Masukช่วงเย็น
พีรณัฐในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามาในร้าน The Mellow Story กลิ่นขนมอบหอมฟุ้งไปทั่วร้านที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลเน้นโทนสีขาวและน้ำตาลดูอบอุ่นละมุนละไม เขามองไปที่หน้าเคาน์เตอร์ซึ่งด้านหลังเป็นโซนห้องกระจกที่เปิดให้เห็นพนักงานที่กำลังอบขนมกันอยู่
เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในเสื้อเชฟสีขาว ยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์กำลังแนะนำขนมต่างๆ ให้ลูกค้าอยู่ที่หน้าตู้เค้กด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พีรณัฐหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
‘ตัวจริงน่ารักกว่าในคลิปเยอะเลย’ เขาคิดในใจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทันที
ชาลิสาหันไปมอง ริมฝีปากคลี่ยิ้มต้อนรับโดยอัตโนมัติ ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นบุคคลที่มาใหม่
‘หล่อ…’ คือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเธอแบบไม่ได้ตั้งใจ
“สวัสดีครับ คุณชาลิสา” น้ำเสียงทุ้มสุภาพเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล “ผมพีรณัฐ จาก Grand Lunara เรานัดกันไว้ครับ”
“อ้อ…สวัสดีค่ะ” ชาลิสารีบเก็บอาการอย่างไว ก่อนจะเชิญเขาไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง
“ตอนแรกนึกว่าคุณสุพัฒน์จะมาเอง” ชาลิสาพูดขึ้นยิ้มๆ แล้วแอบสังเกตใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอไม่คิดว่าทีมงานของสุพัฒน์จะหน้าตาดีขนาดนี้
“งานนี้สำคัญสำหรับเราจริงๆ ครับ ผมเลยอยากมาคุยกับคุณชาลิสาด้วยตัวเอง”
สายตาคมของพีรณัฐมองสำรวจไปรอบร้าน ก่อนจะวกกลับมาที่เจ้าของร้านตัวเล็กตรงหน้า
ชาลิสายังคงยิ้มน้อยๆ รอให้เขาเริ่มพูดก่อน แต่หัวใจของเธอกลับแอบเต้นรัวขึ้นมาแปลกๆ
“ผมเข้าใจนะครับ ว่าคุณคงมีงานล้นมือ ไหนจะต้องดูแลร้านทั้งสามสาขาเองอีก” เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกแต่ชัดเจน
“แต่ผมเชื่อว่าถ้าชุด Afternoon Tea และไลน์ขนมหวาน ของ Grand Lunara ได้คุณชาลิสามาร่วมคิดค้นเมนู มันจะกลายเป็นแลนด์มารก์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่แขกของโรงแรม แต่ใครๆ ก็ต้องอยากจองโต๊ะเพื่อมาลิ้มลองฝีมือของเชฟชาลิสากันทั้งนั้นครับ”
“คุณพูดเหมือนมันง่ายน่ะสิคะ” เธอเลิกคิ้วนิดๆ พลางยิ้มมุมปาก “แต่งานที่ต้องลงมือทำจริงๆ ไม่ง่ายเลยนะคะ”
“ผมไม่ได้บอกว่ามันง่ายครับ” พีรณัฐยิ้มบางๆ ดวงตาดำขลับของเขาเป็นประกายเหมือนกำลังท้าทายเล็กน้อย “แต่ผมเชื่อว่าคนเก่งแบบคุณทำได้แน่นอนครับ”
คำชมที่พูดออกมาเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจส่งผลต่อความรู้สึกในใจของชาลิสามากกว่าที่คิด เธอรีบเบนสายตาหนีไปมองเค้กในตู้โชว์แทน “คุณโน้มน้าวคนเก่งนะคะ”
“ผมถนัดเจรจาครับ” พีรณัฐตอบพร้อมยิ้มมุมปาก
“ผมเชื่อมั่นในฝีมือและวิสัยทัศน์ของคุณชาลิสามากนะครับ” พีรณัฐพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ ดวงตาคมมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “สำหรับโพรเจกต์นี้ ในตำแหน่ง Chef de Pâtissier[1]ผมอยากให้คุณได้ทำงานอย่างอิสระเต็มที่และมีความสุขที่สุดครับ”
“คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารและการจัดการเลยครับ เราจะมีทีมที่คอยซัปพอร์ตคุณ และคุณจะมีเวลาดูแลร้านของคุณแน่นอนครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรที่คุณชาลิสาต้องการเป็นพิเศษ หรือมีเงื่อนไขอะไรที่คุณอยากให้ผมพิจารณาเป็นพิเศษไหมครับ ทางเราพร้อมจะทำทุกอย่างตามความต้องการของคุณชาลิสานะครับ”
บรรยากาศในร้านกลับนุ่มละมุนแปลกๆ ทั้งๆ ที่เป็นการคุยงาน แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมทางอารมณ์อยู่กลายๆ
ชาลิสานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันขอเวลาคิดสักหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้สิครับ” พีรณัฐยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยื่นนามบัตรมาให้เธอ
“ถ้าคุณมีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมหรืออยากให้ผมช่วยอะไร โทรหาผมได้ทุกเวลาเลยนะครับ…นี่เบอร์ส่วนตัวผมเอง”
ชาลิสามองนามบัตรในมือก่อนจะสะดุดกับตำแหน่งของเขา
‘พีรณัฐ ศิริอนันต์ รองประธานบริหาร Grand Lunara Hotel’ เธอเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้เขาบางๆ
“งั้นผมไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณชาลิสาแล้วนะครับ” พีรณัฐขอตัวแล้วลุกขึ้น
ชาลิสาพยักหน้ารับเบาๆ แล้วลุกขึ้นตามเขา
ก่อนที่พีรณัฐจะหันหลังเดินออกไปเขามองสบตาเธอนิ่งๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม “ผมหวังว่าคุณจะเปลี่ยนใจตอบตกลงกับผมนะครับคุณชาลิสา”
ชาลิสามองสบดวงตาดำขลับเป็นประกายของเขา แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“รองประธานอะไร…พูดไม่กี่คำ ใจสั่นเลยแฮะ” ชาลิสาพึมพำออกมาเบาๆ หลังเขาเดินออกจากร้านไปแล้ว
[1] Chef de Pâtissier คือ ตำแหน่งหัวหน้าเชฟแผนกขนมอบและขนมหวาน
สิ้นเสียงของนิธิศ พิชญาก็เดินถือถุงพะรุงพะรังเข้ามา ก่อนจะส่งให้แม่บ้านรับไป “พีชมาแล้วค่ะ”พิชญาเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทานอาหารข้างๆ หลานสาวแล้วหอมแก้มหลานสาวตัวน้อยอย่างมันเขี้ยว “อาพีชคิดถึงน้องเพิร์ลที่สุด”เด็กหญิงตัวน้อยรีบเอียงตัวไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับพิชญาเบาๆ แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะคิกคักกันออกมา“งั้นก็กินข้าวกันเถอะ วันนี้แม่ทำแต่ของโปรดแยมทั้งนั้น” พรพิมลพูดพลางตักอาหารใส่จานให้ชาลิสาบรรยากาศวันเกิดที่เรียบง่ายทำให้ชาลิสามีความสุขมาก ทั้งครอบครัวอยู่ทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้าและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนมาถึงช่วงเซอร์ไพร์สเด็กหญิงตัวน้อยชวนคุณพ่อของเธอเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมเค้ก ก่อนที่ไฟในห้องอาหารจะดับลงแล้วตามมาด้วยเสียงเล็กๆ ที่ร้องเพลงและเดินถือขนมเค้กออกมาที่โต๊ะอาหาร ตามมาด้วยพีรณัฐที่เดินมาข้างๆ ลูกสาวชาลิสามองลูกสาวของเธอด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอยื่นมือไปรับขนมเค้กจากมือของลูกสาวมาถือไว้ทุกคนช่วยกันร้องเพลง Happy birthday ให้เธอพร้อมๆ กับปรบมือไปด้วย“คุณแม่อธิษฐานก่อนค่ะ เดี๋ยวน้องเพิร์ลช่วยเป่าเทียน” เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นยิ้มๆชาลิสาหลับตาลงอธิษฐ
วันนี้พีรณัฐไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเองก่อนจะพาไปที่ร้าน The Mellow Story เพราะมีเรื่องอยากให้มณฑิราช่วยพีรณัฐเดินจูงมือลูกสาวของเขาเข้ามาที่ร้าน น้องเพิร์ลยิ้มแย้มสดใส ยกมือสวัสดีทุกคนอย่างเรียบร้อย ทำให้พนักงานในร้านต่างก็เอ็นดูลูกสาวของเจ้านาย“น้องเพิร์ลคนสวยของน้าโม” มณฑิราที่รออยู่แล้วรีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด “วันนี้ไปโรงเรียนสนุกไหมคะ”“สนุกค่ะ น้องเพิร์ลได้วิ่งเล่นกับเพื่อนด้วย”แววตาเป็นประกายของเด็กหญิงตัวน้อยสดใสจนมณฑิราอยากจะฟัดแก้มยุ้ยๆ นั้นแรงๆ “งั้นวันนี้น้องเพิร์ลพร้อมทำขนมเค้กไหมคะ เดี๋ยวน้าโมจะช่วยสอนเอง”น้องเพิร์ลยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกสนุกแล้วพยักหน้าแรงๆ ก่อนจะหันไปจับมือคุณพ่อแล้วเขย่าเบาๆ “คุณพ่อขา ไปทำเค้กให้คุณแม่กันค่ะ”“ไปครับ” พีรณัฐลูบผมลูกสาวของเขาเบาๆ แล้วจูงมือน้องเพิร์ลเดินตามมณฑิราไปที่ห้องอบขนม สองวันก่อนพีรณัฐเข้ามาหามณฑิราที่ร้านและได้ขอให้มณฑิราช่วยเตรียมของไว้ให้เพราะจะทำเค้กวันเกิดไปเซอร์ไพร์สชาลิสา เขากับลูกสาวอยากทำด้วยตัวเอง แต่เขาเองก็ทำไม่เป็นเลยต้องมาขอให้มณฑิราช่วย ซึ่งมณฑิราก็เต็มใจอย่างมากเมื่อสองพ่อลูกใส่ผ้ากัน
หลังจากถ่ายรูปและเดินดูสัตว์ตัวอื่นๆ อีกพักใหญ่พีรณัฐก็พาลูกสาวของเขาไปดูโชว์โลมาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งดูโชว์อย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งๆ ที่อากาศร้อนจนแก้มแดงไปหมด ชาลิสาคอยใช้พัดลมมือถือเป่าให้ลูกสาวของเธอเพื่อคลายร้อน ส่วนพีรณัฐเองก็คอยเช็ดเหงื่อให้ชาลิสาแก้มเนียนของเธอก็แดงเรื่อเช่นกัน“คุณแม่ขาพี่ๆ โลมากระโดดสูงมาก ว่ายน้ำเก่งด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยพูดไม่หยุดแต่สายตาแป๋วๆ นั้นไม่ละไปจากโชว์ตรงหน้าแม้แต่น้อย พร้อมกับปรบมือให้โลมาที่ว่ายน้ำเก่งชาลิสามองลูกสาวอย่างเอ็นดูแล้วลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ ก่อนจะมองสบตากับพีรณัฐ แล้วยิ้มหวานให้เขาพีรณัฐโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน “ลูกสาวเราน่ารักจัง น่ารักเหมือนแยมเลย”ชาลิสายิ้มให้พีรณัฐอย่างเขินๆ “แน่นอนสิคะ ลูกสาวแยมก็ต้องเหมือนแยม”พีรณัฐโอบไหล่ชาลิสาไว้แล้วมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่อยากได้ลูกชายที่หล่อเหมือนพี่บ้างแล้วครับ”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ “งั้นพี่พีลองถามน้องเพิร์ลดูไหมคะ ว่าอยากมีน้องหรือยัง”พีรณัฐยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนเงียบๆ อยู่ในใจจนเมื่อการแสดงโชว์โลมาจบลง พีรณัฐก็พาลูกสาวและภรรยาของเขากลับบ
“คุณพ่อขา” เสียงสดใสที่ดังมาก่อนเจ้าตัว ทำให้พีรณัฐยิ้มกว้างออกมาเด็กหญิงตัวน้อยใบหน้ากลมแก้มแย้มยุ้ยวัยสี่ขวบกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน“ระวังล้มครับ” พีรณัฐกางแขนออกกว้างแล้วโน้มตัวอุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาขึ้นมานั่งบนตักชาลิสาที่เดินตามเข้ามานั่งลงที่โซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน เธอไปรับลูกสาวที่โรงเรียนแต่ลูกสาวของเธอไม่ยอมกลับบ้าน ออดอ้อนให้เธอพามาหาพีรณัฐที่โรงแรม “น้องเพิร์ลไม่กวนคุณพ่อทำงานนะคะ”“น้องเพิร์ลไม่ดื้อค่ะ คุณพ่อขา น้องเพิร์ลคิดถึงคุณพ่อมากๆ เลยค่ะ” น้องเพิร์ลหันมาตอบชาลิสาแล้วหันไปหอมแก้มคุณพ่อของเธอฟอดใหญ่พีรณัฐใจละลายกับความออดอ้อนของลูกสาว “น้องเพิร์ลครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วพาไปกินไอศกรีมดีไหมครับ”“เย่ๆ ไปค่ะ” น้องเพิร์ลรีบดิ้นลงจากตักของพีรณัฐแล้ววิ่งไปนั่งข้างๆ ชาลิสา ก่อนจะหยิบสมุดภาพระบายสีขึ้นมานั่งระบายสีเล่นรออย่างเรียบร้อยชาลิสาเอ็นดูลูกสาวมาก น้องเพิร์ลเป็นเด็กว่าง่ายและขี้อ้อนตามแบบฉบับของลูกสาว และลูกสาวของเธอก็ติดพ่อมากเพราะพีรณัฐตามใจลูกสาวทุกอย่าง ส่วนหน้าที่ดุลูกนั้นตกมาเป็นของเธอพีรณัฐมองชาลิสาและลูกสาวของเขาที่กำลังนั่งระบาย
“อาการของคุณพีรณัฐไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ ทุกอย่างปกติดี อาการของคุณน่าจะเกิดจากการแพ้ท้องแทนภรรยาครับ” หมอเจ้าของไข้พูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าชาลิสาพีรณัฐกับชาลิสาหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง“แพ้ท้องแทนภรรยาเหรอครับ” พีรณัฐทวนคำพูดของคุณหมออีกครั้ง“ใช่ครับ ผลตรวจของคุณชาลิสาออกมาว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณเจ็ดสัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอเจ้าของไข้ยิ้มออกมาเล็กน้อย “หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”ชาลิสาน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที พีรณัฐที่ดีใจจนลืมตัวรีบดึงชาลิสาเข้ามากอดไว้แล้วจูบที่หน้าผากของเธอซ้ำๆ “แยมเรากำลังจะมีลูก พี่จะได้เป็นคุณพ่อแล้ว”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างดีใจแล้วกอดเขาไว้แน่น…หลังออกจากโรงพยาบาล พีรณัฐกับชาลิสาก็ตรงกลับบ้านทันที เขาอยากจะรีบไปบอกข่าวดีนี้ให้ทุกคนในครอบครัวรู้ เขาวางแผนกับชาลิสาว่าจะแกล้งทำเป็นป่วยหนักแล้วเรียกทุกคนให้มาฟังผลตรวจของเขาในห้องรับแขก ทุกคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อใบหน้าของพรพิมลเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนิธิศกับพิชญาก็ดูกังวลไม่แพ้กันชาลิสาประคองพีรณัฐที่ใบหน้าซีดเซียวเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่ห้องรับแขกทันที เมื่อเห็นชาลิสาประคองพี
บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นเต็มไปด้วยของโปรดของชาลิสาและพีรณัฐ เขาพาเธอมาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำ ช่วงนี้ชาลิสากินเก่งขึ้นมากใบหน้าของเธอดูอิ่มเอิบแก้มใสของเธอเป็นสีชมพูระเรื่อ แต่กลับกันพีรณัฐรู้สึกเบื่ออาหารอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่เขาสั่งแต่ของที่เขาชอบมา แต่เขากินได้แค่ไม่กี่คำก็รู้สึกพะอืดพะอม“ไม่อร่อยเหรอคะพี่พี ทำไมกินน้อยจัง” ชาลิสาถามแล้วตักอาหารใส่จานให้เขา“พี่เวียนหัวนิดหน่อยกินไม่ค่อยลง สงสัยจะไม่สบาย” พีรณัฐตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า“งั้นเราไปหาหมอกันดีไหมคะ” ชาลิสาถามอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกลับไปนอนพักก็น่าจะดีขึ้น” พีรณัฐยิ้มให้เธอก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มของเธอเบาๆ…เมื่อกลับมาถึงบ้านพีรณัฐก็รีบไปอาบน้ำพักผ่อนชาลิสาคอยดูแลเขาอย่างดีเธอเอายามาให้เขา และตลอดทั้งคืนก็คอยตื่นมาดูเขาตลอดเพราะกลัวว่าเขาจะไข้ขึ้นจนเช้าวันถัดมาพีรณัฐก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่นิดหน่อย เขาลงไปทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปทำงานพร้อมชาลิสาทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งนิธิศกับพรพิมลกำลังนั่งทานข้าวต้มปลาอยู่ก่อนแล้ว“เป็นยังไงบ้างลูกเห็นหนูแยมบอกแม่ว่าพีไม่ค่







