文字校正中だった原稿と赤ペンを置き、文芸部長の高梨のデスクへ向かった。 「三田村理絵先生の後任、正式に君になった。先生には、既に俺から後任の担当が君になったことは伝えてある。近いうちに、先生の事務所に挨拶に行ってきてくれ」 「分かりました」 名前以外に公となっている情報は出ていないものの、三田村理絵と言えば恋愛小説のヒットメーカーで、文芸部にとっても大きな存在であることは梢にも分かっていた。数日後、梢は高梨から教えてもらった住所を元に、スマホのマップアプリを見ながら、私鉄で三十分ほどの郊外を歩いて、三田村のマンション兼事務所を探していた。
とある高層マンションに到着すると、梢は部屋番号を押し、インターホンを鳴らした。 「はい?」 スピーカーから女性の声が聞こえた。 「『ひかり書房』の山辺と言います。ご挨拶に伺いました」 「どうぞ」 と、声が聞こえ、オートロックとなっている自動ドアが開いた。 三田村の部屋の前に来た梢は、ドアの前でチャイムを鳴らした。部屋からはこちらに向かってくる足音が聞こえる。 「やっぱり、梢ちゃんだ」 ドアが開き、明るい声で出迎えたのは、笑理だった。あの長い黒髪は健在である。 「笑理先輩……」 突然の笑理との再会に、梢は思わず唖然となった。หลี่หลิงหลงหันมองฝูโจวเมื่อเขารั้งตัวเอวบางขึ้นนั่งบนตักตนขณะที่ม้าย่ำเดินไปอย่างเชื่องช้า“ทำอย่างที่ใจข้าอยาก อา ตัวข้าตึงไปหมดแล้วเมียจ๋าช่วยโน้มตัวลงไปจับอานม้าก่อนได้ไหม” หญิงสาวมองเขาตาละห้อยสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงทำตามโดยไม่ขัดข้อง“อ๊ะ พี่ฝูโจว”อกกว้างโน้มตัวลงทับแผ่นหลังบางขณะสตรีที่อยู่เบื้องหน้าหันข้ามไหล่กัดริมฝีปากยกหัวคิ้วสูงมองเขาตาลอย มือใหญ่ก็เอื้อมถึงสันคอของอาชาไนย“ขอโทษนะอาโป เจ้าช่วยเร่งฝีเท้าพาข้ากับภรรยาไปป่าเหมยฮวาเร็วขึ้นอีกนิด”“อึอื้อ” หญิงสาวครางเมื่อเขาตั้งตัวตรงแล้วดึงร่างบางให้เอนหลังแนบแผ่นอกด้วยลมหายใจกระเส่า มือกำบังเหียนแน่นก่อนฟาดมันลง”“ย๊า!!”“อะ!! อ๊า!! อ๊า!!” ยิ่งม้ากระแทกเกือกลงพื้นแรงเท่าใดริมฝีปากอวบอิ่มยิ่งกรีดร้องดังเท่านั้นหญิงสาวจุกจนน้ำตาไหลตัวสั่นเทิ้ม กระตุกเกร็งเร่าๆ มือเล็กรีบจับอานม้าไว้ใบหน้าเธอเหยเกกรีดร้องไม่เป็นศัพท์ เอวบางอรชรดีดเด้งขึ้นลงทั้งที่ส่วนนั้นของเขาฝังลึกอยู่ในตัวจนถึงที่หมายอาชาไนยย่ำเท้าช้าลงขณะที่ต้นคอร่างบางพาดอยู่ระหว่างซอกคอฝูโจวครางกระเส่าหายใจหอบ และเขาก็ซุกไซ้จมูกคมอยู่พวงแก้มนวลนางแทบจะตลอดเวลา
“ก็เพราะว่า” เหล่าพ่อค้าพูดยังไม่จบขณะกำลังผายมือไปหาชายร่างสูงว่าได้เขาคุ้มภัย หลี่เจิ้งหนานก็ปรี่เข้าหาพลางชักดาบออกชี้ปลายดาบเดินตรงไปจี้ที่อกเขาไว้“เผยตัวตนออกมา ต่อหน้าท่านอ๋องเจ้ายังกล้าปิดบังใบหน้า” สายตาคมเงยขึ้นจ้องชายเบื้องหน้า ขณะนั้นเองดาบของหลี่เจิ้งหนานก็แทบหลุดมือ“เอ่อ.. ข้าน้อยขออภัย” เขารีบเก็บดาบเข้าฝักจนคนข้างหลังรู้สึกแปลกๆ ก่อนเขาจะกระโจนใส่ชายที่เพิ่งหันดาบเข้าหาอย่างดีอกดีใจ“ท่านกลับมาแล้ว พี่รอง ฮ่าๆๆ” ฝูโจวถึงกับกลอกตามองบนกับความติ๊งต๊องที่ไม่เคยเปลี่ยนเมื่อหลี่เจิ้งหนานกระโดดกอดเขาเหมือนลิงน้อยเจอแม่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไรได้แต่กอดตอบแล้วกระซิบบอก“นี่เหมือนว่าจะมีคนมองเจ้าอยู่นะ หลายคนด้วย”“หา” หลี่เจิ้งหนานลุกลี้ลุกลนหันมองไปรอบข้างและสะดุดเข้ากับสายตาของหมอหญิงจางซินอี๋ก่อนปล่อยขาลงแล้วผละออก“ข้าดีใจที่ท่านกลับมา”“อืม”ฝูโจวพยักหน้าในขณะที่อ๋องซีฮันยังคงตะลึงในท่าทีของชายสองคน โจวหมิ่นเองก็เดินมาหยุดมองห่างเขาเพียงสามก้าวก่อนที่ฝูโจวจะดึงผ้าลงดวงตากลมถึงเบิกโพลง“ท่านพี่” หญิงสาวกระโจนหาพี่ชายที่เฝ้ารอกว่าห้าเดือนจนเกือบจะถึงเวลาแต่งงานอยู่แล้ว สองพ
ฝูโจวกอดหลี่หลิงหลงไว้แน่นก่อนผละออก ต่างฝ่ายต่างประคองใบหน้าเช็ดน้ำตาให้กัน ยิ้มและพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ก่อนจะโผเข้ากอดแนบแน่นอีกครั้ง“เจ้ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“สามเดือนก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากไปหาท่านใจแทบขาดแต่เจียเอ๋อห้ามไว้ เขาบอกว่าท่านมาที่นี่ทุกปีข้าเลยอดทนรอ”“เขาคิดถูกแล้วล่ะ โจรชุกชุมมากเดินทางลำพังคงอันตราย”“อื้ม”“ทางบ้านเป็นเช่นไรบ้าง ทั้งสามคนแข็งแรงดีหรือเปล่า เจ้ามาที่นี่พวกเขาจะเสียใจไหม” ฝูโจวถามคำถามนั้นก่อนผละออกมองหน้าเธอ“ทุกคนแข็งแรงดีเจ้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่เหมือนเข้าใจสถานการณ์ ท่านทั้งสองต่างโบกมือลาให้ข้าตอนอากาศแปรปรวน อี้หลงเองก็เช่นกัน” ฝูโจวดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง“ขอบคุณสวรรค์ที่นำพาเจ้ากลับมาหาข้า”“เหตุการณ์คืนนั้นทำข้ากลัว เป็นห่วงท่านแทบแย่เลยรู้ไหม”“ข้ารู้ ข้าเองก็เป็นห่วงเจ้ามาก โชคดีที่นาฬิกาของเจ้าช่วยข้าเอาไว้เราไปนั่งกันเถอะ”“จริงสิท่านหิวหรือเปล่าข้าทำอาหารมาแล้วเดี๋ยวข้าไปตักข้าวมาเพิ่ม”“งั้นข้าไปเป็นเพื่อน” สองคนยิ้มให้กันก่อนจูงมือเดินออกนอกห้อง มุ่งตรงไปยังโรงครัวของอารามเขต บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดแล้ว ทั้งสองเ
เจียเอ๋อยังไม่ทันตอบฝูโจวก็พูดเองและเดินนำไปก่อนจนถึงประตูอาราม พลันสายตาของเขาก็หันไปเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่งไวๆ เดินไปอีกทาง ร่างสูงนึกแปลกใจว่าที่นี่มีสตรีมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าอาราม แต่สิ่งแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้าไปคือเด็กน้อยชี้นิ้วทักท้วงรูปชายชราบนเพดานจนเขามองตาม“ท่านฝูโจว ความจริงอาจารย์ปู่ได้จากโลกนี้ไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้วล่ะ”“เอ๋..จริงเหรอ”“ขอรับ จริงสิ..นี่เสี่ยวเป่าเจ้าอยากอยู่ที่นี่หรือเปล่าข้าไม่มีเพื่อน แล้วข้าจะสอนความรู้ของเต๋าให้”“ข้าจะได้เรียนเหรอ”“ใช่” เด็กน้อยมีท่าทีดีใจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นครุ่นคิด“แต่ว่าชีวิตข้าตอนนี้เป็นของนายท่านแล้ว ข้าคงอยู่กับท่านไม่ได้ ข้าต้องคอยติดตามปรนนิบัติเขา”“เสี่ยวเป่า” มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมเด็กน้อยก่อนจะย่อตัวนั่งลงต่อหน้า“เจ้ายังเด็กมาก หากติดตามข้าตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้เป็นทหาร แต่เจ้าจะได้เป็นเด็กในครัวแทน เผลอๆ อาจต้องกลายเป็นเด็กตัดชายเสื้อ ซึ่งข้าไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”“เด็กตัดชายเสื้อคืออะไรเหรอขอรับ”“เอาเป็นว่ามันไม่ดีสำหรับตัวเจ้าแน่ ที่ผ่านมามีหลายคนที่ต้องจบชีวิตตนเองเ
สามอาชาไนยถูกบังคับควบเร็ววิ่งฝ่าแหวกฝูงชนออกจากเมืองหลวงไปราวสิบลี้เพียงเพราะหนึ่งบุรุษถวิลหาหนึ่งสตรี หนึ่งคนรู้สึกเหนื่อยล้ากระหายน้ำและปวดหัวที่สองคนไม่ฟังตน อีกคนก็หน้าตึงเพราะสงสัย เหตุใดน้องสาวจึงต้องมาเป็นบ่าวรับใช้อยู่บ้านสกุลเหริน ทั้งยังกะมาเอาเรื่องเหรินไห่อีกด้วยปัง!!ขายาวก้าวสาวไวว่
“ข้าน้อยจางซินอี๋คารวะท่านอ๋องซีฮัน”“แม่นางจางเริ่มลงมือเลย” อ๋องซีฮันหันไปพยักหน้าแต่ไม่ได้มองร่างบางให้ชัดเจนนักทั้งอนุญาตให้ทำแผลทันที“หนิงเอ๋อ เจ้าลองไปดูน้ำร้อนในห้องครัวให้ข้าที เอาน้ำเย็นมาด้วยนะ”“เจ้าค่ะ”“เอ่อ ท่านต้องการให้ข้าช่วยหรือเปล่า” หมอหญิงมองอาหวงแกะผมอ๋องซีฮันดูงกๆ เงิ่นๆ จึง
“พวกเจ้าหยุดพักกันก่อนเถอะเดินทางมาทั้งวันนี่ก็ใกล้ค่ำแล้วข้าอยากเข้าไปตอนฟ้ามืดหน่อยตอนนี้มีอะไรก็กินกันก่อนข้าไม่อยากไว้ใจอาหารในโรงเตี๊ยม บางทีหากพวกมันเห็นพวกเรามันอาจวางยาในอาหารและน้ำ ทางที่ดีกันไว้ดีกว่า”“ขอรับท่านอ๋อง”ทหารทำตามคำสั่ง จัดแจงหาอาหารและน้ำดื่มกินกันง่ายๆ ก่อนเข้าโรงเตี๊ยม ฝู
“ฝูโจวกว่าจะไปถึงโรงเตี๊ยมเราต้องเดินทางกี่วัน”“ห้าวันกับสี่ราตรีขอรับ”“หา!!!”“ท่านแปลกใจอะไรเหรอขอรับ”“ทำไมนานจังล่ะ”“ก็เราเดินทางด้วยรถลากกับรถขนสัมภาระที่มีแต่หินกรวดกับฟางไม่ใช่ม้าเร็วระยะเวลาก็จะนานหน่อยขอรับ”“ทำไมเจ้าไม่บอกข้าล่ะ”“ก็ข้านึกว่าท่านรู้นี่ขอรับ”“แล้วเรารีบแต่งชุดสตรีมาทำไ





