Se connecterบทที่ 8 ตีสนิท
อีกฟากของถนน หลังจากรถของซานขับผ่านไปแล้ว เจฟยังคงนั่งนิ่งอยู่ในรถ สันกรามแข็งเกร็งขบเข้าหากันแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังเส้นทางเดิมราวกับหวังว่าภาพเมื่อครู่จะย้อนกลับมา
รถคันแล้วคันเล่าวิ่งขวักไขว่ผ่านสายตา แต่ไม่มีคันไหนดึงเขาออกจากภาพจำที่ฝังแน่นอยู่ในหัวได้เลย ภาพของเมลที่นั่งซ้อนท้าย เธอกอดเอวซานไว้แน่นอย่างไม่ลังเล และภาพของซานที่ก้มลงผูกสายรองเท้าให้เธอด้วยท่าทีที่คุ้นเคยเกินกว่าจะเรียกว่าแค่คนรู้จัก
มันชัดเจนเกินไป ชัดจนเจ็บปวดที่หัวใจคล้ายถูกบีบซ้ำๆ
เจฟหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าราวกับยอมรับความจริงที่ไม่อยากเชื่อ
“ลืมกันแล้วจริงๆ เหรอเมล” คำถามนั้นไม่มีใครตอบ และถนนเบื้องหน้าก็ยังทอดยาวต่อไป เหมือนความสัมพันธ์ของเขากับเมลที่ไม่มีวันย้อนกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว
ด้านซาน เขาขับรถมาจนถึงร้านกาแฟในซอยแคบๆ เจ้าประจำที่มานั่งจิบกาแฟเพื่อหลบจากความวุ่นวายภายนอก ร้านกาแฟเป็นร้านใต้ตึกเก่าที่มีโต๊ะเพียงสองโต๊ะเท่านั้น แถมเจ้าของร้านยังเป็นวัยรุ่น
“อ้าวเฮีย วันนี้มาแต่หัววันเลย”
“อืม เอาเหมือนเดิมนะ วันนี้ขอเพิ่มน้ำเชื่อมอีกหนึ่งปั้ม” ซานตอบเรียบๆ
“ได้ครับ ว่าแต่น้องสาวเฮียไม่มาด้วยเหรอครับ”
“มา เดี๋ยวก็คงถึง” เขาเลื่อนเก้าอี้นั่งลง พ่นลมหายใจยาวคล้ายคนเหนื่อยล้า สายตาเงยมองท้องฟ้าเหนือแนวตึกเก่าเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
“วันนี้ร้านเงียบไหม”
“ไม่นะครับ ลูกค้ามาเรื่อยๆ เลย”
“อืม แล้ว…” เขาชะงักเล็กน้อย
“ครับ?”
“อิงค์แวะมาบ้างไหม”
“อ๋อ ไม่เห็นนานแล้วนะครับ ตั้งแต่มากับเฮียครั้งนั้นก็เงียบไปเลย”
“อืม” ซานรับคำสั้นๆ พลางชะเง้อมองรถแท็กซีที่เปิดไฟเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้าน ประตูรถเปิดออกช้าๆ ซินดี้ก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าพะรุงพะรัง
“เฮีย ขอตังค์จ่ายค่าแท็กซีด่วนๆ เลยค่ะ”
ซานส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แต่ก็ลุกไปช่วยถือของ พร้อมหยิบเงินยื่นให้คนขับ
“มาถึงก็รีดเงินพี่เลยนะ”
“ก็หยิบเองไม่ได้จริงๆ นี่คะ”
“หาข้ออ้างเก่ง แล้วอะไรเยอะแยะขนาดนี้” เขาหรี่ตามองกองของบนโต๊ะ
“งานกลุ่มค่ะ”
“งานกลุ่มหรือทำคนเดียวกันแน่”
“ไม่ได้ทำคนเดียวค่ะ พรุ่งนี้เพื่อนจะไปทำต่อที่ห้อง”
“เพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง”
“ผู้หญิงสิคะ” เธอกลอกตาเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ พี่ซานเห็นพี่เปอร์บ้างไหม เขาได้ลงแข่งอีกหรือเปล่า” ซานไม่ตอบ เขาเพียงกอดอกจ้องหน้าน้องสาวนิ่งๆ จนเธอชะงัก “โอเคๆ ไม่ถามแล้วก็ได้”
“อารมณ์ดีอยู่ดีๆ จะหาเรื่องให้อารมณ์เสียทำไม” เขาพูดเสียงเข้ม ก่อนหันไปรับกาแฟจากเจ้าของร้าน
“ของซินเอาช็อกโกแลตเย็นหวานน้อยนะคะ ขอด่วนๆ เลย”
“ครับผม”
ซานหันกลับมา กอดอกแล้วเพยิดหน้าถามอีก
“นี่ ถ้าพี่มีแฟน…”
“ไม่ค่ะ”
“ฟังให้จบก่อนสิ”
“งั้นก็ว่ามา” เธอกอดอกกลับ รอฟังอย่างท้าทาย
“ถ้าพี่มีแฟน เราจะทำยังไง”
ซินดี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนครางอืมในลำคอ
“พี่ซานก็รู้ตัวเองดีนี่คะ ผู้หญิงเข้าหาเยอะ แต่ไม่เคยจริงจังกับใครเลย ซินว่ามันยากนะคะเพราะพี่ก็…นิสัยแบบนี้ จะมีใครทนกับพี่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
ซานเลิกคิ้วนิดๆ
“นี่เกิดจากท้องแม่เดียวกับกูแน่เหรอ”
“พูดไม่เพราะ!”
“โทษที” เขายกมือเหมือนขอโทษผ่านๆ “แล้วถ้าเรามีแฟนล่ะ พี่จะลากคอมันมากระทืบให้ดู” เขาพูดพร้อมทำท่าปาดคอประกอบ
“โหดไปไหม แค่น้องมีแฟนเองนะ”
“พี่ก็แค่มีแฟนเองเหมือนกัน” เขาสวนกลับทันที สีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความหวงอย่างชัดเจน
ซินดี้ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะยกแก้วช็อกโกแลตที่เจ้าของร้านเอามาเสิร์ฟขึ้นดูดเงียบๆ ทิ้งให้ซานนั่งกอดอกทำหน้าขรึมเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซานเดินออกมาจากร้านกาแฟ แล้วเพยิดหน้าให้ซินดี้ไปขึ้นรถ
“เดี๋ยวไปส่ง”
“ขอบคุณค่ะ ประหยัดค่าแท็กซีได้ตั้งหลายบาท”
“เดี๋ยวเก็บย้อนหลัง” ซินดี้ยู่ปากเข้าหากัน แต่ก็คลี่ยิ้มและทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชายตัวเอง
ซานมาส่งน้องสาวถึงคอนโด ส่วนตัวเองก็กลับไปพักผ่อนที่คอนโดเช่นกัน
สองวันต่อมา
รถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อระหว่างทางไปมหาวิทยาลัย เครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้ามาแทนที่ ซานคว้าโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ก่อนเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างไม่รีบร้อน แต่เพียงแค่เงยหน้ามองผ่านกระจกใสของร้าน เท้าทั้งสองข้างก็ชะงักกึก
ร่างบางของหญิงสาวที่เขาไม่ได้สนิทนักกำลังยืนเลือกของอยู่ตรงตู้แช่ แสงไฟสีขาวในร้านยิ่งทำให้เธอดูชัดเจนจนหลบสายตาไม่ได้ ใจหนึ่งเขาอยากหมุนตัวกลับไปขึ้นรถ ขับไปหาร้านอื่นให้มันจบๆ ราวกับการหลีกเลี่ยงคือทางออกที่ง่ายที่สุด แต่อีกใจก็อดขบกรามไม่ได้
‘ทำไมกูต้องเป็นฝ่ายหลบหน้า ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดวะ’
ความคิดนั้นทำให้ปลายเท้าที่เคยลังเลขยับก้าวต่อ ประตูกระจกเลื่อนเปิดออก เสียงประจำที่คุ้นเคยดังแผ่วเบาเหมือนประกาศการตัดสินใจของเขาเอง
“พี่ซาน” เมลเงยหน้าขึ้นและขยับปากเรียกชื่อซานเบาๆ “สวัสดีค่ะ”
เสียงเรียกนั้นทำให้ซานหยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรายตามองเจ้าของเสียงอย่างไม่แสดงอาการอะไรนัก
“อืม” เขาตอบรับสั้นๆ แทนคำทักทาย สายตาไล่มองเธอแค่พอเป็นมารยาทแล้วก็เบนหนีไปยังชั้นเครื่องดื่มใกล้ๆ
เมลยิ้มบางๆ เหมือนไม่สะทกสะท้านกับท่าทีเฉยชาของเขา เธอปิดตู้แช่แล้วก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ระยะห่างที่เคยพอดีกลับถูกย่อให้แคบลงอย่างตั้งใจ
“พี่ซานมาเช้าจังเลยค่ะ ไปมหา’ลัยเหรอคะ” น้ำเสียงเธอฟังดูเป็นกันเองเกินระดับคนรู้จักผิวเผิน “เมลก็แวะซื้อข้าวเช้าก่อนไปเรียนเหมือนกันค่ะ”
ซานเหลือบตามองการขยับเข้ามาใกล้นั้น เขาไม่ได้โง่พอจะมองไม่ออกว่าเธอกำลังพยายามทำให้บทสนทนาดูสนิทสนมมากกว่าความจริง
“เมล” เขาเอ่ยชื่อเธอเรียบๆ แต่แฝงความห่างเหินชัดเจน “อย่ามาตีสนิท”
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้าง
“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เขาพูดต่อโดยไม่ลดระดับเสียง “ไม่ต้องทำเหมือนรู้จักกันดี” บรรยากาศรอบตัวเหมือนเย็นวูบลงทันที ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในร้านไม่ได้แรงไปกว่าเดิม
ซานหยิบขวดกาแฟจากตู้แช่ขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเดินเลี่ยงเธอไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน ทิ้งให้เมลยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมความรู้สึกที่ถูกตัดบทอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
“ขี้เก๊กชะมัดเลย ใครอยากตีสนิทไม่ทราบ แล้วเราเจอกันตั้งหลายรอบแล้วด้วย” เธอย่นจมูกบ่นเบาๆ ลับหลังเขา แต่พอดูเวลาบนโทรศัพท์แล้วจึงรีบเอาของไปคิดเงิน ซึ่งซานก็ยังไม่ได้ไปไหน “ของพี่คนนี้คิดรวมกันเลยนะคะ”
“รวยมากหรือไง” เขาหันมาถามขณะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงรอของอุ่นร้อนอยู่
“ไม่ได้รวยค่ะ แค่รู้จักตอบแทนบุญคุณเท่านั้น” เธอตอบแบบไม่เงยหน้ามองเขาแม่แต่นิด แต่กลับถูกฝ่ามือหนาวางบนศีรษะ แล้วบังคับให้เธอเงยหน้ามองเขาตรงๆ “ทะ ทำอะไรคะ”
“มองหน้าฉัน”
“กะ ก็มองอยู่”
“อย่ามาทำตัวรวยแถวนี้ เป็นแค่เด็กปีสอง ไม่ต้องอยากมาเลี้ยงกาแฟเลี้ยงข้าวใคร เอาเงินไปซื้อปากกาดีกว่า” พูดจบก็เอาเงินตัวเองจ่ายทั้งค่ากาแฟและของกินทั้งหมด รวมของเมลด้วย
“ก็แค่อยากเลี้ยงตอบแทนบุญคุณนี่คะ”
“รู้ แต่ไม่ได้เรียกร้อง”
“ก็แค่รับ”
“จุ้น!”
“ไม่ได้จุ้น” เมลตอบกลับ
“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ แล้วจะไปหรือยัง” เขาเชิดหน้าถามเธอ
“ค่ะ” เมลยู่ปาก แล้วถือถุงของเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ
“ไหนๆ เธอก็อยากตีสนิทฉันแล้ว งั้นก็…ขึ้นรถไปทำความรู้จักกันบนรถหน่อยสิ”
“หืม? ต้องทำความรู้จักอีกเหรอคะ ก็พี่ซานทำอย่างกับไม่อยากรู้จักเมลแล้วนี่นา”
“ก็ตามใจ แต่เวลาเจอกันที่อื่นเธอก็ห้ามเข้ามาทักแล้วกัน ฉันรำคาญ”
“ดะ เดี๋ยวๆ” เธอเม้มปากแน่น ‘ทำความรู้จักเขาไว้ก็ไม่เสียหายนี่นา อีกอย่างเขาก็น่าจะมีอิทธิพลมากอยู่ เวลามีเรื่องจะได้อ้างชื่อเขาได้’ “ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มแป้นแล้วเดินไปขึ้นรถเขาอย่างว่าง่าย
“ทีแบบนี้รู้งานเชียวนะ” ซานส่ายหน้าเบาๆ อย่างระอาใจ แล้วรีบเดินตามเธอไปขึ้นรถ
ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ
ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห
บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห
บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ
บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห
บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล
บทที่ 41 ให้กฎหมายสั่งสอนครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากตำรวจ ซานและไต้ฝุ่นกับไทเกอร์อยู่ในห้องพักฟื้น ในที่สุดตำรวจก็เปิดประตูออกมาจากห้องเมลกับซินดี้รีบเข้าไปหาซานพร้อมกัน“เป็นไงบ้างคะ/เป็นไงบ้างคะ”ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกันอย่างร้อนใจ“ก็ตามนั้น” ซานตอบกลับเสียงพร่า“ตำรวจก็นะ น่าจะให้พี่ซานหายดีก่อนค
บทที่ 10 “ภูริพัฒน์”ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรหน้ามหา’ลัย ซานเหลือบไปเห็นรถคุ้นตาของเพื่อนสนิทขับผ่านหน้าไปพอดี หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว และทันทีที่ไฟเขียวขึ้น เขาเหยียบคันเร่งตามไปห่างๆ พลางยกโทรศัพท์แนบหู“อิงค์จะไปไหน เราอยู่ข้างหลัง”(อ้าวเหรอ)“ไม่ต้องจอดนะ ขับไปเลย แค่โทรมาถามว่ารีบไปไ
บทที่ 9 ทำความรู้จักซานขับรถออกมาได้ราวๆ สิบนาทีแล้ว แต่ภายในรถเงียบสนิท ไม่มีใครปริปากพูดอะไรก่อน กระทั่งรถแล่นมาติดไฟแดงตรงแยกใหญ่ที่จะไปมหาวิทยาลัยของซานและของเมล“รู้ได้ยังไงว่ารถคันนี้เป็นของฉัน ดูเธอไม่ลังเลใจเลยนะ ที่เดินมาขึ้นรถน่ะ”“ก็ดูไม่อยากนี่คะ รถมีคันเดียวจอดอยู่หน้าร้าน อีกอย่าง…ใน
บทที่ 7 แค่คนรู้จักซานแสยะยิ้มที่มุมปาก พอเดินมาถึงรถก็โยนหมวกกันน็อกให้เมล“ใส่ซะ”“ถ้าเมลทำตกพื้นจะทำยังไงคะ” เธอพ่นลมหายใจโล่งอกเมื่อคว้าหมวกไว้ได้ทันพอดี ก่อนจะยกมันขึ้นมาสวมอย่างลังเล “ใส่แบบนี้เหรอคะ” แต่หมวกกันน็อกกลับใบใหญ่กว่าศีรษะของเธออย่างเห็นได้ชัด“เดินเข้ามานี่” ซานเพยิดหน้าเรียกเสี







