Home / โรแมนติก / ONS คู่นอนคืนนั้น / บทที่ 13 ไก่แก่แม่ปลาช่อน

Share

บทที่ 13 ไก่แก่แม่ปลาช่อน

last update Last Updated: 2026-01-15 01:34:01

         

              วันหนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เธอจงใจตื่นก่อนเจ้าของห้องนั่นคือตู๋ หลังจากเมื่อคืนได้มาขอค้างที่นี่ หวั่นแฟนเก่าจะตามมารังควานกันถึงที่ เผื่อมีความแค้นฝังหุ่นหลังเธอเปิดทางให้คนนอกเข้ามาหาเรื่องเขาเพื่อช่วยเธอ จำเป็นต้องบอกที่อยู่ของรุ่นน้องที่ทำงานให้อีกคนที่ขับรถมาส่งทราบ โดยไม่ได้สนใจว่านั้นจะกลายเป็นการโกหก เพราะคิดว่ายังไงเขากับเธอก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

            “ไงพี่ หลับสบายไหม”

            แต่เหมือนจะผิดพลาด เพราะเจ้าของห้องกลับตื่นก่อน ไม่พอยังทำอาหารเช้าไว้รอเธออีก เพราะได้กลิ่นไข่เจียวโชยมาแต่ไกล หญิงสาวสูดสิ่งนั้นเข้าไปเต็มปอด ทั้งที่เรียกน้ำย่อยให้รู้สึกหิวกลับแสร้งทำหน้าดุใส่ผู้หวังดีที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู

            “พี่สิต้องถามนาย นอนโซฟาเป็นไงบ้าง ปวดหลังปะ”

            เธอถอนหายใจพรืดขณะพับผ้าห่มและเก็บที่นอน ร่างสูงที่ยืนพิงแค่กรอบประตูในทีแรกเดินเข้ามาหา เขาอยู่ในชุดนักศึกษา บ่งบอกให้รู้กำลังจะไปเรียน

            “ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เป็นแบบนี้ ผมยินดีที่จะช่วยพี่อยู่แล้ว”

            “ขอโทษนะ”

            “ก็บอกอยู่ว่าไม่ต้องไง ผมพูดยังไม่ทันจบเลย..”

“หึ อย่าทำตัวแก่แดดไปหน่อยเลย ตัวเองยังหาเงินส่งตัวเองเรียน ริจะเอาตัวเข้ามา ไม่กลัวเดือดร้อนรึไง”

“ไม่กลัว กลัวก็คงไม่ทำตั้งแต่แรก ว่าแต่..พี่หิวหรือยัง”

วันหนึ่งเม้มปากแน่น เธอมีคำตอบให้กับประโยคหลังถึงได้พยักหน้าเชื่องช้า แต่ประโยคก่อนหน้ากลับรู้สึกช่างใจ เธอไม่อยากให้รุ่นน้องตรงหน้ามีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้เลย เพราะหากเซนต์รู้เอาเข้าจริง ตู๋สู้เขาไม่ได้หรอก รายนั้นอันธพาล กร่าง อิทธิพลมาครบ ไหนจะพรรคพวกเยอะ พ่อรวยแถมตามใจ

 เธอยังคงโทษตัวเองอยู่ทุกค่ำคืน ก่อนหน้านี้ไปชอบเขาได้ยังไง ยอมรับว่าเธอเคยชอบแต่ตอนนั้นเธอยังเด็ก ค่อนข้างรักสนุกและหัวอ่อน คิดว่าการได้คบกับเขาจะเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อน ทว่าเธอคิดผิด ยิ่งคบก็ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งคลุกคลีก็ยิ่งเห็นถึงสันดาน

 พอเวลาเปลี่ยน ใจเธอก็เปลี่ยน มองถึงอนาคตที่อยากจะให้พัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่เหมือนว่าการคุยจะกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการทะเลาะกันทุกครั้ง สุดท้ายคำว่าเลิกก็หลุดออกมาจากปากเธอ และคำว่าเลิกก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

“จะไปเรียนหรือยัง”

หญิงสาวเดินออกมาจากห้องนอน เดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ด้วยความรู้สึกแสบร้อนตรงทรวงอก ยิ่งเห็นเขาสวมชุดนักศึกษา ก็ยิ่งประจักษ์ให้เธอสำเหนียกว่าไม่ควรดึงเขาเข้ามายุ่ง และรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เขาทำดีด้วย

 “เราไปแจ้งความกันไหมพี่”

            ตู๋ถามเสียงเบาหวิว สีหน้าเห็นใจเธอสุดๆ ขณะนั่งมองเธอนั่งเขี่ยข้าวในจาน น้อยนักที่จะตักใส่ปาก เขาพอจะได้ยินมาบ้างว่าเธอถูกตามตื๊อจากแฟนเก่า ทั้งที่เลิกกันไปสักพักแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้

            “อืม ก็ว่าจะอย่างนั้นอยู่”

            แน่นอนว่าวันหนึ่งเล่าข้ามเหตุการณ์นั้นไป ตอนที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามาช่วยเธอ เพราะไม่อยากให้ตู๋ซักไซ้ให้มากความ ที่สำคัญเธอไม่พร้อมที่จะพูดถึงบุคคลที่สามด้วย

            “ไปเลยดิ ผมจะไปเป็นเพื่อน”

            “ไม่ต้องเลย จะหยุดเรียนอีกแล้ว?”

            “เรื่องพี่สำคัญกว่า”

            ร่างเล็กถอนหายใจอีกระลอก พลางส่ายหน้า ช้อนตามองแกมตำหนิ  

“ไม่ต้องเลย นายไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ เดี๋ยวเรื่องนี้ นี่จัดการเอง กะว่าจะย้ายคอนโดด้วย”

            “นั่นไง ผมก็ยิ่งต้องยุ่ง ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว จะทำได้ไง”

            ช้อนและส้อมถูกวางลงบนจานทันทีที่จบประโยค ดวงตากลมคู่สวยแต่แฝงความแข็งกร้าว เนื่องจากผ่านเรื่องราวมามากมายนักจนดูกร้านโลก ทอดมองไปยังดวงตาคมกริบที่ไม่ได้เผยความหมายอื่นนอกจากความห่วงใย ส่งผลให้คนมองดวงตาแดงก่ำ เธอไม่ได้อยากร้องไห้ แต่การกระทำของคนตรงหน้ามักจะก็ชอบขยี้

            “หยุดใจดีสักทีได้ไหมตู๋ นี่อยากเป็นพี่สาวนาย ไม่ได้อยากเป็นเมีย”

            “....!!!”

            เธอจงใจพูดอย่างนี้ เพราะไม่อยากให้เขามีความหวัง ถึงขนาดต้องทิ้งการเรียนเพื่อมาคิดแต่เรื่องหาทางช่วยเธอ อยากให้หันกลับไปสนใจตัวเองบ้าง และตัดสินใจแล้วว่าครั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่เธอจะขอความช่วยเหลือจากเขา

                #สนามแข่ง

            “ว่ามา พวกมึงจะกินอะไรกัน”

            เหนือเมฆเดินแทรกประตูเข้ามาในห้องรับรองสนามแข่งในช่วงค่ำของวันธรรมดาและเลือกให้อีกวันหลังจากนี้เป็นวันหยุดเพื่อที่จะได้ตื่นสายๆ ไม่ต้องรีบมาก

            “เหล้าพี่”

            อั๋นรุ่นน้องในทีมอีกคนแต่เขาไม่ได้เป็นคนเทรนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของเจนเพื่อนของเขาซึ่งเป็นเจ้าของสนามซะมากกว่าออกความเห็น เหนือเมฆที่ได้ยินถึงกับส่ายหัว ไม่พอเจนที่นั่งทำบัญชีอยู่ตรงโต๊ะมุมห้องเงยหน้าขึ้นมาตะโกนแซวด้วย

            “ไอ้สัสมึงจะเอากี่ลัง เดี๋ยวกูจัดให้”

            “ไอ้นั่นมันควรมีอยู่แล้วไหมวะ”

            เพิร์ธสั่นหน้าขำขัน ก่อนจะใช้ข้อศอกทุ้งสีข้างดอลเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้หันไปมองร่างเล็กที่เพิ่งจะเดินเข้ามาหลังลงจากรถหรูที่มีคนขับรถของบ้านไปรับมาจากโรงเรียน

“โคตรน่ารักเลย”

“เบาดิ้ เดี๋ยวพ่อมึงก็แพ่นกบาลให้หรอก”

 วันนี้เธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย และขอกลับมานั่งเล่นที่นี่เพราะไม่อยากกลับบ้าน  และทันทีที่ประตูห้องรับรองถูกเลื่อนเปิดทั้งห้องก็เงียบกริบ เอาแต่จ้องมองเธอเป็นตาเดียว

“พี่เจนสวัสดีค่ะ พี่เหนือสวัสดีค่ะ”

            ทว่าในสายตาเธอกลับสนใจแต่เพียงเหนือเมฆ เพื่อนสนิทของพี่ชายเพียงคนเดียว

            “อ้าวแจง ทำไมวันนี้เลิกช้า”

            “แวะทำรายงานกับเพื่อนค่ะพี่เหนือ เพิ่งเสร็จก็เลยให้พี่สนมาส่งที่นี่ เดี๋ยวกลับพร้อมพี่เจน เห็นว่าจะกลับไปนอนบ้านด้วย”

            “อ่าครับ เหนื่อยแย่เลย”

            “ก็..ไม่เท่าไหร่ค่ะ”

            “ตัดสินใจหรือยังว่าจะเรียนอะไร ม.ปลายแล้วนี่ น่าจะเริ่มเลือกแล้ว”

            “เรียนหมอแบบพี่เหนือได้ไหมคะ”

            “หืม ยากนา.. ไหวหรอ”

            “พี่เหนือยังไหวเลย แจงมีพี่เป็นไอดอลนะ และอยากได้มาเป็นที่ปรึกษาด้วย”

            เหนือเมฆชะงัก รู้สึกแปลกๆกับประโยคนี้ แต่เพราะเห็นว่านั่นเป็นน้องสาวของเพื่อน และเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงไม่คิดอะไร คลี่ยิ้มและยื่นมือไปลูบหัวแทนคำตอบ หากแต่ใครจะรู้ว่าความเอ็นดูนี้จะกลายเป็นความหวังของเด็กคนหนึ่งซึ่งคิดไปไกลโพ้นแล้ว

            “อ่า งั้นก็ตั้งใจเรียนล่ะ พี่เป็นกำลังใจให้”

            “ขอบคุณค่ะพี่”

            ทุกคนเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ ทั้งที่เหนือเมฆหมดคำถามและหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือต่อ ราวกับต้องการจะคุยไม่อยากจบ ทำให้เจนที่เห็นถึงความผิดปกติต้องเป็นฝ่ายตักเตือน จังหวะเหลือบตาจากเอกสารขึ้นมามอง

            “แจง ยืนอยู่ทำไม เข้าไปข้างในสิ”

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 150 แล้ววันหนึ่งก็ขึ้นไปหาก้อนเมฆ

    และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 149 เตรียมงานแต่ง

    วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 148 ขอแต่งงาน

    “อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 147 อยากมีลูก

    มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 146 เที่ยวเกาะ

    และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 145 จัดแจงปัญหา

    กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status