INICIAR SESIÓNห้องพัก นายแพทย์วาโย เตชะกุล
“ยังไงเราก็ต้องเปลี่ยนหัวใจให้น้องเดียวนี้”
“ยังไง!! รัญหาหัวใจที่เข้ากับลิสได้มาตลอด แต่ก็ยังไม่เจอเลย”
คำพูดของวาโยทำเอาพี่ชายอย่างอรัญถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเผยให้เห็นถึงความไม่แน่ใจและความกังวลเป็นอย่างมาก มือหนาทั้งสองกุมศีรษะของตัวเองพลางนวดเบาๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!!
“คุณหมอครับ! เคสเมื่อสักครู่ที่เข้ามาพร้อมกับคุณอสิลผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วนะครับ”
“แล้วยังไง”
เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของอรัญดังสวนขึ้นเมื่อบุรุษพยาบาลโพล่งเข้ามาเหมือนมีเรื่องด่วน ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างกดดันเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย วาโยที่เห็นท่าทีของเพื่อนรีบห้ามทันทีเพื่อให้เขาใจเย็นลง
“สมองตายครับ!! แต่ผู้ป่วยทำเรื่องบริจาคหัวใจเอาไว้ด้วย”
เหมือนพระเจ้ามาโปรดสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในตอนนี้ อรัญถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกความรู้สึกที่แสนตึงเครียดได้รับการปลดปล่อย ใบหน้าหล่อระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจพลางหันไปยิ้มให้กับวาโยที่ยืนอยู่ข้างกัน
"ตามคุณหมอดาร์ริน"
"ครับคุณหมอ" สิ้นเสียงของวาโยบุรุษพยาบาลก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที อรัญทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้าก่อนที่เสียงข้อความในโทรศัพท์จะดังขึ้น มือหนาล้วงหยิบมันออกมาจากเสื้อสูทตัวนอกก่อนจะเปิดอ่านข้อความ
"ใคร!!!"
เสียงทุ้มเข้มที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจดังขึ้น น้ำเสียงของวาโยทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม มือหนาก็กดปิดหน้าจอลงพลางยัดมันใส่กระเป๋าทันทีโดยไม่ได้แม้แต่จะตอบข้อความ
"ทำไม!!! หึงรัญรึไง"
น้ำเสียงกึ่งประชดเอ่ยสวนถามพลางยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงเดินเข้าไปประชิดตัววาโยที่กำลังจะเปลี่ยนชุด มือหนากระชากท่อนแขนแกร่งอย่างแรงให้อีกฝ่ายหันมาประจันหน้า ดวงตาคมไล่มองมัดกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวเป็นลอนสวยงามพร้อมกับมือหนาที่ค่อยๆลูบไล้จนคนโดนรุกถึงกับรีบดึงมือหนาของอรัญออกอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเตลิดไปมากกว่านี้
"รัญ! อย่าแกล้ง ไม่มีเวลาแล้ว"
"รู้แล้วน่า!! รัญรู้สึกได้นะ ว่าหัวใจดวงนี้เข้ากับลิสได้"
อรัญว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของคุณหมอหนุ่ม ดวงตาคมเป็นประกายมีความหวังขึ้นมา ใบหน้าหล่อยกยิ้มอย่างโล่งใจก่อนจะยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงเมื่อเห็นเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"ยิ้มแบบนี้!! คือสบายใจแล้วใช่ไหม"
"ยัง!!จนกว่าลิสจะปลอดภัย" วาโยตบบ่าแกร่งของอีกฝ่ายเบาๆพลางส่งยิ้มให้กำลังใจ อรัญพยักพเยิดตอบรับเล็กน้อยก่อนจะโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น
"ไปกันเถอะ รัญอยากรู้ว่าหัวใจจะเข้ากับลิสได้ไหม" มือหนาเดินไปเปิดประตูกระจกพร้อมกับดึงท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่ายให้เดินตามมา
'อยากเจอเธอจังเลย'
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้







