Mag-log in@ห้องผ่าตัด
ชินกรถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาตีสาม ทั้งอ่อนเพลียเพราะง่วง และปวดแผล ร่างสูงจำใจนอนลงบนเตียงคนไข้แต่โดยดี ในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกกลัว ชีวิตเขาในตอนนี้มีแต่คนที่ไว้ใจไม่ได้เต็มไปหมด อย่างเช่นตอนนี้ ก็ไม่อาจไว้วางใจใครได้ แม้กระทั่งหมอตัวเล็ก ๆ ที่ปากร้ายอย่างเธอ ถึงแม้จะผ่าตัดบ่อย แต่เขาก็เป็นจำพวกใจปลาซิวกลัวเข็มจนแทบบ้าตั้งแต่เด็ก เวลาฉีดยา ทุกคนรู้ว่าเขาต้องหลับก่อนเท่านั้น ไม่เคยโดนฉีดทั้งที่ยังมีสติอยู่ วันนี้คงเป็นครั้งแรกในชีวิต “พร้อมนะ” “จะ...จะทำอะไร” เมื่อเห็นว่ายัยหมอตัวแสบ กำลังจะฉีดยาให้ คนตัวโตก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ฉีดยาชาไง ฉันดูแล้ว ฉีดยาชากับยาแก้ปวดหน่อย แล้วค่อยผ่าตัดเอากระสุนออก เพราะไม่ลึกมาก ผ่าตัดแล้วทำแผลนิดหน่อย แค่นี้ก็น่าจะโอเค” “มะ...ไม่ ห้ามฉีดยา” “คะ?” หมอสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาช่างเป็นคนที่น่ารำคาญจริง ๆ “ไม่ได้ยินหรือไง ก็บอกแล้วไงว่าห้ามฉีดยา” “แล้วคุณไม่เจ็บหรือไง นี่ยาชา แล้วนี่ก็ยาแก้ปวด คุณจะได้บรรเทาอาการปวด จะผ่าตัดสดหรือไง” “ไม่เป็นไร!” เขาขึ้นเสียง “เป็น” พูดจบยาชาในมือก็ถูกฉีดเข้าที่แขนเขาในทันที โดยที่คนกลัวเข็มยังไม่ทันตั้งตัว “...” เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โดนฉีดยา ทั้งที่ยังมีสติอยู่ ถ้าเป็นแบบนั้นก็เถอะ เขาแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ เนื่องจากอาการช็อก ก่อนจะหมดสติไป “คะ...คุณ” หมอสาวก็เรียกขึ้นด้วยความตกใจ โดนยิงขนาดนี้ไม่เป็นไร ต่อปากต่อคำกับเธอได้ตั้งนาน แต่พอเธอฉีดยาทำไมถึงเป็นลมได้แบบนี้ “คนไข้หมดสติไปแล้วค่ะหมอมิริน” ดาวก็พูดขึ้น ด้วยความตกใจ “เขาไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ผ่าตัดเลยดีกว่าดึกมากแล้ว จะได้พักผ่อนกันสักที” “คะ...ค่ะ” ‘ตัวโตเท่าควาย ไอ้มาเฟียใจปลาซิว’ แล้วภายในห้องผ่าตัดก็ดำเนินการต่อไปในทันที ด้วยความเก่งและความสามารถ ของหมอสาวผู้มากด้วยความชำนาญ ก็ผ่าตัดให้เขาจนลุล่วงไปได้ด้วยดี “เจ้านายผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ” เมื่อหมอสาวคนสวยออกมาจากห้องผ่าตัด เหล่าบอดีการ์ดก็ถามขึ้นด้วยความร้อนรน “ตอนนี้เขายังไม่ฟื้นค่ะ แต่อาการไม่มีอะไรมาก พักรักษาตัวไม่กี่วัน ก็กลับบ้านได้” “ขอบคุณนะครับหมอ” “ค่ะ” ถึงแม้เธอจะรู้สึกเคืองใจอยู่ แต่ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พูดจบมาริกาก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที เพราะเธอในตอนนี้ก็เหนื่อยล้ามากเหมือนกัน ไม่มีอะไรแล้วก็ถึงเวลาต้องพักผ่อนสักที “ถ้านายฟื้นขึ้นมา พวกเราจะซวยกันไหมวะเฮีย” “แล้วมึงคิดว่าไงล่ะ” เหล่าบอดีการ์ด ก็ต่างมองหน้ากันพร้อมกับถอนหายใจ ทำได้เพียงแต่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเท่านั้นแหละตอนนี้ วันต่อมา ร่างสูงลืมตาขึ้นมาในช่วงบ่ายของอีกวัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง ใช่ ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องพักฟื้น VVIP ของโรงพยาบาล พร้อมกับใส่ชุดคนไข้ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน กรามแกร่งก็ขบแน่น เขาโดนลอบยิงจากพวกหมาลอบกัด ซ้ำไปกว่านั้นยังเจอยัยหมอปากดีคนนั้น เธอฉีดยาให้ จนภาพเมื่อคืนเลือนลางและตัดไป จำได้ว่าเขาไม่มีสติอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น เป็นแบบนี้มันอันตรายต่อชีวิตเขามาก “นะ...นายครับ” “ไอ้พวกเหี้ย!” เขาตวาดขึ้นด้วยความหงุดหงิด “นะ...นายเจ็บแผลไหมครับ” “สัสเอ้ย!” เขาสบถออกมาด้วยความรู้สึกที่ขุ่นเคืองทั้งเจ็บแผล ทั้งเจ็บใจในเวลาเดียวกัน แม้จะรู้ว่าพวกมันคงไม่ยอมปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปได้ง่าย ๆ แต่ด้วยความรู้สึกที่เสียหน้า จับตัวไอ้พวกนั้นไม่ได้แล้วยังมาเจ็บตัวอีก ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คนไข้ฟื้นแล้วเหรอครับ” เป็นหมอผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามา ดูอาการเขาพร้อมกับพยาบาลสาว “...” เขาเพียงเหลือบมอง ก็นึกว่าจะเป็นหมอผู้หญิงที่ผ่าตัดให้ เข้ามาเสียอีก “คนไข้ทานข้าวแล้วนอนพักนะครับ พยายามอย่าขยับตัว แล้วอย่ากดทับทางด้านที่มีแผล เดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “ครับ” เขาเพียงแต่ตอบเสียงเรียบ ด้วยท่าทางของคนดื้อดึง “ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” “เอ่อ หมอ” “ครับ?” “แล้วหมอผู้หญิงที่ผ่าตัดให้ผม เธอไปไหนแล้ว” เขาถามเสียงเรียบ ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงถามหาเธอ “...” ฉินกับวิทย์ก็หันมองหน้ากันทันที เจ้านายของพวกเขาสนใจใครแบบนี้ที่ไหน “อ่อ หมอมิรินใช่ไหมครับ ออกเวรไปแล้วครับ ก็เลยส่งต่อเคสคุณให้ผม” พูดจบ หมอคนนั้นกับพยาบาลก็เดินออกไปจากห้องทันที “นายหิวไหมครับ” “แดกไปเถอะพวกมึงอะ!” พูดจบก็พลิกตัวหันหลังให้ลูกน้องทันที ณ บ้านมาริกา หมอสาวกลับมาบ้านทันทีที่ออกเวร เป็นอีกวันที่เธอเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เนื่องจากติดผ่าตัดคนไข้หลายเคส ทั้งล่าสุดยังเป็นเคสฉุกเฉินที่น่าปวดหัวมากที่สุด “ป้าอร! ป้าอรคะ” “คะ คุณมิริน” แม่บ้านที่รู้ใจอย่างอิงอร ก็เดินออกมาจากครัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก “มิรินหาชุดนอนที่พึ่งซื้อมาไม่เจอค่ะ” “...” อิงอรได้แต่ถอนหายใจ เพราะจะเป็นแบบนี้เสมอ คนที่เก่งงานมักไม่เก่งเรื่องส่วนตัว เก็บอะไรไว้ตรงไหนก็มักจะลืม “ก็วางอยู่ข้างโต๊ะใกล้ลิ้นชักไงคะ” “มิรินหาแล้วค่ะ ไม่เจอ” “หาดีหรือยังคะ” อิงอรพูดพร้อมกับจ้องใบหน้าสวย ด้วยท่าทางที่เรียบนิ่ง “...” และเมื่อหาอีกครั้งก็เจอจริง ๆ “เจอไหมคะ” “เอ่อ...กะ ก็เจอค่ะ” “ก่อนจะถามหาอะไร ต้องดูให้ดีก่อนนะคะ” อิงอรพูดในเชิงตำหนิ “ก็ถ้ามีป้าอรอยู่แบบนี้ มิรินก็จะถามทุกอย่างแหละค่ะ” จะว่าไปคนที่ไม่มีแม่แล้วอย่างเธอ ก็เหมือนมีป้าอรมาช่วยเติมเต็ม เพราะป้าอรดูแลเธอได้ทุกอย่าง อย่างกับแม่คนหนึ่งที่ทำให้ลูก “ค่ะ” อิงอรได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าให้คุณหมอคนสวย ที่เธอดูแลทุกอย่างให้ จนจะเป็นลูกอยู่แล้ว “ขอโทษด้วยค่ะ เมื่อคืนติดเคสผ่าตัดมาเฟีย มิรินก็เลยหงุดหงิดนิดหน่อย” หมอสาวพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก จนต้องให้หมอคนอื่นไปดูแลแทน “มาเฟีย?” “ใช่ค่ะ ไปโดนยิงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ดูแล้วก็คงจะร้ายใช่เล่น คงโชคดีด้วยแหละ ที่ไม่เป็นอะไรมาก” “น่าสงสาร” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ก็มีภาพเลือนลางที่เหมือนกับว่าตัวเอง เคยพบเจออะไรแบบนั้น อิงอรก็รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมา “ไม่มีอะไรน่าสงสารเลยค่ะป้าอร ไอ้บ้านั่นนะ ร้ายยิ่งกว่าอะไร ไม่ตายก็คงเป็นบุญแล้ว” “คุณมิริน” อิงอรหันไปพูดเชิงตำหนิ “ก็มันจริงหนิคะ มาแล้วก็โวยวาย จะหาหมอกันต์อย่างเดียวเลย แล้วแอบอ้างด้วยนะว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงพยาบาล” “เจ้าของโรงพยาบาล?” “ค่ะ โวยวายว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่มิรินทำงานอยู่ แล้วก็ขู่จะไล่มิรินออก” “ทำไมถึงได้แอบอ้างแบบนั้นละคะ หรือเขาอาจจะเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจริง ๆ” “เหอะ ไม่มีทางหรอกค่ะ เพราะเจ้าของโรงพยาบาลจริง ๆ คือหมอกันต์ มิรินรู้จักดี แล้วหุ้นส่วนใหญ่ ๆ ก็มีแค่เจ้าสัวกับภรรยาเจ้าสัวที่เป็นน้องชายกับน้องสะใภ้ของพ่อพี่หมอเท่านั้นแหละ” เพราะเจ้าของโรงพยาบาลคือหมอศัลยแพทย์หนุ่ม ที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ และผู้ชายคนที่มาแอบอ้าง เธอก็ไม่เคยรู้จักเขาด้วย “มาเฟีย เจ้าของโรงพยาบาล เจ้าสัว ภรรยาเจ้าสัว” เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ อิงอรก็ปวดหัวขึ้นมาทันที ภาพเลือนลางทับซ้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ มันเหมือนทุกอย่าง คือสิ่งที่เธอเคยรู้จัก “ป้าอร เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เมื่อเห็นแบบนั้นหมอสาวก็ตกใจ “ปะ...เปล่าค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วป้าขอตัวก่อนนะคะ” “ไม่เป็นอะไรแน่นะคะ ให้มิรินตรวจให้ก่อนไหม” “ไม่เป็นไรค่ะ ป้าไม่เป็นไร” อิงอรหายใจเหนื่อยหอบ ก่อนจะปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แล้วรีบเดินออกจากบ้านมาริกาไป เกิดอะไรขึ้นกับเธออีกแล้วก็ไม่รู้ ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเริ่มชัดเจนขึ้น ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ตัวตนของตัวเอง มันเหมือนสมองต่อต้านอยู่ตลอดเวลา ว่ายังไม่อยากให้ยอมรับอะไร นอกจากความเป็นจริงในตอนนี้ “ป้าอร” มาริกาที่เห็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ก็ได้แต่มองด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วง“มะ...มิริน” เขาเรียกเธอเสียงแผ่ว พร้อมกับน้ำลายที่กลืนลงคออย่างฝืดเคือง“ใครเหรอคะคุณชินกร” หญิงสาวข้างกายเขาอย่างอิงอิงก็ถามขึ้น ทั้งยังมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เหยียดหยาม“เอ่อ...” แล้วชินกรก็รีบลุกขึ้น เดินไปโอบมาริกา ที่จ้องเขาตาเขม่งอยู่“ครับ นี่มาริกาครับ แฟนของผม” แล้วเขาก็แนะนำมาริกาให้กับสองพ่อลูก ที่มองทั้งคู่เป็นตาเดียวอยู่“แฟน!” อิงอิงก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ ไหนว่าเขาโสด เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ทำไมถึงประกาศตัวว่ามีแฟนแล้วแบบนี้“...” อำพลเอง ก็มองด้วยความรู้สึกที่ไม่ชอบใจ เพราะเขาตั้งใจ มาถวายลูกสาวใส่พานให้กับชินกร เพราะด้วยเขามีอำนาจและอิทธิพล จนอยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน เพื่อชินกรจะเอื้อเฟื้อธุรกิจให้ได้ แต่พอเป็นแบบนี้ก็ผิดแผนไปหมด“สวัสดีค่ะ” มาริกาเอ่ยทักทาย คนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ด้วยใบหน้าที่เชิดหยิ่ง“...” อิงอิงมองเธอด้วยสายตาที่ไม่พอใจมากกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้สวยและดีกว่าเธอทุกอย่าง มิน่านั่งอ่อยอยู่ตั้งนาน ชินกรถึงไม่สนใจอะไรเธอเลย“คุณมาได้ไงที่รัก ฟอด” เขาโอบกอดเธอพร้อมกับหอมแก้มไปฟอดใหญ่“เซอร์ไพรส์ค่ะ” ปากก็ยิ้ม แต่สายตาเธอกลับแข็งกระด้าง จนทำเอาเขาเสียวสันหลัง
ผ่านมาหลายเดือนมากแล้วที่บ้านหลังนี้มีแต่ความสุข จนตอนนี้อิงอรก็กลับมาได้หลายเดือนแล้ว ทุกอย่างยังคงเป็นของเธอจริง ๆ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่เคยหายไปไหนเลย เจ้าสัวธวัชเอง ก็ตามติดภรรยาสุดที่รักเป็นเงา ไม่ว่าอิงอรจะไปที่ไหน เขาก็จะขับรถตามไปด้วยทุกที่ เพราะอิงอรไม่แม้แต่จะให้นั่งรถไปด้วยกัน เขาเลยต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ขับรถไปเอง ทั้งไม่มีบอดีการ์ดคอยดูแลเหมือนแต่ก่อน เพราะไอ้พวกนั้นมันเอียงเอียน ไปทางนายใหญ่อย่างอิงอรหมดแล้วณ โรงพยาบาลเอกชน KS“นี่คุณจะตามมาทำไม” เมื่อเห็นสามีในนามเดินตามมาติด ๆ คุณหญิงอิงอรก็หันมองด้วยท่าทางที่หงุดหงิด“ผมก็อยากมาทำงานกับคุณไง เผื่อคุณจะให้ผมช่วยอะไร”“ไม่จำเป็น คุณมีงานอะไรของคุณ ที่จะทำก็ไปสิ ฉันมาของฉันเองได้”“อร...” เจ้าสัวธวัชก็ได้แต่มองตามภรรยาตาละห้อย เธอไม่แม้จะพูดดีกับเขาเลยในแต่ละวัน“สวัสดีค่ะ” ทันทีที่เห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา มาริกาก็รีบลุกขึ้นสวัสดีทักทายในทันที“จ้ะ เป็นยังไงบ้างวันนี้เหนื่อยไหม ยังมีผ่าตัดเยอะหรือเปล่า”“เยอะค่ะ แต่มีอีกทีบ่ายสาม แล้วก็ถึงดึกเลย”“แบบนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกแล้วสิ” เพราะลูกสะใภ้ของเธอไม่ได้กลับบ้านหล
ณ มาเก๊า“คุณดวงคะ มีคนมารอพบค่ะ” ทันทีที่ดวงพรมาถึงบริษัท เลขาที่อยู่หน้าห้องก็มาแจ้งในทันที“ใคร”“ฉันเอง”“อะ...อร”“ใช่ เธอยังจำฉันได้ด้วยเหรอดวง ดีใจจังเลยนะ”“...” ดวงพรหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นอดีตเพื่อนรักที่นั่งรออยู่ตรงโซฟา พร้อมกับสามีและลูกชายทั้งสองแต่ละทั้งสามคน ก็มองดวงพรด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เพราะตั้งแต่ที่รู้ความจริง ก็หาทางเล่นงาน คนที่พากแม่และภรรยาไปจากพวกเขาได้อย่างเลือดเย็น ทุกวิถีทาง เพื่อจะเอาคืน“นี่เธอสบายดีไหมดวง”“อร...” ดวงพรพูดเสียงแผ่ว ยิ่งเห็นสายตาลูกและสามีของอิงอรมองมาที่เธอ เธอยิ่งรู้สึกกลัว“ฉันถามว่าเธอสบายดีไหม!” อิงอรตะคอกเสียงดัง“เอ่อ...ก็สบายดี แล้วเธอล่ะอร ไปอยู่ที่ไหนมา ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธอ”“หึ เธอดีใจจริง ๆ เหรอดวง”“...”“บริษัทใหญ่โตดีนะ แต่เสียดายที่ผลประกอบการไม่ค่อยดี”“อื่อ เอ่อ ทำไมเธอมาที่บริษัทฉันได้ล่ะ” ดวงพรก็พยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติ แม้ภายในใจจะสั่นกลัวมากก็ตาม“บริษัทเธอเหรอ ดีนะ ฉันหาข้อมูลมาหมดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงอยู่ใช่ไหม” อิงอรก็ยิ้มให้อย่างร้ายกาจเพราะเธอเช็คสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทนี้มาเรียบร้อย จากผลกำไรที
“ถ้าอยากอยู่ตรงนี้ ก็อย่าทำเสียบรรยากาศ” อิงอรพูดแล้วหันไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองสามีในนามเลยแม้แต่น้อย“อ่า ๆ” แล้วเจ้าสัวธวัชก็หุบปากทันที ขนาดจะไอเขายังต้องกลั้นไว้ เพราะกลัวเจ้าของบ้านจะไล่ออกจากบ้านอีก“เอ่อ...” มาริกามองคนที่บึ่งตึงใส่กัน อย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะลอบยิ้มออกมา เมื่อเห็นสองพี่น้องสะกิดกันแล้วยิ้มอย่างมีความสุข นานแล้วที่ไม่เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเขา ชินกรกับกิตติกรตอนนี้มีความสุขมาก จนเธอเองก็มีความสุขตามไปด้วย“จริงสิ แม่ครับ ตอนที่แม่พูดบนเวที ทำไมน้าดวงรีบออกจากงานไปแบบนั้น” เพราะชินกรเองก็สังเกตุเห็นพอดี ปกติคนที่เป็นเพื่อนรักกันขนาดนั้น ต้องเดินเข้าหาแล้วสิ แต่นี่กลับรีบวิ่งออกไป ด้วยท่าทางที่ไม่ปกติ“จริงเหรอเฮีย”“...” เจ้าสัวธวัชก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขาก็ลืมสังเกตุเลยว่าดวงพรหายไป มีเพียงวัลลภา แม่ของภควัตเท่านั้น ที่เข้ามากอดทักทายด้วยความดีใจ“หึ ก็ยัยนั่นเนี่ยแหละ ที่ทำให้แม่ต้องเป็นแบบนี้” อิงอรพูดเสียงสั่น พร้อมกับแววตาที่อาฆาตแค้น เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทที่เธอรักมาก จะกล้าทำเรื่องแบบนี้กับเธอได้ ดวงพรผู้แสนดี จะสั่งคนมาฆ่าเธอได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพรา
ตอนนี้เธอกลับมาเป็นคนใหม่ คนที่เข้มแข็งกว่าเดิม ไม่ใช่คนที่ยอมสามี อย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว อะไรที่เป็นของเธอ เธอจะเอาคืนมา เพื่อเก็บไว้ให้ลูกทั้งหมด“ทุกอย่างที่เป็นของฉัน ฉันจะเอาคืนทั้งหมด”“ได้ ๆ อร ทุกอย่างเป็นของคุณหมดอยู่แล้ว คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ และในบริษัท”“ใช่! และคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ควรมาอยู่ในพื้นที่ของฉัน”“คะ...คุณหมายความว่ายังไง”“ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว เพราะฉันต้องการอยู่แค่กับลูกเท่านั้น ไม่ต้องการให้คนอื่นมาอยู่ด้วย”“อร” เจ้าสัวธวัชก็มองภรรยาด้วยแววตาที่ตัดพ้อ เขารู้ว่าในอดีตเขาเลวมากขนาดไหน แต่ตอนนี้ เขาปรับปรุงตัวทุกอย่างแล้ว เขาเฝ้าฝันรอเธอให้กลับมาอยู่ทุกวัน จนวันนี้มันกลายเป็นความจริงไปแล้ว“ฉันพูดจริง ไม่ได้พูดเล่น”“...”“อร คุณอย่าทำแบบนี้กับผมได้ไหม ผมเฝ้ารอคุณทุกวันให้คุณกลับมา แต่พอคุณกลับมา...”“แล้วมันเพราะใครล่ะ ฉันถึงได้เป็นแบบนี้ ฉันห่างลูกไปเกือบ 20 ปี มีใครรับผิดชอบให้ฉันได้ไหม” ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดเขา 100% แต่เขาก็คือต้นเหตุ ที่ทำให้เธอต้องจากลูกแบบนี้“เชิญ ไปเก็บของให้หมด แล้วออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริ
“วันนี้ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอกับทุกคนอีกครั้งนะคะ”แล้วเสียงปรบมือของความยินดีก็ดังขึ้น“...” เว้นแต่ดวงพร ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่น ทั้งหน้าซีดไปหมด“ในฐานะหุ้นส่วนใหญ่ของ อัคราคินน์ กรุ๊ป ดิฉันก็อยากจะขอพูดอะไรหน่อย”แล้วเจ้าสัวธวัชกับลูกชาย ก็รีบเดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมอง คนที่กำลังพูดอยู่ด้วยน้ำตาที่คลอหน่วย“ทุกคนก็คงสงสัยเหมือนกันใช่ไหมคะ ว่าฉันหายไปไหนมา”“อร คุณหายไปไหนมา” เจ้าสัวธวัชก็ถามเสียงสั่น“กว่า 20 ปี ที่หายไป ฉันความจำเสื่อมค่ะ จำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ชื่อตัวเอง เวลาที่ผ่านมามันทรมานมาก ทรมานจนฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ แม้แต่วันเดียว จนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง แต่อยู่ ๆ ในใจลึก ๆ มันก็รู้สึกว่ายังมีคนที่ฉันต้องคิดถึงอีก ฉันถึงใจชื้นขึ้นมาได้ แล้วทำให้มีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้” อิงอรพูดเสียงสั่น ตอนนี้เธอรู้สึกจุกไปทั้งอก ยิ่งมองหน้าลูกชายทั้งสอง น้ำตามันก็ยิ่งอยากไหลออกมา“แม่...” ชินกรกับกิตติกรเรียกเสียงสั่น“...” มาริกาเอง ก็ร้องไห้ออกมา ด้วยความรู้สึกที่สงสาร เพราะเธอกับอิงอรรู้จักกันมานาน แล้วก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด ที่อิงอรได้รับเสมอ“ตอนนี้ฉั
วันต่อมามาริกาตื่นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่น ถึงแม้ที่นี่จะอากาศหนาวมาก แต่เธอกลับรู้สึกดีเพราะอยู่ที่เมืองไทยค่อนข้างจะร้อนก๊อก ก๊อก ก๊อก“กี่โมงแล้วเนี่ย ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาใหม่ แป๊บนะคะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้น จัดการเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู“สวัสดีค่ะ” เป็นแม่บ้านวัยกลางคน ท
ณ บ้านมาริกามาริกากลับมาที่บ้านอย่างใช้ความคิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงทั้งนั้นเลย เธอยังไม่ได้ตกลงหรือวางแผนอะไรในชีวิต แต่ไอ้คนเจ้าเล่ห์มาเฟียตัวร้ายอย่างเขา กลับทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเรื่องง่ายไปหมด“อ้าว ทำไมวันนี้กลับมาเร็วคะ” อิงอรที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ก็ถา
นานพอสมควรกว่าหมอสาวจะเย็บแผลใหม่ และจัดการทำแผลให้คนที่นอนไม่ได้สติอยู่จนเสร็จ เมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือ บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสอง เธอจึงหันไปบอกผู้ช่วยเฉพาะกิจให้ไปพักผ่อน“ตอนนี้เกือบจะตี 2 แล้ว ป้าไปพักเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรแล้ว”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอไปพักเถอะ ป้าอยู่เฝ้านายต่อเอง ตอนนี้ด
แล้ววันนี้วันศุกร์คนเยอะมาก ขนาดพวกเขาจะเดินไปโซนวีไอพี ที่จอดรถไว้ ก็ยังคับแน่นไปด้วยผู้คน แบบนี้กว่าจะเดินออกไปได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยชินกรในตอนนี้ เขาหน้าซีดเผือดลงเรื่อย ๆ และเลือดมีเลือดไหลออกมามากกว่าเดิม เพราะแผลฉีก และรู้สึกปวดมากจนทนไม่ไหว เพราะพิษบาดแผลมันเลยทำให้เขาหมดสติลง ท่ามกลางผู้คน







