Share

บทที่ 3

Author: Duck.bell
last update Last Updated: 2026-03-05 11:45:59

หลังจากที่ฉันจัดการเก็บของใช้ให้เข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ฉันก็เดินออกมาสำรวจข้างนอกต่อว่ามีห้องอะไรอยู่ตรงไหนบ้างฉันจะได้รู้ไว้ และไม่ลืมที่จะเดินไปดูห้องออกกำลังกายของพี่ทามด้วย แต่...ประตูมันล็อกเข้าไปดูไม่ได้ก็เลยอดดูไปหนึ่งห้อง ก็แปลกใจเหมือนกันแหละว่าแค่ห้องออกกำลังกายแต่ทำไมต้องล็อกแน่นหนาขนาดนั้นด้วย

แต่สุดท้ายฉันก็เลิกสนใจแล้วเปลี่ยนไปสำรวจห้องอื่นๆ แทน เดินเข้าๆ ออกๆ ทุกห้องทุกซอกทุกมุมของคอนโดจนเหนื่อยก็เลยเดินไปดื่มน้ำในห้องครัวแทน

ปึก!

“อ่า” ดื่มน้ำเย็นๆ นี่มันสดชื่นจริงๆ เลย ว่าแต่นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมฉันรู้สึกหิวจัง แล้วท้องฟ้าข้างนอกมันก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วด้วยมืดครึ้มแปลกๆ เหมือนฝนจะตกเลย

โอ๊ะ! นี่มันห้าโมงเย็นแล้วเหรอ ฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงที่นี่เลยนี่ ถึงว่าทำไมรู้สึกแสบท้องแปลกๆ ไหนขอดูในตู้เย็นหน่อยสิว่ามีอะไรให้ทำกินได้บ้าง

ปึก!

หือ ???

อะไรกันเนี่ยในตู้เย็นไม่มีอะไรเลยนอกจากกระป๋องเบียร์ พวกของสดผัก ไก่ ไข่ ไม่มีเลยเหรอ นี่เขาดื่มเบียร์แทนอาหารทุกมื้อเลยหรือไงถึงได้ไม่เตรียมของสดไว้ในตู้เย็นน่ะ

"ดื่มเก่งขนาดนี้เดี๋ยวตับก็พังกันพอดีหรอก"

ฉันหยิบกระป๋องเบียร์ออกจากตู้เย็นมาดูแล้วบ่นกระปอดกระแปดคนเดียว ก่อนจะส่งกระป๋องเบียร์เข้าไปเก็บในตู้เย็นตามเดิมแล้วปิดประตูลงพร้อมกับระบายลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

"เฮ้อ~ แล้วฉันจะเอาไรกินรองท้องล่ะเนี่ย ไม่มีอะไรให้กินสักอย่าง"

“หิวหรือไง”

!!!

เฮือก! ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เสียงนิ่งๆ เย็นชาของพี่ทามก็ดังขึ้นอยู่ข้างหลัง มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยอะ “ค่ะ หิวมากพิ้งค์ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ฉันหมุนตัวหันไปหาพี่ทามแล้วทำหน้าหงอยๆ พอเป็นพิธีและไม่ลืมที่จะลูบหน้าท้องให้พี่แกดูด้วย แต่พี่ทามไม่ตอบอะไรนอกจากมองหน้าฉันนิ่ง ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนลูบหน้าท้องของตัวเองวนไป...

“...”

“ข้างล่างมีร้านสะดวกซื้อ ลงไปหาซื้อกินเอง”

พูดจบพี่แกก็เดินมาผลักไหล่ฉันจนกระเด็นไปอีกทางเพื่อไม่ให้ฉันยืนบังหน้าตู้เย็นของตัวเองก่อนจะเปิดประตูออกมาแล้วหยิบเบียร์ไปดื่มหนึ่งกระป๋องจากนั้นก็เดินหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ไม่คิดจะหันกลับมาดูดำดูดีฉันอีกเลย

เหอะ! เหอะ!

ฉันพูดไม่ออกเลย หยาบคายมากแล้วที่สำคัญจะเย็นชาอะไรเบอร์นั้นอะคนเรา น้ำใจอะรู้จักไหม พาภรรยาลงไปหาของอร่อยๆ กินน่ะรู้จักไหม หรือไม่ก็เลี้ยงต้อนรับฉันสักหน่อยก็ยังดี นี่อะไรไม่ดูแลแล้วยังเฉยชาอีก ไอ้พี่ทาม! ไอ้คนบ้า ไอ้มนุษย์หน้านิ่งเอ๊ย!

“ลงไปซื้อเองก็ได้วะ ฮึ่ย”

หลังจากที่ด่าพี่ทามในใจจบฉันก็ลงไปซื้อของกินจากร้านสะดวกซื้อข้างล่างคนเดียว ซื้อทุกอย่างที่อยากกินเสร็จก็ขึ้นไปนั่งกินบนห้องที่โซฟาหน้าทีวีคนเดียว ส่วนพี่ทามหลังจากที่เดินหายไปเมื่อหลายนาทีที่แล้วเขาก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย ไม่รู้ว่านอนไปแล้วหรือนั่งทำอะไรอยู่หรือเปล่า

แต่ฉันก็ไม่สนใจเขาหรอก จะสนใจไปทำไมขนาดเขายังไม่สนใจฉันเลย...

Rrrr

ครืด~ ครืด~

‘แม่’

“ค่ะแม่” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์หลังจากที่ยกขึ้นมาแนบไว้ที่หู ส่วนตาก็ดูทีวีไปพลางๆ

(เป็นไงบ้างลูก อยู่กับพี่เขาได้ใช่ไหม) ฉันกลอกตามองบนทันทีที่รับสายปุ๊บแม่ก็ถามถึงลูกเขยตัวดีเลย แล้วถามอะไรไม่ถาม ถามว่าอยู่กับพี่ทามได้ไหม ได้ตรงไหนล่ะคนใจร้ายแบบนั้นอะ

“ได้หรือไม่ได้พิ้งค์ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือลูกเขยแม่ใจร้ายกับพิ้งค์มาก” ฟ้อง ฉันต้องฟ้องให้แม่รู้ว่าลูกเขยสุดที่รักของแม่น่ะใจร้ายกับฉันขนาดไหน

(ใจร้ายยังไงเหรอลูก)

“ก็พี่ทามอะ ไม่ดูแลพิ้งค์เลยให้พิ้งค์หาข้าวหาน้ำกินเอง ทั้งๆ ที่พิ้งค์เพิ่งมาอยู่ที่นี่แท้ๆ ตามหลักแล้วเจ้าบ้านควรจะทำการต้อนรับให้ดีกว่านี้หรือเปล่าอะแม่ แบบพาไปเลี้ยงหมูกระทะ ชาบู หรืออะไรก็ได้อะ ไม่ใช่ไล่ให้พิ้งค์ลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแล้วมานั่งกินคนเดียวแบบนี้อะ”

ได้ทีฉันก็แรปรัวๆ ให้แม่ฟังเลย จนลืมว่าตัวเองต้องหายใจระหว่างพูดด้วย คือฉันเคืองอะที่เขาทำเป็นไม่สนใจฉัน ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขานะ ไม่ใช่น้องวัวที่จับมาปล่อยให้หากินเองแบบนี้อะ อย่างน้อยๆ แต่งงานกันแล้วก็ต้องพาฉันไปกินหมูกระทะก่อน เพราะฉันอยากกินมาก แต่ดูสิ่งที่ฉันได้กินสิ มาม่าคัปอะ น่าเคืองไหมล่ะ

(พี่เขาแค่ต้องการสอนให้พิ้งค์เอาตัวรอดคนเดียวได้ไงลูก อย่าถือสาพี่เขาเลยนะ) เดี๋ยว แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจไยดีหรือเปล่า ไม่ได้เกี่ยวกับการสอนให้เอาตัวรอดเลยเหอะ แม่นี่จริงๆ เลยเข้าข้างพี่ทามตลอด อีกอย่างเขาควรดูแลศรีภรรยาให้ดีปะ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยแบบนี้

“ไม่ใช่แล้วแม่ แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจหนู เฉยชาอะแม่รู้จักไหมคะ”

(เอาน่าลูก อย่าไปโฟกัสจุดด้อยของพี่เขามากนักเลย อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวพี่เขาก็เอ็นดูเราเองแหละ ทำตัวน่ารักๆ อ้อนพี่เขาเยอะๆ เดี๋ยวพี่เขาก็พาไปเองแหละ เชื่อแม่)

“ไม่อะ พรุ่งนี้หนูไปเจอเพื่อนแล้วพอหนูมีเพื่อน หนูจะนัดกับเพื่อนไปกินหมูกระทะกันเองไม่ง้อพี่ทามหรอก”

(ไม่ได้นะพิ้งค์ หนูเพิ่งไปอยู่ที่นั่นจะไปไหนมาไหนให้ไปกับพี่ทามเท่านั้น หรือไม่ถ้าจะไปกับเพื่อนก็ต้องมีพี่เขาไปด้วยจะได้ปลอดภัย)

เฮ้อ แม่อะทำไมต้องรังแกชีวิตวัยรุ่นของฉันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ รู้ว่าเป็นห่วงแต่ฉันก็โตแล้วปะ อีกอย่างอีตาพี่ทามนั่นแหละตัวดีของความไม่ปลอดภัยเลย ไม่รู้จะกลายร่างเป็นผีบ้าตอนไหนก็ไม่รู้

“พิ้งค์ไม่คุยกับแม่แล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใส่โทรศัพท์ที่มีแม่อยู่ในสาย เมื่อแม่พูดถึงเรื่องที่ฉันไม่ชอบ

(พิ้งค์...แม่แค่เป็นห่วงลูกเพราะแม่มีลูกคนเดียว หนูเข้าใจแม่ไหม) แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก ทำเอาฉันที่ทำหน้ายู่อยู่รู้สึกผิดขึ้นมาเลยที่เมื่อกี้ทำเสียงแบบนั้นใส่แม่

-_-

“พิ้งค์เข้าใจ พิ้งค์ขอโทษนะคะ...” ฉันขอโทษแม่เสียงอ่อย “งั้นพิ้งค์ไปนอนก่อนนะคะพรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยแต่เช้า” ฉันขออนุญาตวางสายแม่ก่อนเพราะไม่กล้าพูดต่อแล้ว ก็พอแม่เอาเหตุผลนี้มาใช้ฉันก็หงอยเลยสิ เพราะทั้งชีวิตแม่ก็มีแค่ฉันคนเดียวจริงๆ นั่นแหละ

(จ้ะ แม่รักลูกนะ)

“ค่ะ หนูก็รักแม่เหมือนกันค่ะ”

ติ๊ด

พอคุยกับแม่เสร็จฉันก็กดวางสายแล้วปิดทีวีที่ดูอยู่ทันทีเพราะไม่มีอารมณ์จะดูต่อแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็รู้สึกง่วงแล้วด้วย ปิดทีวีเสร็จก็เก็บกวาดของกินที่ซื้อมาให้เรียบร้อยต่อ ก่อนจะเดินไปทางห้องนอนของพี่ทามในลำดับต่อมา...

แอ๊ด~

“กรี๊ดดดดดด อย่าเข้ามานะฉันกลัวแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ…. ฮื่อ กรี๊ดดดดด”

กึก!

พอฉันเปิดประตูเข้าไปปุ๊บสิ่งแรกที่ฉันได้ยินก็คือเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตมาจากทีวีหน้าเตียงนอนของพี่ทาม ซึ่งเขากำลังนั่งดูอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาดูหนังอะไรอยู่ แต่เสียงที่ฉันได้ยินนี่น่ากลัวมากอะทั้งเสียงกรี๊ดเสียงดนตรีประกอบเหมือนหนังสยองขวัญเลย…

...แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเขามากหรอกแค่แอบเหลือบมองนิดหน่อยพอเป็นพิธีว่าเขาจะหันมามองฉันไหม แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจฉันเลยนอกจากจอทีวีตรงหน้า ฉันก็เลยเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระก่อนนอนแทน นั่นก็คือการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอนนั่นแหละ

20 นาทีผ่านไป...

แอ๊ด~

หลังจากที่อาบน้ำทาครีมบำรุงเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนลายแสนโปรดของฉันอย่างลูกหมีน้อยแสนน่ารัก

ฉันเดินตรงไปที่เตียงที่มีพี่ทามนั่งพิงหัวเตียงดูหนังอยู่ในท่าเดิม ฉันขึ้นไปนั่งบนเตียงของพี่ทามเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะหันไปมองที่หน้าจอทีวีที่เขาดูอยู่...

อ๋อ...ดูหนังสยองขวัญจริงๆ ด้วยถึงว่าเสียงร้องที่ฉันบอกเมื่อกี้มันถึงได้น่ากลัวแบบนั้นก็เพราะมีผู้หญิงใบหน้าอาบเลือดกำลังวิ่งหนีฆาตกรโรคจิตอยู่นี่เอง นี่เขาชอบดูอะไรแบบนี้เหรอ น่ากลัวจะตาย

“พี่ทาม เบาเสียงหน่อยได้ไหมพิ้งค์จะนอนแล้ว”

ฉันหันไปบอกเขาพร้อมตั้งท่าจะล้มตัวนอน ใช่ ฉันกำลังจะนอน และฉันสั่งเขาให้เบาเสียงลง ก็เล่นเปิดทีวีเสียงดังขนาดนั้นใครจะไปหลับลง

“แล้วหมอนข้างที่พี่รองหลังอยู่อะขอได้ไหมจะเอามากั้นตรงกลาง” ฉันมองไปที่หมอนข้างที่อยู่ข้างหลังเขา ซึ่งมันเป็นตัวช่วยสร้างเขตแดนระหว่างฉันกับเขาคืนนี้ไม่ให้ล้ำเส้นเข้ามาฝั่งตรงข้ามได้

“...”

“พี่ทาม พิ้งค์ขอหมอนข้างหน่อยได้ยินไหมเนี่ย” เมื่อเห็นว่าเขาเงียบไม่ตอบฉันเอาแต่ดูทีวีอย่างเดียวฉันก็เลยเอ่ยขอกับเขาอีกรอบ

“จะกั้นตรงกลางให้เปลืองพื้นที่ทำไม”

เขาหันมาพูดกับฉันเสียงนิ่ง ทำเอาฉันเลิ่กลั่กเถียงไม่ออกเลยเมื่อเขาคิดแบบนั้น คือฉันน่ะไม่ได้ห่วงพื้นที่หรอก ฉันห่วงความปลอดภัยของตัวเองต่างหาก ถ้าคอนโดเขามีห้องนอนอีกห้องนะฉันจะขอแยกห้องนอนกับเขาไปเลยไม่มานอนบนเตียงเดียวกันกับเขาแบบนี้หรอก

ก็...นะ ทั้งชีวิตนี้ฉันเคยนอนกับผู้ชายที่ไหนล่ะ ที่นั่งอยู่ตอนนี้ก็ถือว่ากล้ามากพอแล้ว ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแล้ว แต่มันก็ยังเร็วไปสำหรับฉันที่จะมานอนร่วมเตียงกับผู้ชายอะ

“ละแล้วพี่จะนอนแบบไม่มีอะไรกั้นหรือไง” ฉันตอบกลับไปเสียงตะกุกตะกัก

“ถ้ากลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอต่อให้มีหมอนข้างมากั้นหรือไม่มีฉันก็ทำได้ เพราะฉะนั้นกั้นกับไม่กั้นมีค่าเท่ากันทุกอย่างอยู่ที่ฉัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะฉันไม่ได้พิศวาสเธอ แค่เห็นเสื้อนอนเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว”

ว่าจบเขาก็หันไปสนใจทีวีต่อทำเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศต่อไป หน็อย!...ทำไมอะ เสื้อนอนฉันมันทำไม ลายน้องหมีมันไม่ดีตรงไหน ออกจะน่ารักขนาดนี้ อีกอย่างมันเข้ากับคนน่ารักสดใสแบบฉันมากด้วย เขานี่มันเข้าไม่ถึงความน่ารักของฉันเลยสักนิด

"พี่อย่ามาบูลลี่น้องหมีพิ้งค์นะ คนเย็นชาแบบพี่อะถ้าเข้าไม่ถึงโมเมนต์น่ารักๆ แบบนี้ก็เงียบไปเลย"

"โมเมนต์เด็กอนุบาลน่ะเหรอ"

เด็กอนุบาลงั้นเหรอ คนบ้านี่ทำไมถึงได้ปากร้ายแบบนี้นะ อนุบาลแล้วไงเดี๋ยวก็โตแล้วปะ ไม่ใช่สิอนุบาลแล้วคิดว่าแซ่บไม่เป็นเหรอ คอยดูเถอะถ้าวันไหนฉันลุกขึ้นมาใส่ชุดนอนไม่ได้นอนขึ้นมาละก็จะสะดุ้งจนลูกตาถลนออกมาเลย

เหอะ!

"จะว่าอะไรก็ว่าไปเถอะอย่าให้เด็กอนุบาลแบบพิ้งค์แซ่บขึ้นมาละกัน เพราะพี่จะตายเอา"

ฟุ่บ!

ว่าจบฉันก็ล้มตัวนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมทั้งตัวทันที ก่อนจะหันหลังให้พี่ทามไปอีกฝั่ง

เหอะ! คืนแรกก็ปากร้ายใส่ฉันแล้วอะ แล้วแบบนี้คืนอื่นๆ ฉันไม่ต้องประสาทเสียก่อนนอนเพราะเขาเหรอ คิดดูเรียนก็หนักกลับมายังต้องมาปวดหัวกับเขาอีก ฉันคงต้องรักษาตัวเองก่อนจะได้รักษาคนอื่นแน่ ถ้าต้องอยู่ใกล้เขาแบบนี้ทุกวัน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 78

    @คอนโดทามไท"อื้ม พี่ทามทำอะไรอะ พิ้งค์โกรธพี่เรื่องที่ทำคอพิ้งค์แดงอยู่นะ"หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดทามไทก็เดินเข้าไปโอบกอดน้ำพิ้งค์จากด้านหลังไว้แล้วซุกจมูกคลอเคลียตรงซอกคอของน้ำพิ้งค์จนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหนีแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด"จะโกรธพี่ทำไม พี่ก็ทำถูกแล้ว""ถูกอะไรของพี่ล่ะ พี่

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 77

    “หึ” ทันทีที่ได้ยินว่าน้ำพิ้งค์พูดออกมาว่ารอบหน้าจะไปบาร์โฮสต์ทามไทก็ยกมือขึ้นมาเท้าเอวทันทีพร้อมกับยิ้มเยาะให้กับความกล้าพูดว่าจะไปบาร์โฮสต์ของน้ำพิ้งค์ทำให้น้ำพิ้งค์ที่ยืนเชิดหน้าเมื่อกี้ถึงกับเลิ่กลั่กทันทีที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของทามไท“เอ่อ พิ้งค์ว่าพิ้งค์ออกไปหาเพื่อนข้างนอกดีกว่า” ว่าจบน้ำ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 76

    “ฉันโกหกอะไรเธอ”“โกหกอะไรพิ้งค์เหรอ ก็นี่ไง...ทำไมพิ้งค์ไม่เคยรู้ว่าพี่มีผับ” หึ เป็นไงล่ะถึงกับทำหน้าไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียวที่โดนฉันย้อนกลับอะ ก่อนหน้านี้มาทำเป็นเข้มต้อนเขาให้จนมุมเป็นไงล่ะโดนซะบ้าง“ฉันมีผับแล้วฉันไปโกหกเธอตอนไหน”“ก็ตอนนี้ไง พิ้งค์ไม่รู้ก็เท่ากับพี่โกหกพิ้งค์”“ฉันไม่ได้โกหกเธอ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 75

    ก๊อก ก๊อก ก๊อกแอ๊ด"ขออนุญาตครับคุณทาม ผมมาส่งคุณน้ำพิ้งค์กับเพื่อนๆ ครับ"พี่การ์ดที่ตัวใหญ่และตัวสูงกว่าฉันหลายเท่ารายงานกับเจ้าของห้องที่นั่งจ้องหน้าฉันนิ่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่กลางห้องใช่ค่ะ เจ้าของที่ว่าก็คือตาบ้าพี่ทามนั่นแหละแล้วนอกจากพี่ทามในห้องนี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่นั่งเงียบหน้

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 74

    โครงการจะออกไปเต้นกลางฟลอร์ของฉันก็เลยต้องปิดลงแล้วนั่งดื่มอย่างเดียว เซ็งเลยอะ อดเห็นหน้าดีเจชัดๆ เลยว่าหล่อมากขนาดไหน อุตส่าห์แอบไปซ้อมเต้นในห้องมา อดโชว์สเตปดาวงานวัดแบบฉันเลย“หวัดดีครับ”แต่ในขณะที่ฉันกำลังทำหน้าเซ็งอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาดีมากๆ เข้ามาทักทายฉัน ทำให้ยัยพริกไทยกับยัยสวยท

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 73

    เดินได้ไม่นานฉันก็มาถึงห้องน้ำที่มีเหล่าชะนีสวยๆ อกอึ๋มๆ เข้ามาใช้กันเต็ม พอทำธุระเสร็จฉันก็ออกมาล้างมือที่อ่างด้านนอกต่อ แต่ในขณะที่ฉันกำลังล้างมืออยู่นั้นสายตาฉันก็เอาแต่ชำเลืองมองหน้าอกอึ๋มๆ ของพวกคุณเขาไม่วางตาเลย......ก่อนจะก้มมองของตัวเองบ้าง โห อกของเขาแต่ละคนเท่ากับหัวเด็กทารกเลย ตัดภาพมาที

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status