LOGINเสียงของไตรภูมิดังก้องไปทั่วห้องประชุมสุดหรูของโรงแรม ใบหน้าของเขาบึ้งตึงผิดปกติ ข้อมูลที่ได้รับมาเมื่อคืนทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“ใครก็ได้อธิบายผมที ว่าทำไมเชฟชาลิสาถึงไปตกลงกับ Grand Lunara ทั้งที่เราเสนอทุกอย่างที่เธอต้องการไปหมดแล้ว” เขาตวาดเสียงกร้าว เหล่าผู้บริหารและหัวหน้าแผนกต่างก้มหน้าเงียบ ไม่มีใครกล้าสบตา
“จากข้อมูลที่เราได้รับมาคุณชาลิสาตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ Grand Lunara ในตำแหน่งเดียวกับที่เราเสนอไปค่ะ” วิลาสินีรายงานเสียงเบา เธอรู้สึกเสียหน้ามากเพราะเธอมั่นใจว่าชาลิสาจะตอบรับข้อเสนอของเธอ “และดูเหมือนว่าข้อเสนอของพวกเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเราเลยค่ะ”
ไตรภูมิขบกรามแน่น “งั้นก็แสดงว่ามันไม่ใช่เรื่องของข้อเสนอ...มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น” เขารู้สึกหงุดหงิดกับการที่ตัวเองประเมินสถานการณ์ผิดไป “เอาล่ะ ในเมื่อเราชิงตัวเธอมาไม่ได้ เราต้องคิดโพรเจกต์ใหม่ที่ดีกว่านี้” แววตาของเขาฉายความมุ่งมั่นและเยือกเย็น “และจับตาดูความเคลื่อนไหวของ Grand Lunara ให้ดีทุกฝีก้าว!”
…
เช้าวันจันทร์ที่สดใส ชาลิสาก้าวขาเข้าไปในล็อบบี้อันโอ่อ่าของโรงแรม Grand Lunara หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและกังวลเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ร้านขนมเล็กๆ ของเธอ แต่มันคือโรงแรมหรูระดับห้าดาว
ขณะที่เธอกำลังยืนมองความงดงามอลังการของล็อบบี้อย่างเพลิดเพลิน ก็มีเสียงทุ้มนุ่มทักขึ้น
“คุณแยม...ยินดีต้อนรับสู่ Grand Lunara ครับ”
พีรณัฐในชุดสูทสีเทาเข้มสุดเนี้ยบเดินเข้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ผมมั่นใจว่าคุณตัดสินใจไม่ผิดครับ”
ชาลิสายิ้มหวานให้เขา
ก่อนที่เขาจะเชิญเธอให้เดินตามเขาไป ชาลิสาเดินตามพีรณัฐไปยังห้องทำงานของท่านประธาน ซึ่งเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและสง่างาม
ภายในห้อง
นิธิศซึ่งเป็นบิดาของพีรณัฐ กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับคุณชาลิสา ทางเรายินดีมากที่ได้คุณมาร่วมงานครับ” นิธิศลุกขึ้นจับมือกับชาลิสาด้วยรอยยิ้มใจดี “ผมได้ยินเรื่องฝีมือของคุณมานานแล้ว และผมมั่นใจว่าคุณจะทำให้โพรเจกต์นี้ของเราสำเร็จด้วยดี ยินดีต้อนรับสู่ Grand Lunara นะครับ”
ชาลิสารู้สึกอุ่นใจกับการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เธอขอบคุณและพูดคุยกับท่านประธานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พีรณัฐจะอาสาพาเธอไปชมสถานที่ทำงานใหม่…
พีรณัฐพาชาลิสาเดินผ่านทางเดินอันโอ่โถงของโรงแรม มุ่งหน้าไปยังส่วนของครัว ชาลิสาสังเกตว่าพีรณัฐดูคุ้นเคยกับทุกซอกทุกมุมของโรงแรม และพนักงานทุกคนต่างก็เคารพและให้เกียรติเขา
“ตรงนี้คือส่วนของ Bakery Kitchen ครับ” พีรณัฐเปิดประตูบานใหญ่เข้าไป เผยให้เห็นห้องครัวที่กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำขนมที่ทันสมัยที่สุด “จากนี้ไป...นี่คืออาณาจักรของคุณครับ”
ชาลิสาก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัวด้วยหัวใจที่พองโต ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอเดินสำรวจเครื่องมือ อุปกรณ์ และเคาน์เตอร์ทำงานอย่างตื่นเต้น พีรณัฐยืนมองเธออยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“คุณแยมดูมีความสุขมากเลยนะครับเวลาที่ได้อยู่ในครัว แพชชันของคุณมันแสดงออกมาทางแววตาชัดเจนเลยครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ
หัวใจของชาลิสาเต้นระรัว เธอรีบหลบสายตาไปที่อุปกรณ์บนเคาน์เตอร์ “ก็ที่นี่มันเหมือนสวรรค์ของคนทำขนมนี่คะ” เธอมองไปรอบๆ อย่างพึงพอใจ “อุปกรณ์ครบครันขนาดนี้...แยมอยากจะลงมือทำขนมเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
พีรณัฐหัวเราะเบาๆ “ใจเย็นครับคุณแยม วันนี้ผมต้องพาคุณไปแนะนำตัวกับทีมก่อน”
พีรณัฐมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความชื่นชม
…
หลังจากนั้น พีรณัฐก็พาชาลิสาไปยังอีกส่วนหนึ่งของครัว ซึ่งมีทีมเชฟขนมหวานของ Grand Lunara ยืนรออยู่แล้วประมาณสิบกว่าคน พวกเขามีสีหน้าตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเมื่อเห็นเชฟชาลิสาแชมป์รายการดังปรากฏตัว
“ทุกคนครับ นี่คือคุณชาลิสา หรือเชฟแยม Chef de Pâtissier คนใหม่ของเราครับ” พีรณัฐแนะนำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ผมหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนเชฟแยมอย่างเต็มที่นะครับ”
ทีมเชฟทุกคนปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่น
ชาลิสายิ้มและทักทายทุกคน “สวัสดีค่ะทุกคน ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”
“และนี่คือผู้ช่วยเชฟคนสำคัญของคุณครับ” พีรณัฐผายมือไปที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
เชฟนนท์ยิ้มกว้างและทักทายอย่างเป็นกันเอง “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับเชฟแยม ผมนนท์ครับ”
ชาลิสามองสำรวจเชฟนนท์ เขาดูเป็นคนหนุ่มไฟแรงและมีแววตาที่มุ่งมั่น “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะเชฟนนท์”
พีรณัฐมองดูทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มพอใจ “ผมเชื่อว่าทีมนี้จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้กับ Grand Lunara ได้อย่างแน่นอนครับ” เขาหันไปสบตาชาลิสาอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “ถ้ามีอะไรขาดเหลือ หรือต้องการอะไรเพิ่มเติม คุณแยมบอกผมได้เสมอเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ”
ชาลิสาพยักหน้าและยิ้มให้เขาอย่างซาบซึ้งใจ การเริ่มต้นบทบาทใหม่นี้ดูเหมือนจะราบรื่นกว่าที่คิด เพราะมีทั้งการสนับสนุนจากผู้บริหาร และทีมงานที่พร้อมจะให้ความร่วมมือ…
สิ้นเสียงของนิธิศ พิชญาก็เดินถือถุงพะรุงพะรังเข้ามา ก่อนจะส่งให้แม่บ้านรับไป “พีชมาแล้วค่ะ”พิชญาเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทานอาหารข้างๆ หลานสาวแล้วหอมแก้มหลานสาวตัวน้อยอย่างมันเขี้ยว “อาพีชคิดถึงน้องเพิร์ลที่สุด”เด็กหญิงตัวน้อยรีบเอียงตัวไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับพิชญาเบาๆ แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะคิกคักกันออกมา“งั้นก็กินข้าวกันเถอะ วันนี้แม่ทำแต่ของโปรดแยมทั้งนั้น” พรพิมลพูดพลางตักอาหารใส่จานให้ชาลิสาบรรยากาศวันเกิดที่เรียบง่ายทำให้ชาลิสามีความสุขมาก ทั้งครอบครัวอยู่ทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้าและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนมาถึงช่วงเซอร์ไพร์สเด็กหญิงตัวน้อยชวนคุณพ่อของเธอเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมเค้ก ก่อนที่ไฟในห้องอาหารจะดับลงแล้วตามมาด้วยเสียงเล็กๆ ที่ร้องเพลงและเดินถือขนมเค้กออกมาที่โต๊ะอาหาร ตามมาด้วยพีรณัฐที่เดินมาข้างๆ ลูกสาวชาลิสามองลูกสาวของเธอด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอยื่นมือไปรับขนมเค้กจากมือของลูกสาวมาถือไว้ทุกคนช่วยกันร้องเพลง Happy birthday ให้เธอพร้อมๆ กับปรบมือไปด้วย“คุณแม่อธิษฐานก่อนค่ะ เดี๋ยวน้องเพิร์ลช่วยเป่าเทียน” เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นยิ้มๆชาลิสาหลับตาลงอธิษฐ
วันนี้พีรณัฐไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเองก่อนจะพาไปที่ร้าน The Mellow Story เพราะมีเรื่องอยากให้มณฑิราช่วยพีรณัฐเดินจูงมือลูกสาวของเขาเข้ามาที่ร้าน น้องเพิร์ลยิ้มแย้มสดใส ยกมือสวัสดีทุกคนอย่างเรียบร้อย ทำให้พนักงานในร้านต่างก็เอ็นดูลูกสาวของเจ้านาย“น้องเพิร์ลคนสวยของน้าโม” มณฑิราที่รออยู่แล้วรีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด “วันนี้ไปโรงเรียนสนุกไหมคะ”“สนุกค่ะ น้องเพิร์ลได้วิ่งเล่นกับเพื่อนด้วย”แววตาเป็นประกายของเด็กหญิงตัวน้อยสดใสจนมณฑิราอยากจะฟัดแก้มยุ้ยๆ นั้นแรงๆ “งั้นวันนี้น้องเพิร์ลพร้อมทำขนมเค้กไหมคะ เดี๋ยวน้าโมจะช่วยสอนเอง”น้องเพิร์ลยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกสนุกแล้วพยักหน้าแรงๆ ก่อนจะหันไปจับมือคุณพ่อแล้วเขย่าเบาๆ “คุณพ่อขา ไปทำเค้กให้คุณแม่กันค่ะ”“ไปครับ” พีรณัฐลูบผมลูกสาวของเขาเบาๆ แล้วจูงมือน้องเพิร์ลเดินตามมณฑิราไปที่ห้องอบขนม สองวันก่อนพีรณัฐเข้ามาหามณฑิราที่ร้านและได้ขอให้มณฑิราช่วยเตรียมของไว้ให้เพราะจะทำเค้กวันเกิดไปเซอร์ไพร์สชาลิสา เขากับลูกสาวอยากทำด้วยตัวเอง แต่เขาเองก็ทำไม่เป็นเลยต้องมาขอให้มณฑิราช่วย ซึ่งมณฑิราก็เต็มใจอย่างมากเมื่อสองพ่อลูกใส่ผ้ากัน
หลังจากถ่ายรูปและเดินดูสัตว์ตัวอื่นๆ อีกพักใหญ่พีรณัฐก็พาลูกสาวของเขาไปดูโชว์โลมาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งดูโชว์อย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งๆ ที่อากาศร้อนจนแก้มแดงไปหมด ชาลิสาคอยใช้พัดลมมือถือเป่าให้ลูกสาวของเธอเพื่อคลายร้อน ส่วนพีรณัฐเองก็คอยเช็ดเหงื่อให้ชาลิสาแก้มเนียนของเธอก็แดงเรื่อเช่นกัน“คุณแม่ขาพี่ๆ โลมากระโดดสูงมาก ว่ายน้ำเก่งด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยพูดไม่หยุดแต่สายตาแป๋วๆ นั้นไม่ละไปจากโชว์ตรงหน้าแม้แต่น้อย พร้อมกับปรบมือให้โลมาที่ว่ายน้ำเก่งชาลิสามองลูกสาวอย่างเอ็นดูแล้วลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ ก่อนจะมองสบตากับพีรณัฐ แล้วยิ้มหวานให้เขาพีรณัฐโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน “ลูกสาวเราน่ารักจัง น่ารักเหมือนแยมเลย”ชาลิสายิ้มให้พีรณัฐอย่างเขินๆ “แน่นอนสิคะ ลูกสาวแยมก็ต้องเหมือนแยม”พีรณัฐโอบไหล่ชาลิสาไว้แล้วมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่อยากได้ลูกชายที่หล่อเหมือนพี่บ้างแล้วครับ”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ “งั้นพี่พีลองถามน้องเพิร์ลดูไหมคะ ว่าอยากมีน้องหรือยัง”พีรณัฐยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนเงียบๆ อยู่ในใจจนเมื่อการแสดงโชว์โลมาจบลง พีรณัฐก็พาลูกสาวและภรรยาของเขากลับบ
“คุณพ่อขา” เสียงสดใสที่ดังมาก่อนเจ้าตัว ทำให้พีรณัฐยิ้มกว้างออกมาเด็กหญิงตัวน้อยใบหน้ากลมแก้มแย้มยุ้ยวัยสี่ขวบกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน“ระวังล้มครับ” พีรณัฐกางแขนออกกว้างแล้วโน้มตัวอุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาขึ้นมานั่งบนตักชาลิสาที่เดินตามเข้ามานั่งลงที่โซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน เธอไปรับลูกสาวที่โรงเรียนแต่ลูกสาวของเธอไม่ยอมกลับบ้าน ออดอ้อนให้เธอพามาหาพีรณัฐที่โรงแรม “น้องเพิร์ลไม่กวนคุณพ่อทำงานนะคะ”“น้องเพิร์ลไม่ดื้อค่ะ คุณพ่อขา น้องเพิร์ลคิดถึงคุณพ่อมากๆ เลยค่ะ” น้องเพิร์ลหันมาตอบชาลิสาแล้วหันไปหอมแก้มคุณพ่อของเธอฟอดใหญ่พีรณัฐใจละลายกับความออดอ้อนของลูกสาว “น้องเพิร์ลครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วพาไปกินไอศกรีมดีไหมครับ”“เย่ๆ ไปค่ะ” น้องเพิร์ลรีบดิ้นลงจากตักของพีรณัฐแล้ววิ่งไปนั่งข้างๆ ชาลิสา ก่อนจะหยิบสมุดภาพระบายสีขึ้นมานั่งระบายสีเล่นรออย่างเรียบร้อยชาลิสาเอ็นดูลูกสาวมาก น้องเพิร์ลเป็นเด็กว่าง่ายและขี้อ้อนตามแบบฉบับของลูกสาว และลูกสาวของเธอก็ติดพ่อมากเพราะพีรณัฐตามใจลูกสาวทุกอย่าง ส่วนหน้าที่ดุลูกนั้นตกมาเป็นของเธอพีรณัฐมองชาลิสาและลูกสาวของเขาที่กำลังนั่งระบาย
“อาการของคุณพีรณัฐไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ ทุกอย่างปกติดี อาการของคุณน่าจะเกิดจากการแพ้ท้องแทนภรรยาครับ” หมอเจ้าของไข้พูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าชาลิสาพีรณัฐกับชาลิสาหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง“แพ้ท้องแทนภรรยาเหรอครับ” พีรณัฐทวนคำพูดของคุณหมออีกครั้ง“ใช่ครับ ผลตรวจของคุณชาลิสาออกมาว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณเจ็ดสัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอเจ้าของไข้ยิ้มออกมาเล็กน้อย “หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”ชาลิสาน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที พีรณัฐที่ดีใจจนลืมตัวรีบดึงชาลิสาเข้ามากอดไว้แล้วจูบที่หน้าผากของเธอซ้ำๆ “แยมเรากำลังจะมีลูก พี่จะได้เป็นคุณพ่อแล้ว”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างดีใจแล้วกอดเขาไว้แน่น…หลังออกจากโรงพยาบาล พีรณัฐกับชาลิสาก็ตรงกลับบ้านทันที เขาอยากจะรีบไปบอกข่าวดีนี้ให้ทุกคนในครอบครัวรู้ เขาวางแผนกับชาลิสาว่าจะแกล้งทำเป็นป่วยหนักแล้วเรียกทุกคนให้มาฟังผลตรวจของเขาในห้องรับแขก ทุกคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อใบหน้าของพรพิมลเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนิธิศกับพิชญาก็ดูกังวลไม่แพ้กันชาลิสาประคองพีรณัฐที่ใบหน้าซีดเซียวเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่ห้องรับแขกทันที เมื่อเห็นชาลิสาประคองพี
บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นเต็มไปด้วยของโปรดของชาลิสาและพีรณัฐ เขาพาเธอมาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำ ช่วงนี้ชาลิสากินเก่งขึ้นมากใบหน้าของเธอดูอิ่มเอิบแก้มใสของเธอเป็นสีชมพูระเรื่อ แต่กลับกันพีรณัฐรู้สึกเบื่ออาหารอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่เขาสั่งแต่ของที่เขาชอบมา แต่เขากินได้แค่ไม่กี่คำก็รู้สึกพะอืดพะอม“ไม่อร่อยเหรอคะพี่พี ทำไมกินน้อยจัง” ชาลิสาถามแล้วตักอาหารใส่จานให้เขา“พี่เวียนหัวนิดหน่อยกินไม่ค่อยลง สงสัยจะไม่สบาย” พีรณัฐตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า“งั้นเราไปหาหมอกันดีไหมคะ” ชาลิสาถามอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกลับไปนอนพักก็น่าจะดีขึ้น” พีรณัฐยิ้มให้เธอก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มของเธอเบาๆ…เมื่อกลับมาถึงบ้านพีรณัฐก็รีบไปอาบน้ำพักผ่อนชาลิสาคอยดูแลเขาอย่างดีเธอเอายามาให้เขา และตลอดทั้งคืนก็คอยตื่นมาดูเขาตลอดเพราะกลัวว่าเขาจะไข้ขึ้นจนเช้าวันถัดมาพีรณัฐก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่นิดหน่อย เขาลงไปทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปทำงานพร้อมชาลิสาทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งนิธิศกับพรพิมลกำลังนั่งทานข้าวต้มปลาอยู่ก่อนแล้ว“เป็นยังไงบ้างลูกเห็นหนูแยมบอกแม่ว่าพีไม่ค่







