Mommy, I want the billionaire CEO as my DADDY!

Mommy, I want the billionaire CEO as my DADDY!

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-08-31
Oleh:  LikklemissOngoing
Bahasa: English
goodnovel16goodnovel
10
7 Peringkat. 7 Ulasan-ulasan
171Bab
5.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

Luciano gazed at the little boy who tugged at his sleeve. His eyes mirrored the green of an emerald, a trait they shared. Kneeling down, Luciano faced the boy. "What's your name?" "Juan," the boy replied, a shy smile gracing his lips. "Juan, what a wonderful name," Luciano said, pulling him into a gentle embrace. He couldn't help but wonder where the boy's parents were. "Where are your parents?" he inquired softly. "My mom's at the store over there," Juan pointed across the street. Then, turning to Luciano, he asked, "As for my daddy... Will you be my dad, sir?"

Lihat lebih banyak

Bab 1

The Truth

เสียงแก้วเจียระไนราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนดัง เพล้ง! เศษแก้วกระจายเกลื่อนเหมือนหยาดน้ำตาที่ไม่มีวันไหลออกมาของคนในห้อง

ภายในห้องทำงานหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้โอ๊กและน้ำหอมราคาแพง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก ‘รินรดา’ ยืนตัวตรง กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววสดใสอยู่เสมอนั้น บัดนี้แดงระเรื่อและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอกำลังจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อ’ ผู้ให้กำเนิด

“แกต้องแต่งงานกับตาภพ! ฉันคุยกับผู้ใหญ่ทางโน้นเรียบร้อยแล้ว และนี่ไม่ใช่คำขอร้อง รินรดา... แต่เป็นคำสั่ง!”

เสียงทรงอำนาจของ ‘คุณรังสรรค์’ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังตวาดกร้าว ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความดุดัน สำหรับเขาแล้ว ลูกสาวเพียงคนเดียวไม่ได้ต่างอะไรจากหมากตัวสำคัญบนกระดานธุรกิจที่จะช่วยพยุงและขยายอาณาจักรของเขาให้ยิ่งใหญ่ขึ้น

“ไม่ค่ะ! รินไม่แต่ง!” รินรดาสวนกลับเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต “รินเพิ่งอยู่ปีสองเองนะคะพ่อ! และที่สำคัญ รินไม่ได้รักพี่ภพ พ่อก็รู้ว่าพี่ภพเจ้าชู้ขนาดไหน พ่อจะโยนรินเข้ากองไฟทั้งๆ ที่รู้หรอคะ!”

“ความรักมันกินไม่ได้! โตขนาดนี้แล้วทำไมยังคิดอะไรเป็นเด็กๆ อีก!” รังสรรค์ทุบโต๊ะทำงานดังปัง “ตาภพจะเจ้าชู้ยังไงเขาก็เป็นทายาทคนเดียวของเครือเอสจีเค ถ้าแกแต่งงานกับเขา หุ้นของบริษัทเราจะพุ่งขึ้นอีกเท่าตัว รู้ไหมว่ามีคนอีกกี่พันคนที่ต้องพึ่งพาเม็ดเงินก้อนนี้ แกจะมาเห็นแก่ตัวเพราะเรื่องความรักไร้สาระไม่ได้!”

“เห็นแก่ตัวหรอคะ?” รินรดาเค่นยิ้มทั้งน้ำตา คำพูดของพ่อเหมือนมีดที่กรีดลงบนใจ “คนที่เห็นแก่ตัวคือพ่อต่างหาก! พ่อเคยถามรินสักคำไหมว่ารินอยากได้อะไร? ตั้งแต่เด็กจนโต รินต้องเรียนในสิ่งที่พ่อเลือก ต้องแต่งตัวแบบที่พ่อชอบ ต้องคบเพื่อนที่พ่อเห็นว่ามีประโยชน์... รินยอมทำตามทุกอย่างเพราะคิดว่าพ่อรักริน แต่วันนี้รินรู้แล้ว... พ่อเห็นรินเป็นแค่สินค้า!”

“รินรดา!!”

“ถ้าพ่อเห็นว่าธุรกิจมันสำคัญกว่าความสุขของริน... งั้นพ่อก็อยู่กับเงินของพ่อไปคนเดียวเถอะค่ะ!”

รินรดาหมุนตัวกลับวิ่งออกจากห้องทำงานทันที เสียงตะโกนด่าทอของพ่อยังคงดังไล่หลังมา แต่เธอไม่สนอีกต่อไปแล้ว ร่างบางวิ่งขึ้นบันไดวนไปยังห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์นุ่มสบายที่เธอเคยคิดว่าเป็นเซฟโซน

แต่ตอนนี้... มันกลายเป็นกรงทองที่ขังอิสรภาพของเธอไว้

เธอมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยของแบรนด์เนม เสื้อผ้าราคาแพง และตู้กระจกเก็บกระเป๋าหรู ทุกอย่างที่เธอมีล้วนมาจากเงินของพ่อ และนั่นคือสิ่งที่พ่อใช้เป็นข้ออ้างในการควบคุมชีวิตเธอเสมอมา

‘ถ้าไม่มีเงินของฉัน แกก็เป็นได้แค่อีตัวตลกในสังคม!’ คำสบประมาทของพ่อในอดีตลอยเข้ามาในหัว

“เออ! รินจะพิสูจน์ให้ดูว่ารินอยู่ได้โดยไม่มีเงินของพ่อ!”

ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธและความขัดเคือง รินรดาปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างแรงลุกไปลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากตู้ เธอเปิดตู้เสื้อผ้า กวาดชุดลำลองที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่มี—ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์แบรนด์เนมอยู่ดี—ยัดใส่กระเป๋าอย่างลนลาน เธอยัดโน้ตบุ๊ก ไอแพด และกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรเครดิตอยู่ 3-4 ใบลงไปด้วย โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า บัตรพวกนั้นล้วนเป็นบัตรเสริมที่ผูกกับบัญชีของพ่อ

เมื่อจัดกระเป๋าเสร็จ รินรดาก็มองสำรวจตัวเองในกระจก เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์รัดรูป ทรงผมม้าปล่อยยาวสลวย ใบหน้าสวยหวานแม้จะซีดเซียวและมีรอยคราบน้ำตา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เธออาศัยจังหวะช่วงดึกที่ทุกคนในบ้านเข้านอนหมดแล้ว แอบย่องลงมาจากห้องนอน ก่อนจะออกทางประตูด้านหลังสวนโชคดีที่คนใช้และคนขับรถกลับเรือนพักไปหมดแล้ว รินรดาพาตัวเองและกระเป๋าเดินทางก้าวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดบานยักษ์ของคฤหาสน์อัครเดชากุลออกมาสู่โลกภายนอก

เสียงประตูรั้วปิดลงเบาๆ... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เธอไม่คาดคิด

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง... จากคุณหนูผู้สง่างาม บัดนี้รินรดานั่งแหม่บอยู่บนขอบฟุตบาทข้างถนนสายหนึ่งในกรุงเทพฯ สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ลมกลางคืนพัดจนเธอหนาวสั่น รอบตัวมีแต่ความมืดและเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาเป็นระยะ

“แล้ว... ฉันจะไปไหนต่อล่ะเนี่ย?” รินรดาพึมพำกับตัวเองอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้

ความอวดดีในตอนแรกเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความเคว้งคว้าง เธอเปิดโทรศัพท์มือถือ กดเข้าแอปพลิเคชันค้นหาที่พัก ทว่าโรงแรมหรูห้าดาวที่เธอคุ้นเคยล้วนแต่อยู่ในย่านใจกลางเมือง และที่สำคัญ... ถ้าเธอเช็คอินโรงแรมพวกนั้น พ่อต้องตามรอยจากบัตรเครดิตเจอภายในห้านาทีแน่ๆ

“ไม่ได้... ต้องหาที่ที่พ่อจะไม่มีวันคิดว่าคนอย่างรินรดาจะไปอยู่”

เธอเสิร์ชหา ‘ห้องเช่ารายเดือน ราคาถูก ใกล้มหาวิทยาลัย’ นิ้วเรียวไถหน้าจอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอประกาศหนึ่ง ‘หอพักอุดมสุข... ห้องพัดลม ราคา 2,500 บาทต่อเดือน ติดต่อป้าศรี’ มีรูปภาพตึกแถวสี่ชั้นสีซีดๆ ที่ดูเหมือนสร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองตั้งอยู่เบื้องหลังมหาลัยของเธอพอดี

“2,500 บาท? ถูกขนาดนี้เลยหรอ? โฮสเทลที่ลอนดอนยังคืนละตั้งหลายพัน...” คุณหนูผู้ไม่ประสีประสาโลกพึมพำ “เอาเถอะ ยิ่งถูก ยิ่งซอมซ่อ พ่อยิ่งหาไม่เจอ!”

รินรดาจัดการกดเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน (ซึ่งตัดเงินผ่านระบบเครดิต) ไม่นานนัก รถแท็กซี่สีชมพูแล่นมาจอดตรงหน้า เธอหอบกระเป๋าขึ้นรถด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะบอกจุดหมายปลายทางที่เธอไม่เคยคิดจะเฉียดกรายเข้าใกล้ในชีวิต

เวลาตีหนึ่งครึ่ง... แท็กซี่มาจอดส่งเธอที่หน้าปากซอยแคบๆ แห่งหนึ่ง ย่านชุมชนรอบมหาวิทยาลัย รินรดาก้าวลงจากรถพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางแบรนด์ริโมว่า (Rimowa) ราคาเหยียบแสน ไปตามพื้นปูนที่ขรุขระ เสียงล้อลากกระทบพื้นดัง ครืดๆๆ ก้องไปทั้งซอยที่เงียบสงัด

กลิ่นขยะจางๆ และกลิ่นท่อระบายน้ำโชยมาเตะจมูกจนคุณหนูรินต้องเอามือปิดจมูกเบ้หน้า

“นี่มันนรกชัดๆ... รินรดา แกหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ” เธอครางเบาๆ ในใจ แต่ขาก็ยังคงก้าวต่อไปจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าตึกสี่ชั้นสีส้มอมเทาที่มีป้ายไฟนีออนเก่าๆ เขียนว่า ‘หอพักอุดมสุข’ ไฟกระพริบระยิบระยับคล้ายจะพังแหล่ไม่พังแหล่

ตรงเคาน์เตอร์ด้านล่าง มีคุณป้ารูปร่างท้วมคนหนึ่งนอนสัปหงกอยู่บนเก้าอี้โยก ข้างๆ มีพัดลมตัวใหญ่เปิดเสียงดังวี้ๆ

“เอ่อ... ขอโทษนะคะ คุณป้าศรีหรือเปล่าคะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงเบา พลางใช้นิ้วเคาะเคาน์เตอร์กระจกเบาๆ

ป้าศรีสะดุ้งตื่น ขยี้ตาปรืนๆ มองเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเคลือบแคลง เด็กอะไรสวยหยาดเยิ้ม ผิวขาวออร่ากระจาย เสื้อผ้าดูแพง แถมกระเป๋าเดินทางยังดูหรูหราผิดกับสถานที่สิ้นดี

“เออ ฉันป้าศรี... มาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้ฮะแม่คุณ?”

“คือ... หนูเห็นประกาศเช่าห้องในเน็ตน่ะค่ะ ยังมีห้องว่างไหมคะ?”

“มี... เหลือห้องริมสุดชั้นสาม ห้องพัดลมนะ เดือนละสองพันห้า มัดจำล่วงหน้าหนึ่งเดือน รวมเป็นห้าพัน จ่ายสดตอนนี้เลยไหม?” ป้าศรีถามเสียงห้วน

“อ๋อ... จ่ายสดหรอคะ? รูดบัตรได้ไหมคะป้า?” รินรดายื่นบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดสีดำขลับให้ป้าศรี

ป้าศรีมองบัตรแล้วสลับมามองหน้ารินรดา ก่อนจะหลุดขำออกมาดังลั่น “ฮ่าๆๆ! แม่คุณเอ๊ย! ที่นี่หอพักราคาถูก ไม่ใช่พารากอน! ไม่มีเครื่องรูดบัตรหรอก ยอมรับแต่เงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเท่านั้นแหละ!”

รินรดาหน้าชาด้วยความอาย เธอรีบดึงบัตรคืนแล้วควานหาเงินสดในกระเป๋า โชคดีที่มีแบงก์พันติดกระเป๋าอยู่ประมาณหกเจ็ดใบที่เธอเคยกดทิ้งไว้ เธอรีบนับเงินห้าพันบาทส่งให้ป้าศรีทันที

ป้าศรีรับเงินไปนับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนกุญแจห้องผูกเชือกฟางสีแดงให้ “ห้อง 309 อยู่ชั้นสาม เดินขึ้นบันไดไปเองนะ ไม่มีลิฟต์ ทางเดินมืดหน่อย ไฟทางเดินมันเสียยังไม่ได้ซ่อม”

“ไม่มีลิฟต์?!” รินรดาอ้าปากค้าง มองบันไดปูนเปลือยที่ดูแคบและมืดมิดเหมือนทางขึ้นปราสาทแดรกคูลา

“เอ้า! ถ้าเรื่องมากก็ไปนอนป้ายรถเมล์นู่นไป๊!” ป้าศรีบ่นอุบก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ

รินรดาไม่มีทางเลือก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ยึดกระเป๋าเดินทางแน่น แล้วเริ่มแบกกระเป๋าหนักเกือบยี่สิบกิโลกรัมขึ้นบันไดไปทีละขั้น ความเหนื่อยและความร้อนทำให้น้ำตาที่แห้งไปแล้วเริ่มจะเอ่อขึ้นมาอีกรอบ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวสวยบัดนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เธอพาสังขารมาจนถึงชั้นสามจนได้ ทางเดินมืดสนิทมีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าต่างท้ายทางเดิน รินรดาเดินลากขาไปตามห้องต่างๆ 306... 307... 308... และหยุดลงที่ห้องสุดท้าย 309

เธอยัดกุญแจเข้าแม่กุญแจเก่าๆ ไขเปิดประตูออกด้วยความหวังว่าด้านในจะดูดีกว่าด้านนอกบ้าง ทว่าเมื่อเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้เธอแทบอยากจะกรีดร้องลั่น

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร มีเตียงไม้เก่าๆ พร้อมโต๊ะเล็กๆ กลางห้อง มีโต๊ะเครื่องแป้งพลาสติก และพัดลมตั้งโต๊ะสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะ ห้องน้ำในตัวมีเพียงส้วมซึมแบบนั่งยองและถังน้ำพลาสติกใบใหญ่

“นี่มัน... อะไรกันเนี่ย...” รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่ส่งเสียง เอี๊ยดอ๊าด ทันทีที่ก้นสัมผัส ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนเธอต้องไอค่อกแค่ก

ความกดดัน อารมณ์ชั่ววูบ และความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่สะสมมาตลอดคืนระเบิดออกมารินรดาซบหน้าลงกับหัวเข่าตัวเองแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอกำลังคิดถึงเตียงนอนขนนกหนานุ่มที่บ้าน คิดถึงห้องแอร์เย็นฉ่ำ คิดถึงแม่บ้านที่คอยเอาใจทุกอย่าง

“ฮือออ... พ่อใจร้าย... ทำไมต้องบังคับรินด้วย...” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เสียงสะอื้นเบาๆ ดังลอดผ่านผนังห้องที่บางแสนบางออกไปด้านนอก

ในขณะที่รินรดากำลังจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังอยู่นั้น...

แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ฝืดเคือง

และในวินาทีต่อมา... พรึ่บ! ไฟทั้งห้องดับวูบลงทันที! ไม่ใช่แค่ไฟดับ แต่มันมืดสนิทชนิดที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง พัดลมที่เคยหมุนเอื่อยๆ หยุดกึกลงทันควัน

“กรี๊ดดดดด!” รินรดาร้องกรีดร้องลั่นห้องด้วยความกลัวจับใจ เธอเกลียดความมืดที่สุด และตอนนี้เธอกำลังติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ไม่คุ้นเคยในเวลาตีสอง

เธอลนลานคลำหาโทรศัพท์มือถือบนเตียง แต่ด้วยความตื่นตระหนกทำให้มือปัดโดนโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง ตุ้บ! และไถลไปไหนก็ไม่รู้ในความมืด

“ฮือออ... ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!” รินรดาร้องตะโกนอย่างเสียขวัญ เธอโผไปที่ประตูห้อง คลำหาลูกบิดเพื่อจะเปิดออกไปด้านนอก แต่ด้วยความลนลานทำให้ออกแรงกระชากจนลูกบิดประตูเก่าๆ หลุดติดมือออกมา!

แก๊ง! ลูกบิดเหล็กหล่นพื้น

“ไม่นะ! ประตูเปิดไม่ได้! ช่วยด้วยยย!” คุณหนูผู้สิ้นฤทธิ์ทุบประตูห้องรัวๆ น้ำตาไหลพรากเป็นสาย ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

ทว่าในความมืดมิดอันน่าหวาดกลัวนั้นเอง... ที่อีกฝั่งของบานประตู มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องของเธอ ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูสี่ห้าครั้งดัง ปังๆๆ

“พี่ครับ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?! เสียงดังไปถึงห้องผมเลย”

เสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความกังวลของชายหนุ่มคนหนึ่งดังทะลุผ่านบานประตูเข้ามา มันเป็นเสียงที่ทำให้รินรดาที่กำลังสติแตกสะดุ้งกึก และรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ในค่ำคืนที่มืดมิดนี้

(จบตอนที่ 1)

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

To Readers

Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.

Ulasan-ulasanLebih banyak

Miss Kiss
Miss Kiss
Luciano and Isabella not knowing each other is killing me
2024-06-23 22:44:19
3
0
Miss Kiss
Miss Kiss
more chapters, author.
2024-06-17 03:14:03
5
0
erizdebby
erizdebby
the book is cool, I'm enjoying it.
2024-05-28 16:42:48
5
0
Temidayo Yusuf
Temidayo Yusuf
Dear Author, I'm impressed by your storytelling talent and passion. As a book promotion specialist, I can help you gain the recognition you deserve. With my tools and experience, I can broaden your audience, increase readership, and guide you in creating an audiobook or comic book.
2024-05-28 07:03:32
3
0
erizdebby
erizdebby
Nice story...I'm enjoying it
2024-05-25 07:04:12
7
0
171 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status