Masukช่วงสายของอีกวัน
บริษัท พฤกษา กรุ๊ป
พระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย
“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”
“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”
ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดู
ก๊อก ก๊อก!
“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”
ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า
“เข้ามาครับ!”
หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น
“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”
“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมาให้ค่ะ”
เธอเดินไปหาท่านประธานอย่างถือวิสาสะก่อนจะยื่นแฟ้มให้เขา ธันวารีบพุ่งตัวมารับเอกสารอย่างรวดเร็วไม่ให้เธอคนนี้ได้เดินถึงตัวท่านประธาน
“ผมรับไว้เองครับ...ยังไงก็ต้องเข้าไปประชุมพร้อมท่านประธาน”
“อ่อ! ค่ะ....คุณธันวา”
หลังจากที่รินเลขาสาวออกไปจากห้อง พระเพลิงก็ดึงเอกสารจากมือของธันวามาเปิดดูรายละเอียดของการประชุมบ่ายนี้
“มึงเลิกสนใจข่าวไอร์........แล้วไปทำงานตามที่กูสั่ง”
“ที่ดินผืนที่นายอยากได้.....ผมไปดูมาแล้วครับไ
“ไปดูมาแล้ว....ก็ติดต่อเจ้าของที่จะได้ไปซื้อ”
“ครับนาย....ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ผมใช้ให้ไอ้ธันไปจัดการเรื่องที่ดินแต่มันกลับไปหาข่าวเรื่องไอรินซะงั้น พอเห็นข่าวผมนี่แทบจะบ้า นั้นผู้หญิงของผมนะ
ชายหนุ่มถอนหายใจออกก่อนจะตั้งสติเพื่อไปประชุมเรื่องงานบ่ายนี้ จริงๆเขาไม่ต้องเข้าประชุมก็ได้แต่งานนี้เขาต้องมั่นใจว่าแผนที่เขาจัดไว้ต้องสำเร็จ
ห้องประชุม
14:00 น.
ห้องประชุมที่ถูกจัดขึ้นแฟ้มเอกสารถูกวางไว้บนตำแหน่งของผู้คนที่จะเข้าประชุมอย่างเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะ ครับ ท่านประธาน”
“ครับ! ถ้าพวกคุณพร้อมแล้วก็เริ่มประชุมได้ครับ”
สไลด์ถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นรูปภาพของเหล่าพรีเซนเตอร์ที่ถูกคัดเลือกจากเหล่าทีมงานเรียบร้อยแล้ว
“ครั้งที่แล้ว....ที่ท่านประธานให้ไปเช็คเรื่องพฤติกรรมเหลือเพียงแค่สามคนที่ถูกคัดเลือก ไม่มีพฤติกรรมเสียแน่นอนค่ะ”
“คนแรก....น้องน้ำหวาน บทตัวร้ายที่น้องเล่นกำลังเป็นที่จับตามองเลยค่ะ”
“.....”
ผมมองไปที่สไลด์เพื่อเช็คว่าใช่คนเดียวกันไหม แล้วก็ใช่เธอคือน้ำหวานที่เจอกันในกองถ่าย
“คนนี้ไม่ผ่าน....ผมไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา”
พระเพลิงปัดตกน้ำหวานทันทีเมื่อเห็นเธอบนสไลด์ ทำเอาพนักงานที่เข้าประชุมถึงกับมองหน้ากัน
“พอดีวันก่อนผมผ่านกองถ่ายเลยแวะเข้าไปเห็นทีมงานเขากำลังตามหาผู้หญิงคนนี้กันให้วุ่นวายไปหมด”
“อ่อ! ค่ะ....ฝนก็พอได้ข่าวเรื่องมาสายของเธออยู่บ้าง”
“ในเมื่อคุณฝนรู้อยู่แล้ว....ยังจะเลือกเธอขึ้นมาพูดในที่ประชุมอีกนะครับ”
คำพูดของพระเพลิง ทำให้ฝนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เธอไม่เคยเห็นท่านประธานในโหมดนี้เท่าไร
“คนต่อไป”
“ค่ะ! คนที่สอง....น้องสกาย บิวตี้บล็อกเกอร์ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ค่ะ”
“.......”
“ส่วนคนสุดท้าย....น้องไอรินค่ะ ตอนนี้น้องมีฐานแฟนคลับที่หลากหลายมากทั้งในและต่างประเทศเลยค่ะ”
ชายหนุ่มหลุดอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปของคนตัวเล็กบนสไลด์ เหล่าพนักงานต่างมองมาที่ท่านประธานหนุ่มเพราะฝนเรียกอยู่หลายครั้งแต่ท่านประธานก็เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว
“ท่านประธาน......ท่านประธานค่ะ”
“ครับคุณฝน!”
“เป็นอะไรรึป่าวคะ.....พวกเราเรียกตั้งหลายรอบ”
“ไม่เป็นไรครับ....คิดอะไรเพลินไปหน่อย....เชิญต่อเลยครับ”
'นี่ผมเผลอหลุดยิ้มต่อหน้าพนักงานเหรอเนี่ย ไอรินเธอจะเริ่มมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมมากไปแล้วนะ'
พระเพลิงส่ายหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาอยู่ที่การประชุม
“ท่านประธานจะเลือกใครคะ....ระหว่างน้องสกายกับน้องไอริน”
“ลองติดต่อทั้งสองเลยครับ....คิวคนไหนว่า'ตรงกับเราก็คนนั้นแหละ”
จริงๆ ผมอยากจะบอกว่าเลือกไอรินแต่ด้วยตำแหน่งของผมจะทำเรื่องนั้นก็น่าเกลียดเกินไป ฝนออกไปติดต่อกับผู้จัดการของไอรินและติดต่อสกายถามเรื่องคิวงานและรายละเอียดต่างๆ
ภายในห้องประชุมตอนนี้ทุกคนกำลังลุ้นว่าใครจะได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโครงการใหม่
“สองคนนี้เคยมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราไหมครับ หรือมีใครเคยร่วมงานกับทั้งคู่ไหม?”
“มีน้องไอรินค่ะ....น้องเคยมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราเมื่อสามปีก่อนค่ะ”
“อ่อ! ครับ”
พระเพลิงพยักหน้าตอบพนักงานอีกคน มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาไอริน ไม่นาน ฝนก็เดินเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มต้องวางโทรศัพท์ลง
“น้องไอรินมีคิวว่างให้เราค่ะ.....ส่วนน้องสกายติดงานที่ต่างจังหวัดกลับไม่ทันค่ะท่านประธาน”
“คุยรายละเอียดแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ! คุณคิมผู้จัดการตอบตกลงเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ถ้างั้นก็ตามนั้นครับ....วันถ่ายผมขอมาดูนะครับ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เลิกประชุมได้ครับ”
“สวัสดีค่ะ ครับ ท่านประธาน”
เป็นไปตามแผน ผมเช็คทุกช่องทางหมดแล้วและก็มั่นใจว่าผู้หญิงที่ชื่อสกายไม่สามารถตอบตกลงร่วมงานกับเราได้ ที่นี่ไอรินก็จะไม่มีคู่แข่งและทุกคนในที่ประชุมก็จะเห็นด้วยกับผมไปตามปริยาย
วันนี้ทั้งวันผมกับไอรินไม่ได้เจอกันเลย เพราะไอร์มีถ่ายแบบทั้งวันตอบข้อความผมบ้างบางครั้ง ตอนนี้ผมเลิกงานสักพักแล้วก็เลยขับรถมารับไอรินที่สตูถ่ายแบบ เพราะคุณคิมไม่ว่างและตอนนี้มันก็เริ่มดึกมากแล้ว
สตูดิโอ
20:00 น.
ภายในห้องที่กำลังวุ่นวายเหล่าทีมงานต่างๆ พากันรีบเซ็ตฉากสุดท้าย นางแบบและนายแบบกำลังโพสท่าให้ตรงตามที่ผู้กำกับและช่างภาพบรีฟไว้ พระเพลิงเดินเข้ามาพอดีกับที่ไอรินและนายแบบอีกคนถ่ายงานเสร็จพอดี ทั้งสองกอดกันอย่างสนิทสนม ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหงุดหงิดเล็กน้อย
“อ่ะ! พี่เพลิง”
“ตกใจรึไง.....ผิดหวังเหรอที่เป็นพี่ ไม่ใช่ไอ้ซัน”
“ใช่!”
ผมแกล้งทำหน้าไม่พอใจไอรินและจะพูดประชดเธอ อยากรู้ว่าไอร์จะอธิบายเรื่องเมื่อกี้ไหม แต่แล้วเธอก็ตอบว่า ใช่ ประชดผมกลับซะงั้น กลายเป็นว่าผมต้องมาง้อไอรินแทน รู้งี้ไม่แกล้งดีกว่า ผมเดินตามไอรินไปถึงห้องแต่งตัวที่เป็นโซนส่วนตัว
“โธ่! ไอร์ง้อหน่อยดิ”
“หึ! ประชดเก่งจังนะ”
“....”
“หยุดเลย พี่เพลิง ......ไอร์จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“งั้นรอตรงนี้”
หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย เธอรู้ว่าเมื่อกี้พระเพลิงพูดประชดเพราะน่าจะเห็นเธอกอดกับบอยนายแบบคนเมื่อกี้ บอย คือคนที่ขับบิ๊กไบค์มารับเธอในวันที่เจอกับพระเพลิงวันแรก ไอรินรู้ว่าบอยคิดอะไรกับเธอแต่ก็โดนปฏิเสธไปหลายรอบแล้ว
'แต่จะกอดลาก็ไม่แปลกป่ะ ก็เป็นเพื่อนสมัยเรียน'
ไอรินสบถเบาๆ ก่อนจะเดินไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จระหว่างที่เดินกลับมาหาพระเพลิงที่นั่งรออยู่ด้านนอก บอยก็เดินมาหาเธออีกครั้งทั้งสองคนเลยเดินออกมาพร้อมกัน
“ไอร์! เราขอไปส่งเธอได้ไหม”
“ไม่ได้ครับเพราะไอรินต้องกลับกับผม”
ไม่ต้องรอให้มันพูดจบหรอก ผมไม่ยอมให้ใครไปส่งไอรินทั้งนั้นแหละ คนชัดเจนแบบผมอยากได้ต้องได้
พระเพลิงถึงกับลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ตรงไปหาไอรินที่กำลังเดินออกมาพร้อมกับบอย นายแบบคนเมื่อกี้ เมื่อชายหนุ่มเห็นบอยกำลังจะจับตัวไอรินเขาก็รีบพูดโพล่งออกมาเพื่อให้ฝ่ายนั้นได้ชะงักบ้าง
“คุณ! ใช่คนที่ขับรถชนไอร์”
“แล้วทำไมเหรอครับ”
“ไอร์ไปเถอะเดี๋ยวเราไปส่ง”
“ก็บอกแล้วไงว่าไอรินต้องกลับกับผม.....ไม่ได้ยินรึไง”
พระเพลิงกระชากแขนของคนตัวเล็กกลับเพราะเมื่อกี้ผู้ชายอีกคนยื่นมือมาจับแขนเธอ สงครามประสาททางสายตาเริ่มขึ้นเมื่อทั้งคู่ไม่ได้ในสิ่งที่ถูกใจ ไอรินเริ่มจะหงุดหงิด ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วงแล้วต้องมาเจอกับคนทะเลาะกันอีก
“พี่เพลิง! ปล่อย”
“ไม่!”
เขาปล่อยมือแต่เปลี่ยนมาโอบเอวบางของเธออย่างรวดเร็ว เขากระชับแขนให้ไอรินเข้ามาชิดตัวให้แน่นขึ้น สายตาของคนตรงข้ามมองพระเพลิงอย่างเอาเรื่อง แต่ดูเหมือนพระเพลิงจะไม่ใส่ใจแววตาแห่งความไม่พอใจยังถูกส่งโต้กันไปมา
“ขอโทษนะบอย เราเหนื่อย.....ขอตัวนะ”
“แต่ไอร์......!”
“ไม่ได้ยินที่ไอรินพูดรึไงว่ะ”
มันกำลังจะมาจับที่แขนของไอร์อีกครั้ง ผมเลยเดินขึ้นมาขวางเอาไว้
“ไม่เอาน่าพี่เพลิง.....กลับได้แล้ว”
ฉันลากตัวพี่เพลิงให้ออกห่างจากบอยทันที ไม่อยากให้มีเรื่องกันแล้วนี่มันก็ในที่ทำงานถ้าข่าวนี้หลุดออกไปไม่ดีแน่ๆ ฉันลากพี่เพลิงมาจนถึงที่ที่เขาจอดรถเอาไว้
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรกับคนตัวเล็กสักคำ เขาเปิดประตูให้เธอก่อนจะเดินไปประจำที่ฝั่งคนขับและขับตรงกลับคอนโดของเธอทันที ภายในรถที่เงียบสงัดมีแต่แสงสว่างจากภายนอกที่สาดเข้ามาในรถเท่านั้น
เอี้ยดดดด!
“ว้าย! พี่เพลิง.....ทำอะไรเนี่ย”
ผมตีไฟเข้าข้างทางแล้วปรับเบาะให้สุดปลดเบล์ของไอร์แล้วดึงตัวเธอขึ้นมานั่งบนตักของผม แขนทั้งสองข้างของผมโอบกอดเธอเอาไว้แน่น แม้สายตาที่มองมาไม่พอใจผมมาก
“เป็นอะไร! ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”
“ไอร์!”
ใบหน้าหล่อซบลงที่ไหล่มนของเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของชายหนุ่ม มือเล็กลูบศีรษะของคนด้านหลังอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เธอจะไม่พอใจกับการกระทำของชายหนุ่มก็ตาม
“อยากให้ไอร์กอดพี่คนเดียว”
“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไรคะ”
“รู้ทันจริงๆ เลยนะ”
ผมหอมแก้มไอรินและกระชับกอดให้แน่นขึ้น มืออีกข้างดันศีรษะของเธอให้เข้ามาซบ ไอร์หยิกผมอีกแล้ว เลยต้องยอมปล่อย จริงๆ อยากกอดจนถึงบ้านเลยนะแต่เดี๋ยวยังไงก็ได้กอดเพราะผมจะนอนกับไอร์
“พี่เหลี่ยมเยอะจริงๆ ปล่อยได้แล้ว”
“โอ้ย! ไอร์.....ปล่อยก็ได้”
“ห้ามกวน...ขอร้อง”
“ครับ นอนไปเลย ถึงแล้วเดี๋ยวพี่ปลุกนะ”
พระเพลิงไม่ได้กวนไอรินอีกเลยจนมาถึงคอนโด เขาเดินไปประตูฝั่งที่เธอนั่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปในรถเพื่อปลดสายเบล์ออก ชายหนุ่มกำลังจะช้อนอุ้มแต่เธอกลับตื่นขึ้นก่อนเพราะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆมารดต้นคอขาวของเธอ
22:00 น.
คอนโดไอริน
“ถึงแล้วเหรอ”
“ถึงพอดีเลย”
เสียงแหบพร่าเพราะพึ่งตื่นไอรินง่วงเงียอย่างมาก เธอพยุงตัวออกมาจากรถโดยมีพระเพลิงช่วยประคอง ทั้งสองเดินมาถึงห้องกำลังจะเปิดประตู เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาซะก่อน
“เพลิง!”
นั้นดาวรัณดา ผมลืมไปเลยว่าเธออยู่คอนโดเดียวกับไอรินเจอกันจนได้ ไอร์มองหน้าผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะเปิดประตูเข้าไปในห้องปล่อยให้ผมยืนอยู่หน้าห้องแต่ผมจับแขนไอร์ไว้ได้ทัน
“พี่ไปคุยเถอะ....ไอร์เหนื่อยมากเลย จะไปอาบน้ำ”
“ไม่โกรธนะ”
“เฮ้ย! พี่เพลิง....บอกแล้วไงไม่ใช่เด็ก ไม่โกรธหรอกน่า”
“เดี๋ยวจะรีบเคลียร์นะ”
ไอรินพยักหน้าให้ผมก่อนจะเดินเข้าห้องไป ผมต้องเคลียร์กับดาวรัณดาให้รู้เรื่องก่อนแล้วค่อยไปอธิบายให้ไอรินฟัง ผมรู้จักดาวมาสามปียอมรับว่าเคยมีอะไรกับเธอมาก่อนและครั้งล่าสุดก็เมื่อสามเดือนที่แล้ว
พระเพลิงพาดาวรัณดาลงมาคุยที่ล็อบบี้ของคอนโด เขาตั้งใจมาเคลียร์กับเธอและตัดทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาตัดสินใจไปแล้วมันต้องออกมาในรูปแบบที่เขาคิดเอาไว้เท่านั้น
คลับ Elysiumชั้นสองที่ 2 ที่ห้องทำงาน พระเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความสุข ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ภรรยาส่งมาให้ดูทำให้หัวใจเขาพองโต เจ้าพีรินทร์อายุครบหนึ่งขวบแล้ว และเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งเสียจนคนเป็นพ่ออดมองซ้ำไม่ได้“สวัสดีครับคุณเพลิง” เสียงทักทายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้พระเพลิงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เขาส่งยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องทำงาน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้“อะไรกันวะ ไอ้เสือ” พระเพลิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นขวดไวน์หลายขวดวางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า แถมเพื่อนรักก็ยกแก้วดื่มไม่วาง ราวกับกำลังมีเรื่องกลุ้มใจหนัก “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้วะ”“ก็พ่อกับปู่น่ะสิวะ” อธิวัชรสบถ พลางกระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าขวดใหม่มารินเพิ่ม “บังคับให้กูแต่งงานกับยัยเด็กเจ้าจอม”พระเพลิงที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วชะงักไปเล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ทุกคนเฝ้ารอสองตระกูลมาพร้อมหน้ากันที่หน้าห้องคลอด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง หากแต่คนที่ออกอาการมากกว่าใคร เห็นจะเป็น เจ้าเสือ เพื่อนสนิทของพระเพลิง“เมื่อไรเจ้าหลานชายของผมจะออกมาสักทีล่ะครับ” เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าคนที่อยู่ข้างในคือภรรยาของตัวเองเสียมากกว่า“เจ้าเสือ!” พงศ์พัฒน์เริ่มเวียนหัวกับภาพตรงหน้า จึงเอ่ยปรามเสียงเข้ม “แกตื่นเต้นยิ่งกว่าปู่ย่าตายายของเจ้าพีรินทร์อีกนะ”“โธ่ คุณอาครับ… ในห้องนั้นก็หลานผมเหมือนกันนะครับ” เสือเถียงกลับ น้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็ก ๆแม้เขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าพีรินทร์ หลานชายตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่หัวใจของเขากลับผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอย่างน้อย… เขาก็คือเพื่อนรักของพ่อมัน และสำหรับเจ้าเสือ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วห้องพักของไอรินถูกตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น ด
บ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ถูกประดับไปแสงไฟ กลิ่นเทียนหอมช่วยสร้างบรรยากาศในยามค่ำคืนของริมทะเลให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้น ดวงดาวนับสิบส่องประกายเล่นไฟไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิดเขาโอบเอวบางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบระเบียงชั้นสอง แขนเรียวทั้งสองดึงตัวชายหนุ่มเข้ามาประชิดตัวให้มากขึ้น ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหลงใหล“ดวงดาวคืนนี้สวยมากเลยนะคะ”“ไม่เท่าไรนะ.....เมียพี่สวยกว่าเยอะเลย”“ปากหวานจังนะ”“ลองแล้วเหรอ??”ไอรินยืดตัวขึ้นบกจูบชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้น แขนแกร่งทั้งสองสอดเข้ารองรับสะโพกกลมของเธอ ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม“ปากหวานจริงด้วย”“เอาใจเก่งจังนะ คุณเมีย”กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสวยงาม มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้สัมผัสอย่างหลงใหล ปากหยักบดจูบปากนิ่มอย่างร้อนแรงกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่“
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ตัวติดกันมากกว่าเดิมไม่ว่าจะได้ไหนทั้งสองก็ไม่เคยห่างกันเลยตอนนี้ไอรินได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยของธันวาเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานและช่วยพระเพลิงอีกแรง“คุณไอร์!! วันนี้เข้าประชุมกับนายนะครับเดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลูกค้าข้างนอก”“ได้เลยค่ะ พี่ธัน”“งั้นพี่ไปก่อนนะ”ธันวาคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ข้างๆ โดยมีไอรินเดินถือกระเป๋าเอกสารตามมาติดๆ เธอวางทุกอย่างเอาไว้หลังรถ มือเล็กโบกมือลาชายหนุ่มก่อนที่ธันวาจะขับรถออกไป“ที่รัก~ จุ๊บ”“อื้อ พี่เพลิง~”ร่างกำยำอันเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้นที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้ เขาคว้าเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดีมือหนาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับโต๊ะอาหารจากด้านหลังก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอทั้งสองข้างด้วยความเร็วเหมือนที่เคยทำ“ไอ้ธันออกไปแล้วเหรอ”“เมื่อกี้เลย บอกให้ไอร์เข้าประชุมกับพี่ด้วย&rdqu
ณ.บ้านรัตนกิจภายในบ้านถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายชนิด รอบบริเวณทางเข้าของไร่และรีสอร์ตถูกประดับไปด้วยตุงและโคมล้านนาสีขาวทอง ลานกว้างสนามหน้าบ้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาช่วยกันทำบายศรี ขันดอกไม้และพานที่ใช้ในพิธี“พ่อ แม่ สวัสดีค่ะ”“พราว คิตตี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...สบายดีนะลูก”“สบายดีค่ะ คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของแม่มากเลย”คิตตี้และพราวเดินมาออดอ้อนลดาทันทีที่มาถึง อนาวินยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะโอบกอดทั้งคู่ด้วยความคิดถึง มือหนาตบหลังของคิตตี้เบาๆ“มากันเหนื่อยๆ ไปพักเถอะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จัดการเอง”“งั้นเราสองคนไปหายัยไอร์นะคะ”“ไปสิลูก....จัดดอกไม้อยู่กับพี่เพลิงด้านบน”ทั้งสองยิ้มให้กับผู้ใหญ่ก่อนจะเดินก้มศีรษะเล็กน้อยผ่านผู้ใหญ่หลายๆท่านเข้าบ้าน โดยมีปืนลูกน้องของบ้านรัตนกิจช่วยถือกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นไปไว้ในห้องนอนรับแขก“ยัยไอร์”“คิตตี้ คุณพราว ^ _ ^”ไอรินรี
แสงพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นเหนือน่านน้ำทะเลสีคราม ลมทะเลยามเช้าที่พัดผ่านไปมาและเสียงคลื่นที่กระทบกับชายฝั่งดังกึกก้องไปทั่วชายหาดสีขาด หญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวที่ปลิวไปตามลมทะเลกับลมหายใจที่สูดเข้าเต็มปอดเพื่อเพิ่มพลังบวกให้แก่ชีวิต“ตื่นเช้าจังเลย”พระเพลิงเดินเข้ามาประชิดตัวด้านหลังของไอรินก่อนจะโอบกอดเธอ หญิงสาวหันกลับมาประจันหน้ากับชายหนุ่มมือเล็กทั้งสองโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แล้วซบอกของพระเพลิงอย่างออดอ้อน มือลูบหลังของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงจูบที่ศีรษะของเธอ“น้องไอร์!!”เสียงทุ้มของเสือตะโกนเรียกหญิงสาวมาแต่ไกล คนตัวเล็กดันตัวออกจากอ้อมกอดของพระเพลิงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าหล่อส่งสายตาดุใส่เพื่อนรักทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใบหน้าที่เริงร่าของเพื่อน เสือยกยิ้มกลับอย่างไม่สนใจเพื่อนรักก่อนจะจับมือเล็กข้างซ้ายของไอรินอย่างแผ่วเบา“ซื้อมาฝาก....พี่เห็นว่ามันสวยดี”“ขอบคุณนะคะพี่เสือ”กำไลข้อมือที่ตกแต่งไปด้วยปลาดาวและเปลือกหอยสีสว







