Masukปี๊ป่อ ปี๊ป่อ~
เสียงของรถแอมบูแลนซ์สองคันดังกึ่งก้องไปทั่วแสงไฟเปิดเป็นสัญญาณฉุกเฉินเคสหนัก ก่อนที่รถทั้งสองคันจะวิ่งมาบรรจบมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเดียวกัน แต่ด้วยการจราจรที่ติดขัดเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานทำให้ทั่วท้องถนนเต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงที่จอดติดอยู่บนถนนทุกสายในที่สุดรถแอมบูแลนซ์ทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ
“ขอทางด้วยครับ”
คุณหมอทั้งสองคนกระโดดขึ้นเตียงทันทีเมื่อรถจอดสนิท เสียงของเจ้าหน้าที่ตะโกนดังลั่นเพื่อขอทางให้รถเข็นทั้งสองคันได้เข้าห้องฉุกเฉินเพราะอาการของคนบนเตียงค่อนข้างวิกฤตหนักคุณหมอหนุ่มทั้งสองปั๊มหัวใจกันจนสุดความสามารถ
‘เขาสองคนเป็นเนื้อคู่กันนิครับท่าน’
‘หนึ่งชีวิตต้องแลก’
เสียงพูดอันแผ่วเบาของเงาดำเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเส้นด้ายสีแดงปรากฎขึ้นจากชายหญิงที่ตอนนี้กำลังเข้าขั้นวิกฤตหนักทั้งคู่ ภาพตรงหน้าที่คุณหมอกำลังปั๊มหัวใจของทั้งคู่ ทำให้เงาดำทั้งสองถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะไม่สามารถทำอะไร
“หัวใจของคุณอลิสหยุดเต้น” คุณหมอหนุ่มเริ่มสติแตกเมื่อสัญญาณชีพจรของหญิงสาวดับลง มือหนาที่กำลังทำกระตุ้นหัวใจถูกชักออกหยุดการปฏิบัติติหน้าที่
“ผมขอ...”
“ไม่ได้!! คุณต้องทำยังไงก็ได้ให้น้องผมกลับมา ไม่อย่างนั้นละก็ ได้เห็นดีกัน!”
ยังไม่ทันที่คุณหมอหนุ่มจะได้ประกาศเวลาการเสียชีวิตก็ถูกเสียงทุ้มเข้มตวาดออกคำสั่งกึ่งข่มขู่ ทำให้พยาบาลและคนอื่นๆที่อยู่ตรงนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูกเหมือนเห็นสีหน้าของชายหนุ่มร่างสูงหุ่นล้ำที่กำลังจ้องพวกเขาด้วยสายตาอำมหิต
“หลีกไปผมจัดการเอง” เสียงของหมอ วาโย ดังขึ้นพลางแทรกตัวเข้ามาพร้อมกับเครื่องกระตุ้นหัวใจถูกเอามาใช้งาน เขาทำทุกอย่างให้สัญญาณกลับมาอีกครั้งโดยมีพี่ชายอย่างอรัญยืนเคียงข้างน้องสาวอยู่ไม่ห่าง
‘ผู้หญิงยังไม่หมดอายุขัย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นอีกคนที่ต้องแลก’
เสียงโล่งอกถูกเปล่งออกมาอย่างสบายใจเมื่อเห็นชีพจรของหญิงสาวปรากฎขึ้นบนหน้าจออีกครั้งก่อนที่ดวงตาคมจะหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังถูกกระตุ้นหัวใจอยู่ที่เตียงข้างกันโดยมีแค่ผ้าม่านกั้นเอาไว้เท่านั้น
‘เราช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้เลยเหรอครับท่าน ในเมื่อสองคนนี้เป็นเนื้อคู่กัน’
‘เรามีหน้าที่แค่มารับดวงวิญญาณ ไม่สามารถเปลี่ยนชะตาใครได้หรอกนะท่าน’
เงาดำที่ดูมีอายุมากกว่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยจับจ้องดูการช่วยชีวิตของทั้งคู่อย่างเวทนาก่อนที่ทั้งสองเงาจะตรงดิ่งไปยังเตียงของชายหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อของเขาอาบไปด้วยเลือด
‘ถึงเวลาที่ท่านต้องไปกับพวกเราแล้ว’
‘พวกคุณคุยกับผมเหรอ เดี๋ยวนะ!!ทำไมมือและตัวของผมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ’
ดวงตาคมมองมือทั้งสองของตัวเองสลับกับมองใบหน้าของชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสงสัย พวกเขาไม่ตอบแต่กลับมองไปร่างของชายหนุ่มที่ตอนนี้เหล่าญาติๆกำลังกอดร่างอันไร้วิญญาณร้องไห้เสียใจกันยกใหญ่เมื่อได้เสียคนในครอบครัว
‘นี่ผม ตายแล้วเหรอ’
‘ตายแค่ร่าง แต่หัวใจ’
‘หัวใจ!? หมายความว่ายังไงครับ’
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้







