로그인ช่วงสายของอีกวัน
ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วง
ครืด ครืด !
ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา
(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)
“......”
พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา
“ไอร์”
“อืออ”
พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา
“ไอริน!”
“พี่เพลิง! ไอร์จะนอน”
ไอรินเริ่มหงุดหงิดใส่ผม เธอกระชับกอดผมแน่นขึ้น มุดหน้าเข้าหาอกของผมอย่างออดอ้อน มันก็อดไม่ได้ที่จะจูบเธออีกครั้ง ผมจูบที่ศีรษะของเธอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบข้างใบหูของไอรินอีกครั้ง
“เรามีนัดตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ หื้มมม”
“เอ่อ! ลืมไปเลย โอ้ย!”
หญิงสาวคลายอ้อมกอดจากชายหนุ่มที่นอนข้างๆ เธอเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มก่อนจะซุกใบหน้ากลับเข้าหาอกแกร่งอีกครั้งอย่างออดอ้อนมากกว่าเดิม
“หรือไม่ไป”
“.........”
อ้อนแบบนี้ไม่อยากไปชัวร์ ผมรู้ทันไอรินเลยไม่อยากบังคับเธออีก วันนี้ผมตั้งใจจะง้อไอร์ จะตามใจทุกอย่างเลย ผมไม่อยากได้ยินคำว่าเกลียดจากเธออีกแล้ว
“พี่เพลิง! กี่โมงแล้ว”
“สิบโมง”
ผมหอมที่หน้าผากของไอร์ ตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม ดวงตากลมโตส่งสายตาดุมาให้ผมอีกแล้ว
“ไปอาบน้ำได้แล้ว”
“ไม่เอา! ขอต่ออีกนิดนะ”
เสียงออดอ้อนแบบนี้ผมชอบจัง อยากให้ไอร์อ้อนผมแบบนี้ตลอดไปได้ไหม ผมยิ้มให้เธอและใช้มือของผมลูบที่ศีรษะของไอร์
“ให้แค่อีกนิด......ถ้าพี่อาบน้ำเสร็จแล้วยังไม่ลุกโดนแน่”
“......”
คนง่วงไม่ตอบใช้เวลาอันน้อยนิดให้คุ้มค่า พระเพลิงได้แต่ส่ายหัวให้กับคนขี้เซ้า ก่อนที่เขาจะลุกไปอาบน้ำ หญิงสาวหลับไปได้สักพักก็ต้องถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์
ครืด ครืด !
คนตัวเล็กพลิกตัวกลับมาอีกฝั่งก่อนจะควานหาโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะการนอนของเธอ
“คะ!”
“แกเป็นใครถึงมารับโทรศัพท์เพลิงได้”
ความง่วงเป็นเหตุ รับโทรศัพท์ทั้งๆที่ตายังปิดอยู่ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันก่อนจะตั้งสติเพื่อคุยกับคนในสาย
“แล้วป้าเป็นใคร....ร้องโวยวายอยู่ได้”
“แกเรียกใครป้าหะ”
“เรียกป้านั้นแหละ.....สรุปป้าเป็นอะไรคะ”
ไอรินดีดตัวเองขึ้นจากเตียง มือเล็กเสยผมอย่างลวกๆด้วยความหงุดหงิด
“ฉันเป็นเมียเพลิง.......อ่อ! หรือแกเป็นเมียน้อย”
“เมียน้อย! มันจะมากไปแล้วนะ”
ฉันจะไม่ทนแล้วนะ ยัยป้านี่ มากล่าวหาแบบนี้ได้ยังไง เป็นเมียพี่เพลิงอย่างนั้นเหรอ
หญิงสาวเริ่มโมโหจนตอนนี้ใบหูขาวเริ่มแดงเพราะความโกรธ เธอไม่ได้โกรธที่พระเพลิงมีเมีย แต่โกรธเพราะเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายหนุ่มเลย เขาควรจะบอกเธอเรื่องนี้ไหม
“เรียกเพลิงมารับโทรศัพท์ฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ได้! รอแป๊บ”
ฉันกำลังจะตะโกนเรียกพี่เพลิงที่กำลังอาบน้ำอยู่ แต่ยังไม่ทันได้เรียกพี่เพลิงก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี
หญิงสาวก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็วโดยเธอลืมไปเลยว่าเท้าของเธอยังคงระบมอยู่ แต่ด้วยความโกรธเจ็บยังไงก็ทนได้
“เมียพี่โทรมา”
“...”
ไอรินยื่นโทรศัพท์มาให้ผม น้ำเสียงที่แข็งกร้าวกับแววตาที่มองมามันทำให้ผมรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เมื่อผมรับโทรศัพท์จากไอร์ เธอเดินออกไปจากห้องนอนทันที
“ดาว!”
(เพลิงกว่าจะมารับโทรศัพท์ดาวได้นะคะ รอตั้งนาน)
ดาวรัณดานี่เองที่โทรมา ผมพอจะเข้าใจเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วแหละ ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกซะงั้น วันนี้ตั้งใจจะง้อไอริน ดูเหมือนจะง้อยากกว่าเดิม
“คุณโทรมามีอะไร”
(ดาวจะชวนคุณไปทานข้าวกลางวันค่ะ)
“ผมไม่ว่าง”
พระเพลิงเริ่มโมโหกับผู้หญิงในสาย เขาได้แต่นึกในใจไม่น่าไปมีอะไรกับเธอวันนั้นเลย
(อ่อ! ดาวเข้าใจค่ะ งั้นดาวไม่กวนคุณแล้วดีกว่า)
“........”
ดาวรัณดายอมแพ้วางสายไปเองเพราะเธอพอจะรู้จักชายหนุ่มอย่างดี ถ้าเขาบอกไม่ก็คือไม่ ตามตื้อก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจ
พระเพลิงวางสายจากดาวรัณดา เขาวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมก่อนจะเดินออกไปหาคนตัวเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้านนอก
“ไอร์...พี่ควรจะบอกไอร์”
ไอรินหันมาหาผม แววตาที่มองมาผมไม่ชอบเลย ผมพาไอร์ไปนั่งที่โซฟาก่อนจะนั่งลงข้างๆไอร์แล้วจับเธอให้หันมาสบตากับผม
“ไอร์ว่า.....พี่กลับไปดีกว่า "
“คิดว่าพี่จะยอมกลับหรอก.....”
“ไอร์ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นเมียน้อยแย่งแฟนชาวบ้านหรอกนะ”
“หยุดความคิดบ้าๆเลยนะไอริน”
นั้นไงเป็นไปตามที่ผมคิดไม่มีผิด ร้ายมากดาวรัณดา ครั้งหน้าผมจะไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด
“ไม่ใช่ความคิดไอร์ซักหน่อย เมียพี่เป็นคนพูด”
“เมียที่ไหนละ....ไม่มีทั้งนั้นแหละ”
“ไม่เชื่อหรอกนะ.....ไอร์เลิกเชื่อคำพูดของพี่นานแล้ว”
ไอร์กำลังจะลุกออกจากโซฟา ผมเลยกระชากไอรินลงมานั่งที่ตักผมอย่างรวดเร็ว
“พี่เพลิง ปล่อย”
“ไม่! เมียพี่มีคนเดียวคือไอริน”
“จะบ้ารึไง พูดอะ......อืออออ”
ไม่ปล่อยให้เธอได้ปฏิเสธ ผมล็อกต้นคอของไอริน แล้วกดจูบเธอเบาๆผมตะล่อมให้ไอร์เคลิ้มไปกับจูบของผม ในที่สุดเธอก็ยอมให้ผมเข้าไปสำรวจความหวานของเธอ ผมเปลี่ยนรสจูบให้ร้อนแรงและดูดดื่มมากยิ่งขึ้น
อ๊อด อ๊อด ! เสียงอ๊อดหน้าห้องขัดจังหวะของคนทั้งคู่ หญิงสาวที่ได้สติรีบดันชายหนุ่มให้ถอนจูบออก
“อีกแล้วนะ”
“ก็พี่ได้สิทธิ์นี้มาแล้ว”
“ปล่อยเลย ไอร์จะไปเปิดประตู”
ชายหนุ่มยอมปล่อยคนตัวเล็กให้ลุกจากตักแกร่กของเขา เธอไม่หันกลับมามองมุ่งตรงไปเปิดประตูให้กับแขกที่มาทันที โดยไม่รู้ว่าพระเพลิงเอาแต่นั่งยิ้มอย่างมีความสุข
“อ้าว! ซัน”
“ไง! ไอร์”
“เข้ามาก่อนสิ”
“อือ”
ไอรินพาซันเข้ามาในห้อง เขาเคยมาห้องของหญิงสาวแล้ว เลยเดินตรงไปยังโซฟาทันที ตอนนี้พระเพลิงเข้าไปแต่งตัวในห้องแล้ว วันก่อนเขาให้ธันวาเอาเสื้อผ้ามาไว้ที่ห้องไอรินเป็นบางส่วนเพื่อจะได้มานอนค้างที่นี่ แล้วก็ได้มาจริงๆ
“เรานัดกันเที่ยงไม่ใช่เหรอ นี่พึ่งห้าโมงเอง”
“เราอยากมาก่อนนะ”
หญิงสาววางแก้วน้ำเปล่าที่โต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มผู้เป็นแขกก่อนจะถามเรื่องเวลาให้แน่ใจ
ไงั้นรอก่อนนะ.....ไอร์พึ่งตื่นยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
“โอเค เดี๋ยวเรานั่งรอ”
ฉันยิ้มแห้งๆให้กับซันก่อนเดินเข้าห้องนอนส่วนตัว เพื่อไปทำธุระของตัวเอง
“ว้าย! พี่เพลิง อือออ”
ผมรอจนกว่าไอรินจะเข้าห้องมา เมื่อเธอเดินเข้ามาแล้วปิดประตูห้อง ผมดันเธอเข้ากำแพงและกดจูบเธออีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมไม่ต้องตะล่อมเธออีกแล้ว ไอรินจูบตอบ ผมก็เลยเริ่มเปลี่ยนจูบให้เร้าร้อนมากขึ้น
มือหนาเริ่มลูบไล่ไปตามต้นขาอ่อนของเธอ หญิงสาวถึงกับสดุ้งรีบคว้ามือของคนตัวโตที่เอาแต่ใจ ไอรินจะถอนจูบออกก็ไม่ได้เพราะมีมือหนาล็อกต้นคอของเธอเอาไว้
“อืออออออออ”
เสียงครางทุ้มต่ำเล็ดลอดออกมาอย่างพึงพอใจที่สามารถทำให้หญิงสาวเคลิ้มไปกับตนได้ ลมหายใจถี่กระชั้น เมื่อทั้งคู่ถอนจูบ
“พี่นี่น่าทุบจริงๆเลย....ไอร์โกรธพี่อยู่นะ”
“หายโกรธแล้วป่ะ......จูบตอบขนาดนี้”
“เริ่มจะเยอะแล้วนะพี่เพลิง.....ปล่อยได้แล้ว”
“โอ้ย! ไอริน พี่เจ็บนะ”
ฉันหยิกที่ท้องเบาๆเองนะ ร้องเวอร์ไปป่ะ
พอพี่เพลิงยอมคลายกอดออกฉันก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที และเหมือนว่าจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองยังไงก็ไม่รู้ สงสัยเมื่อกี้รีบวิ่งเข้ามามั้ง
ผมไม่คิดว่าไอร์จะหยิกนะเนี่ย วันนี้รู้สึกมีความสุขจังที่ได้แกล้งไอรินถึงแม้จะไม่คนเข้ามาขัดจังหวะก็ถึง จริงสิผมลืมไปเลยว่าไอร์เจ็บเท้าอยู่
หลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำเสร็จ พระเพลิงก็ได้เตรียมชุดไว้ให้ใส่ตอนออกไปข้างนอกเรียบร้อยแล้วนั้นก็คือ เสื้อยืดกางเกงยืนเอวสูงทรงกระบอก คนตัวเล็กได้แต่ทำหน้า มึน งง กับชายหนุ่มตรงหน้า
“อะไร”
“ก็จะออกไปข้างนอกไม่ใช่เหรอ”
“ชุดนี้?”
ผมพยักหน้าให้ไอรินก่อนจะยื่นเสื้อผ้าให้ พร้อมกับส่งสายตากดดันให้เธอยอมใส่ชุดที่ผมเลือก เธอก็ยอมโดยไม่พูดอะไรสักคำ ผมเลยเดินออกไปรอที่ห้องนั่งเล่น ก็เจอไอ้ซันนั่งอยู่กับคุณคิมและไอ้ธัน
“สวัสดีค่ะ คุณเพลิง”
“สวัสดีครับ คุณคิม......มาพร้อมไอ้ธันเหรอครับ”
“ค่ะ! ว่าแต่คุณเพลิงนอนกับยัยไอร์เหรอคะ”
ผมนั่งลงข้างๆไอ้ธันก่อนจะหันไปตอบคำถามของคุณคิมที่นั้งฝั่งตรงข้าม คำถามที่คุณคิมถามผม ทำให้ไอ้ซันมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ
“ครับ! เมื่อคืนไอร์ล้มในห้องน้ำ ผมเลยอยู่ช่วยทั้งคืน”
“ตายจริง! ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ”
“ดีขึ้นแล้วครับ....แต่เดี๋ยวต้องดูอีกรอบ”
ในระหว่างที่ทุกคนนั่งรอไอรินแต่งตัว ธันวาและคิมมี่ก็ชวนทุกคนทานข้าวกลางวันเพราะทั้งสองซื้อมาเยอะมาก ซันที่ตั้งใจจะมารับไอรินไปกินข้าว เขาก็ต้องพับแผนไปเพราะหญิงสาวอยากกินที่นี่พร้อมคนอื่นๆ
“มีแต่ของโปรดไอร์ทั้งนั้นเลยนะครับ”
“ก็แน่ซิครับ คุณซัน.....เจ้านายผมจำได้ว่าอะไรเป็นของโปรดคุณไอร์”
ผมมองหน้าไอ้ธัน ลูกน้องผมช่างรู้ใจจริงๆ สายตาแห่งความไม่พอใจถูกส่งมาให้กับผม ไอ้ซันมันกล้ามากที่ส่งสายตานี้มา
“มีของโปรดคุณเพลิงเหมือนกันนะคะ คุณธันให้คิมมี่ซื้อมาเยอะเลยค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
“ซันทานได้ไหม”
“ได้ครับพี่คิม”
ซันพระเอกดาวรุ่งส่งยิ้มแห้งๆให้กับคิมมี่ผู้จัดการของไอริน คิมมี่เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ทั้งหมดต่างพากันทานข้าวพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ซันเองก็คอยตักอาหารให้หญิงสาวเสมอ แต่ก็ถูกพระเพลิงตัดหน้าทุกครั้ง
ทั้งสองคนเริ่มสร้างสงครามประสาททางสายตา ทำเอาคิมมี่และธันวาถึงกลับกลืนน้ำลาย เพราะธันวารู้ดีว่าเจ้านายเขาเป็นพวกชอบเอาชนะ อะไรที่ตั้งเป้าแล้วสิ่งนั้นต้องเป็นของเขา และดูเหมือนว่าทั้งคู่จะยอมจบสงครามครั้งนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะไอรินสกิดให้พระเพลิงหยุดแถมยังส่งสายตาดุใส่อีกต่างหาก
คลับ Elysiumชั้นสองที่ 2 ที่ห้องทำงาน พระเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความสุข ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ภรรยาส่งมาให้ดูทำให้หัวใจเขาพองโต เจ้าพีรินทร์อายุครบหนึ่งขวบแล้ว และเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งเสียจนคนเป็นพ่ออดมองซ้ำไม่ได้“สวัสดีครับคุณเพลิง” เสียงทักทายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้พระเพลิงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เขาส่งยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องทำงาน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้“อะไรกันวะ ไอ้เสือ” พระเพลิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นขวดไวน์หลายขวดวางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า แถมเพื่อนรักก็ยกแก้วดื่มไม่วาง ราวกับกำลังมีเรื่องกลุ้มใจหนัก “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้วะ”“ก็พ่อกับปู่น่ะสิวะ” อธิวัชรสบถ พลางกระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าขวดใหม่มารินเพิ่ม “บังคับให้กูแต่งงานกับยัยเด็กเจ้าจอม”พระเพลิงที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วชะงักไปเล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ทุกคนเฝ้ารอสองตระกูลมาพร้อมหน้ากันที่หน้าห้องคลอด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง หากแต่คนที่ออกอาการมากกว่าใคร เห็นจะเป็น เจ้าเสือ เพื่อนสนิทของพระเพลิง“เมื่อไรเจ้าหลานชายของผมจะออกมาสักทีล่ะครับ” เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าคนที่อยู่ข้างในคือภรรยาของตัวเองเสียมากกว่า“เจ้าเสือ!” พงศ์พัฒน์เริ่มเวียนหัวกับภาพตรงหน้า จึงเอ่ยปรามเสียงเข้ม “แกตื่นเต้นยิ่งกว่าปู่ย่าตายายของเจ้าพีรินทร์อีกนะ”“โธ่ คุณอาครับ… ในห้องนั้นก็หลานผมเหมือนกันนะครับ” เสือเถียงกลับ น้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็ก ๆแม้เขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าพีรินทร์ หลานชายตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่หัวใจของเขากลับผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอย่างน้อย… เขาก็คือเพื่อนรักของพ่อมัน และสำหรับเจ้าเสือ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วห้องพักของไอรินถูกตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น ด
บ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ถูกประดับไปแสงไฟ กลิ่นเทียนหอมช่วยสร้างบรรยากาศในยามค่ำคืนของริมทะเลให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้น ดวงดาวนับสิบส่องประกายเล่นไฟไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิดเขาโอบเอวบางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบระเบียงชั้นสอง แขนเรียวทั้งสองดึงตัวชายหนุ่มเข้ามาประชิดตัวให้มากขึ้น ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหลงใหล“ดวงดาวคืนนี้สวยมากเลยนะคะ”“ไม่เท่าไรนะ.....เมียพี่สวยกว่าเยอะเลย”“ปากหวานจังนะ”“ลองแล้วเหรอ??”ไอรินยืดตัวขึ้นบกจูบชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้น แขนแกร่งทั้งสองสอดเข้ารองรับสะโพกกลมของเธอ ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม“ปากหวานจริงด้วย”“เอาใจเก่งจังนะ คุณเมีย”กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสวยงาม มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้สัมผัสอย่างหลงใหล ปากหยักบดจูบปากนิ่มอย่างร้อนแรงกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่“
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ตัวติดกันมากกว่าเดิมไม่ว่าจะได้ไหนทั้งสองก็ไม่เคยห่างกันเลยตอนนี้ไอรินได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยของธันวาเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานและช่วยพระเพลิงอีกแรง“คุณไอร์!! วันนี้เข้าประชุมกับนายนะครับเดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลูกค้าข้างนอก”“ได้เลยค่ะ พี่ธัน”“งั้นพี่ไปก่อนนะ”ธันวาคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ข้างๆ โดยมีไอรินเดินถือกระเป๋าเอกสารตามมาติดๆ เธอวางทุกอย่างเอาไว้หลังรถ มือเล็กโบกมือลาชายหนุ่มก่อนที่ธันวาจะขับรถออกไป“ที่รัก~ จุ๊บ”“อื้อ พี่เพลิง~”ร่างกำยำอันเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้นที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้ เขาคว้าเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดีมือหนาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับโต๊ะอาหารจากด้านหลังก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอทั้งสองข้างด้วยความเร็วเหมือนที่เคยทำ“ไอ้ธันออกไปแล้วเหรอ”“เมื่อกี้เลย บอกให้ไอร์เข้าประชุมกับพี่ด้วย&rdqu
ณ.บ้านรัตนกิจภายในบ้านถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายชนิด รอบบริเวณทางเข้าของไร่และรีสอร์ตถูกประดับไปด้วยตุงและโคมล้านนาสีขาวทอง ลานกว้างสนามหน้าบ้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาช่วยกันทำบายศรี ขันดอกไม้และพานที่ใช้ในพิธี“พ่อ แม่ สวัสดีค่ะ”“พราว คิตตี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...สบายดีนะลูก”“สบายดีค่ะ คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของแม่มากเลย”คิตตี้และพราวเดินมาออดอ้อนลดาทันทีที่มาถึง อนาวินยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะโอบกอดทั้งคู่ด้วยความคิดถึง มือหนาตบหลังของคิตตี้เบาๆ“มากันเหนื่อยๆ ไปพักเถอะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จัดการเอง”“งั้นเราสองคนไปหายัยไอร์นะคะ”“ไปสิลูก....จัดดอกไม้อยู่กับพี่เพลิงด้านบน”ทั้งสองยิ้มให้กับผู้ใหญ่ก่อนจะเดินก้มศีรษะเล็กน้อยผ่านผู้ใหญ่หลายๆท่านเข้าบ้าน โดยมีปืนลูกน้องของบ้านรัตนกิจช่วยถือกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นไปไว้ในห้องนอนรับแขก“ยัยไอร์”“คิตตี้ คุณพราว ^ _ ^”ไอรินรี
แสงพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นเหนือน่านน้ำทะเลสีคราม ลมทะเลยามเช้าที่พัดผ่านไปมาและเสียงคลื่นที่กระทบกับชายฝั่งดังกึกก้องไปทั่วชายหาดสีขาด หญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวที่ปลิวไปตามลมทะเลกับลมหายใจที่สูดเข้าเต็มปอดเพื่อเพิ่มพลังบวกให้แก่ชีวิต“ตื่นเช้าจังเลย”พระเพลิงเดินเข้ามาประชิดตัวด้านหลังของไอรินก่อนจะโอบกอดเธอ หญิงสาวหันกลับมาประจันหน้ากับชายหนุ่มมือเล็กทั้งสองโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แล้วซบอกของพระเพลิงอย่างออดอ้อน มือลูบหลังของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงจูบที่ศีรษะของเธอ“น้องไอร์!!”เสียงทุ้มของเสือตะโกนเรียกหญิงสาวมาแต่ไกล คนตัวเล็กดันตัวออกจากอ้อมกอดของพระเพลิงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าหล่อส่งสายตาดุใส่เพื่อนรักทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใบหน้าที่เริงร่าของเพื่อน เสือยกยิ้มกลับอย่างไม่สนใจเพื่อนรักก่อนจะจับมือเล็กข้างซ้ายของไอรินอย่างแผ่วเบา“ซื้อมาฝาก....พี่เห็นว่ามันสวยดี”“ขอบคุณนะคะพี่เสือ”กำไลข้อมือที่ตกแต่งไปด้วยปลาดาวและเปลือกหอยสีสว
ก๊อก ก๊อก!ปัก ปัก!“พี่เพลิงง~ เปิดให้ไอร์หน่อยยย”อ๊อด อ๊อด!“พี่เพลิง~”หลังจากไปฉลองงานวันเกิดของเพื่อนรักอย่างคิตตี้คนตัวเล็กก็กลับห้องมาในสภาพเมามายเป็นอย่างมาก เธอใช้ศีรษะยันประตูเ
05:00 น.ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่มีเพียงศีรษะของชายหนุ่มที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเท่านั้น มือหนากระชับตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น ใบหน้าหวานยังคงมุดเข้าหาอกแกร่งของเขาครืด ครืด!โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างหัวเตียงทำให้พระเพลิงต้องเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อไปหย
“ช่วงนี้พายุเข้าระวังตัวด้วยนะลูก ห้ามขับรถเด็ดขาด” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพร้อมออกคำสั่งห้ามอย่างหนักแน่น“ไอร์ขับรถตอนกลางคืนไม่ได้....แม่ก็รู้”“ก็รู้ไงเลยให้เราระวังตัว...ถ้าช่วงนี้ถ้าคิมเขาไม่ว่างก็ให้พี่เพลิงไปรับ ไปส่งนะ”
13:00น.เสียงรถคันคุ้นเคยขับแล่นเข้ามาในบริเวณเพนท์เฮ้าส์ หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงยางยืดขาสั้นรีบวิ่งออกมารับหน้าผู้จัดการ“เจ๊คิม!”“ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลย....ยัยไอริน”คนตัวเล็กรีบวิ่งมากอดผู้จัดการ







