Home / โรแมนติก / ONS คู่นอนคืนนั้น / บทที่ 12 ทำคุณบูชาโทษ

Share

บทที่ 12 ทำคุณบูชาโทษ

last update Last Updated: 2026-01-13 17:25:56

       

เมื่อเหตุการณ์จบลง ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว แม้แต่คนที่มองอยู่ก่อนหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็พากันขึ้นรถ บ้างก็หลบฝนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เหลือเพียงเขาและเธอสองคนที่ยังยืนนิ่งกันอยู่ เพราะทำอะไรไม่ถูกแถมอารมณ์คุกรุ่น กว่าจะได้สติก็ตอนเปียกโชกไม่เหลือพื้นที่แห้ง เป็นร่างสูงที่ตวัดสายตามองเธอ พลางเสยผมปรกหน้าขึ้นไปลวกๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ โดยไม่พูดกับเธอสักคำ

            หญิงสาวมองตาม ความอับอายและประหม่าทำให้เธอต้องกำชายเสื้อตัวเองแน่น พร้อมกลีบปากอวบอิ่มเม้มสนิท เมื่อตั้งสติได้ก็ยกเท้าที่หนักอึ้งถอยหลังไปยืนใต้ชายคา เพื่อหลบฝนซึ่งกระหน่ำเทลงไม่หยุด แถมตกหนักซะจนชายคาที่เธอใช้เป็นที่พึ่งพิงชั่วคราว ก็ไม่สามารถบดบังละอองฝนถูกพัดพาเข้ามาด้วยกระแสลมได้ เธอยืนกอดตัวเองตัวสั่นเทิ้ม มองรถคันหรูที่กำลังถอยออกจากซอง พวงมาลัยหักล้อเตรียมจะเดินหน้า ทว่ากลับหยุดกึกก่อนได้ยินเสียงดึงเบรกมือ ตามด้วยประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกและปิดกลับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างสูงจะเดินเร็วตรงมาหาเธออย่างไม่ทราบสาเหตุ

            “ขึ้นรถ” วันหนึ่งมองเขาตาไม่กะพริบ เธอกำลังงงว่าเขาพูดอะไร เนื่องจากฝนตกหนักใส่หลังคากระเบื้อง ที่เธอยืนอยู่ข้างใต้ทำให้ไม่ได้ยิน “บอกให้ขึ้นรถ จะไปส่ง”

            รู้ตัวอีกทีก็ตอนข้อมือข้างหนึ่งถูกเขาถือวิสาสะกระชากฉุด และออกแรงดึงจนร่างเล็กปลิวไปตามแรง

            “เดี๋ยวคุณ”

           

            บรรยากาศภายในรถ กับความเย็นยะเยือกถึงขนาดฟันล่างและบนกระทบกันดังกึดๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมน้ำหอมกลิ่นเดิมคลุกเคล้ากับกลิ่นบุหรี่อีกทีทำหญิงสาวฟุ้งซ่าน ถึงขนาดต้องเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ต่างจากคนขับที่เอาแต่นั่งเงียบเมื่อรับรู้เส้นทาง หลังจากเธอบอกแล้ว

            “เดี๋ยวพอถึงป้ายสีเขียวขวามือ คุณจอดนะคะ หนึ่งจะเดินเข้าไปเอง”

            แต่หากจำเป็นต้องพูด เธอจะเอาแต่นั่งเงียบไม่ได้ สาวเจ้าเม้มแน่นเมื่อการพูดของเธอไม่ได้แปรเปลี่ยนอะไรคนฟัง แม้แต่สีหน้าที่เรียบสนิทก็ยังเหมือนเดิม ราวกับเธอไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ กับคำสั้นๆที่ตอบแทนความเข้าใจออกมา

            “อืม” เอาแต่มองทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงที่หมาย “นี่เหรอ?”

            “ค่ะ จอดได้เลยค่ะ”

            เขาจอดเทียบหน้าปากซอยตามป้ายสีเขียวที่เธอบอก พลางมองแพ่งเข้าไปข้างใน เมื่อเห็นว่ามันค่อนข้างมืดและลึกจึงเลิกคิ้วสูง

            “มืดนะ ใช่ทางไปคอนโดเหรอ”

            “มันเป็นทางลัดน่ะค่ะ” วันหนึ่งปลดเข็มขัดนิรภัย ละสายตาจากสิ่งนั้นขึ้นมองใบหน้าเจ้าของเส้นผมที่เคยเปียกชุ่มเปลี่ยนเป็นหมาดผลของการโดนลมแอร์ขณะขับรถ “ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยหนึ่ง และอุตส่าห์มาส่ง.. ว่าแต่เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ”

            “เปล่า”

            อีกฝ่ายตอบทันทีโดยไม่คิด แม้จะยังค้างคาเรื่องซอยมืดที่เธออ้างว่ามันคือทางลัด ทว่ากลับเลือกที่จะไม่ถามต่อ เพราะคิดว่าจบเรื่องนี้ไปคงไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก แต่พอเห็นหน้าเธอ มองเข้าไปในตาลึก เขาก็อดที่จะพูดบางอย่างไม่ได้

            “ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

            “เดี๋ยว”

            “คะ?”

            เธอหันกลับมา กลายเป็นคนยื้อที่เงียบกริบ เขามองเธอนิ่งแต่สายตาข้างในระคนความสงสัยซ่อนอยู่ที่อยากให้เธอไขข้อข้องใจ ทว่าเพียงแค่สบตาบทที่จะพูดกลับอันตรธานหายไปในทันที

            จนเธอต้องเป็นฝ่ายท้วง เนื่องจากนั่งอยู่ตรงนี้ร่างกายของเธอยิ่งหนาวเหน็บ

            “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

            “ตอนที่ผมกับคุณ..เอ่อ คืนนั้นที่คลับ”

ดูจากการเกาสันจมูก คำถามที่เขาอยากรู้เหมือนยากจนเกินไป        

“ทำไมเหรอ” เธอจึงช่วยให้มันง่ายขึ้น “จะถามอะไรฉัน”

“ตอนนั้นคุณมีผัวอยู่แล้วใช่ไหม”

เป็นประโยคคำถามที่ทำคนฟังหน้าชาไม่น้อย วันหนึ่งเอียงหน้าร้องฮะ จากนั้นก็คลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทนสุดๆ

“แล้วคุณล่ะ มีเมียอยู่แล้วใช่ไหม”

“ผมถามคุณก่อน”

เสียงลมหายใจพ่นออกมาอย่างแรงจากเธอ คนตัวเล็กที่กำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง แก้มเนียนใสเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อ พลางกระแทกเสียง กัดฟัน

 “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงตอนนั้นมีอะไรกันจริงๆ คุณก็ไม่ใช่ชู้หรอก”

เตรียมจะผลักประตูออกไปอีกครั้ง

“เดี๋ยว”

“อะไรอีก”

“เรื่องน้องชายผมที่เขาตามจีบคุณ.. คุณหยุดยุ่งกับเขาได้ไหม”

เห็นได้ชัดว่าดวงตาคู่สวยนั้นขยายกว้างเพียงแค่ได้ยินคำถามนั้นออกมา จากปากของคนที่เธอเพิ่งจะซาบซึ้งและกล่าวคำขอบคุณไปหมาดๆ พลันหัวคิ้วเธอหย่อนเข้าหากันอย่างฉุนกึก

“ยังไงนะ” เอียงคอถามใหม่อีกครั้งด้วยสีหน้าหาเรื่อง “ขออีกทีค่ะ เมื่อกี้ไม่ทันฟัง”

“ช่างมันเถอะ” เขารู้ว่าเธอได้ยินตั้งแต่แรก และชัดทุกถ้อยทุกคำ จึงเกิดความหงุดหงิดที่เธอยังจะมาถามซ้ำอีก “ลงไปได้แล้ว”

ดวงตาคู่หวานขึงกว้างอีกครั้งเมื่อจู่ๆ เขาออกปากไล่ เปลี่ยนอารมณ์แบบฉับพลัน จนเธอที่ยังนั่งงงอยู่ไม่ทันตั้งตัว และฉุกกึกหนักกว่าเดิม

“เรื่องนั้นฉันแนะนำให้คุณไปบอกน้องชายของคุณจะดีกว่านะ”

ปึง!

เสียงเปิดและปิดประตูรุนแรงตามความรู้สึกขุ่นเคือง เหนือเมฆยกยิ้มทิ้งท้ายให้กับสายตาอาฆาตของคนตัวเล็กที่ตวัดจ้องมองผ่านแสงไฟกันชนหน้าและกระจกรถจังหวะเดินอ้อมมาทางฝั่งเขา จากนั้นจึงจะก้าวเร็วหายเข้าไปในซอย ที่เธออ้างว่ามันเป็นทางลัด ทั้งที่เขารู้จักว่ามันคือที่ไหน ส่วนใหญ่แมนชั่นแถวนี้จะเป็นนักศึกษามากกว่าที่เข้าพัก เนื่องจากมันใกล้กับมหาลัย จนนานไปกลายเป็นหอพักนักศึกษามากกว่าคนทั่วไป เมื่อหลายปีก่อนสมัยเขายังเรียนอยู่ น้องรหัสเขาก็พักอยู่แถวนี้ เขามารับมาส่งเธอเป็นประจำ

เหนือเมฆส่ายหน้าขำทิ้งท้ายให้กับความปลิ้นปล้อนของเธอ ก่อนจะถอยรถออกไปอย่างอารมณ์ขุ่นมัว เจ็บใจทั้งเธอ เจ็บใจทั้งคนของเธอ ยิ่งชุดเปียกจนรู้สึกไม่สบายตัวด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด

“เวรเอ๊ย มึงเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้เหนือ”

ถึงขนาดต้องก่นด่าตัวเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 150 แล้ววันหนึ่งก็ขึ้นไปหาก้อนเมฆ

    และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 149 เตรียมงานแต่ง

    วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 148 ขอแต่งงาน

    “อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 147 อยากมีลูก

    มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 146 เที่ยวเกาะ

    และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 145 จัดแจงปัญหา

    กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status