Risk Friend ลอง รัก เพื่อน ร้าย (Set Zenesaint ⅠⅠ ม่านหมอก x

Risk Friend ลอง รัก เพื่อน ร้าย (Set Zenesaint ⅠⅠ ม่านหมอก x

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-19
Oleh:  ฮวายอนOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
15Bab
1.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"แล้วเราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ คือมึงตั้งใจจะเอากูไปเรื่อย ๆ แบบที่เป็นเพื่อนกันยังงี้เหรอ" "แล้วจะให้กูทำไง พี่มึงมันไม่ได้เพิ่งพูดหรอกนะ แต่มันพูดมาตลอดว่าไม่ให้ใครในกลุ่มยุ่งกับมึง!"

Lihat lebih banyak

Bab 1

คุยกันก่อนอ่าน + Risk Friend : Intro (1/2)

ลอง • รัก • เพื่อน • ร้าย

(Set Zenesaint ⅠⅠ ม่านหมอก x จันทร์เจ้า)

เรื่องที่ 2 ในเซตมหา'ลัยเซเนเซนท์มาแล้ว

ไอ้จ้าวคือแฝดน้องของเฮียตะวัน ส่วนไอ้หมาหมอกเป็นหนึ่งภัยพิบัติในดิซาสเตอร์ ทั้งคู่ปรากฏตัวอยู่ใน BAD ENG' วิศวะลวงใจ เยอะมาก

(ใครยังไม่ได้อ่าน ฝากไปแวะชมหน่อยน้า)

เรื่องนี้เป็นแนวเพื่อนกันมันส์ดี หยุมหัวกันยับ สาดคำด่าฉ่ำ

บอกก่อนว่าไอ้จ้าวมันไม่ใช่นางเอกสายหวาน ไม่ใส ไม่เรียบร้อย สารพัดสัตว์อาจออกมาเพ่นพ่านทั้งเรื่อง

แถมมันยังขี้เมา ใครรับพระนางแบบ มึง กู กู มึง สมัยพ่อขุนไม่ได้ กดผ่านเลยน้า

และหากไม่เป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมารักกัน เอ๊ย! จะชวนเธอมากดใจ กดเพิ่มเข้าชั้นเพื่อจะได้ไม่พลาดความฟินของเพื่อนคู่นี้นะคะ

สุดท้ายแล้วขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราปั้นอีบุ๊กได้เร็วขึ้นหน่อยนะ

เรื่องนี้จะบรรยายแบบบุคคลที่หนึ่งนะคะ เน้นความรู้สึก ความคิดขาว เทา ดำ ของตัวละคร

ส่วนสำนวนเรายังปรับปรุงอยู่นะคะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะค้าบ

กราบตักนักอ่านทุกคนที่เอ็นดู เยิฟ...เยิฟ

❤ จากใจฮวายอน ❤

-------------------------------------------------------

Risk Friend : Intro

‘นอร์เวย์เลยเหรอ?!’

‘…’

‘ไปไกลขนาดนั้น มึงจะลืมกูไหม’

‘จะลืมได้ไง เพื่อนเตี้ย ๆ ทั้งคน’

‘แน่นะ’

‘อือ กูจะกลับมาหามึงทุกปี... กูสัญญา’

“อีเตี้ย!!!”

เสียงตะโกนเรียกของ แสตมป์ หรือ แตมมี่ เพื่อนสาวในร่างหนุ่มน้อยหน้าหวาน ทำฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ภาพเด็กนักเรียนชายหญิงบนอัฒจันทร์ข้างสนามก็สลายวับไปกับตา

และมันคงจะดีกว่านี้หากความทรงจำเลือนหายง่าย ๆ แบบนั้นบ้าง

สี่ปีแล้วสินะ...ที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนลั่นวาจาสัญญา อย่าว่าแต่กลับมาเลย เมสเซจสักฉบับยังไม่มี พอไปแล้วก็ไปลับ เงียบหายเข้ากลีบเมฆ ทำตัวเหมือนดั่ง ม่านหมอก สมชื่อ!

เคยคิดว่าเวลาจะช่วยให้ลืม หากแต่ความจริงกลับสวนทาง กลายเป็นยิ่งเติบโต ยิ่งถามหาเหตุผล เมื่อไม่เข้าใจก็ยิ่งคิดย้ำ คิดวน คิดทบทวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป! ไม่มีวันไหนไม่คิดถึง

“เออ ๆ ไปแล้ว”

ฉันรีบตามไปสมทบกับเพื่อนสนิทที่ยืนเท้าเอว ทิ้งสะโพก จิกตารออยู่ตรงประตูทางออก ไม่ใกล้ไม่ไกลยังมีคุณลุง รปภ. กำลังลากรั้วเหล็กเป็นการกดดันฉันด้วยอีกคน

เดิมทีเราแพลนกันไว้ว่าวันนี้จะไปหาหนังสนุก ๆ ดูผ่อนคลายสมองสักหน่อย เพราะช่วงหลายเดือนก่อนมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวเป็นนักศึกษาจนไม่มีเวลาเที่ยวเล่น ไหงมาโผล่ที่โรงเรียนเก่าได้ก็ไม่รู้ ทีนี้ก็ลากยาวเลย…

ตั้งแต่บ่ายคล้อยจนฟ้ามืดสนิทและเกือบโดนไล่อย่างที่เห็น

“ขอบคุณนะคะลุง” แสตมป์ส่งยิ้มหวานไม่ต่างจากเสียง

ส่วนฉันเหรอ…

“ไว้จ้าวจะแวะมาป่วนใหม่น้า” ห้าวกว่านิสัย ใหญ่กว่าตัวก็เสียงนี่แหละ

จ้าว หรือ จันทร์เจ้า คือชื่อเล่นของฉัน ส่วน อีเตี้ย เป็นสมญานามเฉพาะสำหรับคนสนิทเท่านั้น

“จ้า โชคดีนะเด็ก ๆ” คุณลุงยิ้มแป้น แสดงออกชัดเจนว่าดีใจมากแค่ไหนที่ไม่ต้องเหนื่อยไล่ตามพวกเราตอนปีนกำแพงโดดเรียนอีกแล้ว

หลังไหว้ลาคุณลุงเรียบร้อย เราก็พากันเดินเตร็ดเตร่มาหยุดรอข้ามถนนหน้าโรงเรียน

“ยืนเตี้ยอยู่นั่นแหละ กูหิวจนไส้จะขาด”

“อ้าว…อีนี่! เอาตรงไหนมาเตี้ยก่อน ร้อยห้าสิบแปดคือมาตรฐานหญิงไทยค่า ขนาดกำลังน่ารัก พกพาสะดวก”

“โนว์! กูนี่ค่ะ มาตรฐาน…” แล้วคนสูงกว่าเกือบยี่สิบห้าเซ็นต์ก็สถาปนาตัวเองเป็นมีสทิฟฟานี่ท่านหนึ่ง หยิบมงในจินตนาการมาสวม พร้อมเชิดหน้า ไขว้ขา บิดท่าโพสแบบจริตจะก้านจัดเต็ม ขณะที่ฉันกลอกตามองบนจนเวียนหัวเจียนจะอ้วกอยู่รอมร่อ

ขอดมยาแป๊บ…

หงส์ไทยขวดเขียวถูกยกจ่อรูจมูก สูดเข้าปอดชุ่มฉ่ำได้ไม่เท่าไหร่

“ไอ้หนู! ไอ้หนู!!”

น้ำเสียงตื่นตระหนกของคุณลุง รปภ. เรียกให้เราเคลื่อนสายตาไปยังเส้นทางเดิมที่เพิ่งจากมาอีกครั้ง

“เข้าไม่ได้แล้ว ประตูปิดแล้ว”

ดีนะ…ไม่ขานรับ คุณลุงไม่ได้คุยกับพวกเรา แต่กำลังร้องห้ามใครบางคนอยู่ตรงช่องประตูเล็ก ซึ่งห่างจากจุดที่พวกเรายืนประมาณสิบก้าว

ฉันย่นคิ้วมองแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงในชุดลำลองเสื้อยืดสีกรมกับกางเกงยีนส์ผ้าดิบแบรนด์ดัง และผมทรงแมสวูล์ฟสีเทาเงินที่โคตรโดดเด่น ขนาดไม่เห็นหน้าฉันยังคิดว่าเขาต้องดูดีแน่ ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ทำสีนี้แล้วจะรอดนะ แบบ…มันต้องกัด ต้องฟอกหลายรอบมาก ถ้าไม่เอาใจใส่เส้นผมจริงจัง คือพังยับ

แต่เท่าที่ดูผมเขาไม่เสียเยอะ ทั้งยังมีความมันเงาระดับหนึ่งถือว่าใช้ได้เลย

“สีผมนางแซ่บเนอะ” เสียงชื่นชมจากคนข้าง ๆ บ่งบอกให้รู้ว่าความคิดเราตรงกัน

“อือ”

“ถ้ากูทำบ้างจะรอดไหมวะ”

ฉันเหล่มองคนขอความเห็นแวบหนึ่ง “เอาเรื่องจริงหรือตอแหล”

“เออ! กูไม่ทำละ” พอได้ยินแบบนั้น เพื่อนรักก็ปาค้อนใส่ฉันทันควัน เป็นอันเข้าใจตรงกัน เมื่อไหร่ที่มีการยื่นทางเลือกแปลว่าความจริงมันต้องโหดร้ายมาก ๆ

และบทสนทนาก็จบลงด้วยการที่ฉันถูกลากจูงไปยังอีกฝั่งของถนน ระหว่างนั้นฉันยังเผลอเหลียวมองเขาหลายต่อหลายครั้ง

…กระทั่งกายกำยำเบี่ยงตัวหันข้างและแสตมป์ก็พาฉันมาถึงจุดหมายพอดี

“เดี๋ยว!” ฝีเท้าฉันชะงักกึก ได้เห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าคมคาย แรงดันในกายก็เพิ่มขึ้นจนแทบหลุดควบคุม

เหมือนมาก…เหมือนยังกับคนเดียวกัน

การตัดสินใจเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ฉันบิดข้อมือออกจากการจับกุมของเพื่อนและตั้งใจจะวิ่งตามเขาไป แต่ขยับได้ไม่ถึงสองก้าว…

ปรี๊นนนน!!!!

“อร๊ายยย อีจ้าว!”

“อยากตายรึไง!!!”

“...!” จังหวะคืนสติคือจังหวะที่ถูกกระชากขึ้นมายืนบนฟุตบาท ฉันเบิกตามองมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แล่นฉิวผ่านหน้าด้วยความตกใจ บางทีการโดนเฉี่ยวชนอาจไม่น่ากลัวเท่าแววตาเกรี้ยวกราดของคนขับก็ได้

ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วพยายามหายใจให้เป็นระเบียบเพื่อบรรเทาความตื่นตระหนก วินาทีต่อมาก็โดนแสตมป์ก็รั้งให้หันไปสบตา

“อีบ้า! มึงอยากเหลือแต่ชื่อรึไง เป็นบ้าอะไร อยู่ ๆ ก็วิ่งออกไปแบบนั้น”

จะว่าไม่สำนึกก็ได้…

ฉันละเลยความเป็นห่วงของเพื่อน และยังจดจ่ออยู่กับมองหาผู้ชายที่ละม้ายคล้ายเพื่อนเก่าคนนั้น

“…เขาหายไปไหนแล้ว”

“โอ๊ย…กูจะบ้า” คนฟังถึงกับกุมขมับ “สติค่ะหญิง มึงจะแรดแค่ไหน มึงก็ต้องแรดอย่างมีสตินะ มึงจะวิ่งไปหาผู้ชายแบบไม่คิดชีวิตแบบนี้ไม่ได้”

“มึงรอกูอยู่นี่แป๊บหนึ่งนะ”

“เอ้า! เดี๋ยว อีเตี้ย…”

เหมือนประโยคที่เพื่อนพูดไม่เข้าหูเลยสักนิด ฉันพาตัวเองข้ามถนนกลับมาที่เดิมอย่างปลอดภัยจนได้ ถึงความหวังจะริบหรี่ แต่ยังเชื่อในเซนส์ของตัวเอง

ฉันสับขาสั้น ๆ ไปตามทางแบบไร้จุดหมาย ต้องเจอสิ! คนเราจะหายตัวไปในอากาศได้ยังไงกัน มันเป็นไปไม่ได้...

แฮ่ก ๆ ๆ

จำไม่ได้แล้วว่าออกกำลังกายหนัก ๆ ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ แจ้งเตือนการเต้นของหัวใจที่เกินขีดจำกัดบนหน้าปัดสมาร์ทวอทช์ทำให้ต้องหยุดพัก สองมือค้ำยันบนเข่าด้วยอาการเหนื่อยหอบจนลิ้นห้อย

บ้าเอ๊ย! ฉันทรุดตัวลงนั่งหย่องย่อหมดสภาพ ไม่รู้เลยว่าวิ่งมานานแค่ไหน แต่รู้ว่าไกลมากพอสมควร และมันสมควรพอได้แล้วรึเปล่า...

เฮ้อ...ฉันถอนหายใจยาวทิ้งท้าย คงถึงเวลาที่ต้องเลิกหวังลม ๆ แล้ง ๆ แล้วจริง ๆ

แต่ในตอนที่กำลังจะยืดตัวลุกขึ้นกลับมีมือของใครบางคนยื่นเข้ามา...

“ตามหากูอยู่รึเปล่า”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
15 Bab
คุยกันก่อนอ่าน + Risk Friend : Intro (1/2)
ลอง • รัก • เพื่อน • ร้าย(Set Zenesaint ⅠⅠ ม่านหมอก x จันทร์เจ้า)เรื่องที่ 2 ในเซตมหา'ลัยเซเนเซนท์มาแล้วไอ้จ้าวคือแฝดน้องของเฮียตะวัน ส่วนไอ้หมาหมอกเป็นหนึ่งภัยพิบัติในดิซาสเตอร์ ทั้งคู่ปรากฏตัวอยู่ใน BAD ENG' วิศวะลวงใจ เยอะมาก(ใครยังไม่ได้อ่าน ฝากไปแวะชมหน่อยน้า)เรื่องนี้เป็นแนวเพื่อนกันมันส์ดี หยุมหัวกันยับ สาดคำด่าฉ่ำบอกก่อนว่าไอ้จ้าวมันไม่ใช่นางเอกสายหวาน ไม่ใส ไม่เรียบร้อย สารพัดสัตว์อาจออกมาเพ่นพ่านทั้งเรื่องแถมมันยังขี้เมา ใครรับพระนางแบบ มึง กู กู มึง สมัยพ่อขุนไม่ได้ กดผ่านเลยน้าและหากไม่เป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมารักกัน เอ๊ย! จะชวนเธอมากดใจ กดเพิ่มเข้าชั้นเพื่อจะได้ไม่พลาดความฟินของเพื่อนคู่นี้นะคะสุดท้ายแล้วขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราปั้นอีบุ๊กได้เร็วขึ้นหน่อยนะเรื่องนี้จะบรรยายแบบบุคคลที่หนึ่งนะคะ เน้นความรู้สึก ความคิดขาว เทา ดำ ของตัวละครส่วนสำนวนเรายังปรับปรุงอยู่นะคะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะค้าบกราบตักนักอ่านทุกคนที่เอ็นดู เยิฟ...เยิฟ❤ จากใจฮวายอน ❤-------------------------------------------------------Risk Friend : Intro‘นอร์เวย์เลยเหรอ?!’‘…’‘
Baca selengkapnya
Risk Friend : Intro (2/2)
Special Part : Manmokย้อนไปสองชั่วโมงก่อน…ขาตั้งบิ๊กไบค์คู่ใจถูกเตะลงเมื่อถึงจุดหมาย ผมถอดหมวกกันน็อกวางบนถังน้ำมัน สะบัดหัวเล็กน้อยพลางใช้มือเสยเซทผมสองสามที และปิดท้ายด้วยการตรวจสอบความเรียบร้อยผ่านกระจกข้างอีกนิดหน่อย ก็เป็นอัน...เพอร์เฟกต์!ไม่ใช่ว่าเนี้ยบอะไรขนาดนั้นหรอกนะ สไตล์การแต่งตัวของผมก็ธรรมดาทั่วไป เพียงแค่มันชินกับการที่ต้องเสริมความมั่นใจก่อนออกสู่สายตาสาธารณชนเท่านั้นเองหลังตวัดขาลงมายืนข้างรถ ผมก็กวาดมองไปรอบ ๆ ลานเซิร์ฟสเก็ตขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่เคยเป็นแหล่งรวมตัวของชาวแก๊ง หมายถึงผมกับบรรดาเพื่อนสนิทน่ะ ด้วยความรู้สึกแบบ...ค่อนข้างอธิบายยากเลยแหละไม่รู้เพื่อนจะต้อนรับขับสู้หรือผลักไสไล่ส่ง ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็เข้าใจได้นะ คือถ้าห่างกันแล้วยังมีการคอนแท็กต์บ้างมันก็ปกติไง แต่สี่ปีที่ผ่านมาผมทำตัวไม่ต่างจากบุคคลสาบสูญเลย ไม่เคยส่งข่าว ไม่มีอัปเดตโซเชียล แถมยังต้องตัดขาดทุกช่องทางติดต่อเพราะความจำเป็นหลาย ๆ อย่างไม่แปลกหรอกหากเพื่อนจะโกรธ ผมคิดว่ามันสมควรด้วยซ้ำความจริงผมกลับจากนอร์เวย์ได้สองวันแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสปลีกตัวออกมาเปิดหูเปิดตา ก็เลยเลือกสนา
Baca selengkapnya
Risk Friend : 02 (1/3)
“อย่าขยำเสื้อกู!!”“...!” เสื้อเชิ้ตราคาแพงยับยู่ยี่ในมือถูกปล่อยทิ้งในทันทีที่ได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของผู้เป็นเจ้าของ“ใจลอยไปถึงดาวเสาร์แล้วมั้ง มันเป็นยังไง” แสตมป์เดินออกจากห้องน้ำมาหย่อนก้นลงตรงขอบเตียง ขณะที่ฉันล้มตัวนอนแผ่หลาบนฟูกนุ่มนิ่ม เหม่อมองหลอดไฟกลมประดับกลางเพดานสีขาวสะอาดด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก จะพูดยังไงดี…อารมณ์ ณ ตอนนั้นคือแบบยุ่งเหยิงมาก ใจหนึ่งก็อยากทุบให้หลังแอ่น แต่อีกใจก็อยากดึงมากอดแน่น ๆ ทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้งดีใจ เหนื่อยก็เหนื่อย ปวดขาก็ปวด แถมหน้ายังมีแต่คราบเหงื่อ ไม่สิ! ผสมด้วยคราบน้ำตาอีก อยากจะบ้าตาย!เป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ไม่โอเคเลย ทั้งที่พยายามฮึบแล้วแท้ ๆ แต่ก็นั่นแหละ…ฉันเผลอปล่อยไก่ตัวใหญ่เบ้อเริ่มในบรรดาเพื่อนสนิท ม่านหมอก เป็นคนเดียวที่เวลาอยู่ด้วยแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองโคตรอ่อนแอ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือไม่ว่าฉันจะโตขึ้นมากแค่ไหน เวลาจะผ่านไปกี่ปี หรืออยู่ห่างกันเป็นพัน ๆ ไมล์ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งฉันรับรู้ได้ในวินาทีแรกที่เห็นหน้าเขามันแย่มากเลยว่าไหม... “เฮ้อ...” สุดท้ายทำได้แค่พ่นลมหายใจเฮือกยาวผ่านปลายจมูกอย่าง
Baca selengkapnya
Risk Friend : 02 (2/3)
คฤหาสน์เดชาพิพักษ์หลังจากที่ขลุกสร้างความวุ่นวายให้เพื่อนรักทั้งวัน ฉันก็กลับเข้าบ้านตอนหกโมงกว่าพร้อมน้ำพริกแสนอร่อยที่มี๊ชอบ“แล้วมี๊ละคะ…”เมื่อเห็นว่ากลางชุดโซฟาสุดหรูในโถงใหญ่มีเพียงผู้เป็นพ่อนั่งทำหน้าเครียดอยู่กับไอแพดในมือ จึงเอ่ยถาม จากนั้นก็พาตัวเองไปนั่งลงข้าง ๆ ฝั่งซ้ายพลางดึงท่อนแขนแข็งแรงของป๊ามาออดอ้อนออเซาะตามความเคยชิน“น่าจะขึ้นไปอาบน้ำนะ” ป๊าวาดมือข้างเดียวกันขึ้นลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน“ไอ้เฮียไปไหน”หมายถึง เฮียตะวัน พี่ชายฝาแฝดของฉันนี่ก็อีกคน…ไม่รู้เป็นยังไง แค่เข้ามาแล้วไม่เห็นพาหนะคู่ใจของมันจอดอยู่ในโรงรถ ก็ต้องถามหาแล้ว ทั้งที่เจอหน้าก็แทบจะฆ่ากันตายตลอด“ไปสนามเซิร์ฟ” ป๊าขยับปากตอบ ตายังคงจดจ่ออยู่กับกราฟและภาพรวมดัชนีราคาหุ้น “ลูกล่ะ เลิกเล่นแล้วเหรอ ป๊าเห็นเซิร์ฟสเก็ตถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บของหลายปีแล้วนะ”“อือ เบื่อแล้ว” ถึงคนพาเล่นจะกลับมาแล้วก็ไม่มีประโยชน์…ฉันไม่หายโกรธง่าย ๆ แน่“...?” คราวนี้ป๊าหันมาเลิกคิ้วมองกัน คล้ายกับอยากได้เหตุผลหรืออะไรสักอย่างที่ทำให้ฉันตัดใจทิ้งสิ่งที่ชอบไปง่าย ๆ“สตรีมเกมสนุกกว่าเยอะเลย ไปดีกว่า” นี่เป็นวิธีการเลี่ยงตอบคำถาม
Baca selengkapnya
Risk Friend : 02 (3/3)
“ทำหน้าให้มันเหมือนเต็มใจมาหน่อยดิ” “…!” ฉันหันไปฉีกยิ้มกว้างเหมือนสดใสมากมายให้เจ้าของคำขอที่เดินล้วงกระเป๋าแจ็กเกตหนังสีดำอยู่ข้างกันแวบหนึ่ง ก่อนปรับเป็นบึ้งตึงดั้งเดิม นั่นเรียกเสียงหัวเราะหึหึในลำคออีกฝ่ายได้เป็นอย่างดีจะบอกว่าเต็มใจก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เรียกว่าหลงกลอุบายของนายเพื่อนเก่าจอมเจ้าเล่ห์นี่จะดีกว่า เพราะเขามักใช้สายตาและคำพูดที่ทำให้ฉันแพ้ทางอยู่เรื่อย ‘เตี้ย…’‘ไม่ไป’‘จันทร์เจ้า…’‘ก็บอกว่าไม่ไง’‘เค งั้นกูก็จะรอมึงอยู่นี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้นอนกับไอ้ตะวันก็ได้’‘แล้วทำไมไม่ไปชวนคนอื่น’‘ก็อยากไปกับมึง ไม่ได้อยากไปกับคนอื่น…’เฮ้อ…คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความไม่หนักแน่นของตัวเอง ทั้งที่ตั้งปณิธานแนวแน่แล้วแท้ ๆ อุตส่าห์ปฏิเสธซะดิบดี สุดท้ายก็ท่าพลาดให้หน้าหล่อ ๆ เอ๊ย... ไม่ใช่! หน้าละห้อยเหมือนหมาเหงาบวกแววตาออดอ้อนขอความเห็นใจนั่นเสียได้ต้องเป็นเพราะอากาศร้อนราวกับซ้อมตกนรกของประเทศไทยแน่ ๆ ที่ทำให้น้ำแข็งห่อหุ้มหัวใจฉันละลายเร็วเพียงข้ามคืนเยี่ยงนี้ ม่านหมอกพาฉันมาถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังเมื่อตอนสิบเอ็ดโมงเศษ และลากเข้าโซนเครื่องนอนเป็นอันดับแรก จนป่านนี้ปา
Baca selengkapnya
Risk Friend : 03 (1/3)
ฉันยืนสำรวจตัวเองที่สวมเสื้อนักศึกษาเข้ารูปกับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำใต้ตึกบริหารอยู่นานนับนาที ถึงจะเป็นคนมีความมั่นใจแค่ไหน ก็ยังแอบประหม่า อะไรที่ได้ชื่อว่าครั้งแรกย่อมตื่นเต้นเสมอนั่นแหละมันดูแปลกตายังไงก็ไม่รู้เนอะ…แต่เอาเถอะ!“แกสวยมากแล้วเว้ย” ฉันยกสองนิ้วหัวแม่มือให้ตัวเองพร้อมรอยยิ้มต้อนรับชีวิตในรั่วมหา'ลัยอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนควานหาไอโฟนมาพิมพ์ข้อความส่งให้เพื่อนรักที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลJJ : กูคิดถึงมึง (08:35) JJ : กูเหงา (08:35) JJ : เหมือนจะเป็นซึมเศร้าเลย กูขาดมึงไม่ด้ายยยย (08:36) Tammy : อย่าเยอะ (08:38) JJ : ใช่เส้สสสส ใจคนยากนักหยั่งถึง เพียงข้ามคืนก็เปลี่ยนเป็นอื่น (08:38) Tammy : โอ้ยยยย อีเตี้ย!!! (08:39) Tammy : กูบล็อกมึงได้นะ เอาจริง (08:39) Tammy : ไปหาเล่นกับไอ้ดำ ไอ้ด่างหน้า ม. ก่อนไป๊ (08:40) ไล่เพื่อนไปเล่นกับหมา…?ฮึก น้ำตาจะไหล ไม่ได้กำลังใจเพิ่ม แถมยังหงอยหนักกว่าเดิมอีก นั่นเลยเป็นสาเหตุให้ฉันรัวสติกเกอร์พี่หมีเศร้าหลายตัวปิดท้าย ขณะก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำ ตอนนี้เหมือนฉันอยู่ท่ามกลา
Baca selengkapnya
Risk Friend : 03 (2/3)
ช่วงบ่ายของวัน…I have died everyday waiting for you…ปลายนิ้วชี้ถูกยกขึ้นแตะรูดก้านแอร์พอดเร่งเสียงเพลง A Thousand Years ของ Christina Perri ให้ดังขึ้นเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ทั้งเปลือกตายังปิดสนิทและฟุบหน้าไปบนเก้าอี้เลคเชอร์โดยมีท่อนแขนขวารองอยู่ ลมเย็น ๆ ของเครื่องปรับอากาศให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่ต่างจากนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องส่วนตัวเลย แตกต่างตรงที่นี่เป็นคลาสเรียนซึ่งอัดแน่นไปด้วยนักศึกษากว่าสิบชีวิตแต่แล้วการพักผ่อนแสนสบายก็ถูกขัดจังหวะ ฉันขมวดคิ้วพลางหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นที่ข้าง ๆ ฉันผงกหัวขึ้นและเบี่ยงหน้าไปทางขวาเล็กน้อย ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร เขารีบขอโทษและอธิบายทั้งที่ฉันยังไม่ทันต่อว่า “...ขอโทษนะ ที่ทำเธอตื่น พอดีเราเห็นว่าตรงนี้มันเงียบดี” “...!” ประโยคนั่นทำให้ฉันต้องกวาดมองไปรอบห้องด้วยความงุนงง ก็ไม่เห็นมันวุ่นวายตรงไหน ที่นั่งเงียบ ๆ มีอีกเป็นสิบ“ไอ้จ้าวห้าวตี้ใช่ไหม”แต่พอได้ยินชื่อช่องสตรีมเกมของตัวเองก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที อารมณ์ถูกสับเปลี่ยนโหมดโดยพลัน แผ่นหลังที่เอนไปกับโต๊ะเลคเชอร์ในตอนแรกก็ดีดขึ
Baca selengkapnya
Risk Friend : 03 (3/3)
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ มีเสียงหนึ่งดังกึกก้องอยู่ในหูและมันห่างไกลคำว่าปกติอยู่มาก ไม่รู้เกิดจากความตื่นตระหนกเพราะไม่ทันตั้งตัว หรือการที่ได้กลับมาใกล้ชิดกันกว่าเดิมแถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีโอกาสมองประเมินเขาอย่างถี่ถ้วน ใบหน้าหล่อเป็นองค์ประกอบแรกที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันหลงใหล คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับดวงตาเฉี่ยวคมได้เป็นอย่างดี ไหนจะไฝเสน่ห์ตรงใต้ตาซ้าย พระเจ้าก็ช่างแต่งแต้มมาได้ถูกจุดจริง ๆ จากที่โดดเด่นอยู่แล้ว ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก เคยเห็นไหมคนที่ทำหน้านิ่งแล้วให้ลุคโคตรแบด แต่พอริมฝีปากเผยเพียงยิ้มบางเท่านั้นแหละ ทุกอย่างกลับดูละมุมไปหมด นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ม่านหมอกถูกจัดอยู่ในลิสต์รายชื่อของแรร์อันดับต้น ๆ ประจำโรงเรียนมาโดยตลอด จำได้ว่าช่วงมอต้นมีรุ่นพี่มาต่อคิวกันยื่นใบสมัครสารพัดตำแหน่งจนแถวยาวเหยียด อารมณ์แบบ...เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ สุดท้ายเหมือนฉันจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้สิทธิ์นั้นแต่ก็เท่านั้น...เพราะสี่ปีที่ผ่านมา ฉันเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าตัวเองยังเป็นคนสำคัญอยู่ไหม ครืด! ครืด…สายเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงของคนนอนปลุกให้เขาลืมตาขึ้น
Baca selengkapnya
Risk Friend : 04 (1/3)
 ผัวะ!“เชี่ย! ไรวะ!” ทันทีที่คนถูกลอบประทุษร้ายเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวแล้วหันมาเกรี้ยวกราดใส่ มือข้างนั้นของฉันก็ตวัดปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติ วิญญาณผู้บริสุทธิ์เข้าสิงแบบฉับพลัน แสร้งตีหน้าตื่นตกใจราวกับไม่คิดไม่ฝันว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ทั้งที่หมายมั่นปั้นมือมาตั้งแต่ประตูทางเข้าแคนทีน “เอ้า…โดนเหรอ สงสัยแกว่งแขนแรงไปหน่อย” ฉันแอบยิ้มเยาะในใจขณะเดินอ้อมมานั่งข้างเฮียตะวัน ซึ่งเป็นตำแหน่งเยื้อง ๆ กับไอ้พายุจอมวุ่นวายที่กำลังเขม่นมองกันราวจะกินเลือดกินเนื้อ“เหี้ยเถอะ แม่ง…ตั้งใจตบเห็น ๆ”“หือ คิดมากไปแล้ว ใครจะทำเพื่อนได้ลงคอ” “อย่ามาสะตอ กูไม่อิน” ไม่ทันที่ฉันจะได้สวนกลับ เฮียตะวันก็แทรกขึ้นมาซะก่อน“แล้วเพื่อนมึงล่ะ” ความจริงก็ยังเหลือเพื่อนอีกตั้งสามคนนะที่ไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะด้วย แต่ฉันดันรู้ในทันทีว่าเฮียถามถึงใครโดยไม่ต้องขอคำอธิบายเพิ่ม“จะไปรู้เหรอ ไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลานะ
Baca selengkapnya
Risk Friend : 04 (2/3)
หลายอาทิตย์ต่อมา…“พวกมึงจะเอาด้วยไหม” เฮียตะวันถาม “ก็ได้หมดนะ” ลมก็ตอบง่าย ๆ ตามสไตล์“กูว่าเจ๋งดี” ไฟก็ว่าแค่นั้น ก่อนมาสะดุดที่ไอ้ตัวปัญหาอย่างพายุเนี่ยแหละ“แต่จะไม่เจ๊งก่อนใช่ไหม” “ปากเสียฉิบหาย”ส่วนฉันยังคงนั่งกอดอกจ้องหน้าสมาชิกคนเดียวที่ไม่ออกความคิดเห็น เพราะยังไม่มีข้อสรุปจริง ๆ จัง ๆ ก็เลยวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องที่พายุบอกจนจับใจความสำคัญของนัดรวมตัวกันวันนี้ได้ไม่ดีนัก รู้แค่ตอนนี้เรากำลังนั่งสุมหัวกันอยู่ในทาวน์โฮมปูนเปื่อยสี่ชั้นสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ขนาดกว่าห้าร้อยตารางเมตร ซึ่งกำลังจะถูกประยุกต์ให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับพรีเมียมใจกลางเมือง ภายใต้ชื่อ เอสเอเอ็มคลับ ที่มาจาก Sun And Moonตะวัน กับ จันทร์เจ้าแต่สาเหตุมันไม่ได้มาจากจันทร์เจ้าเลยสักนิด ไหงต้องมารับผิดชอบร่วมด้วยก็ไม่รู้ เรื่องมันเกิดมาจากไอ้พวกบรรลัยทีมเนี่ยแหละ ไปกินเหล้ากันได้ทุกวี่ทุกวัน พอเมาก็ห้าวตีนไล่ตีรันฟันแทงเขาไปทั่ว ทำอดีตหัวหน้ามาเฟียใหญ่อย่าง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status