@CN SPORT SHOWROOM
“อ้าว คุณธี หวัดดีครับ”
“อืม”
ผมแค่พยักหน้ารับลูกน้องไอ้เชนทร์มัน แล้วที่มาที่นี่ ผมกะว่าจะมาคุยกับไอ้เชนทร์เรื่องรถที่ผมสั่งซื้อกับมันไว้
“นายมึงอ่ะ”
“ยังไม่มาเลยครับ คุณธีนั่งรอ...”
ที่เสียงลูกน้องไอ้เชนทร์มันขาดไป เพราะผมขี้เกียจฟังมันพูดแล้ว ผมตัดสินใจเดินเข้าไปรอไอ้เจ้าของโชว์รูมที่โคตรมาทำงานตรงเวลาจนน่าถีบในห้องมันเลย แล้วถ้าถามว่าทำไมผมถึงไม่ขออนุญาต หรือบอกให้ลูกน้องมันรับทราบสักคำ คำตอบคือ ไม่จำเป็น ในเมื่อมันเห็นตำๆตา มันก็น่าจะแปลความออกได้เอง
พอเข้ามาในห้อง ผมก็นั่งรอไอ้เชนทร์มันที่โซฟา รอ รอ รอ รอ รอ แล้วก็รอไปสักพัก ผมก็รู้สึกว่าประตูห้องทำงานถูกเปิด แล้วคนที่โผล่หน้ามา ก็คือคนที่ผมคิดไว้อยู่แล้ว
“มาทำไมวะ”
มันทักผมได้โคตรน่าฟัง
“มึงทักเพื่อนแบบนี้เหรอวะสัส”
ผมสวนมันไปนิ่งๆ แบบว่านิ่งแล้วก็ดูจริงจังด้วยแหละมั้ง มันถึงได้มองผมเหมือนกำลังนึกด่าผมในใจ แล้วผมเองก็เริ่มหมั่นไส้มันแล้ว แม่ง ด่าทางสายตามันน่าเตะกว่าด่ากันซึ่งๆหน้าว่ามั้ย
“เลิกนินทากู แล้วมานั่งได้แล้วไอ้สัส กูมีเรื่องจะคุยกับมึง”
“เรื่องเหี้ยไรครับไอ้ท่านประธาน”
มันเดินมานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผม
“รถที่สั่งซื้อกับมึง กูอยากเปลี่ยนรุ่น”
ผมบอกมันไปนิ่งๆ
“ยังไง ไหนบอกชอบคันนั้นแล้ว”
“กูจะเปลี่ยนใจบ้างไม่ได้เหรอ”
“เหมือนที่เปลี่ยนสาวไม่ซ้ำหน้าอ่ะเหรอ”
“นั่นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย”
ผมบอกมันแล้วลุกขึ้น พอดีว่านึกอะไรออก อีกอย่าง ผมขี้เกียจนั่งให้ไอ้เหี้ยนี่มันทำหน้ากวนตีนใส่แล้ว คือตั้งแต่ปีหนึ่งยันตอนนี้ มันก็กวนตีน แถมหน้าด้านได้โคตรเหี้ยแบบนี้มาตลอด
“อ้าวเห้ย แล้วนั่นมึงจะไปไหน”
ผมว่าแล้วมันต้องทัก
“ไปโรงแรม”
“แล้วคือมึงมีเรื่องคุยแค่นี้?”
“เออ”
“ไอ้เหี้ย แล้วจะมาให้เปลืองน้ำมันรถเพื่อ?”
“ผ่านมาพอดี อีกอย่าง เดี๋ยวกูมีสัมภาษณ์เด็กใหม่ พอดีเพิ่งนึกออก”
ก็อย่างที่ผมบอก ว่าเพิ่งนึกอะไรออก
“ไปละ ส่วนเรื่องรายละเอียดรถ กูค่อยมาคุยกับมึงอีกที”
บอกมันเสร็จผมก็เดินออกมาเลย อยากเห็นน้ำหน้าไอ้เด็กใหม่เต็มที ว่าถ้ามันเห็นหน้าผมแล้วจะตกใจจนอยากวิ่งหนีออกจากโรงแรมไม่ทันรึเปล่า จริงสินะ ดูเหมือนผมยังไม่ได้บอก ผมธี ตอนนี้โดนพ่อยัดเยียดให้ช่วยบริหารโรงแรม เพราะไม่อยากให้ไปทำไอ้อะไรที่ผมอยากทำ แต่สิ่งที่ท่านไม่รู้(หรือรู้แต่แกล้งไม่รู้) คือท่านห้ามผมไม่ได้หรอก ยังไงผมก็ยังยืนยันจะสานต่อในสิ่งที่ผมอยากทำ นั่นก็คือธุรกิจของตาผม ท่านวางมือแล้วส่งทอดมาให้ผม ผมก็รับไว้อย่างเต็มใจ ส่วนพ่อผม ผมจะทำสิ่งที่ท่านต้องการให้ก็ได้ แต่ผมก็จะไม่ทิ้งธุรกิจของตา เพราะผมชอบมัน ชอบที่จะเป็นแบบนั้น ฟังดูเหมือนว่าผมจะหัวแข็งสักหน่อย แต่นี่มันก็เป็นนิสัยผม ผมนิ่งๆไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น ผมถนัดคิดในหัว แล้วลงมือทำเลยมากกว่า เอาแค่นี้คร่าวๆก่อนแล้วกัน เพราะผมก็ไม่ค่อยรู้นิสัยตัวเองสักเท่าไหร่หรอก เอาไว้พวกคุณดูผมต่อไปเรื่อยๆ แล้วเอาไปตัดสินใจกันเอาเองแล้วกัน ว่าสรุปแล้ว ผมเป็นคนยังไง แล้วอะไรคือตัวตนของผมจริงๆ
Rrrrrrrrrrr...!!!
“ว่าไง”
“ออกจากมหาลัยแล้วครับนาย”
“อืม เดี๋ยวกูไป”
คุยเสร็จผมก็วางสายจากลูกน้อง คงสงสัยกันว่าผมคุยเรื่องอะไร ก็เรื่องเด็กใหม่ที่ผมกำลังจะไปสัมภาษณ์มันนั่นแหละ ผมสั่งลูกน้องให้ไปตามดูนิดหน่อย เพราะถ้าเกิดว่ามันตุกติกขึ้นมา ผมจะได้หาวิธีอื่นจัดการ
-T END
@T ‘rcn HOTEL
“ทำไมต้องเป็นที่นี่วะ”
ฉันเดินเข้ามาในโรงแรมบ้าๆนี่แบบงงๆ คือไม่เข้าใจจริงๆ เมื่อกี้พ่อโทรไปบอกฉันว่าถ้าเรียนเสร็จแล้วให้มาสมัครงานที่โรงแรมนี้ คือทำไมต้องเป็นโรงแรมนี้ ทำไมต้องเจาะจง ฉันไม่เข้าใจ แล้วจะให้สมัครตำแหน่งอะไร หน้าอย่างฉันเขาจะรับเหรอ ทำไมเมื่อกี้เสียงพูดของพ่อนี่คือฟังดูโคตรมั่นใจ
“สวัสดีค่ะ ติดต่ออะไรคะ”
เดี๋ยวนะ คือพนักงานจะเสียงเพราะอะไรเบอร์นั้น นี่ถ้าไม่ติดว่ามาสมัครงานนะ รับรอง ฉันจีบแม่งแล้ว เออเนอะ ลืมไปว่ายังไม่บอกเพศตัวเอง ยังไม่ได้บอกชื่อด้วย ฉันโรสนะ เป็นผู้ชายที่ดันมาเกิดในร่างผู้หญิง แม่งเป็นอะไรที่ซวยเหี้ยแดกมาก แถมเรียนก็โง่อีก สรุปชีวิตฉันตอนนี้คือโคตรบัดซบอ่ะ แม่งไม่มีอะไรดี รถก็ไม่มีขับ งานก็ต้องโดนบังคับทำ แถมความซวยซ้ำซวยซ้อนคือฉันโคตรแน่ใจว่าท่าทางกร่างๆอย่างฉัน โรงแรมนี้เขาคงไม่อยากแบ่งตำแหน่งอะไรมาให้หรอก แต่!!! ก็ลองเสี่ยงๆสมัครไปก่อนละกัน อย่างน้อยก็ได้กลับไปบอกพ่อได้ ว่ามาสมัครแล้ว แต่เขาเสือกไม่รับ
“มาสมัครงาน”
ว่าแล้วไง ว่ายัยนี่มันต้องแสดงความแปลกใจอย่างไม่กลัวโดนต่อยออกมา แม่งสวยซะเปล่า ทำไมวะ ทำไม อย่างกูนี่มาสมัครงานไม่ได้!?
“เอ่อ ฝ่ายบุคคลทางนั้นค่ะ”
ก็ยังดีที่มันอุตส่าห์บอก
“อือ”
ฉันพยักหน้าแล้วเดินไปตามที่ยัยนั่นบอก
“สวัสดีค่ะ ติดต่ออะไรคะ”
“สมัครงาน”
“เคยกรอกใบสมัครล่วงหน้าไว้รึเปล่าคะ”
“ไม่เคย”
“งั้นรอสักครู่ค่ะ”
นางบอกฉันแล้วหันหลังไปทำอะไรไม่รู้
“นี่ค่ะใบสมัคร เดี๋ยวเชิญกรอกก่อนนะคะ”
ตอนนี้ฉันสงสัยนิดนึงว่าทำไมยัยนี่ไม่ทำหน้าแปลกใจที่เห็นฉันมาสมัครงาน ไม่เหมือนยัยพนักงานต้อนรับคนเมื่อกี้ แต่ช่างแม่งละกัน กรอกๆให้เสร็จๆ จะได้กลับสักที
“ฮัลโหล ค่ะ ค่ะ ได้ค่ะ”
ระหว่างที่ฉันกรอกใบสมัครอยู่ หูมันก็ทำหน้าที่เสือกไปตามเรื่อง
“เสร็จแล้ว ต้องทำไงต่อ”
กรอกใบสมัครเสร็จฉันก็เอาไปยื่นให้พนักงานคนเดิม เดาๆอยู่ในใจว่ามันคงให้กรอกทิ้งไว้แล้วไล่กลับบ้านตามสไตล์นั่นแหละ
“ขึ้นไปสัมภาษณ์ชั้นท่านผู้บริหารได้เลยค่ะ”
ห้ะ! เดี๋ยวนะ คือหูฉันเสือกเรื่องชาวบ้านจนเพี้ยนไปแล้วมั้ง
“ว่าไงนะ”
“ท่านประธานเรียกให้ไปสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ วันนี้ท่านว่าง อยากจะสัมภาษณ์เอง เชิญที่ชั้น27ค่ะ”
“เอ่อ อืม อือ”
ฉันพยักหน้าแล้วเดินไปที่ลิฟต์อย่างมึนๆงงๆ ก็ใครมันจะไปคิดวะ
ตึ๊ง!
-floor 27-
“ห้องไหนวะ”
ฉันเดินมึนๆมาเรื่อยๆ เห็นห้องไม่กี่ห้องหรอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าห้องไหน เดาไม่ออกจริงๆ ว่าไอ้สัสท่านประธานมันอยู่ห้องไหน
“เห้ย พี่”
บังเอิญมีคนเดินมาพอดีฉันเลยว่าจะลองถาม ไอ้สัสนี่ก็เสือกทำหน้าแปลกๆอีกแล้ว ...เห็นกูมาอยู่ตรงนี้นี่มันแปลกนักเหรอไอ้ห่า!
“มีไรน้อง แล้วนี่ขึ้นมาได้ไงอ่ะ ชั้นผู้บริหารนะ”
“ก็ไอ้ผู้บริหารนั่นแหละเรียกขึ้นมา”
“ห้ะ!? ผู้บริหารเรียก!!?”
(-ตกใจสัสๆเลยไอ้เหี้ย!-)
“เออ แล้วพี่รู้ป่ะ ว่าห้องไอ้สัส เอ๊ย! ไอ้ท่านประธานมันอยู่ไหน”
ตอนนี้ไอ้พี่หน้าหมาไม่แดกมันก็ยังไม่หยุดงง
“ว่าไงพี่”
ฉันสะกิด(หนักๆ)ที่ไหล่มัน
“อ๋อๆ นั่น อยู่นั่นอ่ะ”
มันชี้ไปที่หน้าประตูห้องใหญ่สุด
“เคๆ ขอบใจ”
ฉันบอกมันแล้วเดินตรงไปเปิดประตูห้อง เอาตรงๆคือเปิดพรวดเข้าไปเลย เอ่อ จะว่าไปก็รู้สึกเหมือนลืมไรไปสักอย่าง
“เคยอ่านคุณสมบัติผู้ดีมั้ย เขาสอนให้เคาะประตูก่อนเปิด”
นั่นไง โดนเข้าแล้วฉัน แต่ช่างแม่งดิ ใครแคร์
“ก็มาสัมภาษณ์งาน ไม่ได้มาเทสคุณสมบัติผู้ดี”