Accueil / วัยรุ่น / MY HONEY ของรักวิศวะ / บทที่ 10 “ภูริพัฒน์”

Partager

บทที่ 10 “ภูริพัฒน์”

last update Date de publication: 2026-04-10 18:56:33

บทที่ 10 “ภูริพัฒน์”

ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรหน้ามหา’ลัย ซานเหลือบไปเห็นรถคุ้นตาของเพื่อนสนิทขับผ่านหน้าไปพอดี หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว และทันทีที่ไฟเขียวขึ้น เขาเหยียบคันเร่งตามไปห่างๆ พลางยกโทรศัพท์แนบหู

“อิงค์จะไปไหน เราอยู่ข้างหลัง”

(อ้าวเหรอ)

“ไม่ต้องจอดนะ ขับไปเลย แค่โทรมาถามว่ารีบไปไหน”

ปลายสายหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบกลับเขา

(รีบไปหาแฟนสิ วันนี้พี่เขามีแข่งบอล)

“อ๋อ…” เขานิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “งั้นก็ขับรถดีๆ เวลาเลี้ยวก็มองซ้ายมองขวาด้วย อย่ารีบมาก เข้าใจไหม”

(ครับผม ยังเป็นห่วงกันเหมือนเดิมเลยนะ ขอบคุณมากซาน)

“อืม เดี๋ยวก่อนอิงค์”

(อืม)

ช่วงว่างระหว่างคำสั้นๆ นั้นกลับยาวนานกว่าที่คิด ลมหายใจเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“…ขอโทษนะ”

(ขอโทษเรื่องอะไร)

“ก็เรื่องนั้น”

ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนตอบกลับอย่างอ่อนโยน

(ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เออซาน เราวางก่อนนะ พี่เขาโทรมาแล้ว)

“อืมๆ”

แต่เป็นซานเองที่กดตัดสายก่อน เขาเลี้ยวรถเข้าจอดริมฟุตพาท มือกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดชัด เสียงหัวใจเต้นถี่ดังสะท้อนอยู่ในอก เหมือนพยายามย้ำเตือนอะไรบางอย่างที่เขาพยายามจะลืม

“ทำไมวะ” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยแววตาว่างเปล่า “ทำไมต้องคิดแต่เรื่องเดิมๆ” ภาพในความทรงจำผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งคำพูดที่ไม่ควรพูดออกไป ทั้งการกระทำที่ทำให้ความสนิทสนมกันเปลี่ยนเป็นห่างเหินไปเรื่อยๆ เขาที่พยายามก้าวต่อไปแล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนหัวใจจะยังยืนอยู่ที่เดิม มันไม่ยอมขยับไปไหนเลย

เรื่องราวในอดีต

“กูรักของกูมาเป็นปีๆ มึงมีสิทธิ์อะไรมาทำเธอร้องไห้วะ”

“ซานพอแล้ว เราบอกให้พอได้แล้ว” มือเรียวผลักอกแกร่งออกห่างหนึ่งก้าว ก่อนจะรีบพยุงคนที่ล้มอยู่บนพื้นลุกขึ้น

“อิงค์ยังจะคบกับมันหรือไง มันนอกใจเธอนะ”

“อิงค์รักเขา”

“อิงค์ กูอยู่ข้างมึงมากี่ปี แล้วมันอยู่กับมึงมากี่ปี มันทำให้มึงร้องไห้มากี่ครั้งแล้ว ทำไมวะ”

“เลือกเอาแล้วกันนะ ว่าจะเลือกพี่หรือเลือกเพื่อนคนนี้” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น

“อิงค์ ขอร้องล่ะ อย่ากลับไปอยู่จุดนั้นอีกเลย”

“ซาน…ขอโทษนะ แต่อิงค์ทำใจไม่ได้ อิงค์เลิกกับพี่เขาไม่ได้”

“ทำไม…ทำไมวะ กูรักของกูมาตั้งหลายปี กูไม่เคยทำให้มึงร้องไห้สักครั้ง แล้วทำไมวะ”

“เราเป็นเพื่อนกันนะซาน เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“เออ เราเป็นเพื่อนกัน” ใช่ เพราะเขากับเธอเป็นแค่เพื่อนกัน และมันจะไม่มีวันขยับความสัมพันธ์ไปเป็นอย่างอื่นได้

กลับมาที่ปัจจุบัน

ซานก้มหน้าวางหน้าผากลงกับพวงมาลัยรถ เขากำมือแน่นจนข้อขาวซีด ก่อนจะทุบมันลงกับพวงมาลัยอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปัก!

“แล้วทำไมไม่ลืมวะ”

ทันใดนั้น เสียงเคาะกระจกรถก็ดังขึ้น เขาเงยหน้ามองตามเสียงนั้นแล้วกดลดกระจกลง

“มาจอดรถทำอะไรแถวนี้คะ” เสียงหวานที่คุ้นเคยกับรอยยิ้มสดใสของเมลทำให้เขาต้องรีบปรับอารมณ์ แล้วตอบกลับไปสั้นๆ

“ง่วง”

“หืม? อ๋อ จะบ่ายโมงแล้วนี่คะ แล้วพี่ซานเรียนเสร็จแล้วเหรอคะ”

“อืม” ซานมองเธอกลับบ้าง เมลอยู่ในชุดนักศึกษาตัวเดิม แต่เธอปล่อยผมสยายแล้วเกี่ยวทัดหูข้างหนึ่ง “มาทำอะไรแถวนี้?”

“ก็มหา'ลัยเมลอยู่แถวนี้นี่คะ พี่ซานน่ะมาทำอะไรแถวนี้” เธอถามกลับ แต่ซานไม่ได้ตอบกลับทันที เขาเพียงเพยิดหน้าฝั่งเบาะผู้โดยสารแล้วเลื่อนกระจกรถขึ้น

เมลยิ้มบางๆ แล้วรีบเดินไปขึ้นรถเขา

ซานขับรถออกตัวช้าๆ สายตาจับจ้องถนนเบื้องหน้า แต่ภาพที่ซ้อนทับอยู่ในหัวกลับไม่ใช่ทางตรงยาวเหยียด หากเป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางทางเลือก แล้วเลือกจะไม่เลือกเขา เสียงคำว่า เราเป็นเพื่อนกันนะซาน ยังชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

มือที่จับพวงมาลัยเกร็งแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่เคยกลัวการต่อยตี ไม่เคยกลัวการเสียหน้า แต่เขากลัว…กลัวความรู้สึกแบบวันนั้น กลัวการยืนมองคนที่รักเดินกลับไปหาคนที่ทำร้ายเธอ

กลัวการถูกทิ้งไว้ในฐานะแค่เพื่อน และกลัวที่สุด กลัวว่าจะต้องเสียอิงค์ไปตลอดกาล ทั้งที่ความจริงเขาเสียเธอไปตั้งแต่วันที่เธอเลือกแล้ว

“พี่ซานเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เงียบจัง” เมลเอียงหน้ามอง สีหน้าใสซื่อเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อนในโลกของเธอ

“เปล่า” เขาตอบสั้นๆ แต่เสียงแหบกว่าปกติ

เมลเงียบลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองนอกกระจกบ้าง ลมจากแอร์พัดเส้นผมเธอปลิวบางเบา ภาพนั้นทำให้ซานต้องเม้มปากแน่น เขาไม่ควรดึงเธอเข้ามาในชีวิต และไม่ควรให้ความหวัง แต่หัวใจคนมันไม่เชื่อฟังง่ายๆ

ทุกครั้งที่เขาเห็นผู้หญิงร้องไห้ ภาพอิงค์ในวันนั้นจะย้อนกลับมา ทุกครั้งที่มีใครพูดคำว่าเพื่อน เขาจะรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเบาๆ

เขาเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอจะรอ แต่สุดท้ายเขาก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่รักฝ่ายเดียว รักโดยอีกฝ่ายปฏิเสธด้วยคำว่า เราเป็นเพื่อนกัน มาโดยตลอด

ขับรถมาอีกไม่นานก็ติดไฟแดงอีก ซานถอนหายใจยาวแล้วเอนศีรษะพิงพนักเบาๆ แวบหนึ่งเขาเผลอคิด ถ้าวันนั้นอิงค์เลือกเขา ทุกอย่างจะต่างออกไปไหม หรือสุดท้าย เขาก็จะกลายเป็นคนที่ทำให้เธอร้องไห้เหมือนกัน

ความกลัวมันฝังลึกกว่าความโกรธ เขาไม่ได้กลัวว่าอิงค์จะมีคนใหม่ เขากลัวว่าต่อให้มีโอกาสอีกครั้ง เธอก็จะยังไม่เลือกเขาอยู่ดี

“พี่ซาน” เมลเรียกเบาๆ “ถ้าง่วงมาก เดี๋ยวเมลเลี้ยงกาแฟนะคะ จะได้ไม่ง่วง”

เขาหันมามองเธอชั่วครู่ แววตาที่เคยกร้าวกลับอ่อนลงโดยไม่ตั้งใจ

“ไม่ต้อง” เขาว่าเสียงเรียบ “แค่ง่วง ไม่ได้จะตาย” แต่ในใจเขารู้ดี สิ่งที่ทำให้เขาเหนื่อยไม่ใช่การเรียน ไม่ใช่ความง่วง มันคือการที่เวลาผ่านไปเป็นปีๆ แล้วเขายังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้

ยังเจ็บกับคำว่า เพื่อน และยังกลัว…ว่าจะไม่มีใครเลือกเขาจริงๆ สักที

“เห็นบอกว่าง่วง เมลก็เลยอยากเลี้ยงกาแฟน่ะค่ะ”

“ถ้าอยากเลี้ยงจริง…งั้นก็ได้” ทั้งที่เขาก็เพิ่งกินมาแท้ๆ แต่พอเห็นแววตาเธอที่อยากเลี้ยงเขาจริงๆ จึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเลใจ

ซานขับรถพาเธอไปยังร้านกาแฟที่ประจำเขา

“ว้าว ในกรุงเทพมีร้านแบบนี้ด้วยเหรอคะ น่านั่งจัง” เมลปิดประตูเบาๆ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าบนยอดตึกหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา “สวยจัง ดูมีเสน่ห์มากเลยค่ะ”

“เข้าไปข้างในเถอะ” ซานเดินนำไปก่อน เขานั่งโต๊ะประจำพร้อมกับวางกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ลง

“อ้าวเฮีย วันนี้มาคนเดียวอีกแล้วเหรอครับ”

“เปล่า” ซานบุ้ยปากไปเมลที่เพิ่งเดินเข้ามา “เอาอเมริกาโนน้ำส้ม”

“ได้ครับ แล้วน้อง…”

“เมลค่ะ เอาชาไทยหวานน้อย”

ซานหัวเราะเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มาเล่น

“เมื่อกี้หัวเราะอะไรเหรอคะ”

“เปล่า”

“พี่ซานคะ” เมลกะพริบตาปริบๆ “พี่รู้จักชื่อเล่น ทั้งชื่อจริงเมลหมดเลย เมลรู้สึกเสียเปรียบนิดหน่อยค่ะ”

“เสียเปรียบอะไร”

“ก็พี่ซานรู้อยู่ฝ่ายเดียวนี่นา เมลยังไม่รู้ชื่อจริงพี่ซานเลยค่ะ”

“จะอยากรู้ไปทำไม”

“ค่ะ ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ค่ะ” เธอบึนปากใส่เขา แล้วหันไปมองประตูร้าน ทว่าจู่ๆ ซานก็เอ่ยขึ้น

“ภูริพัฒน์”

“ภูริพัฒน์เหรอคะ ชื่อเพราะจัง แล้วนามสกุลอะไรคะ”

“ภูริพัฒน์ ก้องเกียรติ”

“ว้าว ชื่อเพราะจัง แต่เราสองคนชื่อคล้ายกันมากนะคะ นี่ภัทรพร ส่วนนี่ภูริพัฒน์” เธอชี้นิ้วใส่ตัวเองแล้วก็ชี้ไปหาเขา “แล้วนึกยังไงถึงบอกคะ นึกว่าจะหวงชื่อซะแล้ว”

“บอกก็เพราะอยากบอก”

“ค่ะ ภูริพัฒน์”

“อย่าปีนเกลียวน้อง”

“เปล่าค่ะ เมลขอเรียกพี่ซานว่าภูริพัฒน์แล้วกันนะคะ เพราะเมลชอบชื่อนี้ค่ะ เพราะดี” เธอยิ้มจนแก้มป่องนิดๆ และนั่นก็ทำให้ซานหลุดยิ้มตาม

“นี่ยิ้มเหรอคะ”

“ร้องไห้อยู่มั้ง”

“ค่ะ ยิ้มก็ยิ้ม แต่ภูริพัฒน์ยิ้มแล้วน่ารักกว่าตอนทำหน้าบึ้งนะคะ”

“จุ้น!”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์

    บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตา

    บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 53 หวง

    บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’

    บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 6 ตัวร้าย

    บทที่ 6 ตัวร้ายซานเดินมาหยุดอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดหน้าตึกคณะของเมล ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาไต้ฝุ่นที่โทรหาเขาก่อนหน้าแต่ไม่ได้รับสาย“อืม โทรมาหากูแต่เช้าขนาดนี้ จะให้ตามงานให้หรือไง”(รู้งานมากเพื่อน ฝากด้วยนะ กูอาจจะสายหน่อย เดี๋ยวพาตังค์ไปหาหมอก่อน)“น้องตังค์เป็นอะไร”(ภูมิแ

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืน

    บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืนกลับขึ้นมาบนห้องนอน เมลทิ้งตัวฟุบลงกับที่นอนอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เธอซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นจมอยู่ในความเงียบของห้องขณะเดียวกัน ซานขับรถมาจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ทางเข้า

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 4 สุภาพบุรุษ(มั้ง)

    บทที่ 4 สุภาพบุรุษ(มั้ง)ซานขับรถวนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้เลยว่าควรเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจจอดรถชิดฟุตพาทข้างทาง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาที่พักแถวนั้นแทนริมฝีปากขบกันแน่นเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนข้างๆ ด้วยความหงุดหงิดที่กลบไม่มิด“ช่วยไม่ได้” เขาพึมพำเสียงต่ำเหมือ

  • MY HONEY ของรักวิศวะ   บทที่ 3 เอายังไงดี

    บทที่ 3 เอายังไงดี“เออๆ เดี๋ยวไปเรียกลงมา” ซานจิ๊ปากใส่ทั้งสองสาวและถลึงตาใส่ไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ เขาขยับปากพูดอย่างไม่ออกเสียงว่า เมียพวกมึงจุ้นจ้านจริงวะ!ซานเดินไปเคาะกระจกรถฝั่งเบาะข้างคนขับเบาๆ เมื่อคนข้างในกดลดกระจกลงเขาก็ก้มหน้าให้เสมอกับอีกฝ่าย“ลงไหม เพื่อนฉันชวนลงไปดื่ม”“ละ ลงไปได้เหรอคะ”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status