ログインย้อนกลับมาคราวนี้ ขอโทษทีที่เซิ้งอวี้ไม่สามารถเป็นลูกกตัญญูได้ เธอเดินหน้าสาวไส้คนชั่วแบบเรียงตัว ใครหน้าไหนที่เคยทำอะไรกับเธอไว้ อย่าคิดว่าจะรอด เธอตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะเหยียบพวกมันให้จมดิน!
もっと見るบทที่ 2 งานเลี้ยง (2) เซิ้งอวี้ที่ยืนอยู่ในเงามืดรับรู้ได้ถึงรสขมปร่าที่โคนลิ้น สายตาของเธอจ้องมองคนพวกนั้นด้วยความรู้สึกสมเพช พ่อที่พร้อมจะทอดทิ้งลูกสาวเพื่อผลประโยชน์ พี่ชายที่หลงน้องสาวต่างสายเลือดจนลืมน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง และแม่ที่ประคบประหงมลูกนอกไส้ราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเอง เห็นแล้วก็ช่างน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆเหยาเซิ้งอวี้มองประเมินภาพตรงหน้าด้วยสายตาของนิติเวชสาว‘เคสนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ ใบหน้านวลเนียนที่ดูผุดผ่องแต่ซ่อนการแสดงที่เน่าเฟะไว้ภายใน สมควรต้องลงมีดชำแหละให้ลึกถึงแกนกระดูก’เหยาเซิ้งอวี้ก้าวออกจากเงามืดอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนนั้นเบาหวิว ทว่ากลับทรงอำนาจจนบรรยากาศในห้องโถงค่อย ๆ เงียบเสียงลงทีละน้อย ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างบางในชุดโค้ทสีเบจที่ดูสุขุมนุ่มลึกผิดกับสีเสื้อผ้าฉูดฉาดของแขกเหรื่อ ทำให้ทุกคนต้องหันมาจับจ้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอยืนนิ่งอยู่ห่างจากกลุ่มคนเหล่านั้นเพียงไม่กี่ก้าว ริมฝีปากบางประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา แววตาของคุณหนูรองนั้นว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่นแต่กลับแฝงรังสีอำมหิตจาง ๆ ที่ทำให้คนสบ
บทที่ 2 งานเลี้ยง (1)ความทรงจำเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนไหลย้อนกลับมาในหัวเปรียบเสมือนม้วนฟิล์มเก่าที่ถูกนำมาฉายซ้ำ ปี 1978 ตอนที่เธออายุสิบสามปี และกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ จู่ ๆ พ่อแม่ของเธอได้จูงมือเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ท่าทางหวาดกลัวและขี้อายคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน เด็กคนนั้นอายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี สวมชุดกระโปรงสีมอซอแต่กลับได้รับการประคบประหงมจากแม่ของเธออย่างออกหน้าออกตา'เซิ้งอวี้ ช่วงที่ลูกไม่อยู่ แม่คงเหงาน่าดู อีกทั้งระยะนี้แม่สุขภาพไม่ค่อยดี พ่อกับแม่เลยรับหรันอิงจากสถานสงเคราะห์เอามาอุปถัมภ์เป็นลูกสาวอีกคนของบ้านเรา หวังให้เธอมาช่วยดูแลแม่แทนลูกน่ะ'นั่นคือข้ออ้างสวยหรูที่มู่เยี่ยนถิงใช้ตบตาเธอ ในตอนนั้นเหยาเซิ้งอวี้คือผ้าขาวที่แสนบริสุทธิ์ เธอหลงเชื่อคำพูดเหล่านั้นอย่างสนิทใจ รู้สึกสงสารและเอ็นดูเด็กกำพร้าผู้น่าสงสารคนนี้จนหมดหัวใจ ยอมถอยให้ทุกอย่าง แบ่งปันเสื้อผ้า ของเล่น แม้กระทั่งความรักจากครอบครัว โดยไม่เคยรู้เลยว่า งูพิษที่เธออุตส่าห์ให้ที่พักพิง จะเติบโตขึ้นมาแว้งกัดจนเธอไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจเหยาเซิ้งอวี้เค้นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ แววตาที
บทที่ 1 ถูกทอดทิ้ง (2) เหยาเซิ้งอวี้มองดูพ่อแม่ที่เดินหันหลังให้เธอ แล้วเข้าไปห้อมล้อมประคองเซี่ยหรันอิง ให้ความรู้สึกเหมือนน้องสาวนอกสายเลือดคนนั้นเป็นอัญมณีล้ำค่า นี่มันยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกว่า ลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอ มันก็แค่คนไร้ค่าที่ถูกทอดทิ้งฝูงชนเริ่มขยับเข้ามาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่ของตระกูลเหยาไม่ไยดีเธอแล้ว เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นดังขึ้นรอบทิศทาง"ฆ่ามัน! ฆ่านังผู้หญิงขี้อิจฉาที่ลบหลู่เทพเจ้า!"ก้อนหินขนาดใหญ่ฟาดเข้าที่ศีรษะของเธออย่างจัง โลกทั้งใบหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะเริ่มขาดสะบั้น เหยาเซิ้งอวี้มองเห็นภาพสุดท้ายเป็นใบหน้าของเซี่ยหรันอิง ที่หันกลับมามองเธอผ่านกระจกรถยนต์หรู รอยยิ้มของผู้ชนะที่เหยียดเย้ยนั้น คือสิ่งสุดท้ายที่ประทับลงในความทรงจำของเหยาเซิ้งอวี้‘ถ้าเป็นไปได้... ขอให้ฉันได้มีโอกาส... กลับมากระชากหน้ากากพวกมันให้สิ้นซาก’ความมืดมิดเข้าครอบงำช้า ๆ ลมหายใจที่แผ่วเบาดับวูบลงท่ามกลางเสียงสายฝนที่ชำระล้างคราบเลือดบนพื้นถนน แต่ไม่อาจชำระล้างความแค้นที่สุมอยู่ในทรวงอกของเธอได้เลยพริบตาต่อมา…เฮือก!เหยาเซิ้งอวี้สะดุ้งสุดตัว ลมหายใจหอบถี่ไม่ได้ต่างอะไรกับคนที่เพิ
บทที่ 1 ถูกทอดทิ้ง (1)ค่ำคืนหนึ่งในปี 1995 บรรยากาศรอบกายรายล้อมไปด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มันช่างหนาวเหน็บเสียจนบาดลึกเข้าถึงแก่นกระดูก ร่างของเหยาเซิ้งอวี้ทรุดฮวบลงบนพื้นคอนกรีตที่เปียกโชก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นดินและไอชื้น มือที่เคยประคองมีดผ่าตัดอย่างมั่นคง ตอนนี้กลับสั่นเทาและอาบไปด้วยสีแดงฉานชวนให้สะดุดตา"นังผู้หญิงขี้อิจฉา! กล้าดียังไงมาลบหลู่ท่านอาจารย์ปู่!"เสียงตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่งดังระงมมาจากกลุ่มคนที่ยืนล้อมรอบ พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือบรรดาผู้ศรัทธาในลัทธิร่างทรงที่กำลังรุมล้อมดักทำร้ายเธอ ก้อนอิฐและไม้หน้าสามถูกฟาดลงบนร่างกายของเธออย่างไร้ความปรานี เพียงเพราะเธอพยายามนำผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ออกมาแฉว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยหรันอิง แท้จริงแล้วคือสารเคมีอันตรายที่ออกฤทธิ์กดประสาทเหยาเซิ้งอวี้พยายามจะยันตัวขึ้น ลมหายใจขาดห้วงและหนักอึ้ง ทุกครั้งที่ขยับ ความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจากซี่โครงที่หักร้าวประท้วงการเคลื่อนไหว นัยน์ตาที่เคยคมปลาบดุจใบมีดเริ่มพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดพริบตานั้น เสียงรองเ