Masukหลายวันผ่านไป
พี่เวย์ยังคงโทรหาฉันตลอดแต่ฉันเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขาไม่อยากพูดคุยอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
“สายธารแกหลบอะไร” แอลเพื่อนร่วมห้องเอ่ยถามเมื่อเห็นฉันเอาแต่หลบมุมอยู่ตรงนี้
“เราไม่อยากเจอใครบางคนน่ะ” ฉันตอบออกไปตามความจริงเพราะพี่เวย์มาดักรอฉันแทบทุกวันเลย
“พี่คนนั้นเหรอ เขามาทุกวันเลยนะ”
“แอลรู้จักด้วยเหรอ”
“คืนก่อนเขาไปร้านนั่งชิวของพี่เราเห็นพะแพงบอกว่าชื่อพี่เวย์อะไรสักอย่าง”
“หืม...พะแพง?” เลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจมากนัก
“อ้าว ไม่ได้ไปด้วยกันเหรอวันนั้นพะแพงก็มานะกับพี่คนนี้แหละ”
“...” มันเกิดความสงสัยนะคะแต่ก็เลือกที่จะเงียบ
“ช่างเถอะ ๆ เดี๋ยวพี่เรามารับ ออกไปด้วยกันก็ได้จะได้ไม่ต้องเจอหน้าพี่คนนั้น” แอลเสนอขึ้น
“เอาสิ รบกวนด้วยนะ”
ไม่นานก็มีรถหรูมาจอดเทียบตรงหน้าเราสองคน คำพูดของแอลทำเอาฉันคิดอะไรบางอย่าง แล้วก็ภาวนาขอให้มันไม่ใช่อย่างที่คิด พะแพงจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอเราสองคนสนิทกันมากนะ
“สายธาร นี่พี่แชมป์พี่ชายเราเอง”
“สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
“ครับ”
“พี่แชมป์อย่าทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้สิคะ”
“พี่ไม่ยักรู้ว่าคนอื่นก็คบน้องเป็นเพื่อนด้วย”
“หืม...คำพูดคำจานะ” สองพี่น้องเขาเถียงกันเองค่ะ แอลเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ไม่สุงสิงกับใครแต่แปลกที่ชอบพูดคุยกับฉัน
“แล้วเพื่อนน้องจะลงตรงไหน”
“ปากซอยตรงนั้นค่ะ” ฉันว่าพลางชี้มือไปยันข้างหน้าไม่ไกลมากนัก
“บ้านแกมันเข้าไปอีกไม่ใช่เหรอ” แอลเอ่ยเมื่อเห็นว่าฉันจะลงตรงนั้น
“ใช่ แต่มันกลับรถยากเราลงตรงนี้แหละ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว”
“คิดมาก เราผ่านทางนี้ทุกวันอยู่แล้ว”
“เราเข้าบ้านก่อนนะ ขอบใจมาก ขอบคุณนะคะพี่สวัสดีค่ะ” กล่าวขอบคุณและไม่ลืมยกมือไหว้อีกครั้งก่อนลงจากรถ
“ครับ ทำไมพี่คุ้นหน้าเราจัง” ไม่พูดเปล่าเขายังจ้องหน้าฉันอีกด้วย
“คะ? พี่ไปรับแอลบ่อย ๆ เราคงบังเอิญเดินสวนกันมั้งคะ”
“คงงั้น” พี่แชมป์ตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจมากนักก่อนจะขับรถออกไป
ครืด... ครืด...
เป็นพี่เวย์ค่ะที่โทรมา ฉันตัดสายทิ้งแล้วกดโทรออกไปหาพะแพงแทนซึ่งวันนี้เธอขาดเรียน บอกตามตรงว่าฉันคิดมาก... หรือบางทีฉันอาจจะระแวงจนเพ้อเจ้อไปเองก็ได้
(ว่าไงแก วันนี้ฉันป่วยเลยขาดเรียน)
“นึกว่าติดผู้ชายที่ไหนซะอีก”
(จะบ้าเหรอ)
“แล้วคืนนี้ใครจะไปดื่มเป็นเพื่อนฉันล่ะ”
(ไว้วันหน้านะ ฉันไม่ไหวจริง ๆ)
“จ้า พักผ่อนเถอะ”
(โอเค จะรีบหายและแบกแกกลับบ้านเหมือนเดิม)
“พะแพงแกอย่าพูดอย่างนั้น”
(ฮ่า ๆ แค่นี้นะ)
ตลอดการสนทนาไม่มีอะไรแปลกไปนอกจากความสนิทสนมของเราสองคนเท่านั้นเอง แต่แอลก็ไม่ใช่คนโกหกเธอคงไม่พูดจาเหลวไหลหรอก ช่างเถอะค่ะ
กลับเข้ามาในบ้านไม่เจอแม่อีกตามเคยนอกจากเงินที่วางไว้ให้ฉันกับโพสอิท “แม่ทำโอทีนะ” แค่นั้น
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทำการบ้านรวมไปถึงงานบ้านทุกอย่างเสร็จท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วค่ะ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนหลายชั่วโมงผ่านไปรู้สึกตัวอีกทีฉันก็หยุดยืนอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่งแล้ว
“เฮ้อ... ฉันเป็นบ้าอะไรอีกนะ”
เมื่อดึงสติตัวเองได้ก็อยากจะดึงหัวตัวเองแรง ๆ ฉันจะมาหาผู้ชายใจร้ายอย่างเขาทำไมนะ แต่ไหน ๆ ก็มาแล้วขอขึ้นไปหาหน่อยแล้วกัน ใจนึงมันไม่อยากไปแต่อีกใจมันก็อยากรู้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
รอแค่ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก
“สะ...สายธาร” พี่เวย์ดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นหน้าฉัน
“ใครมาเหรอคะพี่...สะ สายธาร”
“...” เป็นฉันเองที่เงียบไป เป็นฉันเองที่ช็อกจนพูดอะไรไม่ออก หน้าชา ใจสั่นทำอะไรไม่ถูกความรู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฟังพี่ก่อน” พี่เวย์พยายามพูดอธิบายให้ฉันเข้าใจแต่สิ่งที่ฉันเห็นในตอนนี้มันได้ให้คำตอบทุกอย่างหมดแล้ว
(เพียะ)
ฉันฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าพี่เวย์เต็มแรงก่อนจะหันไปหาพะแพง
“แกมีอะไรอยากบอกฉันไหม?”
“ฉันขอโทษ”
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรออกมาอีกร่างกายมันทิ้งตัวลงโดยอัตโนมัติ น้ำตาไม่มีสักหยดแต่มันจุกในอกมากกว่า เพื่อนรักของฉันทำไมถึงกลายเป็นคนที่แทงข้างหลังฉันซะเอง อีกทั้งผู้ชายที่บอกว่ารักฉันทำไมถึงทำระยำกับฉันได้ถึงขนาดนี้
“แม่งเอ๊ย!” พี่เวย์สบทออกมาก่อนจะอัดหมัดหนัก ๆ ใส่กำแพงหลายครั้งจนเลือดออก
“พี่เวย์พอแล้ว ฮึก! เรื่องนี้ฉันผิดเอง ฉันเป็นคนทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เอง ฮือ... สายธารฉันขอโทษ”
“ไม่เจ็บไม่ต้องร้อง ขนาดฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำฉันยังไม่ร้องเลย” ฉันมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ร้องทำไมร้องเพื่ออะไร
“สายธาร”
“อย่ามายุ่งกับฉันอีก” จบประโยคฉันเดินออกมาจากตรงนั้นทันที
ความรู้สึกมันดิ่งมาก รู้ว่าพี่เวย์มีคนอื่นฉันไม่เสียใจเท่ากับเพื่อนรักของฉันเป็นคนอื่นซะเอง ผู้หญิงก็ร้ายผู้ชายก็เลวรู้ทั้งรู้แล้วบอกไม่ได้ตั้งใจ
เดินไปข้างหน้าอย่างคนไม่มีจุดหมายความรู้สึกผิดหวังเสียใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง ที่ผ่านมาพะแพงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันแต่วันนี้…
“ดึกแล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก” ใครคนหนึ่งเทียบรถตรงหน้าฉัน
“พี่แชมป์”
“ขึ้นรถ” ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่ายเหมือนคนไม่มีจิตวิญญาณด้วยซ้ำ ใครให้ทำอะไรก็ทำ ชวนไปไหนก็ไป
“ตีสองแล้วทำไมมาเดินอยู่ตรงนี้”
“...”
“ได้ยินที่พี่พูดไหม”
“ได้ยินค่ะ พี่เคยอกหักไหม”
“เคยสิ ธรรมดารสชาติชีวิต”
“ถูกเพื่อนหักหลังนี่ถือว่าเป็นรสชาติชีวิตด้วยไหมคะ”
“ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะ จะโทษแต่เพื่อนก็คงไม่ถูก”
“นั่นสิคะ...เขาบอกหนูว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจหรือไม่คิดว่าเราจะรู้กันแน่ ตั้งใจปิดบัง ตั้งใจโกหก รู้ทั้งรู้ว่าทำอะไรลงไปแล้วเราจะเสียใจเขาก็ยังเลือกที่จะทำมันมีตรงไหนไม่ตั้งใจ” คำพูดยาว ๆ ของพี่แชมป์มันจริงทุกอย่างและฉันไม่ควรหันหลังกลับไปอีกแล้ว เจ็บก็เจ็บให้สุดไปเลยผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก ส่วนเพื่อนก็ไม่ได้มีคนเดียวในโลกเช่นกัน
ตึก ... ตึก ... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นพร้อมกับร่างบางที่เดินนวยนาดเข้ามาหาธีรฉัตรถึงบริษัท เนื่องจากตอนนี้ชายหนุ่มได้เข้ามาช่วยผู้เป็นพ่อบริหารงานแล้ว“คุณธีร์อยู่ไหมคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยถามเลขาคนสวยอย่างเป็นกันเอง“ท่านประธานประชุมอยู่ค่ะ คุณสายธารเชิญนั่งรอในห้องได้เลยนะคะ”“ค่ะ นี่ขนมหนูซื้อมาฝาก” “ขอบคุณนะคะ”หลังจากเข้ามาในห้องเธอก็จัดการเอกสารงานค้างของผู้เป็นสามีทันที กระทั่งมีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ“คุณเป็นใคร ทำไมถึงมานั่งที่โต๊ะทำงานของคุณธีร์ได้” สายธารจ้องมองนักศึกษาฝึกงานตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ดูท่าทางแล้วเธอคงจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร “ถามไม่ได้ยิน?”“แล้วคุณเป็นใครคะ เข้าห้องท่านประธานทั้งทีไม่เคาะประตูหน่อยเหรอ หรือไม่มีมารยาท?”“หนูเป็นคนที่ท่านประธานรับเข้ามาฝึกงานค่ะ เลขาด้วยนะคะเพราะอีกเดี๋ยวคุณเลขาคนเก่าเธอจะลาคลอดแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยอย่างมั่นใจ“พี่ธีร์น่าจะเลือกคนที่มีมารยาทมากกว่านี้นะคะ”“พี่ธีร์งั้นเหรอ... คุณเป็นน้องสาวคุณธีร์เหรอคะ” “เมีย!” น้ำเสียงห้วนเอ่ยก่อนที่ร่างสูงจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า“คะ คุณธีร์ ขอโทษค่ะแคทไม่ได้ตั้งใจ”
“เรามาทำอะไรที่นี่” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ธีร์พามาที่สำนักงานเขต“จดทะเบียนสมรส”“จดทะเบียนสมรสงั้นเหรอ” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“ไม่ดีใจเหรอเธอจะได้ครอบครองฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเชียวนะ” ฉันแค่แปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะให้สิทธิ์ฉันมากขนาดนี้ไง “เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาว่าก่อนจะจูงมือฉันเข้าไปด้านใน“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เจ้าหน้าที่เอ่ย“จดทะเบียนสมรสครับ”“เชิญด้านนี้ค่ะ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานกระดาษสีสวยก็ถูกวางลงตรงหน้าเราสองคน เมื่อใดก็ตามที่ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนี้นั่นหมายความว่าฉันกับพี่ธีร์เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว“เซ็นตรงนี้นะคะ” “ครับ” พี่ธีร์เซ็นชื่อตัวเองโดยไม่ลังเลสักนิด “คุณผู้หญิงเซ็นตรงนี้นะคะ” “...” มองหน้าพี่ธีร์นิ่ง ๆ เขาเองก็มองฉันอยู่เหมือนกัน “ระหว่างพวกเราจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกไหมคะ”“ไม่มี ถ้าฉันทำผิดต่อเธอ เธอยิงฉันทิ้งได้เลย” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ฉัน “ไม่หรอก หนูจะหอบสมบัติหนีแล้วมีผัวใหม่”“ไม่มีวันนั้นหรอก” ฉีกยิ้มให้เขาก่อนจะบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงไปในแผ่นกระดาษ...“เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอให้ม
“ง่วงเหรอ” ธีรฉัตรเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตาปรืออยู่ข้าง ๆ“ค่ะ”“ขึ้นมานอนข้างฉันสิ”“พี่ธีร์นี่มันเตียงผู้ป่วยนะคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“แล้วไง ฉันไม่ถือ”“แต่หนูถือค่ะ”“เธอได้คุยกับไอ้เวย์บ้างไหม?”“คุยค่ะ เขาแค่แวะมาทักทายเฉย ๆ” สายธารตอบไปตามความจริง“อ๋อ...”“พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นแค่คนรู้จักเท่านั้นเอง”“...”“อย่ามองแบบนี้สิคะ”“แล้วจะให้มองแบบไหน?”“แบบตอนที่พี่ถามว่า ไอ้ธัญมึงพาใครมา! แบบนี้ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนเอ่ยพลางเลียนแบบท่าทางให้สมจริงที่สุด“แล้วยังไงต่อ”“แล้วพี่ธัญก็ตอบว่าเมียกูเอง”“เมีย?”“ใช่ค่ะ!!”“เธอบังอาจไปเป็นเมียคนอื่นได้ยังไงกัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน”“ไม่รู้ค่ะ”“หืม!” มือหนาเอื้อมไปดึงแก้มนวลด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ เจ็บ...”“เหนื่อยไหม”“เหนื่อยอะไรคะ”“ที่ฉันเป็นแบบนั้นและเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”“เหนื่อยค่ะ แต่ไม่ได้เหนื่อยเลี้ยงลูกหรอกนะ เหนื่อยที่ต้องคอยถามหาพี่จากคนอื่นซึ่งทุกครั้งทุกคนมักจะปฏิเสธเสมอ”“พ่อคงอยากให้เธอกับลูกปลอดภัยที่สุดเท่านั้นเอง”“แล้วทำไมคนที่ได้ดูแลพี่ถึงเป็นลูกปลาล่ะคะ ก็แค่บาดเจ็บสาหัส
“จะจ้องกันอีกนานไหม?” เสียงคุณลุงพูดขึ้นทำให้เราสองคนละสายตาจากกันตอนนี้พวกเรากำลังทานมื้อเช้ากันอยู่ค่ะ แต่พี่ธีร์กลับเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นั่นแหละ“วันนี้พ่อให้ไอ้ธัญไปประชุมด่วนไม่ใช่เหรอครับ”“ใช่... ทำไม?”“แล้วเธอล่ะ” เธอที่เขาว่าก็คงหมายถึงฉันสินะ“แกก็ไปส่งสิ” ฉันมองหน้าคุณลุงทันที หาเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกแล้ว“ก็ได้ครับ ผมอยากรับขวัญหลานอยู่เหมือนกัน” ให้ตายเถอะ ฉันต้องรับมือยังไง พี่ธีร์คนนี้เหมือนจะขี้สงสัยไปหมดซะทุกอย่างแถมยังเจ้าเล่ห์ไม่เงียบขรึมเหมือนคุณธีรฉัตรอีกด้วย“แต่คุณลุงคะ...” ปากกำลังจะปฏิเสธพอเห็นสายตาดุ ๆ เข้าให้ทำเอาคำพูดพวกนั้นกลืนหายไปแทบจะทันที “ก็ได้ค่ะ”หลังจากมื้อเช้าจบลงฉันก็เตรียมตัวจะกลับบ้านและแน่นอนว่าพี่ธีร์มาส่งค่ะ เขาขับรถด้วยตัวเอง บรรยากาศในรถมันน่าอึดอัดเอามาก ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ฉันกับลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา“แวะห้างสรรพสินค้าก่อนละกันฉันอยากซื้อของให้เขา” พี่ธีร์พูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องลำบากก็ได้”“มันเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถามโอเคนะ”“เผด็จกา
“มึงมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่?”“สักพักแล้วล่ะ”“ทำไมกูไม่เห็นรู้เลย”“ความลับว่ะ กูเป็นพวกไม่ค่อยให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่”“ใช่เหรอ?” พี่ธีร์ยังคงเอ่ยถามอย่างต่อเนื่อง พลางมองหน้าฉันกับน้องชลสลับกันไปมา “แล้วเด็กคนนี้...”“ลูกกูเองแหละ”“...” เขาเงียบไปเมื่อได้ยินพี่ธัญพูดแบบนั้น“เฮ้! สวัสดีเพื่อนรัก สุขสันต์วันเกิดเว้ย” พี่ริวตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะยื่นกล่องของขวัญให้พี่ธีร์ วันนี้เป็นวันเกิดเขาสินะ“ขอบใจ ให้อะไรกูเนี่ย”“สิ่งที่มึงอยากได้”“คือ?”“ไม่ใช่ถุงยางเหมือนปีที่แล้วแน่นอน”“กูไม่จำเป็นต้องใช้”“พูดอะไรน่ะพี่ธีร์” ลูกปลาพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงไปจากตรงนี้ แล้วฉันล่ะ? ฉันควรรู้สึกยังไง“น้องสายธารรบกวนมาช่วยพี่ถือถุงขนมหน่อยสิ” พี่ริวเอ่ยก่อนจะขยิบตาให้ฉันคล้ายกับส่งสัญญาณบางอย่าง เห็นแบบนั้นฉันจึงเดินตามไป“ค่ะ ดูลูกด้วยนะคะเดี๋ยวหนูมา” ประโยคหลังนี้ฉันหันไปบอกพี่ธัญที่อุ้มน้องชลอยู่ค่ะ ก็เขาบอกเองนี่ว่าต้องเรียนรู้ให้เป็นเดินตามพี่ริวออกมาด้านนอกเขาก็พูดขึ้น“พี่ขอโทษแทนลูกปลาด้วยนะ พี่เตือนแล้วมันก็ยังดื้อรั้นอยู่”“หนูไม่เข้าใจ”“ไอ้ธีร์มันจำอะไรไม่ได้ ไม
ภายในห้องแคบ ๆ กลับกว้างมากสำหรับฉันในตอนนี้ การเฝ้ารอใครสักคนมันนานมากเลยค่ะ ทั้งที่เวลาเราก็มีเท่ากัน“สายธาร”“คะ?”“...”“คุณน้ามีอะไรเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณนาเงียบไป“เปล่าจ้ะ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่เหมือนว่าท่านมีอะไรอยากพูดกับฉันมากกว่า “คือว่าคุณฉัตรเขาอยากเจอน้องชลน่ะ”“ค่ะ หนูไม่ติดอะไรอยู่แล้ว” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่จะว่าไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันยังไม่เจอพ่อพี่ธีร์เลยนะคะ รู้แค่ว่าท่านเป็นคนให้ฉันมาอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง ส่วนแม่พวกเราโทรคุยกันทุกวันอยู่แล้วค่ะ“งั้นน้าพาน้องชลไปเดินเล่นนะ”“ค่ะ”พออยู่คนเดียวมันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ทุกคนก็ยืนยันคำตอบเดียวกันว่าพี่ธีร์ปลอดภัยแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้อยู่คนเดียวครืด... ครืด...“สวัสดีค่ะ”(สายธารนี่เราเองนะ)“แอล...”(แกเป็นยังไงบ้าง เรารู้เรื่องหมดแล้วนะ)“ไม่รู้สิ เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน”(อดทนไว้นะ รอพี่ธีร์ให้ได้นะสายธาร)“แกก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ธีร์อยู่ที่ไหน”(เราไม่รู้... แต่พี่แชมป์รู้)“...”(เราจะแอบสืบให้นะแกไม่ต้องห่วง)“ขอบใจนะแอล”ในแต







