เข้าสู่ระบบช่วงสายของอีกวัน
บริษัท พฤกษา กรุ๊ป
พระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย
“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”
“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”
ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดู
ก๊อก ก๊อก!
“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”
ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า
“เข้ามาครับ!”
หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น
“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”
“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมาให้ค่ะ”
เธอเดินไปหาท่านประธานอย่างถือวิสาสะก่อนจะยื่นแฟ้มให้เขา ธันวารีบพุ่งตัวมารับเอกสารอย่างรวดเร็วไม่ให้เธอคนนี้ได้เดินถึงตัวท่านประธาน
“ผมรับไว้เองครับ...ยังไงก็ต้องเข้าไปประชุมพร้อมท่านประธาน”
“อ่อ! ค่ะ....คุณธันวา”
หลังจากที่รินเลขาสาวออกไปจากห้อง พระเพลิงก็ดึงเอกสารจากมือของธันวามาเปิดดูรายละเอียดของการประชุมบ่ายนี้
“มึงเลิกสนใจข่าวไอร์........แล้วไปทำงานตามที่กูสั่ง”
“ที่ดินผืนที่นายอยากได้.....ผมไปดูมาแล้วครับไ
“ไปดูมาแล้ว....ก็ติดต่อเจ้าของที่จะได้ไปซื้อ”
“ครับนาย....ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ผมใช้ให้ไอ้ธันไปจัดการเรื่องที่ดินแต่มันกลับไปหาข่าวเรื่องไอรินซะงั้น พอเห็นข่าวผมนี่แทบจะบ้า นั้นผู้หญิงของผมนะ
ชายหนุ่มถอนหายใจออกก่อนจะตั้งสติเพื่อไปประชุมเรื่องงานบ่ายนี้ จริงๆเขาไม่ต้องเข้าประชุมก็ได้แต่งานนี้เขาต้องมั่นใจว่าแผนที่เขาจัดไว้ต้องสำเร็จ
ห้องประชุม
14:00 น.
ห้องประชุมที่ถูกจัดขึ้นแฟ้มเอกสารถูกวางไว้บนตำแหน่งของผู้คนที่จะเข้าประชุมอย่างเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะ ครับ ท่านประธาน”
“ครับ! ถ้าพวกคุณพร้อมแล้วก็เริ่มประชุมได้ครับ”
สไลด์ถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นรูปภาพของเหล่าพรีเซนเตอร์ที่ถูกคัดเลือกจากเหล่าทีมงานเรียบร้อยแล้ว
“ครั้งที่แล้ว....ที่ท่านประธานให้ไปเช็คเรื่องพฤติกรรมเหลือเพียงแค่สามคนที่ถูกคัดเลือก ไม่มีพฤติกรรมเสียแน่นอนค่ะ”
“คนแรก....น้องน้ำหวาน บทตัวร้ายที่น้องเล่นกำลังเป็นที่จับตามองเลยค่ะ”
“.....”
ผมมองไปที่สไลด์เพื่อเช็คว่าใช่คนเดียวกันไหม แล้วก็ใช่เธอคือน้ำหวานที่เจอกันในกองถ่าย
“คนนี้ไม่ผ่าน....ผมไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา”
พระเพลิงปัดตกน้ำหวานทันทีเมื่อเห็นเธอบนสไลด์ ทำเอาพนักงานที่เข้าประชุมถึงกับมองหน้ากัน
“พอดีวันก่อนผมผ่านกองถ่ายเลยแวะเข้าไปเห็นทีมงานเขากำลังตามหาผู้หญิงคนนี้กันให้วุ่นวายไปหมด”
“อ่อ! ค่ะ....ฝนก็พอได้ข่าวเรื่องมาสายของเธออยู่บ้าง”
“ในเมื่อคุณฝนรู้อยู่แล้ว....ยังจะเลือกเธอขึ้นมาพูดในที่ประชุมอีกนะครับ”
คำพูดของพระเพลิง ทำให้ฝนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เธอไม่เคยเห็นท่านประธานในโหมดนี้เท่าไร
“คนต่อไป”
“ค่ะ! คนที่สอง....น้องสกาย บิวตี้บล็อกเกอร์ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ค่ะ”
“.......”
“ส่วนคนสุดท้าย....น้องไอรินค่ะ ตอนนี้น้องมีฐานแฟนคลับที่หลากหลายมากทั้งในและต่างประเทศเลยค่ะ”
ชายหนุ่มหลุดอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปของคนตัวเล็กบนสไลด์ เหล่าพนักงานต่างมองมาที่ท่านประธานหนุ่มเพราะฝนเรียกอยู่หลายครั้งแต่ท่านประธานก็เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว
“ท่านประธาน......ท่านประธานค่ะ”
“ครับคุณฝน!”
“เป็นอะไรรึป่าวคะ.....พวกเราเรียกตั้งหลายรอบ”
“ไม่เป็นไรครับ....คิดอะไรเพลินไปหน่อย....เชิญต่อเลยครับ”
'นี่ผมเผลอหลุดยิ้มต่อหน้าพนักงานเหรอเนี่ย ไอรินเธอจะเริ่มมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมมากไปแล้วนะ'
พระเพลิงส่ายหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาอยู่ที่การประชุม
“ท่านประธานจะเลือกใครคะ....ระหว่างน้องสกายกับน้องไอริน”
“ลองติดต่อทั้งสองเลยครับ....คิวคนไหนว่า'ตรงกับเราก็คนนั้นแหละ”
จริงๆ ผมอยากจะบอกว่าเลือกไอรินแต่ด้วยตำแหน่งของผมจะทำเรื่องนั้นก็น่าเกลียดเกินไป ฝนออกไปติดต่อกับผู้จัดการของไอรินและติดต่อสกายถามเรื่องคิวงานและรายละเอียดต่างๆ
ภายในห้องประชุมตอนนี้ทุกคนกำลังลุ้นว่าใครจะได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโครงการใหม่
“สองคนนี้เคยมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราไหมครับ หรือมีใครเคยร่วมงานกับทั้งคู่ไหม?”
“มีน้องไอรินค่ะ....น้องเคยมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราเมื่อสามปีก่อนค่ะ”
“อ่อ! ครับ”
พระเพลิงพยักหน้าตอบพนักงานอีกคน มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาไอริน ไม่นาน ฝนก็เดินเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มต้องวางโทรศัพท์ลง
“น้องไอรินมีคิวว่างให้เราค่ะ.....ส่วนน้องสกายติดงานที่ต่างจังหวัดกลับไม่ทันค่ะท่านประธาน”
“คุยรายละเอียดแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ! คุณคิมผู้จัดการตอบตกลงเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ถ้างั้นก็ตามนั้นครับ....วันถ่ายผมขอมาดูนะครับ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เลิกประชุมได้ครับ”
“สวัสดีค่ะ ครับ ท่านประธาน”
เป็นไปตามแผน ผมเช็คทุกช่องทางหมดแล้วและก็มั่นใจว่าผู้หญิงที่ชื่อสกายไม่สามารถตอบตกลงร่วมงานกับเราได้ ที่นี่ไอรินก็จะไม่มีคู่แข่งและทุกคนในที่ประชุมก็จะเห็นด้วยกับผมไปตามปริยาย
วันนี้ทั้งวันผมกับไอรินไม่ได้เจอกันเลย เพราะไอร์มีถ่ายแบบทั้งวันตอบข้อความผมบ้างบางครั้ง ตอนนี้ผมเลิกงานสักพักแล้วก็เลยขับรถมารับไอรินที่สตูถ่ายแบบ เพราะคุณคิมไม่ว่างและตอนนี้มันก็เริ่มดึกมากแล้ว
สตูดิโอ
20:00 น.
ภายในห้องที่กำลังวุ่นวายเหล่าทีมงานต่างๆ พากันรีบเซ็ตฉากสุดท้าย นางแบบและนายแบบกำลังโพสท่าให้ตรงตามที่ผู้กำกับและช่างภาพบรีฟไว้ พระเพลิงเดินเข้ามาพอดีกับที่ไอรินและนายแบบอีกคนถ่ายงานเสร็จพอดี ทั้งสองกอดกันอย่างสนิทสนม ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหงุดหงิดเล็กน้อย
“อ่ะ! พี่เพลิง”
“ตกใจรึไง.....ผิดหวังเหรอที่เป็นพี่ ไม่ใช่ไอ้ซัน”
“ใช่!”
ผมแกล้งทำหน้าไม่พอใจไอรินและจะพูดประชดเธอ อยากรู้ว่าไอร์จะอธิบายเรื่องเมื่อกี้ไหม แต่แล้วเธอก็ตอบว่า ใช่ ประชดผมกลับซะงั้น กลายเป็นว่าผมต้องมาง้อไอรินแทน รู้งี้ไม่แกล้งดีกว่า ผมเดินตามไอรินไปถึงห้องแต่งตัวที่เป็นโซนส่วนตัว
“โธ่! ไอร์ง้อหน่อยดิ”
“หึ! ประชดเก่งจังนะ”
“....”
“หยุดเลย พี่เพลิง ......ไอร์จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“งั้นรอตรงนี้”
หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย เธอรู้ว่าเมื่อกี้พระเพลิงพูดประชดเพราะน่าจะเห็นเธอกอดกับบอยนายแบบคนเมื่อกี้ บอย คือคนที่ขับบิ๊กไบค์มารับเธอในวันที่เจอกับพระเพลิงวันแรก ไอรินรู้ว่าบอยคิดอะไรกับเธอแต่ก็โดนปฏิเสธไปหลายรอบแล้ว
'แต่จะกอดลาก็ไม่แปลกป่ะ ก็เป็นเพื่อนสมัยเรียน'
ไอรินสบถเบาๆ ก่อนจะเดินไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จระหว่างที่เดินกลับมาหาพระเพลิงที่นั่งรออยู่ด้านนอก บอยก็เดินมาหาเธออีกครั้งทั้งสองคนเลยเดินออกมาพร้อมกัน
“ไอร์! เราขอไปส่งเธอได้ไหม”
“ไม่ได้ครับเพราะไอรินต้องกลับกับผม”
ไม่ต้องรอให้มันพูดจบหรอก ผมไม่ยอมให้ใครไปส่งไอรินทั้งนั้นแหละ คนชัดเจนแบบผมอยากได้ต้องได้
พระเพลิงถึงกับลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ตรงไปหาไอรินที่กำลังเดินออกมาพร้อมกับบอย นายแบบคนเมื่อกี้ เมื่อชายหนุ่มเห็นบอยกำลังจะจับตัวไอรินเขาก็รีบพูดโพล่งออกมาเพื่อให้ฝ่ายนั้นได้ชะงักบ้าง
“คุณ! ใช่คนที่ขับรถชนไอร์”
“แล้วทำไมเหรอครับ”
“ไอร์ไปเถอะเดี๋ยวเราไปส่ง”
“ก็บอกแล้วไงว่าไอรินต้องกลับกับผม.....ไม่ได้ยินรึไง”
พระเพลิงกระชากแขนของคนตัวเล็กกลับเพราะเมื่อกี้ผู้ชายอีกคนยื่นมือมาจับแขนเธอ สงครามประสาททางสายตาเริ่มขึ้นเมื่อทั้งคู่ไม่ได้ในสิ่งที่ถูกใจ ไอรินเริ่มจะหงุดหงิด ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วงแล้วต้องมาเจอกับคนทะเลาะกันอีก
“พี่เพลิง! ปล่อย”
“ไม่!”
เขาปล่อยมือแต่เปลี่ยนมาโอบเอวบางของเธออย่างรวดเร็ว เขากระชับแขนให้ไอรินเข้ามาชิดตัวให้แน่นขึ้น สายตาของคนตรงข้ามมองพระเพลิงอย่างเอาเรื่อง แต่ดูเหมือนพระเพลิงจะไม่ใส่ใจแววตาแห่งความไม่พอใจยังถูกส่งโต้กันไปมา
“ขอโทษนะบอย เราเหนื่อย.....ขอตัวนะ”
“แต่ไอร์......!”
“ไม่ได้ยินที่ไอรินพูดรึไงว่ะ”
มันกำลังจะมาจับที่แขนของไอร์อีกครั้ง ผมเลยเดินขึ้นมาขวางเอาไว้
“ไม่เอาน่าพี่เพลิง.....กลับได้แล้ว”
ฉันลากตัวพี่เพลิงให้ออกห่างจากบอยทันที ไม่อยากให้มีเรื่องกันแล้วนี่มันก็ในที่ทำงานถ้าข่าวนี้หลุดออกไปไม่ดีแน่ๆ ฉันลากพี่เพลิงมาจนถึงที่ที่เขาจอดรถเอาไว้
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรกับคนตัวเล็กสักคำ เขาเปิดประตูให้เธอก่อนจะเดินไปประจำที่ฝั่งคนขับและขับตรงกลับคอนโดของเธอทันที ภายในรถที่เงียบสงัดมีแต่แสงสว่างจากภายนอกที่สาดเข้ามาในรถเท่านั้น
เอี้ยดดดด!
“ว้าย! พี่เพลิง.....ทำอะไรเนี่ย”
ผมตีไฟเข้าข้างทางแล้วปรับเบาะให้สุดปลดเบล์ของไอร์แล้วดึงตัวเธอขึ้นมานั่งบนตักของผม แขนทั้งสองข้างของผมโอบกอดเธอเอาไว้แน่น แม้สายตาที่มองมาไม่พอใจผมมาก
“เป็นอะไร! ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”
“ไอร์!”
ใบหน้าหล่อซบลงที่ไหล่มนของเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของชายหนุ่ม มือเล็กลูบศีรษะของคนด้านหลังอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เธอจะไม่พอใจกับการกระทำของชายหนุ่มก็ตาม
“อยากให้ไอร์กอดพี่คนเดียว”
“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไรคะ”
“รู้ทันจริงๆ เลยนะ”
ผมหอมแก้มไอรินและกระชับกอดให้แน่นขึ้น มืออีกข้างดันศีรษะของเธอให้เข้ามาซบ ไอร์หยิกผมอีกแล้ว เลยต้องยอมปล่อย จริงๆ อยากกอดจนถึงบ้านเลยนะแต่เดี๋ยวยังไงก็ได้กอดเพราะผมจะนอนกับไอร์
“พี่เหลี่ยมเยอะจริงๆ ปล่อยได้แล้ว”
“โอ้ย! ไอร์.....ปล่อยก็ได้”
“ห้ามกวน...ขอร้อง”
“ครับ นอนไปเลย ถึงแล้วเดี๋ยวพี่ปลุกนะ”
พระเพลิงไม่ได้กวนไอรินอีกเลยจนมาถึงคอนโด เขาเดินไปประตูฝั่งที่เธอนั่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปในรถเพื่อปลดสายเบล์ออก ชายหนุ่มกำลังจะช้อนอุ้มแต่เธอกลับตื่นขึ้นก่อนเพราะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆมารดต้นคอขาวของเธอ
22:00 น.
คอนโดไอริน
“ถึงแล้วเหรอ”
“ถึงพอดีเลย”
เสียงแหบพร่าเพราะพึ่งตื่นไอรินง่วงเงียอย่างมาก เธอพยุงตัวออกมาจากรถโดยมีพระเพลิงช่วยประคอง ทั้งสองเดินมาถึงห้องกำลังจะเปิดประตู เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาซะก่อน
“เพลิง!”
นั้นดาวรัณดา ผมลืมไปเลยว่าเธออยู่คอนโดเดียวกับไอรินเจอกันจนได้ ไอร์มองหน้าผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะเปิดประตูเข้าไปในห้องปล่อยให้ผมยืนอยู่หน้าห้องแต่ผมจับแขนไอร์ไว้ได้ทัน
“พี่ไปคุยเถอะ....ไอร์เหนื่อยมากเลย จะไปอาบน้ำ”
“ไม่โกรธนะ”
“เฮ้ย! พี่เพลิง....บอกแล้วไงไม่ใช่เด็ก ไม่โกรธหรอกน่า”
“เดี๋ยวจะรีบเคลียร์นะ”
ไอรินพยักหน้าให้ผมก่อนจะเดินเข้าห้องไป ผมต้องเคลียร์กับดาวรัณดาให้รู้เรื่องก่อนแล้วค่อยไปอธิบายให้ไอรินฟัง ผมรู้จักดาวมาสามปียอมรับว่าเคยมีอะไรกับเธอมาก่อนและครั้งล่าสุดก็เมื่อสามเดือนที่แล้ว
พระเพลิงพาดาวรัณดาลงมาคุยที่ล็อบบี้ของคอนโด เขาตั้งใจมาเคลียร์กับเธอและตัดทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาตัดสินใจไปแล้วมันต้องออกมาในรูปแบบที่เขาคิดเอาไว้เท่านั้น
ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา
ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”
ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่
ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์
หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)
เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ







