LOGIN“ว่าไงคะ ดีไหม”
“เออ พี่ว่าเรียก พี่กับอัญ ก็ดีแล้วนะคะ”
“แต่มันไม่แตกต่างไง ใคร ๆ ก็เรียกแบบนี้ทั้งนั้น แต่เราสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทั้งบ๊วบ ๆ ทั้งโบ๊ะบ๊ะ ทั้ง...”
“พอครับพอ เรียกเวลาอยู่กันสองคนแล้วกันนะครับ” กันต์ที่ทนฟังเรื่องบ๊วบ ๆ ไม่ได้รีบตัดบท
กูไม่น่าเลย ของต้องห้าม แล้วมึงดันไปยุ่ง เป็นไง นรกเรียกพี่ก็คราวนี้
“ลุงกันต์ของเด็ก ๆ น่ารักอย่างนี้นี่เอง หลาน ๆ ถึงได้รักได้หลงนัก” คนปากหวานเอียงคอใช้ศีรษะถูต้นแขนของกันต์ไปมา
“หัวเหม็น! สระผมเมื่อไหร่เนี่ย” กันต์ใช้มือดันศีรษะคนหัวเหม็นออกห่างจากตัว
“อาทิตย์ที่แล้ว”
“อาทิตย์ที่แล้ว?” คำตอบนั้นทำเอากันต์แทบลมจับ ผ่านไปสี่ปี ยายเด็กนี่ก็ซกมกเหมือนเดิม แล้วจะให้เขาเรียกว่า ‘เบ๊บ’ เนี่ยนะ
หมูเบ๊บจากเรื่อง เบ๊บ หมูน้อยหัวใจเทวดา มากกว่ามั้ง
“บี๋ พาอัญมาที่นี่ทำไมคะ” อัญชญามองดูรอบ ๆ ตัว ห้องเสื้อครบวงจร คือเข้ามาแล้วออกไปพร้อมออกงาน
“จะไปงานแฟชั่นไม่ใช่เหรอ ต้องแต่งตัว” สิ่งที่กันต์อยากให้ทางร้านทำที่สุดคือจับยายเด็กนี่สระผม จริง ๆ อยากให้อาบน้ำด้วย เพราะไม่รู้ว่าล่าสุดอาบน้ำไปเมื่อไร
“เค ๆ ชอบคนสะอาดก็ไม่บอก”
“หึ! ใครบ้างไม่ชอบคนสะอาด” กันต์บ่น อยากให้เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบพวกสกปรกซกมก
“อัญโทรบอกพี่อาร์ตแล้วนะว่าวันนี้ไปออกงานกับบี๋ ให้ค้างห้องบี๋ไหมคะ”
“ไม่ต้อง!!!” ครั้งเดียวก็นรกพอแล้ว อย่าให้มีนรกรอบสองเลย
“อะไรกัน คนเป็นผัวเป็นเมียก็ต้องอยากอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ” เธอบ่นอุบอิบ เพราะตอนนี้มีพี่พนักงานเดินเข้าห้องมาด้วยกันสามสี่คน
“สวัสดีค่ะ คุณกันต์ วันนี้มีอะไรให้ยาหยีรับใช้คะ” สาวสวยวัยสามสิบกว่าพูดคุยกับกันต์อย่างเป็นกันเอง
“วันนี้จะพาน้องไปออกงาน เลยอยากให้ช่วยแปลงโฉมให้หน่อยครับ”
‘น้อง’ อย่างนั้นเหรอ น้องอะไรจะดูดกันบ๊วบ ๆ
เหอะ! อัญชญาทั้งเบะปากทั้งมองบน
“สวัสดีค่ะ อัญค่ะ แฟนเฮียกันต์” คนตั้งตัวเป็นแฟนกอดแขนเขาแน่น สายตาพิฆาตถูกส่งมาให้อัญชญาร้อน ๆ หนาว ๆ
“เชิญทางนี้ค่ะ น้องอัญ” อัญชญาเดินตามพี่พนักงาน แต่สายตายังมองมาทางกันต์ละห้อย ส่วนเขาได้แต่สนใจกับโทรศัพท์มือถือ
ห้องไลน์ส่วนตัว
AAT : ดูแต่ตา มืออย่าต้อง
KAN : เออ มึงจะย้ำอะไรนักหนา ถ้ามึงจะหวงขนาดนั้น ทำไมไม่บอกน้องมึงว่าไม่ต้องมายุ่งกับกู
AAT : น้องบอกว่าใช้มึงเป็นแค่เครื่องมือ
“เครื่องมือห่าอะไรจะ...” คำว่า ‘บ๊วบ ๆ โบ๊ะบ๊ะ’ ต้องกลืนลงคอ ถึงห้องนี้จะไม่มีใคร แต่มีกล้องวงจรปิด
KAN : รู้แล้วจะหวงทำไม
AAT : นั่นมันน้องกู ทำไมกูจะไม่หวง
KAN : เออ ๆ เรื่องมาก เท่านี้นะ
แผนการใช้เขาเป็นเครื่องมือ อัญชญาบอกเขาไว้แล้วว่าจะบอกอาชวินแบบนั้น แต่พอได้ฟังจากคนอื่น ทำไมเขากลับไม่ชอบใจเลยสักนิด
มึงย้อนแย้งนะไอ้กันต์
นั่นสิ! ย้อนแย้ง แม่ง!
เวลาสองชั่วโมงผ่านไป เมื่อประตูห้องเปิด กันต์ถึงกับตะลึง เพราะความขาวนุ่มฟูที่กระแทกตาอย่างแรง
“ชุดไม่โป๊ไปเหรอ” คำพูดแรกของเขาที่เห็นเธอในชุดราตรีสีดำเกาะอก เป็นชุดที่เรียบ แต่กลับดูดีอย่างที่กันต์เองก็คาดไม่ถึง แต่เพราะความขาวนั่นแหละที่ทำเขาต้องทัก
“ก็ไม่นะคะ คุณกันต์ น้องอัญใส่ออกมาแล้วสวยมาก” ยาหยีรีบแย้งทันที เพราะน้องอัญใส่แล้วสวยจนเธอต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้โพรโมตในไอจี
“หึงเหรอ” เสียงหวานถามคนหน้าหงิก
“หึงบ้าหึงบออะไรกัน ไปได้รึยัง” ว่าแล้วคนไม่หึงก็เดินตรงไปยังรถ ซึ่งตอนนี้เขาเปลี่ยนให้รถตู้วีไอพีมารับ
สายตาดุยังชำเลืองมาไม่หยุด ก่อนที่สูทตัวใหญ่จะย้ายจากร่างสูงใหญ่มาคลุมตัวเธอ
“ร้อน ฝากหน่อย” คนปากแข็งทนมองความขาวนั่นไม่ได้ รอยแดงเมื่อหลายวันก่อนหายไปแล้วสินะ ถึงได้กล้าใส่ชุดเกาะอกนมออกครึ่งเต้าแบบนี้
“บี๋เป็นอะไรคะ” อัญชญาเรียกเสียงหวาน ตั้งแต่ขึ้นรถมา เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับมาตลอดทาง
คำว่า ‘หึง’ คำว่า ‘หวง’ อยู่เต็มหน้า นี่เขาจะรู้ตัวบ้างไหม อีตาลุงสมองช้า
“ไม่ได้เป็นอะไร”
“ทำไมพูดกับเมียไม่มีหางเสียง นี่เมียนะคะ เมีย” คนเป็นเมียพยายามย้ำอีกหลายครั้ง แต่ดูเหมือนเสียงถอนหายใจกับสายตาที่หลับลงคงบอกได้ว่า เขาไม่อยากคุยกับเธอ
เหนื่อยกับงานแหละ คงไม่ได้เหนื่อยกับเธอ
ว่าแล้วอัญชญาก็ยกโทรศัพท์สมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดโปรแกรมถ่ายรูป หันกล้องมาเป็นกล้องหน้า ไม่ลืมทำให้เป็นรูปหน้าชัดหลังเบลอก่อนจะกดถ่าย
“ผู้ชายจะเลี้ยงเด็กเป็นหรือเปล่า” ฟังจากคำพูดของเธอ ป้าแจ๊ดดูจะไม่ชอบหน้าพ่อกานต์สักเท่าไร “เคยเลี้ยงลูกอยู่ครับ ไม่ทราบว่าครูเคยมีลูกหรือเปล่าครับ” คำพูดฟังเหมือนคำถามทั่วไป แต่บาดลึกลงหัวใจของคนอย่างอาจารย์แจ๊ดหรือป้าแจ๊ดของอัญชญา เพราะเธอโสดสนิท ลูกสักคนไม่เคยมี จะมีได้อย่างไร ในเมื่อผัวสักคนยังไม่เคยมี “ป้ากลับก่อนนะอัญ ไว้จะแวะมาใหม่” คนไม่เคยมีลูกค้อนให้คนแก่หัวโล้น เคยมีลูกใช่ว่าจะเลี้ยงหลานเก่งกว่าเธอ คอยดูเถอะว่าใครจะเลี้ยงหลานได้ดีกว่ากัน “พ่อไปแกล้งป้าแจ๊ดทำไม” กันต์บ่นพ่อเบา ๆ ตอนที่ป้าแจ๊ดปั่นจักรยานออกจากเขตรั้วบ้านไปแล้ว “ไม่ได้แกล้ง ก็แค่ถามว่าเคยมีลูกไหม ทำไมต้องโมโหด้วย” “ลุงหนานกานต์มาแล้วก๋า กินข้าวเจ้า” เสียงสายใจแม่บ้านมาเรียกกานต์ไปรับประทานอาหารพร้อมกับตากับยาย ทางเหนือจะเรียกพระที่สึกแล้วว่าหนาน ถ้าอายุมากหน่อยก็เรียกลุงหนาน “เดี๋ยวนี้มีตำหน่งตำแหน่ง จากหลวงตากลายมาเป็นหนาน” กันต์แซวพ่อของตัวเอง ดูกานต์จะไม่ได้ใส่ใจ เดินเข้าใต้ถุนบ้านตรงไปยังห้องอาหารที่ติดห้องครัว “หนูขอจิ้นพ่อกานต์กับป้าแจ
“มากั๋นแล้ว” “อัญลูกรักของป้า” “ป้าแจ๊ด! คิดถึงจังเลย งือ” อัญชญาโผเข้ากอดแจ๊ดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่เธอ “ไม่ต้องคิดถึงเยอะตอนนี้ ป้ากลับมาอยู่บ้านเราแล้ว” “อ้าว! ป้าไม่เป็นอาจารย์แล้วเหรอคะ” ป้าแจ๊ดเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ อัญชญาเจอป้าแจ๊ดตอนเด็กที่เธอปิดเทอมและมาอยู่กับตายาย “แก่แล้ว เลิกทำดีกว่า เหนื่อยแล้ว” “อัญต้องบอกแม่แล้วว่าป้าแจ๊ดกลับมาอยู่บ้าน ดีเลย จะได้ช่วยเลี้ยงหลาน เนี่ย ๆ อัญจะท้องแล้วนะคะ” อัญชญามั่นใจว่าครั้งนี้อย่างไรก็ท้องแน่นอน “ท้องแล้วเหรอพ่อกันต์” ป้าแจ๊ดที่สนิทกับกันต์ด้วยเช่นกัน เพราะเขาเคยพาอัญชญาไปเยี่ยมภรัณที่เชียงใหม่ จึงได้มีโอกาศแวะไปหาป้าแจ๊ดด้วยเช่นกัน “ยังไม่รู้ครับป้า วันนี้แหละครับ” “อ้าว รออะไร รีบไปตรวจเลย ปวดฉี่หรือยัง ป้าอยากเลี้ยงหลานแล้ว” ป้าแจ๊ดรุนหลังอัญชญาไปทางห้องน้ำให้รีบไปตรวจ “เฮีย ตื่นเต้น” “เข้าไปตรวจทั้งสองคนเลย” ป้าแจ๊ดบอกเพราะห้องน้ำในบ้านมีขนาดใหญ่ เข้าไปพร้อมกันทั้งสองคนไม่ใช่ปัญหา
หลังจากที่ทั้งสองแต่งงานกันแล้ว ย้ายตัวเองมาอยู่ที่จังหวัดแพร่ ดูแล้วงานหลักของทั้งคู่คือการหาร้านกาแฟใหม่ ๆ ทดลองรสชาติ “หนูว่าตั้งแต่เรียนจบ หนูว่างมากเลย เครียดมากที่สุดน่าจะเป็นการหากาแฟกินนี่แหละคะ” อัญชญาบ่นกับสามีที่วันนี้แต่งตัวดีกว่าทุกวัน เพราะต้องเข้าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไปตรวจโรงงานประจำเดือนแทนผู้เป็นตา “ดีแล้ว พี่อยากให้เราท้องเร็ว ๆ ไม่อยากให้เครียด” กันต์ว่าพลางลูบแก้วกาแฟ นึกถึงลูกสาวลูกชายในวันข้างหน้า “ยิ้มอะไรคะ” “คิดถึงลูกของเรา เฮียว่าต้องแสบเหมือนคนเป็นแม่แน่เลย” อัญชญาเบะปาก ใครกันแน่ที่แสบตอนเด็ก ๆ เขาก็ใช่ย่อยเถอะ “วันนี้จะกลับไปตรวจ หนูว่ารอบนี้น่าจะติดนะคะ เมนส์หนูไม่มาสองอาทิตย์แล้ว” หลังจากพยายามกันมาหลายเดือน อัญชญายังไม่ท้องสักที อาชวินก็เกทับกันต์หลายครั้งแล้ว นี่ใกล้จะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเขากับอัญชญาต้องไปจับเด็กทั้งสามมาขังไว้ที่แพร่ ให้คนเป็นพ่อแม่ได้ทุกข์ใจเล่น “หรือเพราะพี่แก่แล้ว เลยติดยาก” กันต์อดโทษตัวเองไม่ได้ เพราะเขาอายุสามสิบกว่าแล้ว น้ำยาของเขาไม่ค่อยดีเหมือนไอ้พวกเพื่อนชั่วม
อยู่กับธรรมชาติ ป่าเขาและคนรัก ไม่ต้องมีรถติด ไม่ต้องมีประชุม “เฮียว่าเราจะคิดถึงแสงสีไหมคะ” อัญชญาถามเขาในขณะที่ทั้งสองกลับมาจากสัมภาษณ์ซีอีโอ ตอนนี้ทั้งสองแช่อยู่ในสระว่ายน้ำของคอนโด อย่างที่เคยบอกว่าชั้นนี้มีทั้งหมดสี่ห้องและมีสระว่ายน้ำที่ใช้ร่วมกัน แต่เพราะอีกสองห้องเป็นของภรัณและธรรนธ์ซึ่งทั้งสองแทบจะไม่ได้แวะมากรุงเทพฯ เลย ทำให้สระว่ายน้ำแห่งนี้ถูกครอบครองโดยสองหนุ่มสาวที่อยู่ประจำ “คิดถึงก็แค่บินมา เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวก” กันต์ว่า กดจมูกหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวสองสามที “เนอะ คิดถึงก็แค่บินมา ปิดเทอมก็พาพวกเด็ก ๆ ไปขังไว้ที่โน่น” พวกเด็ก ๆ ที่ว่าไม่พ้นลูกของอาชวิน กันต์และอัญชญาวางแผนไว้แล้วช่วงปิดเทอมว่าจะขโมยลูกของอาชวินไปขังไว้ที่แพร่ จะว่าขังคงไม่ได้หรอก เพราะเด็ก ๆ ชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บปู ปลูกผัก ตกปลา หรือแม้แต่การไปขุดจิกุ๋ง “เฮียเคยคิดนะว่าอยากไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แถวต่างจังหวัด แต่ตอนนั้นนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร” “แต่อัญคิดตลอดเลยนะว่าอยากไปอยู่กับตายายถ้าเรียนจบแล้ว และอยากอยู
“ตอนแม่คลอดพี่อาร์ต อายุแม่เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ พ่อแม่กับพี่อาร์ตอยู่ด้วยกันมาสามสิบกว่าปีแล้ว ส่วนฉันได้อยู่กับแม่กับพ่อแค่ยี่สิบปี หลายครั้งนะที่ฉันนึกน้อยใจ ทำไมฉันไม่ได้เห็นตอนพ่อกับแม่ยังเป็นหนุ่มสาว ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่กับลูกนาน ๆ อยากเห็นเขามีลูกมีหลานโดยที่ฉันยังไม่รีบตาย” นี่คงเป็นความในใจที่อัญชญาไม่เคยได้บอกใคร สำหรับเธอเวลาต่างหากที่สำคัญกว่าทุกอย่าง และถ้าเสียไปแล้วไม่มีทางได้คืน “ความตายมันห้ามกันได้ที่ไหน” “นั่นสิ ไม่รู้หรอกว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสก็รีบใช้อย่างที่ใจฝัน อย่ามัวแต่กลัว” อัญชญาส่งสายตาและคำพูดให้เพื่อนเข้าใจชีวิต “กลัวอะไรไม่ได้กลัว” คนร้อนตัวรีบออกตัวก่อนที่จะโดนเพื่อนว่า “จ้าไม่ได้กลัวเลย แทมมี่คนเก่ง” อัญชญาเย้าเพื่อน ไม่กลัว แต่กลับไม่เคยมีแฟน เล่นกับใครเขาไปทั่ว พอเขาจะเอาจริงวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีคนเคยพูดว่าแทมมี่เพื่อนเธอเป็นคนทอดสะพานให้อีกฝั่งแท้ ๆ แต่พอฝ่ายชายกำลังจะเดินข้ามสะพานกลับรีบยกสะพานขึ้น ทำให้อัญชญานึกถึงภาพสะพานที่จะมีระบบยกให้เรือวิ่งผ่าน นึกถึงผู้ชายพวกนั้นที่เพื่อนเธอทอด
แทมมี่มองบนหลายต่อหลายรอบเพราะความหมั่นไส้เพื่อนของตัวเอง กับแสงของแหวนที่แยงตาเธอไม่หยุด “นี่ ไฮโซอัญคะ หล่อนจะอวดไปถึงไหนคะ” “เพื่อนไม่ได้อวดค่ะแทมมี่ เพื่อนแค่กลัวไม่เห็น” “คุณไฮโซคะ ถ้าไม่เห็นก็ตาบอดแล้วค่ะ เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน แล้วนี่หล่อนยังวางทาบหน้าให้ส่องแดดอีก” แทมมี่บ่นความอวดแหวนที่มีผู้มาขอแต่งงานแล้ว วงเดียวไม่พอ ทั้งแหวนหมั้น ทั้งแหวนขอแต่งงาน ไม่รู้ว่าวันแต่งงานจะมีแหวนวันงานอีกหรือเปล่า “อิจฉาแหละดูออก” อัญชญาเบะปากให้เพื่อน “นี่ถ้าตบคนแล้วไม่โดนปรับ ฉันตบแกแล้ว เห็นแล้วหมั่นไส้” แทมมี่ยังบ่นไม่หยุด ถามว่าอิจฉาไหม ก็อิจฉาแหละ “อย่าเป็นนางร้ายสิ ฉันรู้ว่าแกรักฉัน ว่าแต่อยู่มาจนปีสี่แล้ว แทมมี่ของฉันทำไมยังไม่มีแฟน” อัญชญาแซวเพื่อน แทมมี่ทั้งสูงยาวเข่าดีตามสไตล์ลูกเสี้ยวที่มีเชื้อสายต่างชาติผสม “เอามาทำไมก่อน มีแฟนไปไหนก็ต้องขออนุญาต แถมไม่พอต้องคอยหึงหวง ถามก่อน จะมีไปเพื่อ? สู้อยู่สวย ๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่นไม่ดีกว่า อีกอย่างฉันอยากเป็นผู้เลือก ไม่ใช่เป็นคนถูกเลือก” แทมมี่พูดอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ต







