Share

บทที่ 2

Penulis: Duck.bell
last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 11:45:23

[ Nampink Part ]

1 สัปดาห์ต่อมา...

@คอนโดทามไท

“หลายวันก่อนก็ส่งตัวเข้าหอไปแล้วรอบหนึ่ง วันนี้ก็เหมือนส่งอีกรอบ ไม่เป็นไรหรอกเนอะนัน”

“จะเป็นอะไรล่ะ เธอก็พูดจาแปลกๆ รัน”

ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า เสียงที่คุยกันนั้นคือเสียงของใคร เป็นเสียงแม่ฉันกับแม่พี่ทามเองแหละ

และใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันมาถึงกรุงเทพแล้ว และตอนนี้ก็ยืนอยู่หน้าห้องของพี่ทามแล้วด้วย แล้วที่แม่ฉันกับอารันแม่ของพี่ทามพูดแบบนั้นเมื่อกี้ ก็เพราะว่าหลายวันก่อนมันเป็นวันแต่งงานของฉันกับพี่ทามซึ่งเราก็จัดกันแบบเล็กๆ อบอุ่นๆ มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่ไปแสดงความยินดีกับเรา ดูๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหมล่ะ

ใช่...วันแต่งน่ะไม่มี แต่คืนส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอกันน่ะมี ก็หลังจากที่ส่งตัวเข้าห้องหอเสร็จพี่ทามก็หนีกลับมากรุงเทพเลยไง ซึ่งแน่นอนคืนนั้นไม่มีใครรู้นอกจากฉันคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ก็มารู้ตอนเช้าของอีกวันเพราะพี่ทามไม่ได้อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันไง

ตอนนี้ก็เลยเหมือนเป็นการส่งเข้าห้องหออีกรอบตามที่แม่พี่ทามบอกนั่นแหละ ก็งงเหมือนกันยอมแต่งงานกับฉันแต่ไม่ยอมเข้าห้องหอกับฉัน แล้วจะยอมแต่งทำไม งงไหม?

“เรื่องคืนนั้นช่างมันเถอะน่า เอาเรื่องตอนนี้ดีกว่า เราก็กดออดตั้งนานแล้วนะรันทำไมเจ้าทามถึงยังไม่มาเปิดประตูอีกล่ะ” แม่ฉันที่รู้สึกว่าตัวเองกดออดหลายครั้งแล้วแต่เจ้าของห้องก็ยังไม่มาเปิดให้สักทีจึงบ่นกับแม่พี่ทามเบาๆ แต่มันก็จริงอะฉันเองก็ยืนจนตะคริวจะกินขาอยู่แล้วเนี่ยยังไม่เห็นเจ้าของห้องจะมาเปิดประตูสักที

“มาๆ เดี๋ยวฉันกดเอง เฮ้อ ลำบากจริงๆ รหัสห้องลูกก็ดันลืม” คุณแม่พี่ทามบ่นเบาๆ คนเดียวก่อนจะยื่นมือกดออดแทนแม่ฉัน

ติ๊งหน่อง~ ติ๊งหน่อง~

ติ๊งหน่อง~ ติ๊งหน่อง~

ปึก!

เฮือก!!!

พวกฉันสามคนสะดุ้งเฮือกวิญญาณแทบหลุดจากร่าง เมื่อจู่ๆ คนด้านในก็กระชากประตูออกอย่างแรงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ที่ทำให้ฉันตกใจจนต้องหันหน้าหนีก็คือ พี่ทามเขามาเปิดประตูทั้งๆ ที่ตัวเองเนื้อตัวชุ่มไปด้วยน้ำโดยที่ท่อนล่างมีแค่ผ้าขนหนูพันเอวไว้ผืนเดียว ส่วนท่อนบนคือโล่งเลยค่ะ โชว์ซิกซ์แพ็กกับผิวขาวๆ ของเขาเน้นๆ ไปเลย

“อุ๊ยตาย ตาทาม! ทำไมแกไม่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนมาเปิดประตูล่ะฮะ” แม่พี่ทามยกมือทาบอกเมื่อเห็นสภาพที่ลูกชายออกมาเปิดประตูให้แขก

“ก็ผมกำลังอาบน้ำอยู่” เขาตอบแม่ตัวเองเสียงเรียบแต่สายตากลับจ้องมาที่ฉัน แล้วคือมองมาที่ฉันทำไมเล่า ฉันไม่ได้เป็นคนกดกริ่งถี่ๆ นั่นสักหน่อย

“อานันสวัสดีครับ”

“หวัดดีจ้า บอกให้เรียกแม่ได้แล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเรียกอาอยู่นั่นแหละ ไปๆ แม่ว่าเข้าข้างในกันดีกว่า” แม่ฉันตอบพี่ทามอย่างยิ้มๆ ก่อนจะชวนทุกคนเข้าไปข้างใน ซึ่งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากลากกระเป๋าตัวเองเดินตามหลังแม่เข้าไป

ซึ่งพอเข้ามาในห้องแล้วฉันแบบอ้าปากค้างเลยอะ ห้องหรูหรามากแต่งสไตล์โมเดิร์นแบบผู้ชายสายเนี้ยบแต่แอบเย็นชาน่าค้นหาอะ เออ แบบผู้ชายเย็นชาแบดๆ แต่มีความเรียบร้อยผสมกันตามสไตล์เขานั่นแหละ

อย่างนี้แหละเนอะคนรวย มีคอนโดหรูหราหมาเห่ามาก เพอร์เฟกต์ไปทุกอย่าง

อ้อ...ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าพี่ทามน่ะเป็นลูกเจ้าของไร่องุ่นหลายพันไร่เลยนะแถมยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายด้วย เป็นไงล่ะรวยเว่อร์ แถมพ่อของพี่ทามยังเป็นคนมีอิทธิพลที่คนในแถบนั้นเคารพนับถือมากอีกด้วย ไงล่ะสามีน้ำพิ้งค์ดีกรีไม่ธรรมดาใช่ไหมล่ะ

คริคริ แอบภูมิใจเบาๆ ^^

“เรามันแสบมากเลยนะทามที่คืนนั้นหนีกลับมากรุงเทพก่อน แม่หยิกสักทีดีไหม” อารันต่อว่าตาเขียวพร้อมทำท่าจะเข้าไปหยิกแขนพี่ทามจริงๆ

“ผมมีธุระที่มหาวิทยาลัยตอนเช้าเลยต้องรีบกลับมาก่อนน่ะครับ”

ทุกคนเชื่อที่พี่ทามพูดไหม ถ้าทุกคนเชื่อฉันจะบอกเลยว่า ทุกคนโดนหลอก เพราะตอนนี้พี่ทามกำลังโกหกอยู่ ใช่แล้วแหละ เห็นหน้านิ่งๆ แบบนั้นแต่ความร้ายกาจชนิดลิมิเตดอิดิชั่นเลยนะ ก็เขาน่ะแค่ไม่อยากเข้าห้องหอกับฉันแค่นั้นแหละ ทำเป็นยกเรื่องมหาลัยมาอ้างให้ดูดี

“เอาน่ารัน ช่างเรื่องนั้นไปเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว อีกอย่างทามเขาอาจจะมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องกลับมากรุงเทพกะทันหันจริงๆ ก็ได้ เธออย่าไปดุลูกเลย”

แม่ฉันก็คือแม่ฉัน แม่ฉันที่แปลว่าเข้าข้างพี่ทามมาโดยตลอดเสมือนเป็นลูกในไส้ของตัวเอง เฮ้อ~ ฉันละเบื่อจริงๆ เลยทีกับฉันไม่เห็นจะเข้าข้างอะไรแบบนี้บ้างเลยเหอะ

เชอะ!

“อะ แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูดมากหรอกเพราะบอกในคืนส่งตัวเข้าหอไปหมดแล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วมาส่งตัวน้ำพิ้งค์ให้กับทามอีกครั้งแม่ก็ขอให้ทามเอ็นดูน้องมากๆ นะลูก น้องมันยังเด็กอาจจะยังดื้อบ้างซนบ้างตามประสา ที่สำคัญถ้าทะเลาะกันก็รีบปรับความเข้าใจกันนะจะได้อยู่อย่างมีความสุขนะลูกนะ” ขนาดไม่มีอะไรจะพูดนะ แต่ยาวมาก

“ส่วนของแม่...” อันนี้อารันแม่พี่ทามกำลังจะพูด “แม่ขออย่างเดียวจากทามอย่าแกล้งน้องเด็ดขาด ส่วนหนูพิ้งค์ถ้าโดนพี่เขาแกล้งโทร. มาบอกแม่ได้เลยเพราะแม่จะจัดการเอง”

อารันพูดด้วยสีหน้าขึงขังจริงจังมาก ในขณะที่พี่ทามมองหน้าแม่ตัวเองนิ่งๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับน้ำเสียงสีหน้าและประโยคเอาจริงเอาจังของแม่ตัวเองเลยสักนิด เย็นชาจริงๆ

“โอเค เอาละแม่กับอารันกลับก่อนละกัน เพราะแม่ๆ จะแวะไปหาเพื่อนเก่าสักหน่อย”

แม่หันมายิ้มให้ฉันและพี่ทามก่อนจะควงแขนอารันหันหลังเดินไปที่ประตูอย่างเร่งรีบ โดยที่ฉันได้แต่ยืนทำอะไรไม่ถูกที่กำลังจะถูกทิ้งให้อยู่กับพี่ทามตามลำพัง

“อ้าวแม่! ไหนว่าจะกลับเย็นๆ ไง โกหกกันนี่!” ฉันตะโกนไล่หลังแม่ที่กำลังจะถึงประตู

"แม่รีบ เพื่อนรอเจอแม่อยู่ ไปแล้วนะ"

แล้วแม่ฉันก็ควงแขนแม่พี่ทามเดินออกไปข้างนอกอย่างเร็วแสง ทำให้ในห้องตอนนี้เหลือแค่ฉันกับพี่ทามสองคน ซึ่งพี่ทามก็ยังอยู่กับผ้าขนหนูผืนเดียวเหมือนเดิม

เอาไงดีอะ ฉันควรจะเริ่มพูดกับสามีตัวเองยังไงดี คือเข้าใจฉันไหมว่าตั้งแต่พวกเราโตอะ พวกเราก็ห่างเหินกันมากเลย ไม่ได้มานั่งเล่นด้วยกันเหมือนตอนประถม ใช่ พอขึ้นมัธยมพี่ทามก็ไปเรียนที่อื่น ส่วนฉันก็เรียนที่อื่น เราสองคนเลยห่างเหินกันไปโดยปริยาย พอมาตอนนี้ก็เลยรู้สึกเกร็งๆ ต่อกัน แต่เอาจริงๆ น่าจะมีแค่ฉันคนเดียวแหละที่รู้สึกเกร็งอะ เพราะพี่ทามไม่น่าจะเป็นหรอกเย็นชาขนาดนั้น

"เอ่อ...ห้องพี่ทามอยู่ไหนอะ พิ้งค์จะเอาเสื้อผ้าไปเก็บ" ฉันพูดเสียงแผ่วแทบจะไม่ได้ยินออกไปโดยที่ไม่หันไปทางเจ้าของห้องเลย ก็ฉันกลัวอะ กลัวจะไม่มองหน้าแต่มองอย่างอื่นแทน ก็เล่นขาวจั๊วะล่อตาขนาดนั้นถ้าหันไปก็ต้องมีโฟกัสผิดจุดบ้างแหละ

"เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย" เสียงนิ่งๆ กระด้างหน่อยๆ ตอบฉันเป็นประโยคสั้นๆ แต่กะทัดรัด ฉันก็เลยปรายตามองตามที่เขาบอกก่อนจะเห็นว่าทางซ้ายมือมีซอยให้เข้าไป แต่ขวามือมันก็มีซอยเหมือนกันอะ อยากรู้จังว่าเป็นห้องอะไร

"แล้วขวามือห้องอะไรอะ" ฉันถามออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

"ห้องออกกกำลังกายของฉัน"

ห้องออกกำลังกายงั้นเหรอ ฟังดูแปลกๆ อยู่นะน้ำเสียงของเขาอะ ไม่ใช่ว่าเปิดออกมาแล้วมีครบทั้งโซ่ แส้ กุญแจมือนะ หรือฉันคิดมากไปเอง

“คิดอะไรอยู่” พี่ทามหรี่ตาถามฉัน

“เอ่อ…ปะเปล่าค่ะ พิ้งค์เข้าไปใช้ห้องนั้นด้วยได้ใช่ไหมคะ”

ฉันหันไปถามเขาอีกครั้ง แต่ตอนหันไปมองเขาสายตาฉันดันไปโฟกัสตรงกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยชัดเจนน่าสัมผัสนั้นพอดี

OMG คนอะไรทำไมถึงได้เพอร์เฟกต์ขนาดนี้นะ แล้วที่สำคัญคือสมองฉันดันคิดอกุศลเห็นภาพเขาถือแส้ด้วยสีหน้าเร่าร้อนพอดีนี่สิ

โอ๊ย ฉันจะบ้าตายทำไมถึงได้เป็นคนใจบาปแบบนี้นะ ไปเลยนะออกไปเลยนะ ฉันรีบสะบัดหัวทิ้งความคิดพวกนั้นทิ้งไปให้หมด ก่อนจะหันไปทางพี่ทามอีกครั้ง แต่...

0_0

โอ้...จอร์จ!

อยู่ๆ ฉันก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีหันไปทางอื่นอีกครั้ง เมื่อสายตาไม่รักดีของฉันดันเลื่อนต่ำลงไปมองข้างล่างในผ้าขนหนูนั้นแทน ตายๆ ฉันต้องตายแน่ๆ ทำไมถึงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้นะ มันรู้สึกวูบวาบหวิวๆ ที่ท้องน้อยไปหมดเลยอะ บ้าจริงนี่ฉันกำลังคิดเรื่องทะลึ่งอะไรอีกเนี่ย

"เป็นเด็กเป็นเล็กหัดมาจ้องร่างกายผู้ชายแบบนี้ได้ไงวะ"

ขวับ!!

"บ้า! ใครจ้องไม่มี้ พิ้งค์ไม่ได้จ้องสักหน่อย" ฉันหันขวับรีบปฏิเสธพี่ทามเสียงสูงทันทีที่เขากล่าวหาฉัน ฉะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจมองนะสายตามันไปโฟกัสเองอะ

โอ๊ยแล้วทำไมฉันต้องเลิ่กลั่กด้วยเนี่ย แล้วไอ้อากาศบ้านี้อยู่ๆทำไมมันถึงได้ร้อนอบอ้าวอย่างนี้นะ

ฉันยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองเบาๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหันไปทางพี่ทามแล้วพบว่าเขากำลังจ้องฉันไม่วางตาเลย

อะไรเนี่ยจะมาจับผิดอะไรฉันนักหนาล่ะ แค่บังเอิญหันไปมองเฉยๆ ไม่ได้เข้าไปจับสักหน่อย

ฉันจะบอกให้นะเผื่อลืม...ฉันกำลังจะเป็นว่าที่หมอในอนาคตนะ พอฉันได้เรียนสรีรวิทยาฉันก็ต้องได้เห็นมันอยู่ดีนั่นแหละ ตอนนี้ก็…ขอมองล่วงหน้าก่อนนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้หรือไง

“อีกหน่อยพิ้งค์ก็ได้เห็นอยู่ดีนั่นแหละ พี่อย่ามาหวงของหน่อยเลย”

“เธอว่าไงนะ?”

“เอ่อ...”

บ้าจริง นี่แน่ะนังปากไม่รักดีพูดอะไรของฉันเนี่ย ตายๆ แล้วดูหน้าพี่ทามจ้องฉันตอนนี้สิอย่างกับอสูรร้ายอะ คือฉันไม่ได้หมายถึงเรื่อง18+ ไง แต่หมายถึงเรื่องเรียนวิชาสรีรวิทยาต่างหาก

“พะ...พิ้งค์หมายถึงเรียนวิชาสรีรวิทยาค่ะ”

“หึ แก่แดดไม่เบาเลยนะเธอน่ะ”

เฮ้ย! มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันหมายถึงเรื่องเรียน ไอ้พี่ทาม! ฉันรีบลากกระเป๋าแล้วเดินตามพี่ทามที่เดินไปทางห้องนอนทันที เพื่ออธิบายสิ่งที่เขาว่าฉันเมื่อกี้ คือฉันไม่ได้แก่แดดนะเพราะอีกหน่อยฉันต้องเรียนวิชานั้นจริงๆ นี่

“พี่ทาม พี่ทาม พี่ทาม!”

กึก!

โป๊ก!

โอ๊ย! คนบ้านี่คิดจะหยุดก็หยุดกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ แล้วนี่มันแผ่นหลังหรือผนังปูนกันแน่ทำไมมันแข็งอย่างนี้!

“จะเสียงดังทำไมอยู่กันแค่นี้”

“ก็พี่ไม่ได้ยินเองพิ้งค์ก็นึกว่าหูตึง”

“เธอนี่มัน”

เขาถลึงตาดุใส่ฉันทันทีที่ฉันว่าเขาหูตึง ฉันจึงยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนกลับไปแทน ตามด้วยรูดซิปปากตัวเองอย่างไม่ต้องสั่ง ฉันไม่กล้าลองดีด้วยหรอกเพราะเดี๋ยวฉันจะลำบากเอาถ้าท้าทายพี่ทาม

“นั่นตู้เสื้อผ้าของเธอไปเก็บของไว้ในนั้น”

ฉันมองตามที่พี่ทามชี้นิ้วไปที่ตู้เสื้อผ้าด้านหลังเขาก่อนจะสังเกตเห็นว่าห้องนี้เป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่มีตู้เรียงกันเป็นตัวยู ส่วนตรงกลางก็เป็นตู้กระจกใส่เครื่องประดับพวกแอกเซสเซอร์รีต่างๆมากมาย ห้องนี้ก็คุมโทนเหมือนเดิมแอบหรูหราไม่เบาเหมือนกัน

เอาจริงๆ เขาน่าจะเรียนบริหารมากกว่าวิศวะนะเพราะลุคออกจะซีอีโอสายเนี้ยบขนาดนี้ แต่ก็อย่างว่าแหละคนเย็นชาสุขุมแบบนี้มีอะไรลึกลับเยอะแยะจะตาย ไอ้ประโยคที่ว่าตัวจริงไม่ตรงปกก็คือใช้กับพี่ทามได้อยู่

“ค่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆ แล้วลากกระเป๋าไปที่ตู้ที่พี่ทามบอกทันทีก่อนจะเปิดกระเป๋าจัดการเก็บของเข้าตู้

“พรุ่งนี้พิ้งค์มีเรียนเช้า แต่พิ้งค์ขึ้นรถเมย์ไม่เป็น...” ในขณะที่มือกำลังสาละวนกับการเก็บของมากมายในกระเป๋าฉันก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องการเดินทางไปเรียนวันแรกในวันพรุ่งนี้ก็เลยบอกพี่ทามไป

“รถมีสองคัน”

“แต่พิ้งค์ไม่ชินกับเส้นทาง”

“โหลดแอปมาเก็บไว้ในมือถือ”

หึ เข้าทางฉันเลยให้รถฉันใช้แบบนี้สิดี ฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระหน่อย นึกว่าจะได้คนขับรถไปส่งไปรับเช้าบ่ายแล้วซะอีก

“แต่ต้องกลับห้องไม่เกินสองทุ่ม”

เพล้ง!! พังในพริบตา หมดกันความใฝ่ฝันของฉันที่จะได้ลองกลับห้องหลังสองทุ่ม เอาจริงๆ ฉันก็โตแล้วไหม ไม่เห็นต้องวางกรอบให้ฉันเลย เซ็ง!!

“อย่าคิดว่าฉันให้ใช้รถแล้วจะมีอิสระ และอย่าคิดมาสร้างปัญหาให้ฉันปวดหัว ไม่งั้นฉันเอาเธอตายแน่”

อยู่ๆ พี่ทามก็เดินมาหาฉันแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้หน้าฉันแบบที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว หนำซ้ำปลายจมูกของเขายังเฉียดกับแก้มของฉันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดแก้มฉันตอนนี้อีกด้วย ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันเต้นไม่เป็นส่ำเลย

“…”

“…”

พี่ทามสบตากับฉันนานนับนาทีโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา เช่นเดียวกับฉันที่ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเหมือนกันนอกจากยืนแข็งทื่อให้พี่ทามจ้องตาเล่นอย่างเดียว แต่ไม่นานพี่ทามก็ถอยออกไปแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำในที่สุด ฉันที่เห็นว่าคนตัวสูงไปแล้วก็เลยระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกกับการกระทำของเขาเมื่อกี้

“เฮ้อ~ เกือบไปแล้วพิ้งค์”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 270

    1ปีผ่านไป....“พีช ช่วยป๊าเลี้ยงน้องก่อนครับ ป๊าขอเซ็นเอกสารให้พี่เขาแป๊บหนึ่งลูก”“ปะป๊าค่ะ พีชก็กำลังรักษาคนไข้อยู่นะคะ เนี้ยคนไข้เจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วนเลยนะคะ ปะป๊ารอก่อนได้ไหมคะ”เวรกรรม คือวันนี้ผมพาลูกสาวและลูกชายในวัยหนึ่งขวบมาทำงานที่บริษัทด้วย เพราะวันนี้ชฎาขอผมไปเข้าสปาขัดผิวอะไรไม่รู้ของเ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 269

    5นาทีต่อมา....หลังจากที่ได้กอดกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างผละออกจากกันแล้วมองตากันอยู่สักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของตฤณจะลูบไล้พวงแก้มเนียนละเอียดของชฎาอย่างทะนุถนอมด้วยความอ่อนโยนตามด้วยประทับจุมพิตเบาๆบนริมฝีปากของชฎาในเวลาต่อมา"ต่อไปนี้เธอจะ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 268

    20 นาทีผ่านไป....หลังจากที่ลูกพีชบอกว่าจะนอนกับผมพร้อมกับแม่ของเธอแล้ว ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงที่มีพวกเธอนอนกันอยู่"ปะป๊ามาแล้ว หนูอยากให้ปะป๊าอ่านนิทานก่อนนอนให้หนูฟังได้ไหมคะ หนูฟังหม่ามี้อ่านจนเบื่อแล้วค่ะ" ทันทีที่ร่างกายของผมเอนไปกับเตียง ลูกพีชที่

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 267

    แต่สุดท้ายแม่ง...“เฮ้อ~”ฟึบ!ผมก็ลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ประตูจนได้ ก่อนจะขับรถตรงกลับบ้านในที่สุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ตอนที่ผมหลับตาเมื่อกี้ สีหน้าและสายตาของชฎาที่มองผมเมื่อเช้ามันก็แวบเข้ามา และนั้นก็ทำให้ผมทนอยู่คอนโดไอ้แปลนต่อไปไม่ไหว ถึงแม้อยากลองใจแข็งอยู่ต่อแ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 266

    Trin partผมไม่รู้ว่าต้องอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันถึงจะถูก ทุกอย่างที่ผ่านมามันอยู่ในแผนการของชฎามาตลอด ในขณะที่ผมตามหาเธอกับลูกแทบพลิกแผ่นดินแต่เธอกลับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผมมาตลอดหึ ผมนี่มันโคตรน่าสมเพชฉิบหายเลย ถูกลูกเมียตลบหลังได้น่าสมเพชมาก“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าความตั้งใจที่ผ่านมาข

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 265

    “…”“ตอบฉันมาชฎา”“หมอสวยแนะนำให้ฉันไปอยู่เชียงใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันคิดมากเรื่องนาย และให้หมอน้ำพิ้งค์เพื่อนของเธอช่วยจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้พร้อมกับฝากครรภ์เลย”เหอะ! แบบนี้เองสินะ ไอ้พวกเพื่อนเลวเอ๊ย นี่พวกมันต้มผมจนเปื่อยเลยน่ะ พวกแม่งรู้เรื่องของชฎามาตลอดแต่ก็ปิดบังผมมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status