LOGINภูรินทร์ ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตแต่วิญญาณของเขากลับไม่อาจไปไหนได้ เพราะหัวใจของเขาถูกนำไปปลูกถ่ายให้กับ อลิส หญิงสาวป่วยโรคหัวใจ ยมทูตบอกความจริงกับเขาว่า อลิสคือ เนื้อคู่และเขาต้องอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าเธอจะหมดอายุขัย อลิสสามารถมองเห็นภูรินทร์ตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นขึ้นมา… และหัวใจของเธอก็เริ่มสั่นไหวให้กับวิญญาณหนุ่มผู้คอยอยู่ข้างกาย
View Moreความรักคืออะไร??
ยากจังกับคำถามนี้
ความรักสำหรับผม..... ต้องซื่อสัตย์ ไม่โกหก เอาใจใส่ แค่นี้มั้ง
แต่...........
ผมไม่เคยได้รับมันเลยสักอย่าง ตอนนี้จะสามสิบแล้วคนรักดีๆสักคนมันหายากจัง
ผมจะฝากหัวใจให้ใครดูแลดีนะ หวังว่าเธอคนนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของผม
ผมเชื่อเรื่องนี้นะ
--- ภูรินทร์ เมธิกิต ---
****************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************
“โธ่เว้ย! แม่งหนีไปได้ยังไงว่ะ ”เสียงสบถดังขึ้นอย่างหัวเสีย ปืนสั้นกระบอกสีดำถูกวางลงบนโต๊ะกระจกด้านก้านพลางทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่อย่างแรงเพราะความเหนื่อยล้าหลังจากที่พวกเขาวิ่งตามล่าโจรในคาบคนดีอยู่นานสองนาน เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับโน้มตัวหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดับกระหาย“ใจเย็นก่อนไอ้รัญ มันก็ถูกยิง! หนีไปได้ไม่ไกลหรอก”ภาคินพยายามปลอบใจของเพื่อนให้ใจเย็นลงพลางวางปืนของตัวเองไว้ข้างกายก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะหันไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงลูกน้องที่อยู่หน้าห้องกำลังเอะอะโวยวายกันอยู่“สงสัยไอ้พัฒกับไอ้ชิดกลับมาแล้ว”สองหนุ่มยันกายลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่พลางเดินออกไปด้านนอกห้องก่อนจะพบกับลูกน้องคนสนิทอย่างพัฒพงษ์และชายชุดดำอีกประมาณหกถึงสิบคนกำลังนั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยตามล่าเป้าหมายกันอยู่นานกว่าจะกลับมาถึงที่นัด“เป็นไง! เจอมันไหม”“เราเกือบได้ตัวมันแล้วครับ……. แต่มีคนเข้าไปช่วยมันเอาไว้ก่อน”โธ่เว้ย!!!!!แววตาด
ณ.บ้านพักประตูรั้วไม้สีขาวถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้าเมื่อได้รับสัญญาณจากรีโมทก่อนที่รถตู้สีดำสนิทจะแล่นเข้าไปอย่างช้าๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ทำให้ทางเข้าบ้านแทบไม่มีแสงแดดทะลุผ่านเข้ามาได้เลย บ้านสวนแห่งนี้ลมเย็นแทบยังถูกควบคุมอณุหภูมิให้คงที่เพราะส่วนมากที่นี่จะเป็นสวนผมไม้และดอกไม้เอาไว้สำหรับค้าขาย“สวัสดีครับคุณชนา ไม่ได้มานานเลยนะครับ”น้ำเสียงแหบของชายสูงวัยดังขึ้นเมื่อประตูรถถูกเปิดออก ลุงหมาย ชายวัยหกสิบห้ายิ้มแย้มต้อนรับผู้เป็นนายอย่างอบอุ่นพลางยื่นมือไปรับเสื้อสูทตัวนอกพร้อมกับกระเช้าแบรนด์รังนกที่อีกฝ่ายซื้อมาฝาก“เป็นยังไงบ้างบ้างละ หมาย อยู่ที่นี่โอเคใช่ไหม”น้ำเสียงที่เอ่ยถามแผ่วเบาเย็นชาพลางตบบ่าของอีกฝ่ายเบาๆเป็นการทักทายก่อนจะเดินนำ หมายเข้าไปด้านในบ้าน“อือ! บ้านนี้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”นัยน์ตาคมเป็นประกายมองกวาดไปรอบบ้านๆ แววตาของชนาเต็มไปด้วยความสุขรอยยิ้มที่แสนจะสบายใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เขาจะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาไม้ตัวใหญ่“ก็ผมไ
ณ.โรงพยาบาลพิริยะช่วงบ่ายของวัน ภายในห้องทำงานสีขาวกว้างขวางรายล้อมไปด้วยกระจกบานใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าม่านใหญ่สีขาวเพราะแสงแดดจากด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของห้องนี้หรูหราคุมโทนเข้ากันไปหมดก่อนที่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดังขึ้น“ฉันตรวจเช็คกับโรงพยาบาลCCแล้ว เห็นเค้าแจ้งว่ามาคุณหมอวีลาพักร้อนยาวๆ”ภาคินว่าพลางเดินนำเพื่อนไปยังโซฟาตัวใหญ่ก่อนที่เขาทั้งคู่จะถอดเสื้อสูทตัวนอกออกทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ให้รู้สึกหายเหนื่อยหลังจากที่อยู่บนรถมากนาน“ใครว่ะ!? หมอวี”อรัญเอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางเอื้อมมือไปรับแก้วน้ำเปล่าเย็นๆจากเพื่อน ใบหน้าหล่อฉงนส่งสายตาเป็นคำถามอีกครั้งเมื่อเห็นภาคินไม่ยอมตอบสักทีเอาแต่กดโทรศัพท์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข “ ตอบกูก่อน คุยกับเมียอยู่นั่นแหละ ”“ก็เพราะเมียเนี่ยแหละ.....ไม่งั้นก็ไม่ได้ข้อมูลมาหรอก”น้ำเสียงของภาคินจริงจังและหนักแน่นไม่ต่างจากสีหน้าและแววตาก่อนที่เขาจะวางโทรศัพท์เครื่องลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าพลางเอื้อมมือคว้
ณ.บ้านโชติญกุล“สั่งแล้วใช่ไหม……ให้กลับบ้านทำไมดื้อแบบนี้”“โอ๊ย!!!! พี่รัญ”คนตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาบีบจมูกเล็กของเธออย่างแรงเป็นการทำโทษก่อนจะกระชากตัวเข้ามาโอบกอดอย่างแน่นพลางส่งสายตาคาดโทษเพื่อนสาวคนสนิทอย่างกานดาที่กำลังยืนก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ด้านหลัง“อย่าโทษน้องๆเลยรัญ……โยผิดเองแหละที่ไม่ห้าม”แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินน้ำเสียงรู้สึกผิดของคุณหมอวาโย มือหนายื่นไปโอบเอวหนาของอีกฝ่ายพลางดึงเขามากอดด้วยอีกคนก่อนที่ทั้งหมดจะได้ยินเสียงทุ้มกังวานของชรัณที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสองด้วยชุดนอนของอรัญเจ้าของบ้าน“กลับกันมาแล้วเหรอ”“พี่นัน!”สองสาวเรียกชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงสัตว์ตัวเล็กๆ อลิสดันตัวออกจากอ้อมแขนของพี่ชายมองใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจเพราะชรัณเองก็ไม่เคยมาที่บ้านหลังนี้อีกเลยตั้งแต่พ่อกับแม่ของสองพี่น้องเสียไป แววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอลิสทำให้คนตัวโตถึงกับฉีกยิ้มกว้างก่อนจะยื่นมือมาเหมือนกำลังจะโอบกอดเธอ“งั้นสองสาว......ขอพี่กอดหน่อย”“หยุดเลย! เอามือออกไป.....แล้วใครให้มึงเอาเสื้อผ้ากูมาใส่เนี่ย”อรัญว่





