LOGIN
“ทำร้ายผู้หญิง ไม่ดีหรอกนะพี่ชาย”
“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะไอ้หน้าอ่อน” เซนต์เลิกคิ้วสูงแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ พลางหันไปทางอีกคนที่ตอนนี้ลดแขนกำบังนั้นลงแล้ว “หรือว่ามันเป็นผัวมึงอีกคนฮะอีหนึ่ง”
“หยุดปากหมาสักทีได้ไหมพี่เซนต์ ผัวอะไรของมึง”
ตอนนี้ความตกใจของวันหนึ่งหายไปปลิดทิ้ง เหลือแต่ความอับอายแทนหลังลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่ตะโกนห้ามไม่ให้หมวกกันน็อคกระแทกหน้าอย่างทันท่วงทีเมื่อครู่นี้คือเขา และเดินตรงมาอย่างไม่ลังเล โดยความอับอายของเธอมีมากถึงขนาดหลุดตวาดคำหยาบโลนใส่หน้าแฟนเก่า
ทว่าหญิงสาวคงไม่รู้ว่าประโยคนั้นพาเหนือเมฆชะงักตามไปด้วย เนื่องจากอันที่จริงมันก็เกือบจะใช่แล้วนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนั้นมีคนมาขัดจังหวะซะก่อน
“ไม่ใช่ผัวก็แสดงว่า..ตั้งใจมาเสือก”
“อ่า..” ร่างสูงมองหน้าคู่กรณีที่เดาว่าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ไม่ก็อายุมากกว่าสักเล็กน้อย พลางยกยิ้ม “โตๆกันแล้ว คุยกันดีๆสิพี่”
“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วย”
“ผมก็ไม่อยากเสือก แต่ที่นี่มันเป็นที่สาธารณะ บังเอิญเป็นคนดี เมินไม่เป็น”
“งั้นเรอะ...” เซนต์พยักหน้า ก่อนแค่นหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นมึงจะทำไง ไหนว่ามาสิ ไอ้คนดีของสังคม”
เหนือเมฆหรี่ตามองร่างเล็กที่เอาแต่ยืนนิ่ง ราวกับถูกดูดเข้าไปในโลกคู่ขนาน มีเพียงดวงตาขยายโต กับร่างกายเหมือนไร้วิญญาณ ก่อนจะขมวดคิ้วหันกลับมาหาอีกคน
“ผมจะไปทำไรได้ พวกคุณเป็นคู่รักกันนี่ครับ เป็นไปได้ก็แค่อยากให้..”
“เปล่านะ ไม่ใช่!” แต่ จู่ๆเหมือนดวงจิตจะกลับเข้าร่างทันควัน เพื่อทักท้วงสิ่งนี้ที่เหนือเมฆเข้าใจผิด เขาชะงักหันไปมองเธอใหม่ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขานะ เราเลิกกันแล้ว”
จากนั้นก็เลิกคิ้วสูง สีหน้าตึงเครียดเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่มทันที
“อ๋า...ถ้างั้นก็แสดงว่า พี่กำลังคุกคามเธอ ทำแบบนี้เหมือนผิดกฎหมายข้อไหนสักข้อนะครับ ว่าไหม?”
เซนต์เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่ท่าทางเดือดดาลนั้นกลับทำให้ใบหน้าทีเล่นทีจริงก่อนหน้าของเหนือเมฆหายไปด้วย และเปลี่ยนเป็นดุดัน เอาจริงขึ้นมาแทน เขายืดอกมือที่เท้าเอวสอบราวกำลังเตือนว่าอยากเจ็บตัวก็ให้ลองดู และแน่นอนคนที่ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ก็เข้ามาผลักอกเขา ร่างสูงถอยร่นไปตามแรงผลักสองสามก้าว ดึงสติให้ร่างเล็กที่มองอยู่ขึงตากว้าง กวาดตามองไปทั่ว เมื่อสัญชาตญาณกำลังบอกว่าตรงนี้อีกเดี๋ยวจะเกิดเรื่อง จึงมองหาตัวช่วยตามสัญชาตญาณทันที
“กล้าผลักกูเหรอวะ”
พลเมืองดีก่อนหน้านี้ท่าทางเปลี่ยนไป เขาไม่สนเหตุผลเอาตัวเองเข้ามาแส่หวังช่วยผู้หญิงก่อนหน้าแล้ว แต่กำลังโมโหที่ถูกชายแปลกหน้าพาลกันด้วยการผลักแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด ไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัว หากเขาไม่อนุญาต ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจะถือว่าถูกคุมคามทั้งหมด และต่อไปนี้คือการป้องกันตัว!
“คิดจะเสือก ก็ต้องเจ็บตัวกันหน่อยไม่ใช่รึไง”
เซนต์เลิกคิ้ว เหนือเมฆแสะยิ้มก่อนถลกแขนเสื้อเชิ้ต จากนั้นจึงกระโจนเข้าไปเต็มตัว แน่นอนว่าจังหวะชุลมุนนี้ วันหนึ่งที่ยืนอยู่ถึงกับทำตัวไม่ถูก เซนต์โดนอีกคนเหวี่ยงหมัดใส่ไม่ยั้ง แถมรู้จักหลบหลีก ท่าทางของเขาเป็นมวยกว่า ทว่าแม้จะรู้แล้วว่าคนที่มาช่วยมีเค้าโครงเป็นฝ่ายชนะ เธอก็ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัวอยู่ดี จึงตัดสินใจเอาตัวเข้าไปห้าม เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเลยสักคน เอาแต่ยืนมอง บ้างก็ถ่ายคลิป และท่าทางของเซนต์จะไม่ไหวอยู่แล้ว
“หยุดกันได้แล้ว!” น่าแปลกที่เธอหันหลังให้เหนือเมฆ เลือกที่จะประจันหน้ากับแฟนเก่า“พอแล้วพี่เซนต์!”
ภาพนั้นจึงกลายเป็นว่าเธอกำลังปกป้องผู้ชายอีกคน ไม่ใช่แฟนเก่าที่เพิ่งจะเปลี่ยนสถานะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ซ่า..
เสียงฝนกระหน่ำตกลงมาระหว่างนั้น ราวกับสวรรค์ช่วย โชคดีที่เธอไม่ต้องยุ่งวุ่นวายมาก และไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะแก้ไขยังไงเหมือนกัน พอฝนตกก็เหมือนโล่งใจไปที แต่ดูท่าเซนต์เหมือนไม่ยอมไปง่ายๆ และอีกคนโกรธจัดจนคุมสติไม่อยู่ แถมไม่คิดจะออมมือให้อีกคนเช่นกัน ทว่าพอน้ำฝนปะทะโดนผิวหนัง ความร้อนที่วิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือดและสูบฉีดก็ถูกทำลายทิ้ง มาช่วยให้เย็นลง คล้ายเหล็กหนาถูกไฟรนจนแดงฉาน ก่อนถูกฉีดด้วยน้ำจนควันจากความร้อนพวยพุ่ง
“ระวังตัวไว้เถอะมึง” เซนต์เป็นฝ่ายหยุดก่อน เขาชี้หน้าเหนือเมฆ และลามมายังเธอ “มึงด้วยอีหนึ่ง กูไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆหรอก”
และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ
“อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ
มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื
และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง
กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์







