Masukวันต่อมา
ณ โรงพยาบาลเอกชน KS หมอสาวมาทำงานในเวลาเช้ากว่าปกติ เนื่องจากวันนี้มีนัดน้อง ๆ นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ ที่อยากมาคุยเรื่องเคสผ่าตัดกับเธอ “สวัสดีค่ะหมอมิริน แต่งตัวสวยเลยนะคะวันนี้” พยาบาลอย่างดาว ก็รีบทักทันทีเมื่อหมอสาวเดินเข้ามา “ขอบคุณค่ะพี่ดาว วันนี้มิรินมีนัดคุยกับน้องนักศึกษานิดหน่อย” “หืม มิน่าล่ะถึงได้สวยขนาดนี้ พี่ละอิจฉา” “หึ ไม่ต้องอิจฉาหรอกค่ะ แต่งแค่ในโรงพยาบาลเนี่ยแหละไม่ได้ไปไหนเลย” “ไม่ออกไปปาร์ตี้หน่อยเหรอคะ” “พักก่อนค่ะ เหนื่อย” หมอสาวทำท่าเหนื่อยอิดออด เพราะเธอก็ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันมาก จนคิดได้ว่า ต้องลาพักร้อนจริง ๆ สักหน่อยแล้ว “จริงสิ เรื่องคนไข้ที่มาโวยวายวันนั้นเป็นยังไงบ้างคะ พี่ออกเวรก่อน คงจะยุ่งมาก” “ใช่ค่ะ บ้าที่สุดเลย ขออย่าเจออีกก็พอ” “นั่นน่ะสิคะ ถึงแม้เขาจะหล่อ แต่เขาก็ดูน่ากลัวและอันตราย” “...” ก็จริง เขาหล่อมาก แต่เขาดูร้ายและอันตรายเกินไป สัญชาตญาณของเธอเตือนว่า อย่าไปอยู่ใกล้คนแบบนี้เด็ดขาด แต่ก็รู้สึกแปลกใจ ทำไมอยู่ดี ๆ นึกถึงเขาแล้วใจหวิว ๆ ก็ไม่รู้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เชิญครับ” “งานยุ่งมากเหรอคะช่วงนี้” หมอสาวเดินเข้าไปในห้องของว่าที่คู่หมั้นเธอ “ไง ไม่เจอกันเป็นเดือนเลยนะ” เมื่อเห็นใบหน้าสวย เขาก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ “มิรินต้องพูดคำนี้กับพี่หมอไหมคะ” หมอกันต์ อัคราคินน์ อายุ 29 ปี หมอศัลยแพทย์หนุ่มสุดหล่อ ทั้งเขายังมีดีกรีเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน KS ที่เธอกำลังทำงานอยู่ “หึ่ม แล้วทำไมวันนี้มาหาพี่ได้” มือหนาก็ลูบหัวเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ทั้งรอยยิ้มหล่อนั้น มันยังทำให้เธอยิ้มตามได้ “ก็อยากมาหาบ้างไม่ได้เหรอคะ คนเขาอุตส่าห์คิดถึง” “ดูพูดจาเข้า” “อยากมาคุยด้วยนิดหน่อย พอดีเห็นว่าพี่หมอไม่มีผ่าตัดเหมือนกัน” “ใช่วันนี้พี่ว่าง วันก่อนได้ข่าวว่าเจอคนไข้ โดนยิงมาแล้วโวยวายเหรอ” หมอหนุ่มถามขึ้น ด้วยหน้าตาที่ซีเรียส แฝงไปด้วยความไม่สบายใจ เพราะผู้ชายคนนั้นคือไอ้นนท์น้องชายของเขา “ค่ะ! แต่ช่างเถอะ ก็แค่คนบ้า” เธอตอบออกไปอย่างเบื่อหน่าย เขาทั้งไม่มีมารยาท และบ้าที่สุด “คนบ้า?” “ค่ะ มิรินไม่อยากนึกถึงคนไข้แบบนั้นอีก คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ร้ายกาจที่สุด ถ้าไม่ติดว่าตัวเองเป็นหมอนะ มิรินคงเอากรรไกรผ่าตัด ตัดแผลฉีกไปแล้ว ให้สมกับความปากดี” “ฮ่า ๆ” เมื่อได้ยินแบบนั้น หมอหนุ่มก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ปกติแล้วไอ้น้องชายจอมรั้นของเขา ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่ผู้หญิงชอบและอยากได้ แต่ดูสิ่งที่หมอสาวคนสวยพูดถึงสิ จะฆ่ามันให้ตายชัด ๆ “พี่หมอขำอะไรคะ นี่มิรินกำลังซีเรียสนะ” เธอทำหน้างอง้ำ เมื่อหมอรุ่นพี่ หัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลกมาก “พี่ไม่เคยเห็นมิรินพูดถึงใครแบบนี้ไง หมอมิรินที่น่ารักแสนดี ถึงขั้นอยากเอากรรไกรตัดแผลคนไข้ คนนั้นต้องขนาดไหน” “ก็มันจริงนี่คะ โวยวายบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แล้วจะไม่ให้มิรินผ่าตัดให้ จะผ่าตัดแค่กับหมอผู้ชายเท่านั้น เรียกหาพี่หมอด้วย” “ใช่ พี่ดาวเล่าให้พี่ฟังแล้ว” “แบบนี้ไม่ได้นะคะพี่หมอ คิดว่าตัวเองเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน มีลูกน้องมากมาย ถึงกล้ามาแอบอ้างแบบนั้นได้ พี่หมออย่าไปยอมนะ เดี๋ยวจะเสียหายถึงโรงพยาบาล” “คือผู้ชายคนนั้น...” ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตค่ะ หมอมิรินคะ นักศึกษาแพทย์ที่นัดไว้มาถึงแล้วค่ะ” ในตอนนั้นพยาบาลหน้าห้องก็เดินเข้ามาตามพอดี “ค่ะ ๆ แจ้งให้ไปรอที่ห้องประชุมเล็กได้เลยค่ะ มิรินกำลังไป” “ค่ะ” “ถ้าอย่างงั้นมิรินขอตัวก่อนนะคะพี่หมอ ไว้ว่างแล้วเดี๋ยวมิรินมาคุยด้วยใหม่” “โอเค ส่วนเรื่องผู้ชายคนนั้นเขา...” “ช่างเถอะค่ะพี่หมอ คนบ้าแบบนั้น มิรินไม่อยากพูดถึงอีกแล้ว สวัสดีค่ะ” พูดจบหมอสาวก็รีบเดินออกจากห้องไป ที่ไม่อยากพูดถึงอีก ก็เพราะคนแบบนั้นเธอคงไม่เจอเขาอีกแล้ว คงไม่มีใครโชคร้ายโดนยิงซ้ำยิงซ้อนหรอกนะ ‘มาเฟียเถื่อน!’ “เฮ้อ ไอ้นนท์” เมื่อเรื่องราวเป็นแบบนี้ ก็รีบต่อสายหาคนที่บ้านของไอ้น้องชายตัวดีทันที ด้วยที่โทรหาแล้วมันไม่ยอมรับโทรศัพท์เขา ชินกร Talk ร่างสูงคิ้วขมวด หลังดูภาพจากกล้องวงจรปิด มันเป็นอีกเรื่องที่เขาแทบไม่เชื่อ หมอประจำตัวที่เขาไว้ใจให้ดูแล ตอนนี้มันกลับเป็นคนที่ทรยศและหักหลัง ซึ่งเขาเกลียดคนแบบนี้ที่สุด “อย่าพึ่งทำอะไรมัน” “แต่นายครับ” “กูจะเลี้ยงงูเห่า” “ครับ” Rrr Rrr Rrr “นายครับ คุณกันต์โทรมา” “อืม” เมื่อตอบรับแล้วลูกน้องคนสนิทก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ และเขาก็มีสีหน้าที่ผ่อนปลงลง เพราะไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ปัญหาด้านนี้มากนัก มันจะนำมาซึ่งความเป็นห่วง “ถ้ากูจะตายนี่กูตายไปแล้วนะ” ทันทีที่กดรับสาย เขาก็โหวกเหวกโวยวายขึ้นทันที (กันต์ : เออ อย่างน้อยกูก็รู้แล้วว่าตอนนี้มึงยังไม่ตาย) ปลายสายมีน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง เมื่อรู้ว่าน้องชาย ยังปากดีอยู่เหมือนเดิม “ไอ้เหี้ยเฮีย กูโดนยิงเกือบตาย โดนกระสุนที่ไหล่เต็ม ๆ โทรหามึงเป็นสิบ ๆ สายก็ไม่รับ” เป็นอีกเรื่องที่เขาเคือง (กันต์ : กูไม่สบาย นอนซมพิษไข้อยู่ แล้วใครจะรู้ว่ามึงกลับมาถึงเมืองไทยวันแรก ก็โดนเล่นซะงั้น) “ก็แค่ไอ้พวกหมาลอบกัด” ไอ้เหี้ยพวกนี้ ก็ทำได้แค่นี้แหละ (กันต์ : หมาลอบกัด ที่ยิงมึงเลือดอาบ จนไปโหวกเหวกโวยวายที่โรงพยาบาลเนี่ยนะ) “ก็ตอนนั้นมันโมโหไงเฮีย กูไม่อยากให้ใครผ่าตัดให้ถ้าไม่ใช่มึง” (กันต์ : หมอที่โรงพยาบาลมีแต่คนเก่ง ๆ มึงรอดตายมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว) “กว่าจะรอดกูก็เกือบตาย ไล่ออกเลยนะหมอผู้หญิง คนที่ผ่าตัดให้กู” เมื่อนึกถึงก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีก เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาดูแย่ (กันต์ : มิริน?) “เออ จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ มึงไล่ออกวันนี้เลยนะเฮีย ไม่เอาหมอคนนี้อยู่โรงพยาบาลเราเด็ดขาด” (กันต์ : มึงใจเย็นก่อน ปกติมิรินใจดีใจเย็นจะตาย มึงไปทำอะไรไว้ก่อน ถึงได้เป็นแบบนั้น) “เฮีย! นี่กูน้องมึงนะ” (กันต์ : ก็เพราะมึงเป็นน้องกูไง กูถึงได้เตือนสติ เขาคุยกันทั้งโรงพยาบาล ว่ามึงไปโหวกเหวกโวยวาย ทำเรื่องขนาดนั้นมึงไม่อายหรือไง) กันต์รู้ดีว่าไอ้นนท์หัวร้อนแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะบ้าได้ขนาดนี้ “ก็...” ตอนนั้นก็ไม่อายหรอกเพราะมันเจ็บ และรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ เพราะหมอผู้หญิงคนนั้นคนเดียว ที่ทำให้เขาดูแย่ แต่ตอนนี้เมื่อย้อนกลับไป เขาคงไม่กล้าไปโรงพยาบาลอีกแล้ว มันมารู้สึกอายเอาตอนนี้ (กันต์ : แล้วนี่มึงไม่พักรักษาตัวก่อนเหรอ มึงจะรีบกลับบ้านไปทำไม) “กูไม่อยากอยู่โรงพยาบาล มึงรู้ไหมเฮีย ยัยหมอคนนั้น มันฉีดยานอนหลับให้กู ฉีดทั้งที่กูยังมีสติอยู่” เป็นอีกเรื่องที่เขาเจ็บใจ ชีวิตเขาเคยโดนเข็มตอนมีสติแบบนี้ที่ไหน แล้วก็ไม่คิดว่าเธอจะเล่นทีเผลอ ฉีดยาให้เขาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว มารู้ตัวอีกทีก็หมดสติไปแล้วอย่างน่าอาย (กันต์ : ฮ่า ๆ) ปลายสายหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง อย่างชอบใจ เพราะกันต์เองก็รู้ดีว่าไอ้น้องชายตัวดีมันกลัวเข็มขนาดไหน ตั้งแต่เกิดมา มันแทบไม่เคยโดนฉีดยาทั้งที่ยังเป็นอยู่แบบนี้ มันต้องหลับก่อนเท่านั้นถึงจะฉีดยาให้มันได้ แต่ดูแล้วหมอมิรินคงแสบกับมันมากเหมือนกัน คงจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันละมั้งคู่นี้ “มึงหยุดหัวเราะเลยนะเฮีย เรื่องนี้กูซีเรียส” (กันต์ : เออ มึงก็หุบปากแล้วพักผ่อนได้แล้ว อย่าก่อเรื่องให้วุ่นวายอีก โตเป็นควายแล้ว) แล้วก็ได้แต่บ่นในความใจร้อนของไอ้น้องชายตัวดี ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันเหมือนกัน“มะ...มิริน” เขาเรียกเธอเสียงแผ่ว พร้อมกับน้ำลายที่กลืนลงคออย่างฝืดเคือง“ใครเหรอคะคุณชินกร” หญิงสาวข้างกายเขาอย่างอิงอิงก็ถามขึ้น ทั้งยังมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เหยียดหยาม“เอ่อ...” แล้วชินกรก็รีบลุกขึ้น เดินไปโอบมาริกา ที่จ้องเขาตาเขม่งอยู่“ครับ นี่มาริกาครับ แฟนของผม” แล้วเขาก็แนะนำมาริกาให้กับสองพ่อลูก ที่มองทั้งคู่เป็นตาเดียวอยู่“แฟน!” อิงอิงก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ ไหนว่าเขาโสด เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ทำไมถึงประกาศตัวว่ามีแฟนแล้วแบบนี้“...” อำพลเอง ก็มองด้วยความรู้สึกที่ไม่ชอบใจ เพราะเขาตั้งใจ มาถวายลูกสาวใส่พานให้กับชินกร เพราะด้วยเขามีอำนาจและอิทธิพล จนอยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน เพื่อชินกรจะเอื้อเฟื้อธุรกิจให้ได้ แต่พอเป็นแบบนี้ก็ผิดแผนไปหมด“สวัสดีค่ะ” มาริกาเอ่ยทักทาย คนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ด้วยใบหน้าที่เชิดหยิ่ง“...” อิงอิงมองเธอด้วยสายตาที่ไม่พอใจมากกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้สวยและดีกว่าเธอทุกอย่าง มิน่านั่งอ่อยอยู่ตั้งนาน ชินกรถึงไม่สนใจอะไรเธอเลย“คุณมาได้ไงที่รัก ฟอด” เขาโอบกอดเธอพร้อมกับหอมแก้มไปฟอดใหญ่“เซอร์ไพรส์ค่ะ” ปากก็ยิ้ม แต่สายตาเธอกลับแข็งกระด้าง จนทำเอาเขาเสียวสันหลัง
ผ่านมาหลายเดือนมากแล้วที่บ้านหลังนี้มีแต่ความสุข จนตอนนี้อิงอรก็กลับมาได้หลายเดือนแล้ว ทุกอย่างยังคงเป็นของเธอจริง ๆ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่เคยหายไปไหนเลย เจ้าสัวธวัชเอง ก็ตามติดภรรยาสุดที่รักเป็นเงา ไม่ว่าอิงอรจะไปที่ไหน เขาก็จะขับรถตามไปด้วยทุกที่ เพราะอิงอรไม่แม้แต่จะให้นั่งรถไปด้วยกัน เขาเลยต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ขับรถไปเอง ทั้งไม่มีบอดีการ์ดคอยดูแลเหมือนแต่ก่อน เพราะไอ้พวกนั้นมันเอียงเอียน ไปทางนายใหญ่อย่างอิงอรหมดแล้วณ โรงพยาบาลเอกชน KS“นี่คุณจะตามมาทำไม” เมื่อเห็นสามีในนามเดินตามมาติด ๆ คุณหญิงอิงอรก็หันมองด้วยท่าทางที่หงุดหงิด“ผมก็อยากมาทำงานกับคุณไง เผื่อคุณจะให้ผมช่วยอะไร”“ไม่จำเป็น คุณมีงานอะไรของคุณ ที่จะทำก็ไปสิ ฉันมาของฉันเองได้”“อร...” เจ้าสัวธวัชก็ได้แต่มองตามภรรยาตาละห้อย เธอไม่แม้จะพูดดีกับเขาเลยในแต่ละวัน“สวัสดีค่ะ” ทันทีที่เห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา มาริกาก็รีบลุกขึ้นสวัสดีทักทายในทันที“จ้ะ เป็นยังไงบ้างวันนี้เหนื่อยไหม ยังมีผ่าตัดเยอะหรือเปล่า”“เยอะค่ะ แต่มีอีกทีบ่ายสาม แล้วก็ถึงดึกเลย”“แบบนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกแล้วสิ” เพราะลูกสะใภ้ของเธอไม่ได้กลับบ้านหล
ณ มาเก๊า“คุณดวงคะ มีคนมารอพบค่ะ” ทันทีที่ดวงพรมาถึงบริษัท เลขาที่อยู่หน้าห้องก็มาแจ้งในทันที“ใคร”“ฉันเอง”“อะ...อร”“ใช่ เธอยังจำฉันได้ด้วยเหรอดวง ดีใจจังเลยนะ”“...” ดวงพรหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นอดีตเพื่อนรักที่นั่งรออยู่ตรงโซฟา พร้อมกับสามีและลูกชายทั้งสองแต่ละทั้งสามคน ก็มองดวงพรด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เพราะตั้งแต่ที่รู้ความจริง ก็หาทางเล่นงาน คนที่พากแม่และภรรยาไปจากพวกเขาได้อย่างเลือดเย็น ทุกวิถีทาง เพื่อจะเอาคืน“นี่เธอสบายดีไหมดวง”“อร...” ดวงพรพูดเสียงแผ่ว ยิ่งเห็นสายตาลูกและสามีของอิงอรมองมาที่เธอ เธอยิ่งรู้สึกกลัว“ฉันถามว่าเธอสบายดีไหม!” อิงอรตะคอกเสียงดัง“เอ่อ...ก็สบายดี แล้วเธอล่ะอร ไปอยู่ที่ไหนมา ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธอ”“หึ เธอดีใจจริง ๆ เหรอดวง”“...”“บริษัทใหญ่โตดีนะ แต่เสียดายที่ผลประกอบการไม่ค่อยดี”“อื่อ เอ่อ ทำไมเธอมาที่บริษัทฉันได้ล่ะ” ดวงพรก็พยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติ แม้ภายในใจจะสั่นกลัวมากก็ตาม“บริษัทเธอเหรอ ดีนะ ฉันหาข้อมูลมาหมดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงอยู่ใช่ไหม” อิงอรก็ยิ้มให้อย่างร้ายกาจเพราะเธอเช็คสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทนี้มาเรียบร้อย จากผลกำไรที
“ถ้าอยากอยู่ตรงนี้ ก็อย่าทำเสียบรรยากาศ” อิงอรพูดแล้วหันไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองสามีในนามเลยแม้แต่น้อย“อ่า ๆ” แล้วเจ้าสัวธวัชก็หุบปากทันที ขนาดจะไอเขายังต้องกลั้นไว้ เพราะกลัวเจ้าของบ้านจะไล่ออกจากบ้านอีก“เอ่อ...” มาริกามองคนที่บึ่งตึงใส่กัน อย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะลอบยิ้มออกมา เมื่อเห็นสองพี่น้องสะกิดกันแล้วยิ้มอย่างมีความสุข นานแล้วที่ไม่เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเขา ชินกรกับกิตติกรตอนนี้มีความสุขมาก จนเธอเองก็มีความสุขตามไปด้วย“จริงสิ แม่ครับ ตอนที่แม่พูดบนเวที ทำไมน้าดวงรีบออกจากงานไปแบบนั้น” เพราะชินกรเองก็สังเกตุเห็นพอดี ปกติคนที่เป็นเพื่อนรักกันขนาดนั้น ต้องเดินเข้าหาแล้วสิ แต่นี่กลับรีบวิ่งออกไป ด้วยท่าทางที่ไม่ปกติ“จริงเหรอเฮีย”“...” เจ้าสัวธวัชก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขาก็ลืมสังเกตุเลยว่าดวงพรหายไป มีเพียงวัลลภา แม่ของภควัตเท่านั้น ที่เข้ามากอดทักทายด้วยความดีใจ“หึ ก็ยัยนั่นเนี่ยแหละ ที่ทำให้แม่ต้องเป็นแบบนี้” อิงอรพูดเสียงสั่น พร้อมกับแววตาที่อาฆาตแค้น เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทที่เธอรักมาก จะกล้าทำเรื่องแบบนี้กับเธอได้ ดวงพรผู้แสนดี จะสั่งคนมาฆ่าเธอได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพรา
ตอนนี้เธอกลับมาเป็นคนใหม่ คนที่เข้มแข็งกว่าเดิม ไม่ใช่คนที่ยอมสามี อย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว อะไรที่เป็นของเธอ เธอจะเอาคืนมา เพื่อเก็บไว้ให้ลูกทั้งหมด“ทุกอย่างที่เป็นของฉัน ฉันจะเอาคืนทั้งหมด”“ได้ ๆ อร ทุกอย่างเป็นของคุณหมดอยู่แล้ว คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ และในบริษัท”“ใช่! และคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ควรมาอยู่ในพื้นที่ของฉัน”“คะ...คุณหมายความว่ายังไง”“ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว เพราะฉันต้องการอยู่แค่กับลูกเท่านั้น ไม่ต้องการให้คนอื่นมาอยู่ด้วย”“อร” เจ้าสัวธวัชก็มองภรรยาด้วยแววตาที่ตัดพ้อ เขารู้ว่าในอดีตเขาเลวมากขนาดไหน แต่ตอนนี้ เขาปรับปรุงตัวทุกอย่างแล้ว เขาเฝ้าฝันรอเธอให้กลับมาอยู่ทุกวัน จนวันนี้มันกลายเป็นความจริงไปแล้ว“ฉันพูดจริง ไม่ได้พูดเล่น”“...”“อร คุณอย่าทำแบบนี้กับผมได้ไหม ผมเฝ้ารอคุณทุกวันให้คุณกลับมา แต่พอคุณกลับมา...”“แล้วมันเพราะใครล่ะ ฉันถึงได้เป็นแบบนี้ ฉันห่างลูกไปเกือบ 20 ปี มีใครรับผิดชอบให้ฉันได้ไหม” ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดเขา 100% แต่เขาก็คือต้นเหตุ ที่ทำให้เธอต้องจากลูกแบบนี้“เชิญ ไปเก็บของให้หมด แล้วออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริ
“วันนี้ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอกับทุกคนอีกครั้งนะคะ”แล้วเสียงปรบมือของความยินดีก็ดังขึ้น“...” เว้นแต่ดวงพร ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่น ทั้งหน้าซีดไปหมด“ในฐานะหุ้นส่วนใหญ่ของ อัคราคินน์ กรุ๊ป ดิฉันก็อยากจะขอพูดอะไรหน่อย”แล้วเจ้าสัวธวัชกับลูกชาย ก็รีบเดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมอง คนที่กำลังพูดอยู่ด้วยน้ำตาที่คลอหน่วย“ทุกคนก็คงสงสัยเหมือนกันใช่ไหมคะ ว่าฉันหายไปไหนมา”“อร คุณหายไปไหนมา” เจ้าสัวธวัชก็ถามเสียงสั่น“กว่า 20 ปี ที่หายไป ฉันความจำเสื่อมค่ะ จำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ชื่อตัวเอง เวลาที่ผ่านมามันทรมานมาก ทรมานจนฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ แม้แต่วันเดียว จนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง แต่อยู่ ๆ ในใจลึก ๆ มันก็รู้สึกว่ายังมีคนที่ฉันต้องคิดถึงอีก ฉันถึงใจชื้นขึ้นมาได้ แล้วทำให้มีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้” อิงอรพูดเสียงสั่น ตอนนี้เธอรู้สึกจุกไปทั้งอก ยิ่งมองหน้าลูกชายทั้งสอง น้ำตามันก็ยิ่งอยากไหลออกมา“แม่...” ชินกรกับกิตติกรเรียกเสียงสั่น“...” มาริกาเอง ก็ร้องไห้ออกมา ด้วยความรู้สึกที่สงสาร เพราะเธอกับอิงอรรู้จักกันมานาน แล้วก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด ที่อิงอรได้รับเสมอ“ตอนนี้ฉั
1 สัปดาห์ต่อมาผ่านไปกว่าสัปดาห์แล้ว ที่มาริกามาอาศัยอยู่ที่นี่ ความเจ็บปวดของเธอไม่ลดลงเลยสักนิด ทั้งยังสังเกตด้วย ว่าตอนนี้หมอกันต์ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ผู้หญิงที่อยู่ด้วยตอนนี้ ชื่ออันดา เธอยังเป็นเด็กสาวมหาลัย ที่ทั้งสวยและน่ารัก แถมนิสัยยังดีมากอีกด้วย แต่ที่ดูเฉยเมยกับเธอไปบ้าง อาจเพราะหวงหมอกั
วันต่อมามาริกาตื่นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่น ถึงแม้ที่นี่จะอากาศหนาวมาก แต่เธอกลับรู้สึกดีเพราะอยู่ที่เมืองไทยค่อนข้างจะร้อนก๊อก ก๊อก ก๊อก“กี่โมงแล้วเนี่ย ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาใหม่ แป๊บนะคะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้น จัดการเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู“สวัสดีค่ะ” เป็นแม่บ้านวัยกลางคน ท
ณ บ้านมาริกามาริกากลับมาที่บ้านอย่างใช้ความคิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงทั้งนั้นเลย เธอยังไม่ได้ตกลงหรือวางแผนอะไรในชีวิต แต่ไอ้คนเจ้าเล่ห์มาเฟียตัวร้ายอย่างเขา กลับทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเรื่องง่ายไปหมด“อ้าว ทำไมวันนี้กลับมาเร็วคะ” อิงอรที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ก็ถา
นานพอสมควรกว่าหมอสาวจะเย็บแผลใหม่ และจัดการทำแผลให้คนที่นอนไม่ได้สติอยู่จนเสร็จ เมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือ บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสอง เธอจึงหันไปบอกผู้ช่วยเฉพาะกิจให้ไปพักผ่อน“ตอนนี้เกือบจะตี 2 แล้ว ป้าไปพักเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรแล้ว”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอไปพักเถอะ ป้าอยู่เฝ้านายต่อเอง ตอนนี้ด







