Home / โรแมนติก / ONS คู่นอนคืนนั้น / บทที่ 13 ไก่แก่แม่ปลาช่อน

Share

บทที่ 13 ไก่แก่แม่ปลาช่อน

last update Last Updated: 2026-01-15 01:34:01

         

              วันหนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เธอจงใจตื่นก่อนเจ้าของห้องนั่นคือตู๋ หลังจากเมื่อคืนได้มาขอค้างที่นี่ หวั่นแฟนเก่าจะตามมารังควานกันถึงที่ เผื่อมีความแค้นฝังหุ่นหลังเธอเปิดทางให้คนนอกเข้ามาหาเรื่องเขาเพื่อช่วยเธอ จำเป็นต้องบอกที่อยู่ของรุ่นน้องที่ทำงานให้อีกคนที่ขับรถมาส่งทราบ โดยไม่ได้สนใจว่านั้นจะกลายเป็นการโกหก เพราะคิดว่ายังไงเขากับเธอก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

            “ไงพี่ หลับสบายไหม”

            แต่เหมือนจะผิดพลาด เพราะเจ้าของห้องกลับตื่นก่อน ไม่พอยังทำอาหารเช้าไว้รอเธออีก เพราะได้กลิ่นไข่เจียวโชยมาแต่ไกล หญิงสาวสูดสิ่งนั้นเข้าไปเต็มปอด ทั้งที่เรียกน้ำย่อยให้รู้สึกหิวกลับแสร้งทำหน้าดุใส่ผู้หวังดีที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู

            “พี่สิต้องถามนาย นอนโซฟาเป็นไงบ้าง ปวดหลังปะ”

            เธอถอนหายใจพรืดขณะพับผ้าห่มและเก็บที่นอน ร่างสูงที่ยืนพิงแค่กรอบประตูในทีแรกเดินเข้ามาหา เขาอยู่ในชุดนักศึกษา บ่งบอกให้รู้กำลังจะไปเรียน

            “ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เป็นแบบนี้ ผมยินดีที่จะช่วยพี่อยู่แล้ว”

            “ขอโทษนะ”

            “ก็บอกอยู่ว่าไม่ต้องไง ผมพูดยังไม่ทันจบเลย..”

“หึ อย่าทำตัวแก่แดดไปหน่อยเลย ตัวเองยังหาเงินส่งตัวเองเรียน ริจะเอาตัวเข้ามา ไม่กลัวเดือดร้อนรึไง”

“ไม่กลัว กลัวก็คงไม่ทำตั้งแต่แรก ว่าแต่..พี่หิวหรือยัง”

วันหนึ่งเม้มปากแน่น เธอมีคำตอบให้กับประโยคหลังถึงได้พยักหน้าเชื่องช้า แต่ประโยคก่อนหน้ากลับรู้สึกช่างใจ เธอไม่อยากให้รุ่นน้องตรงหน้ามีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้เลย เพราะหากเซนต์รู้เอาเข้าจริง ตู๋สู้เขาไม่ได้หรอก รายนั้นอันธพาล กร่าง อิทธิพลมาครบ ไหนจะพรรคพวกเยอะ พ่อรวยแถมตามใจ

 เธอยังคงโทษตัวเองอยู่ทุกค่ำคืน ก่อนหน้านี้ไปชอบเขาได้ยังไง ยอมรับว่าเธอเคยชอบแต่ตอนนั้นเธอยังเด็ก ค่อนข้างรักสนุกและหัวอ่อน คิดว่าการได้คบกับเขาจะเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อน ทว่าเธอคิดผิด ยิ่งคบก็ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งคลุกคลีก็ยิ่งเห็นถึงสันดาน

 พอเวลาเปลี่ยน ใจเธอก็เปลี่ยน มองถึงอนาคตที่อยากจะให้พัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่เหมือนว่าการคุยจะกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการทะเลาะกันทุกครั้ง สุดท้ายคำว่าเลิกก็หลุดออกมาจากปากเธอ และคำว่าเลิกก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

“จะไปเรียนหรือยัง”

หญิงสาวเดินออกมาจากห้องนอน เดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ด้วยความรู้สึกแสบร้อนตรงทรวงอก ยิ่งเห็นเขาสวมชุดนักศึกษา ก็ยิ่งประจักษ์ให้เธอสำเหนียกว่าไม่ควรดึงเขาเข้ามายุ่ง และรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เขาทำดีด้วย

 “เราไปแจ้งความกันไหมพี่”

            ตู๋ถามเสียงเบาหวิว สีหน้าเห็นใจเธอสุดๆ ขณะนั่งมองเธอนั่งเขี่ยข้าวในจาน น้อยนักที่จะตักใส่ปาก เขาพอจะได้ยินมาบ้างว่าเธอถูกตามตื๊อจากแฟนเก่า ทั้งที่เลิกกันไปสักพักแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้

            “อืม ก็ว่าจะอย่างนั้นอยู่”

            แน่นอนว่าวันหนึ่งเล่าข้ามเหตุการณ์นั้นไป ตอนที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามาช่วยเธอ เพราะไม่อยากให้ตู๋ซักไซ้ให้มากความ ที่สำคัญเธอไม่พร้อมที่จะพูดถึงบุคคลที่สามด้วย

            “ไปเลยดิ ผมจะไปเป็นเพื่อน”

            “ไม่ต้องเลย จะหยุดเรียนอีกแล้ว?”

            “เรื่องพี่สำคัญกว่า”

            ร่างเล็กถอนหายใจอีกระลอก พลางส่ายหน้า ช้อนตามองแกมตำหนิ  

“ไม่ต้องเลย นายไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ เดี๋ยวเรื่องนี้ นี่จัดการเอง กะว่าจะย้ายคอนโดด้วย”

            “นั่นไง ผมก็ยิ่งต้องยุ่ง ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว จะทำได้ไง”

            ช้อนและส้อมถูกวางลงบนจานทันทีที่จบประโยค ดวงตากลมคู่สวยแต่แฝงความแข็งกร้าว เนื่องจากผ่านเรื่องราวมามากมายนักจนดูกร้านโลก ทอดมองไปยังดวงตาคมกริบที่ไม่ได้เผยความหมายอื่นนอกจากความห่วงใย ส่งผลให้คนมองดวงตาแดงก่ำ เธอไม่ได้อยากร้องไห้ แต่การกระทำของคนตรงหน้ามักจะก็ชอบขยี้

            “หยุดใจดีสักทีได้ไหมตู๋ นี่อยากเป็นพี่สาวนาย ไม่ได้อยากเป็นเมีย”

            “....!!!”

            เธอจงใจพูดอย่างนี้ เพราะไม่อยากให้เขามีความหวัง ถึงขนาดต้องทิ้งการเรียนเพื่อมาคิดแต่เรื่องหาทางช่วยเธอ อยากให้หันกลับไปสนใจตัวเองบ้าง และตัดสินใจแล้วว่าครั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่เธอจะขอความช่วยเหลือจากเขา

                #สนามแข่ง

            “ว่ามา พวกมึงจะกินอะไรกัน”

            เหนือเมฆเดินแทรกประตูเข้ามาในห้องรับรองสนามแข่งในช่วงค่ำของวันธรรมดาและเลือกให้อีกวันหลังจากนี้เป็นวันหยุดเพื่อที่จะได้ตื่นสายๆ ไม่ต้องรีบมาก

            “เหล้าพี่”

            อั๋นรุ่นน้องในทีมอีกคนแต่เขาไม่ได้เป็นคนเทรนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของเจนเพื่อนของเขาซึ่งเป็นเจ้าของสนามซะมากกว่าออกความเห็น เหนือเมฆที่ได้ยินถึงกับส่ายหัว ไม่พอเจนที่นั่งทำบัญชีอยู่ตรงโต๊ะมุมห้องเงยหน้าขึ้นมาตะโกนแซวด้วย

            “ไอ้สัสมึงจะเอากี่ลัง เดี๋ยวกูจัดให้”

            “ไอ้นั่นมันควรมีอยู่แล้วไหมวะ”

            เพิร์ธสั่นหน้าขำขัน ก่อนจะใช้ข้อศอกทุ้งสีข้างดอลเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้หันไปมองร่างเล็กที่เพิ่งจะเดินเข้ามาหลังลงจากรถหรูที่มีคนขับรถของบ้านไปรับมาจากโรงเรียน

“โคตรน่ารักเลย”

“เบาดิ้ เดี๋ยวพ่อมึงก็แพ่นกบาลให้หรอก”

 วันนี้เธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย และขอกลับมานั่งเล่นที่นี่เพราะไม่อยากกลับบ้าน  และทันทีที่ประตูห้องรับรองถูกเลื่อนเปิดทั้งห้องก็เงียบกริบ เอาแต่จ้องมองเธอเป็นตาเดียว

“พี่เจนสวัสดีค่ะ พี่เหนือสวัสดีค่ะ”

            ทว่าในสายตาเธอกลับสนใจแต่เพียงเหนือเมฆ เพื่อนสนิทของพี่ชายเพียงคนเดียว

            “อ้าวแจง ทำไมวันนี้เลิกช้า”

            “แวะทำรายงานกับเพื่อนค่ะพี่เหนือ เพิ่งเสร็จก็เลยให้พี่สนมาส่งที่นี่ เดี๋ยวกลับพร้อมพี่เจน เห็นว่าจะกลับไปนอนบ้านด้วย”

            “อ่าครับ เหนื่อยแย่เลย”

            “ก็..ไม่เท่าไหร่ค่ะ”

            “ตัดสินใจหรือยังว่าจะเรียนอะไร ม.ปลายแล้วนี่ น่าจะเริ่มเลือกแล้ว”

            “เรียนหมอแบบพี่เหนือได้ไหมคะ”

            “หืม ยากนา.. ไหวหรอ”

            “พี่เหนือยังไหวเลย แจงมีพี่เป็นไอดอลนะ และอยากได้มาเป็นที่ปรึกษาด้วย”

            เหนือเมฆชะงัก รู้สึกแปลกๆกับประโยคนี้ แต่เพราะเห็นว่านั่นเป็นน้องสาวของเพื่อน และเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงไม่คิดอะไร คลี่ยิ้มและยื่นมือไปลูบหัวแทนคำตอบ หากแต่ใครจะรู้ว่าความเอ็นดูนี้จะกลายเป็นความหวังของเด็กคนหนึ่งซึ่งคิดไปไกลโพ้นแล้ว

            “อ่า งั้นก็ตั้งใจเรียนล่ะ พี่เป็นกำลังใจให้”

            “ขอบคุณค่ะพี่”

            ทุกคนเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ ทั้งที่เหนือเมฆหมดคำถามและหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือต่อ ราวกับต้องการจะคุยไม่อยากจบ ทำให้เจนที่เห็นถึงความผิดปกติต้องเป็นฝ่ายตักเตือน จังหวะเหลือบตาจากเอกสารขึ้นมามอง

            “แจง ยืนอยู่ทำไม เข้าไปข้างในสิ”

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 41 นึกเสียดาย

    เสียงน้ำไหลในอ่าง ช่วยบรรเทาความประหม่าภายใต้ความเงียบได้ดีทีเดียว หลังร่างเล็กถูกเขาประคองมาถึงห้องน้ำ และให้เธอนั่งอยู่ในอ่างที่มีน้ำไม่ถึงครึ่ง โดยถอดเสื้อผ้าออกไปทั้งหมด ความตื้นเขินถาโถมหลังจากนั้น เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองเรือนร่างเปลือยตรงหน้าตาไม่กะพริบ ความรู้สึกมายมายที่ไม่สามารถระบายกระจายไปทั่วพื้นที่สมอง คืนนี้ทั้งคู่มีสติ ไม่เหมือนคืนก่อน ถึงได้ต่างฝ่ายต่างเงียบกริบกันเช่นนี้ “หนาวหน่อย ไม่ได้ผสมน้ำอุ่น” “มะ ไม่เป็นไรค่ะ” แขนเรียวข้างที่มีผ้าพันแผลถูกเขายกไปวางบนตักแกร่งของตัวเอง ส่วนอีกข้างถูกรดด้วยน้ำจากอ่างที่ใช้มือตัก เขาทำมันอย่างอ่อนโยน ประหนึ่งอาบน้ำให้เด็ก การกระทำนี้ทำให้เธอเผลอนิ่วหน้า ก่อนก้มหน้างุดหลีกเลี่ยงการร้องไห้ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอ..ไม่เคยเลย “เป็นอะไรไป” “หนึ่งเป็นเด็กกำพร้า” “หืม?” จู่ๆเธอก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำมือหนากำลังถูเนื้อเนียนอย่างละเมียดละไมชะงัก เงยหน้าขึ้นมาสบตาไหววูบ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเขาบ่งบอกถึงควา

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 40 อาบน้ำทำแผล

    เขาพาเธอมายังคอนโดของเขาแทนที่จะพาไปโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมมาตั้งแต่ในรถ จนกระทั่งถึงห้องก็ยังไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากของพวกเขา ตอนนี้อยู่ในห้อง ทั่วพื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยา ระหว่างทำแผล “ดีจัง ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลเลย” ร่างเล็กคลี่ยิ้ม ช้อนตาขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า ที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม เขาเหลือบตาขึ้นมามอง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “แผลนี้ต้องเย็บนะ ทนไหวไหม” “ไหวค่ะ” “จะทำให้เบาที่สุด” ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่เธอก็หวาดเสียวอยู่ดี พลันเบือนหน้าไปทางอื่นก็ตอนเห็นเข็ม และกัดปากเป็นการระบายความเจ็บปวด เขาเลือกที่จะเย็บสดๆเพียงเพราะต้องการให้ปากแผลปิดง่ายหายเร็วภายใต้การรอบมองของผู้รักษาเป็นระยะๆ จังหวะเข็มทิ่มทะลุเนื้อ ด้วยความกังวลว่าเธอจะเจ็บ ทว่าผิดคาดเธอไม่งอแงเลย เดาว่าการเย็บสดครั้งนี้คงจะเจ็บน้อยกว่าตอนมีดบาดเป็นไหนๆ หรือไม่ก็เจ็บจนชาไม่รู้สึกอะไร “ขอบคุณค่ะ”หลังจากเขาทำแผลเสร็จ ติดเทปบนผ้าก็อตเป็นอย่างสุดท้าย เธอก็ยิ้มให้อีกครั้ง เหนือเมฆรู้ว่ารอยยิ้มบาง

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 39 ใจเด็ด

    “อีหนึ่ง” มือหนาถูกกำเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันปูด ก่อนจะเดินเร็วเข้ามาหาเธออย่างลืมตัว กะจะจัดการตามอารมณ์รุนแรงที่ไม่สามารถข่มได้เหมือนที่ผ่านมา จนลืมไปว่าตอนนี้เธอถือมืดใช้ตัวเองเป็นตัวประกันอยู่ มานึกขึ้นได้และขึงตากว้างก็ตอนที่คมมีดเฉือนลงไปบนเนื้อของหญิงสาวแล้ว ฉึก! เกิดแผลฉกรรจ์บนแขน เห็นเลือดค่อยๆซึมออกมาก่อนไหลเป็นทางตกหล่นบนพื้น เซนต์เห็นภาพนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก “เชี่ย หนึ่ง..นี่มึง..” “เข้ามาอีกสิ คราวนี้..” แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่เธอก็ยังฝืน ยอมกัดฟันไว้ ก่อนจะย้ายปลายมีดมาจ่อที่คอแทน “ตรงนี้.. หลังจากนี้ก็จัดการศพของกูด้วยละกัน” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์ดังขึ้นมาพอดี คราวนี้เป็นสายโทรเข้า เธอไม่ได้หันไปมอง ทว่าหัวใจกลับเต้นแรง ใบหน้าเห่อร้อนวูบวาบ และปวดหนึบตรงกลางอก ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพิ่งรู้ว่าการทำตัวเองเจ็บปวดด้วยน้ำมือของตัวเอง มันเสียใจอะไรมากมายขนาดนี้ เธอจ้องเขม็งไปยังร่างสูงตรงข้าม สายตาแข็งกร้าวเอาเรื่อง ก่อนถอยมีดออกจากตัวอีกครั้ง เพื่อ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 38 ผัวใหม่

    อารมณ์รุนแรงของเซนต์ หลังจากขาดสติเมื่อครู่ได้เผลอทำร้ายร่างกายวันหนึ่ง จนเธอตกใจ กลายเป็นชนวนเหตุให้ต้องปกป้องตัวเอง เขาเข้าใจมันดี เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้เธอจะใจเด็ดถึงขั้นกล้าเล่นมีด และเริ่มลังเลเมื่อสังเกตจากแววตาเห็นความนิ่ง และมุทะลุ เขาถึงได้ไม่กล้าแลก ไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองตายหรือเจ็บ แต่กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปทำตัวเองมากกว่า“วางมีดลงหนึ่ง เดี๋ยวก็เจ็บตัวจริงๆหรอก” “งั้นก็ออกไปสิ” “หนึ่ง.. กูไม่..” “ออกไป! ถ้ากลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ มึงก็ออกไป” “ให้โอกาสกันหน่อยไม่ได้เหรอวะ” “โอกาสอะไรอีก กูให้มึงมามากแล้วเซนต์ เพราะให้มากเกินไปไง กูถึงได้เป็นแบบนี้ มึงรู้ไหม..ตอนนี้กูแม่งโคตรไม่ชอบตัวเองเลย ..เพราะมึง” เธอหมายถึงงานที่เธอรัก ชีวิตที่เธอต้องการ ผู้คนที่เคยคัดสรรให้เข้ามาในชีวิตด้วยตัวเอง และอะไรต่อมิอะไรที่เธอเคยจัดการมันได้ ด้วยสองมือของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างเหมือนฝืนไปหมด ยากไปหมด แม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน เธอไม่ได้ชอบที่นี่ กลับต้องย้ายมาอย่างจำใจด้วยเหตุผลเพรา

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 37 เกิดเรื่อง

    เส้นผมของเธอถูกกระชากไปข้างหลังอีกครั้ง หลังเขาพุ่งเข้ามาอีกรอบ หญิงสาวกัดฟันกรอด ทอดมองเพดานที่อยู่ภายในม่านตา ก่อนจะตัดสินใจกระทืบเท้าเขาอีกที จากนั้นถีบกลางลำตัวจนเขาถอยร่นไปไกลพอสมควร “อีหนึ่ง!” และเพราะรู้ว่าไม่สามารถสลัดไปได้อย่างถาวร แค่ถ่วงเวลาไว้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เธอจึงคิดว่าวิธีอื่น จังหวะนั้นเหลือบไปเห็นมีดจึงไม่รีรอที่จะวิ่งไปคว้าไว้ ก่อนจะชี้ไปข้างหน้าอย่างสิ้นคิด “เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย”“เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย” ในตอนนั้นเธอคิดแบบนั้นจริงๆ มือบางถึงได้ไม่สั่น แต่จับด้ามมีดแน่นและอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ในสมองไม่มีห่วงอะไรเลย นั่นเพราะเธอตัวคนเดียว ที่ผ่านมาเธอหนีเพราะอยากมีชีวิตรอด และอาจจะรักชีวิตมากเกินไปจึงเลือกที่จะยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อเปิดทางให้ใครอีกคนเข้ามา คนที่ใครต่อใครบอกว่าเขาสามารถช่วยเธอได้ ทว่าตอนนี้เหมือนจะรู้แล้วว่าต่อให้เป็นคนที่มีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้ทัน เท่ากับตัวเธอเองที่ช่วยเหลือตัวเอง ต่อมาคือความน้อยใจต่อโชคชะตาที่มีต่อเบื้องบน เธออุตส่า

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 36 สิ้นคิด

    “พี่เซนต์..” ประตูถูกปิดทันทีที่ตั้งสติได้ แต่เหมือนจะเร็วไม่เท่ามือเขา ที่คว้าบานประตูไม่กลัวจะถูกปิดทับ ความรู้สึกกลัวถาโถมในใจเพียงชั่วพริบตาเดียว เป็นชนวนเหตุทำให้หัวใจเต้นแรง เธอทำอะไรไม่ถูกรนไปหมด “มึงต้องเชิญกูเข้าห้องหนึ่ง ไม่ใช่ปิดประตูใส่” “ขึ้นมาได้ไง” ประตูบานนั้นยังคงถูกยื้อยึดฉุดกระชาก กระทั่งฝ่ายหญิงพ่ายแพ้เพราะทนแรงอีกคนไม่ไหว บานประตูถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กที่ปลิวไปตามแรง “ง่ายจะตาย” เท้าเล็กถอยร่นไปข้างหลัง ดวงตาขึงกว้างตอนประตูปิดกลับ “บอกแล้วไง มึงหนีไม่พ้น” เพิ่งจะตระหนักได้ว่ามีเงินเช่าคอนโดที่ราคาแพง ความปลอดภัยก็จะแพงตามด้วย อันที่จริงที่นี่ก็ไม่เลว แต่เขาอาจจะใช้กลอุบายพร้อมกับเงินมากกว่าถึงได้เข้ามาได้สำเร็จเซนต์จัดเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้รู้จักมากพอ ดูเผินๆเขาดูเหมือนคนไม่มีพิษไม่มีภัย ด้วยบุคลิกท่าทางที่ดูใจดี แต่ใครจะรู้ว่าเขานี่แหละคือวายร้าย คนเลวคนหนึ่งที่ควรไปนอนในคุก มากกว่าเดินคลุกคลีอยู่กับคนปกติและคนอย่างเซนต์มักจะใช้เงินฟาดหัวคนอื่นเพื่อแลกกับสิ่งที

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status