تسجيل الدخولพระเพลิง กลับประเทศไทยหลังหายไปนานถึงสิบปี และเขาได้พบกับ ไอริน เด็กอ้วนที่เคยสนิทที่สุดในวัยเด็ก แต่วันนี้เธอกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง และเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการ ความผิดพลาดเมื่อสิบปีก่อนยังติดค้างในใจ พระเพลิงต้องการแก้ไขทุกอย่าง เขาจึงไปขออนุญาตพ่อแม่ของไอริน ขอเพียงโอกาสให้เขาได้ดูแลและปกป้องเธอด้วยตัวเอง
عرض المزيد07:00 น.
เดินทางจากนิวยอร์มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ใช้เวลา 20 ชั่วโมงกับอีก 5 นาทีโดยประมาณ
ชายหนุ่มเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสแล็คและรองเท้าหนังคัทชูขัดเงา ทรงผมถูกเซ็ทด้วยเจลจัดทรงเรียบร้อย เขาเดินล่วงกระเป๋ากางเกงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมมองทอดไปตามทางของสนามบิน สองเท้าก้าวย่างด้วยครามเร่งรีบไปยังลาดจอดรถ
“นาย! ช้าๆก็ได้ครับ”
“ลีลาเยอะ เร็วๆดิ”
เขาหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกของลูกคนสนิทที่เข็นกระเป๋าสัมภาระของพวกเราอยู่ด้านหลัง เขาเพียงชำเลืองมองผ่านไหล่ ก่อนจะพบกับสายตาอ้อนวอนให้ช่วยเข็นรถ
‘เจ้านายอย่างผมไม่ช่วยหรอกนะกระเป๋าแค่ไม่กี่ใบ’
แต่ทว่า ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ เขาเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิมอีกเพราะเหนื่อยเต็มทน
สวัสดีครับ…ผม พระเพลิง เรียกเพลิงดีกว่า นามสกุลยังไม่ต้องรู้หรอก วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีครับที่ผมกับลูกน้องกลับมาที่ไทย
ส่วนลูกน้องผม ชื่อ ธันวา ผมกับมันโตและเรียนมาด้วยกันครับเลยสนิทกันมาก ที่ผมต้องกลับมาไทยเพราะต้องกลับมารับตำแหน่งประธานบริษัทครับ เอาไว้เราค่อยมาทำความรู้จักกันเรื่อยๆนะ
รถBMWสีดำจอดเด่นหราอยู่ท่ามกลางรถสีขาว กุญแจอยู่ที่รถพร้อมใช้งาน เพราะคุณพระเพลิงโทรบอกให้คนที่บ้านแอบขับรถมาจอดเอาไว้ให้ เนื่องจากเขาทั้งสองคนแอบกลับมาก่อนกำหนด
“นาย!เราจะไม่บอกคุณหญิงกับคุณผู้ชายเหรอครับ”
“ไม่ต้อง! เดี๋ยวก็มีคนไปบอกเองแหละ”
“เอ่อจริงครับ ทั้งสองท่านหูตาเป็นสับปะรด เดี๋ยวก็คงรู้ว่าเราสองคนกลับมา”
เจ้านายหนุ่มมองผ่านกระจกมองหลัง สบตากับลูกน้องเป็นการออกคำสั่งว่าให้รีบกลับเพนท์เฮาส์อย่างทันที เพราะเขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน อยู่บนเครื่องบินนานหลายชั่วโมง นอนบนนั้นก็ใช่ว่าจะนอนสบายกว่าเตียง
รถBMWแล่นออกจากสนามบิน ไม่นานก็เข้าสู่ตัวเมือง เพียงแค่ลงสะพานทางด่วน เท้าหนาของคนขับก็เหยียบเบรกแทบจะไม่ทัน เพราะทางข้างหน้าแน่นขนัด ติดยาว ได้แต่ค่อยๆไหลๆไปตามกัน
“กรุงเทพรถยังติดเหมือนเดิมเลยนะครับนาย”
“เฮ้ย! ขับดีๆละ ฉันขอพักสายตาแป๊บ”
คนนั่งอยู่เบาะหลังมองออกไปที่ถนนก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างมันหนักไปหมด ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อยจากการนั่งเครื่องหลายชั่วโมง
โครม!
เสียงและแรงกระแทกนั้น ทำให้คนที่กำลังเคลิ้มลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียง รู้สึกได้เลยว่าตอนชนเขาเกือบหน้าทิ่มไปเบาะหน้า ธันวาหันขวับมองเจ้านายอย่างทันที เขาเพียงยกมือขึ้นเป็นการบอกว่าไม่เป็นไรมาก
“เอาไงดีครับนาย?”
“ขับยังไงของมึงเนี่ย...ไอ้ธัน”
น้ำเสียงตวาดนั้น ทำเอาคนขับถึงกับล้นลานไปหมด ก่อนที่นัยน์ตาจะมองออกไปด้านหน้า เขาเห็นคู่กรณีกำลงลงมาจากรถ เธอเดินไปดูที่ท้ายรถของตัว
ชุดนักศึกษาที่พอดีตัวกับกระโปรงทรงเอที่สั่นเหนือเข่า จังหวะที่เธอก้มดูรอยบุบที่รถ ความสั้นของกระโปรงมันทำให้ผมรู้สึกหายใจลำบากยังไงก็ไม่รู้
เขาแกะกระดุมเม็ดที่สองของเชิ้ตออก เพื่อให้หายใจได้คล่อง เมื่อรู้สึกว่าจู่ๆ แอร์ของรถก็ไม่เย็นเสียอย่างนั้น หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำอย่างแรง ยิ่งคนสวยเดินเข้ามาใกล้รถของเขา
ก๊อก ก๊อกๆ !
เสียงเคาะกระจกเรียกสติของทั้งคนขับ และชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลังได้หลุดออกจากภวังค์ พระเพลิงส่ายหน้าอย่างแรงเพื่อตั้งสติ
“คุณทำอะไรอยู่ ลงมาคุยกันหน่อยสิค่ะ”
หญิงสาวในชุดนักศึกษาหน้าตาหน้ารักน่าถนุถนอม ดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความโกรธ เธอกำลังรัวมือเล็กเคาะกระจกคู่กรณีอย่างโมโห
“นายเอาไงดีครับ เธอดูโกรธมากเลย”
“โทรหาประกัน เดี๋ยวฉันจัดการคนสวยเอง”
“ครับนาย”
เขาสั่งงานโดยที่นัยน์ตาคงก็ยังไม่ยอมละสายตาจากเธอ ก่อนเปิดประตูออกทันที ในจังหวะที่เธอหันมาหาเขา กลิ่นหอมอ่อนๆจากกายของหญิงสาว
ทำให้ผมขยับเข้าไปหาเธอโดยอัตโนมัติราวกับมีแรงดึงดูด...
“นี่ลุง! ซื้อใบขับขี่ให้ลูกน้องรึไง ถึงขับรถจี้ตูดคนอื่นแบบนี้”
“เธอเรียกฉันว่ายังไงนะ?”
“ลุง!”
เธอเน้นคำว่า ‘ลุง’ ทำเอาชายหนุ่มกอดอกหน้าบึ้งด้วยความเคืองอย่างทันที เขาถอนหายใจอย่างแรง สีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจสาวสวยตรงหน้า ก่อนก้าวเข้าหาเธออีกนิด
“เธอนี่มัน มีตาหามีแววไม่ ผมออกจะหล่อ หุ่นล้ำหน้ากินซะขนาดนี้ เรียกลุงได้ไง”
“เฮ้ย! หลงตัวเองชะมัด”
คนสวยเหลือบตามองบนให้กับคนตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่ชอบความมั่นหน้าของเขาเสียเหลือเกิน
“เมื่อกี้เธอว่าฉันหลงตัวเองอย่างงั้นเหรอ”
“นี่ลุง! หลงตัวเองยังไม่พอ หูตึงด้วยเหรอ”
เธอแหวใส่ เชิดหน้ากอดอกสู้กับชายหนุ่มอย่างไม่กลัว แถมยังล้อเลียนกรอกตาไปมาใส่เขาด้วย
“เฮ้ย! ยัยเด็กนี่”
เขาเดินเข้าประชิดตัวเธอทันทีเมื่อพูดจบ เธอเองก็ไม่ได้ถอยห่างแถมยังเชิดหน้าใส่สู้อีกต่างหาก
ให้ตายเถอะ ผมละอยากจะจับยัยเด็กนี่ตีให้ตาย ผมไม่ได้แกขนาดนั้นสักหน่อย รัตนกิจ
พึ่งสามสิบเอง....
หลังจากที่ธันวาโทรหาประกันเสร็จแล้ว เขาก็รีบลงมาห้ามเจ้านายของเขา เพราะคนเป็นนายเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาวมากเกินไป แถมแววตายังเหี้ยมพร้อมจะหาเรื่อง
“ใจเย็นๆครับนาย”
ธันวารีบแทรกกลางระหว่างเจ้านายและคู่กรณีสาวสวย เขาส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้เป็นนายใจเย็นลง ยกมือขึ้นห้ามเข้า
“คุณโทรหาประกันแล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้เสียเวลา”
“เท่าไหร่”
คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากัน มองใบหน้าหล่อด้วยความไม่พอใจ เพราะน้ำเสียงที่เขาถามเมื่อครู่ รู้สึกเหมือนกำลังดูถูก
“อะไรของลุง”
“ฉันถามว่าค่าเสียเวลาของเธอเท่าไหร่”
เขาผลักดันธันวาที่ยืนขวางกลางอยู่ เดินเข้ามาประชิดกับหญิงสาวอีกครั้ง น้ำเสียงเข้มทุ้มต่ำถามย้ำในความหมายเดิม
“นายทำไมถามแบบนั้น ?”
น้ำเสียงติดความไม่พอใจของธัน ทำให้คนที่กำลังโกรธแทบจะปะทุขึ้นอีก ใบหน้าหล่อหันขวับอย่างทันที พร้อมกับสายตามองขว้าง
“บ้านรวยสินะ ถึงชอบใช้เงินแก้ปัญหา”
คำพูดของเธอที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้พระเพลิงหันกลับมาสบตากับคนตัวเล็ก ดวงตากลมโตคู่สวยเต็มไปด้วยความผิดหวัง
‘ทำไมรู้สึกคุ้นกับสายตาคู่นี้จัง’
พระเพลิงดึงสติของตัวเองกลับมา และความไม่อยากยอมแพ้ ไม่ยอมคนอย่างเขา มีเหลือจะยอมให้เรื่องมันจบ
“ก็พอตัว”
เขาไหวไหล่อย่างเย้ยหยันพร้อมกับส่งสายตายั่วยวนเธอ ราวกับกำลังยั่วให้ตนตัวเล็กโกรธเพิ่มมากขึ้น
และก็ได้ผล....
ดวงตากลมโตของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก มือบางกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น เธอถอนลมหายใจออกเบาๆเพื่อควบคุมสติ
“บอกเจ้านายคุณเก็บเงินไว้กินตอนแก่เถอะค่ะ”
“นี่ยัยเตี้ย”
พระเพลิงตวาดเสียงดังลั่นจนคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งตัวโหยง เธอหันขวับมองคนตัวโตด้วยสายตาที่แฝงความตกใจปนความไม่พอใจ
“มันจะมากไปแล้วนะลุง”
คนสวยตวาดกลับไปอย่างไม่ยอม แต่เขากลับส่งสายตากวนประสาทใส่เธอจนสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ปูนนูนขึ้นมาจากมือเรียวที่กำแน่นด้วยความโกรธ
‘ฉันละอยากจะเอาเล็บสวยของฉันข่วนใบหน้าหล่อของอีกตานี่ซะจริง กวนประสาทชะมัด’
“ทั้งสองคนใจเย็นๆก่อนสิครับ”
“บอกเจ้านายคุณสิค่ะ”
“คนมองกันหมดแล้ว ใจเย็นๆนะครับนาย”
ธันวากระซิบบอกกับคนเป็นนายเบาๆ พระเพลิงเพียงเหลือบมองบรรยากาศรอบข้าง รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านก็หันมามอง ไม่ต่างจากรถยนต์มากมายที่เบี่ยงหลบ
‘ผมไม่ได้โกรธหรอกนะ แค่อยากจะแกล้งให้เธอหัวเสียแค่นั้นเอง’
ครืด ครืด !
โทรศัพท์ในมือหญิงสาวสั่นขึ้นอย่างแรงตามมาด้วยเสียงริงโทนน่ารัก เธอหยุดสงครามประสาทกับชายหนุ่มตรงหน้า ถอนหายใจออกเล็กน้อย ก่อนกดรับสายก็ปรับเสียงให้ปกติมากที่สุด
“คะ พี่คิม”
เธอรับโทรศัพท์สายสำคัญก่อนเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบๆเพื่อรอประกัน ยังดีที่ตำรวจมาช่วยดูการจราจร ทำให้รถไม่ติดมาก
‘ผมหยุดมองเธอไม่ได้จริงๆ ในใจก็โกรธอยู่หรอกที่เรียกผมว่าลุง แต่พอมองหน้าเธอมันทำให้ผมหายโกรธซะดื้อๆ แล้วไหนจะเสียงอ่อนหวานที่เธอคุยกับคนในสายอีก’
“คุณไอร์ครับ ผมขอโทษที่มาช้าครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฝากด้วยนะคะ พอดีไอร์มีสอบ ต้องรีบไปค่ะ”
เมื่อประกันมาถึงหญิงสาวก็เซ็นเอกสารต่างๆอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปประตูรถเพื่อหยิบกระเป๋าและของอื่นๆ
“เอ่อขอโทษนะครับ ผมอยากจะขอคอนแทคคุณไว้เพื่อติดต่อเรื่องค่าเสียหายนะครับ”
“ติดต่อผมได้เลยครับ”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะให้เบอร์โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ประกันของเธอก็ยื่นนามบัตรของเขามาให้กับธันวาแทน ชายหนุ่มรับนามบัตรของเจ้าหน้าที่ประกันแล้วเดินกลับไปหาเจ้านายของเขา
เพลิงหันกลับไปมองหญิงสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บหนังสือใส่กระเป๋า เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว หลงใหลไปกับคนตัวเล็กที่พึ่งมีปากเสียงกัน
แต่แล้วเสียงคำรามของรถบิ๊กไบค์ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจไปจากเขา เพราะรถคันนั้นมาจอดข้างเธอ หญิงสาวพูดคุยกับคนขับบิ๊กไบค์อยู่สักพักก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายไปกับชายหนุ่ม เธอหันมามองชายหนุ่มที่ยืนคุยกับลูกน้องของเขาอีกครั้ง ก่อนที่รถจะขับออกไป
“เอายังไงดีครับนาย เหมือนเธอจะมีแฟนแล้วนะครับ "
“ให้ได้ยินจากปากเธอซะก่อนเถอะ ฉันถึงจะเชื่อว่าไอ้หมอนั้นเป็นแฟน”
“นายจะเอาให้ได้ใช่ไหมครับเนี่ย”
“ยุ่ง!”
เมื่อกี้เธอมองมาที่ผม เธอหยักคิ้วเยาะเย้ยผมด้วย น่าจับฟัดชะมัด ผมมองตามเธอจนลับสายตาไป เธอเป็นคนแรกเลยนะที่ปฏิเสธผม แถมยังกวนประสาทผมอีก
คลับ Elysiumชั้นสองที่ 2 ที่ห้องทำงาน พระเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความสุข ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ภรรยาส่งมาให้ดูทำให้หัวใจเขาพองโต เจ้าพีรินทร์อายุครบหนึ่งขวบแล้ว และเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งเสียจนคนเป็นพ่ออดมองซ้ำไม่ได้“สวัสดีครับคุณเพลิง” เสียงทักทายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้พระเพลิงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เขาส่งยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องทำงาน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้“อะไรกันวะ ไอ้เสือ” พระเพลิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นขวดไวน์หลายขวดวางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า แถมเพื่อนรักก็ยกแก้วดื่มไม่วาง ราวกับกำลังมีเรื่องกลุ้มใจหนัก “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้วะ”“ก็พ่อกับปู่น่ะสิวะ” อธิวัชรสบถ พลางกระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าขวดใหม่มารินเพิ่ม “บังคับให้กูแต่งงานกับยัยเด็กเจ้าจอม”พระเพลิงที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วชะงักไปเล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ทุกคนเฝ้ารอสองตระกูลมาพร้อมหน้ากันที่หน้าห้องคลอด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง หากแต่คนที่ออกอาการมากกว่าใคร เห็นจะเป็น เจ้าเสือ เพื่อนสนิทของพระเพลิง“เมื่อไรเจ้าหลานชายของผมจะออกมาสักทีล่ะครับ” เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าคนที่อยู่ข้างในคือภรรยาของตัวเองเสียมากกว่า“เจ้าเสือ!” พงศ์พัฒน์เริ่มเวียนหัวกับภาพตรงหน้า จึงเอ่ยปรามเสียงเข้ม “แกตื่นเต้นยิ่งกว่าปู่ย่าตายายของเจ้าพีรินทร์อีกนะ”“โธ่ คุณอาครับ… ในห้องนั้นก็หลานผมเหมือนกันนะครับ” เสือเถียงกลับ น้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็ก ๆแม้เขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าพีรินทร์ หลานชายตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่หัวใจของเขากลับผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอย่างน้อย… เขาก็คือเพื่อนรักของพ่อมัน และสำหรับเจ้าเสือ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วห้องพักของไอรินถูกตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น ด
บ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ถูกประดับไปแสงไฟ กลิ่นเทียนหอมช่วยสร้างบรรยากาศในยามค่ำคืนของริมทะเลให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้น ดวงดาวนับสิบส่องประกายเล่นไฟไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิดเขาโอบเอวบางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบระเบียงชั้นสอง แขนเรียวทั้งสองดึงตัวชายหนุ่มเข้ามาประชิดตัวให้มากขึ้น ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหลงใหล“ดวงดาวคืนนี้สวยมากเลยนะคะ”“ไม่เท่าไรนะ.....เมียพี่สวยกว่าเยอะเลย”“ปากหวานจังนะ”“ลองแล้วเหรอ??”ไอรินยืดตัวขึ้นบกจูบชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้น แขนแกร่งทั้งสองสอดเข้ารองรับสะโพกกลมของเธอ ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม“ปากหวานจริงด้วย”“เอาใจเก่งจังนะ คุณเมีย”กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสวยงาม มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้สัมผัสอย่างหลงใหล ปากหยักบดจูบปากนิ่มอย่างร้อนแรงกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่“
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ตัวติดกันมากกว่าเดิมไม่ว่าจะได้ไหนทั้งสองก็ไม่เคยห่างกันเลยตอนนี้ไอรินได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยของธันวาเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานและช่วยพระเพลิงอีกแรง“คุณไอร์!! วันนี้เข้าประชุมกับนายนะครับเดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลูกค้าข้างนอก”“ได้เลยค่ะ พี่ธัน”“งั้นพี่ไปก่อนนะ”ธันวาคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ข้างๆ โดยมีไอรินเดินถือกระเป๋าเอกสารตามมาติดๆ เธอวางทุกอย่างเอาไว้หลังรถ มือเล็กโบกมือลาชายหนุ่มก่อนที่ธันวาจะขับรถออกไป“ที่รัก~ จุ๊บ”“อื้อ พี่เพลิง~”ร่างกำยำอันเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้นที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้ เขาคว้าเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดีมือหนาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับโต๊ะอาหารจากด้านหลังก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอทั้งสองข้างด้วยความเร็วเหมือนที่เคยทำ“ไอ้ธันออกไปแล้วเหรอ”“เมื่อกี้เลย บอกให้ไอร์เข้าประชุมกับพี่ด้วย&rdqu
ก๊อก ก๊อก!ปัก ปัก!“พี่เพลิงง~ เปิดให้ไอร์หน่อยยย”อ๊อด อ๊อด!“พี่เพลิง~”หลังจากไปฉลองงานวันเกิดของเพื่อนรักอย่างคิตตี้คนตัวเล็กก็กลับห้องมาในสภาพเมามายเป็นอย่างมาก เธอใช้ศีรษะยันประตูเ
05:00 น.ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่มีเพียงศีรษะของชายหนุ่มที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเท่านั้น มือหนากระชับตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น ใบหน้าหวานยังคงมุดเข้าหาอกแกร่งของเขาครืด ครืด!โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างหัวเตียงทำให้พระเพลิงต้องเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อไปหย
“ช่วงนี้พายุเข้าระวังตัวด้วยนะลูก ห้ามขับรถเด็ดขาด” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพร้อมออกคำสั่งห้ามอย่างหนักแน่น“ไอร์ขับรถตอนกลางคืนไม่ได้....แม่ก็รู้”“ก็รู้ไงเลยให้เราระวังตัว...ถ้าช่วงนี้ถ้าคิมเขาไม่ว่างก็ให้พี่เพลิงไปรับ ไปส่งนะ”
13:00น.เสียงรถคันคุ้นเคยขับแล่นเข้ามาในบริเวณเพนท์เฮ้าส์ หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงยางยืดขาสั้นรีบวิ่งออกมารับหน้าผู้จัดการ“เจ๊คิม!”“ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลย....ยัยไอริน”คนตัวเล็กรีบวิ่งมากอดผู้จัดการ






![Vampire Queen | ราชินีแห่งรัตติกาล [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




