“เกิดไรขึ้นอ่ะ พวกมึงทำไร หยุดนะเว้ย!”
พอตะโกนออกไป ฉันก็รีบวิ่งเข้าไปแยกไอ้พวกสารเลวสามคนที่กำลังจะทำร้ายพ่อกับแม่ฉัน แล้วผลักออกไปแรงๆ ก่อนจะเข้าไปยืนขวางพ่อแม่ฉันไว้
“พวกมึงจะทำอะไร! ออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้นะเว้ย!”
“พวกกูออกแน่ ถ้าพ่อแม่มึงยอมคืนเงินที่ติดนายเอาไว้มาให้พวกกู!”
ไอ้พวกชายชุดดำตะโกนกลับมา แต่ที่ฉันตกใจไม่ใช่เสียงตะโกน ...คำพูดของพวกมันมากกว่าที่ฉันตกใจ
“เงิน? เงินอะไร”
พวกมันไม่ตอบคำถามฉัน ส่วนฉันก็ร้อนรนอยากจะรู้เกินกว่าจะรอ ฉันเลยหันไปถามพ่อแม่แทน
“เงินอะไรเหรอพ่อ แม่ บอกฉันดิ พวกมันพูดเรื่องอะไร มันโกหกใช่ป่ะ”
พ่อแม่ฉันยืนนิ่งทำหน้าแปลกๆคืออะไร อีกอย่างนึงที่สำคัญคือทั้งคู่ไม่ยอมสบตาฉัน นี่มันไม่ปกติแล้วนะฉันว่า
“พ่อแม่ ว่าไงอ่ะ ตอบฉันดิ”
“นั่นดิวะ นิ่งทำไม รีบตอบลูกมึงไปดิ ว่าติดหนี้นายกูอยู่เท่าไหร่ แล้ววันนี้สัญญาไรไว้กับนายกู”
สิ่งที่ไอ้พวกเวรตะไลพวกนั้นพูด ยิ่งได้ยินฉันก็ยิ่งตกใจ
“ติดหนี้เหรอ มึงบอกว่าพ่อกับแม่กูติดหนี้พวกมึงงั้นเหรอ”
“ใช่ แล้ววันนี้มันก็สัญญาจะคืนนายกูก่อนแสนนึง แล้วไหนอ่ะแสนนึง เอามาดิ”
พวกมันทำกร่างท่าทางอันธพาลขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นจนฉันอยากกระโดดถีบหน้าพวกมันให้ฟันร่วงใจแทบขาด
“กูไม่เชื่อว่าพ่อแม่กูติดหนี้พวกมึง ออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ ถ้าพวกมึงไม่อยากโดนลากเข้าตะราง”
“เข้าตะราง? ฮ่ะ ฮ่ะๆๆฮ่า อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากจริงๆเว้ย จับพวกกูเข้าคุกงั้นเหรอ กูว่ามึงถามพ่อแม่มึงก่อนดีมั้ยน้องทอมหน้าหวาน ว่าตกลงแล้วอะไรเป็นอะไร เพราะเดี๋ยวจะหน้าแหกหมอไม่รับเย็บเอานะเว้ย แล้วอีกอย่าง คนที่ต้องโดนลาก แม่งคงไม่ใช่พวกกูหรอกว่ะ แต่เป็นพ่อแม่มึงต่างหาก แล้วก็ไม่ใช่คุกหรอกนะที่จะโดนลากไป แต่เป็นนรก!”
ถ้ามันพูดอย่างเดียวฉันคงไม่ตกใจขนาดนี้ แต่นี่มันเล่นยกปืนขึ้นมาขู่ แม่ง แค่หน้าโหดๆของพวกมันอย่างเดียว ก็น่าขนลุกพออยู่แล้ว
“เอ่อ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ”
อยู่ๆพ่อฉันก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และเขาทำในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิด ก็คือยกมือสั่นๆขึ้นมาไหว้พวกนั้น
“ฉันไหว้ล่ะ นะ เก็บปืนก่อนเถอะนะ”
“พ่อ ไม่เอาดิ อย่าไปไหว้พวกมัน ไอ้พวกสวะ”
ฉันพยายามจะเอามือพ่อลงแต่เขาก็ไม่ยอม
“ปล่อย แกไม่ต้องมายุ่ง! เพราะแกนั่นแหละที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้!”
เขาตะคอกใส่ฉัน แถมสะบัดมือฉันออกอีก ทั้งๆที่ฉันหวังดีแท้ๆ แล้วที่พ่อพูดคืออะไร ฉันงงไปหมดแล้ว เรื่องหนี้พวกนี้ฉันน่ะเหรอที่เป็นต้นเหตุ ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ แต่ฉันเสียใจมากกว่า เมื่อเขาไม่เห็นค่าทั้งๆที่ฉันพยายามปกป้อง แถมยังมาโทษว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดฉัน
“ทำไมพ่อพูดแบบนี้อ่ะ”
“ฉันพูดเรื่องจริง!”
“พอ! พอได้แล้ว เรื่องปัญหาครอบครัวของพวกมึง พวกกูไม่อยากสนใจ”
พวกมันพูดแทรกขึ้นมาแล้วเลื่อนปลายกระบอกปืนไปหาพ่อฉัน
“ตกลงว่าไง วันนี้จะคืนหรือไม่คืน แต่ถ้าไม่คืน มึงตาย!”
“เอ่อ ใจเย็นๆก่อนนะ เอ่อ ฉัน วันนี้ฉันไม่มี ขะ...ขอ ขอเวลาอีกสักสองสามวันได้มั้ย”
“ไม่ได้! นายเป็นคนรักษาคำพูด ถ้าบอกวันนี้ ก็คือวันนี้!”
“ว้าย! อย่านะ อย่านะจ๊ะ ฉันขอร้อง นะๆๆ อย่าทำอะไรผัวฉันเลย”
แม่ฉันยกมือไหว้พวกมันขึ้นมาอีกคน เพราะดูเหมือนไอ้คนถือปืนมันทำท่าจะลั่นไก
“ถ้าไม่อยากให้ทำก็เอาเงินมา!”
“เอ่อ งั้นเอางี้ได้มั้ย ฉันไม่มีเงิน เอา เอ่อ เอารถลูกฉันไปแทนได้มั้ย คงได้สักแสนสองแสน”
ประโยคนั้นของพ่อทำเอาฉันหันไปมองเขาแทบไม่ทัน ตอนแรกนึกว่าตัวเองหูฝาด แต่ไม่ใช่
“พ่อ ทำไม...”
“แกเงียบไปเลย!”
คราวนี้เป็นแม่ที่ตวาดฉัน ส่งสายตาอาฆาตใส่อย่างที่คนเป็นแม่เขาไม่ทำกัน
“หึ ข้อเสนอน่าสนใจ แต่กูคงต้องถามนายดูก่อนว่ายอมรึเปล่า”
พวกมันยิ้มแล้วล้วงมือถือขึ้นมาโทร ฉันได้ยินไม่ค่อยชัดหรอก แต่ก็คงไม่พ้นเรื่องรถฉัน
“ครับนาย ครับ”
มันวางสายแล้วหันมา
“นายบอกก็ได้ แต่ให้พวกมึงไปแลกรถนั่นมาเป็นเงินก่อน อีกสองวัน ให้พวกมึงเอาเงินเข้าไปคืนนายที่บ่อนด้วยตัวเอง”
เมื่อกี้ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย พวกมันพูดว่าบ่อน หมายถึงบ่อนการพนันน่ะเหรอ
“ดะ...ดะ...ได้ ได้จ้ะ พวกฉันจะรีบเอาเงินไปคืน”
“ดี แล้วถ้าคราวนี้พวกมึงเบี้ยว รับรอง พวกมึงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่”
มันพูดแค่นั้น ก่อนเก็บปืนแล้วหันหลังกลับ แต่อยู่ๆก็หันกลับมาอีก
“อ้อ! นายมีอีกข้อเสนอให้มึง”
“ข้อเสนออะไรจ๊ะ”
“มาใกล้ๆกู”
มันบอกให้พ่อเดินเข้าไปหามัน แล้วมันก็พาพ่อไปพูดข้างนอกบ้าน จากนั้นพ่อก็กลับเข้ามาคนเดียว แสดงว่าพวกมันกลับไปแล้ว เหลือแต่ฉันที่ยังยืนงงผสมกับอาการน้อยใจ แต่พ่อแม่ฉันกลับทำหน้าเหมือนโล่งอก พวกเขาโล่งอกในขณะที่ฉันต้องเสียรถที่ฉันรักไปโดยที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“นี่มันอะไรกัน พ่อแม่ติดหนี้พนันเหรอ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง”
“แกจะไปรู้เรื่องอะไร วันๆเอาแต่ผลาญเงิน งานการไม่รู้จักทำ ที่พวกฉันต้องเข้าบ่อนไปหาเงินก็เพราะมีตัวเสนียดอย่างแกช่วยใช้เงินนั่นแหละรู้เอาไว้”
คำพูดพวกนั้นของแม่ทำเอาฉันช็อคจนพูดไม่ออก ก่อนจะรู้สึกว่ากุญแจรถในมือฉันถูกแม่ฉกไป และถึงฉันอยากจะแย่งคืนแต่มันก็สายไปแล้ว เพราะมันอยู่ในมือแม่แล้ว
“ทำไมต้องเป็นรถฉัน”
“ถามได้ ก็เพราะแกเป็นต้นเหตุไง แกก็ต้องรับผิดชอบ แล้วหลังจากนี้ ฉันจะไม่ให้เงินแกใช้สักบาท ถ้าอยากมีเงิน ก็ไปหางานทำเอาเอง!”
พ่อตวาดใส่ฉันอีกคน จากนั้นก็จับมือแม่ขึ้นชั้นบนไป เหลือแต่ฉัน คราวนี้เหลือแต่ฉันจริงๆ
“ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้วะ ทำไม! ทำไมๆๆๆๆๆ!!!”
ปึกๆๆ...!!!
ฉันต่อยข้างฝาแรงๆรัวๆอย่างไม่รู้สึกเจ็บ ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคิดว่าฉันเป็นคนเข้มแข็ง แต่ทำไม ทำไมน้ำตาฉันมันต้องมาไหลเพราะไอ้เรื่องเหี้ยๆพวกนี้ด้วย ฉันน่ะเหรอผลาญเงิน ทั้งๆที่เงินนั่นมันมรดกของพ่อแม่ฉัน ใช่แล้วล่ะ สองคนเมื่อกี้ พวกเขาเป็นพ่อแม่บุญธรรม ไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ แล้วรถคันนั้นก็เป็นเงินของพ่อแม่แท้ๆของฉัน แล้วการที่พ่อแม่บุญธรรมเข้าบ่อนไปเล่นพนันหวังจะหาเงินมันเป็นความผิดของฉันเหรอ ฟังดูก็รู้ว่าพวกเขาจงใจโยนความผิดให้ฉัน แต่คนที่ได้ชื่อว่าติดหนี้บุญคุณพวกเขาอย่างฉัน คงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีพวกเขาที่เลี้ยงดูฉันต่อจากพ่อแม่แท้ๆที่มาด่วนจากไปตั้งแต่ฉัน 3 ขวบ ป่านนี้ฉันคงตายไปแล้ว
-ROSE END